เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27
  พิมพ์  
อ่าน: 14986 เรืองเล่าคนเก่าแก่
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11744



ความคิดเห็นที่ 360  เมื่อ 23 ส.ค. 21, 09:39

ขออนุญาตแสดงความเห็นต่างครับ

จุ๋ยก้วย ลักษณะแบบนี้ครับ  คนปัจจุบันบัญญัติชื่อให้ใหม่ว่า ขนมถ้วยเค็ม

ปล... ถ้าเอาสูตรดั้งเดิมมาผสมหมูสับ  อร่อยสุดขีด



นางสาวญาณณิศา จันทาทุม แห่งโรงเจอื่อเค่งเซี่ยงตึ๊ โรงเจเก่าแก่ของพิษณุโลก อธิบายว่า “จุ๋ยก้วย” จะมีสองสูตร คือ สูตรหวาน (สีเขียว) และสูตรเค็ม (สีขาว) แล้วแต่คนชอบ ซึ่งแต่ละสูตรก็จะมีน้ำซอสโบราณที่ปรับปรุงรสชาติให้ทันสมัยมากขึ้น เมื่อทานแล้วรสชาติจะกลมกล่อม เข้ากันดี ส่วนวิธีการทำก็ไม่ยาก

สูตรเค็มจะใช้แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งสลิ่ม และเกลือ ตีแป้งให้เข้ากันเติมน้ำในเกลือเล็กน้อยและพักไว้ จะเพิ่มเครื่องเคียงราด โดยใช้เห็ดหอม ขาเห็ด ไชโป๊หวาน และตั้งฉ่าย นำไปผัดปรุงรสให้กลมกล่อม จากนั้นจะมาทำน้ำซอสราด ส่วนสูตรหวานจะใช้แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน เบกกิ้งโซดาเพิ่มความนุ่ม และน้ำใบเตยคั้นสด ตีแป้งและพักไว้เช่นกัน สูตรหวานสูตรเค็มจะต่างกันที่ความหวานกับความเค็ม คือใช้ชีอิ๊วดำตั้งไฟ เพิ่มพริกเพิ่มความเผ็ด ปรุงรสให้กลมกล่อมก็เป็นอันเรียบร้อย

จาก พิษณุโลกนิวส์

ภาพจาก บล็อกของคุณตังกวย


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 361  เมื่อ 24 ส.ค. 21, 08:13

สมัยเด็ก ๆ อยู่ในย่านคนจีนซึ่งมีขนมของคนจีนมากมาย เช่น กะลอจี๊ จุ๋ยก้วย กุ้ยช่าย ฯลฯ

และขนมชนิดหนึ่ง  ยุคนั้นใส่ในถ้วยขนาดย่อมกว่าถ้วยข้าวต้มหน่อยนึง
เนื้อขนมสีขาวขุ่นหนืด ๆ   รสจืด ๆ มัน ๆ
พอจะซื้อ  แม่ค้าก็เอาถ้วยขนมขึ้นมาแล้วใช้ไม้ปลายเป็นรูปจั่วตัดไปที่เนื้อขนมเป็นแฉก ๆ
จากนั้นใช้น้ำตาลไหม้สีดำราดลงไปแล้วโรยด้วยงา

รสชาติอร่อยสุดขีด  กินเสร็จแล้วตามด้วยซดน้ำตาลไหม้ที่ก้นถ้วย  2 ถ้วยก็อิ่มแปล้

ยุคนี้ก็ยังมีแต่ไม่คลาสสิคเหมือนสมัยก่อน  ไม่อร่อยเท่าด้วย

เสียดายที่มัวแต่ลุ่มหลงกับความอร่อยเลยไม่ได้จดจำชื่อ (ภาษาจีน)
คนที่น่าจะรู้ก็เป็นคนโบราณที่ป่านนี้ตายกันไปหมดแล้ว

เท่าที่ค้นได้มีหลายชื่อ  แต่ไม่รู้ว่าชื่อดั้งเดิมคืออะไร

ใครพอทราบชื่อบ้างครับ

สรุปแล้วยังหาชื่อดั้งเดิมไม่ได้... เสียใจจัง

ไปขุดมาได้อีกชื่อ ไหหลำก้วย

มีเหตุผลว่า เป็นขนมทำกินกันในหมู่คนจีนไหหลำ

ตกลงว่ามีหลายชื่อจัง  เบื่อละ
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 362  เมื่อ 06 ก.ย. 21, 09:32

ใครมีภาพร้านอาหาร ศรแดง ในยุคเก่าบ้างครับ

ถามอากู๋  เธอบอกไม่มี  มีแต่ภาพยุคใหม่

สมัยเด็ก ๆ  พอผู้ใหญ่พาไปเดินสนามหลวงแล้วต้องเลยไปกินข้าวกลางวันที่ร้านนี้  เมนูเด็ดในสมัยนั้นคือ ข้าวคลุกกะปิ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32736

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 363  เมื่อ 06 ก.ย. 21, 10:01

หาไม่เจอเหมือนกันค่ะ แต่จำได้ว่าเคยไป
จำอาหารในร้านไม่ได้เลยสักอย่างเดียว    มาจำได้ต่อเมื่อเปลี่ยนเป็นเมธาวลัย ศรแดง แล้ว
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 364  เมื่อ 07 ก.ย. 21, 08:57

หาไม่เจอเหมือนกันค่ะ แต่จำได้ว่าเคยไป
จำอาหารในร้านไม่ได้เลยสักอย่างเดียว    มาจำได้ต่อเมื่อเปลี่ยนเป็นเมธาวลัย ศรแดง แล้ว

 ร้องไห้
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 365  เมื่อ 08 ก.ย. 21, 09:28

ตามหารูปอีกครับ

ร้านแฮมเบอร์เกอร์ Wimpy  ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยย่อยกับประตูเข้าห้างไทยไดมารูสาขาราชประสงค์

หารูปชัด ๆ ไม่ได้เลย  เห็นแต่เฉียดไปเฉียดมาเพราะคนถ่ายต้องการรูปห้าง ฯ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32736

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 366  เมื่อ 08 ก.ย. 21, 09:58

เคยเห็นแวบๆ แต่จำไม่ได้ว่าในกระทู้ไหนแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 367  เมื่อ 09 ก.ย. 21, 09:41

จู่ ๆ ชื่อ เรือนไทย ของ อ. ก็ผุดเข้ามาในสมองแล้วนึกไปถึง
สมัยเข้าเรียนชั้น ม. ปลาย ที่ รร. ที่ตั้งติดกับ ม.จุฬา

เช้าวันหนึ่งขณะเดินเข้าประตู รร. ตาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มหอบปึ้งเอกสารยืนเกะกะอยู่แถวนั้น
ใจคิดว่าเค้าคงเอาเอกสารเกี่ยวกับบทเรียนหรือโฆษณา รร. กวดวิชา ที่ฮิตมากในยุคนั้นมาแจก
คิดเสร็จก็ปรี่เข้าไปแบมือขอ

พี่เด็กหนุ่มมองหน้าแล้วพูดว่า หน้าใหม่ละซี

แหม... ตะลึงงันมาก  พี่คนนี้ดูทางในเป็น
ที่ไหนได้ ต่อมาถึงรู้ว่า เธอเห็นเข็มติดหน้าอก ยังเป็นมันวาว  แสดงถึงความเป็นหน้าใหม่นั่นเอง

หลังจากพยักหน้าหงึกหงัก  เธอก็ยื่นเอกสารให้ 1 ฉบับแล้วบอกว่า  อ้ะ... เอาไปอ่าน  ความจริงขายนะ  (ไม่แน่ใจว่าฉบับละเท่าไร  น่าจะ 2-3 บาท)
ถ้าติดใจคราวหน้าค่อยซื้อ

ขอบคุณในความใจดีของเธอ  แล้วคาบเอกสารไปแอบอ่านในห้องเรียน

เอกสารมีลักษณะเหมือนหนังสือพิมพ์แต่เล็กและบางกว่ามาก  ลักษณะเหมือนจัดทำกันเอง  เนื้อหาของบทความข้างในผิดคาดไปจากที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องวิชาการ
มันมีแต่เรื่องไร้สาระที่อ่านแล้วตลกสุดขีด  ความตลกไม่ใช่แบบใน ขายหัวเราะ  น่าจะเหมือนในหนังสือ MAD ของฝรั่งมากกว่า

เอกสารที่ว่ามีชื่อว่า เรือนไทย จัดทำโดยนิสิตคณะ 'ถาปัด  จ่าหัวไว้ว่าเป็นนิตยสารรายสะดวก  ทำเสร็จเมื่อไรก็ออกขายเมื่อนั้น  อ่านแค่นี้ก็จี้แล้ว

เกิดความติดใจตั้งแต่บัดนั้น  ตั้งแต่นั้นขณะเดินเข้าประตู รร. ตาต้องสอดส่ายหาพี่ที่ถือปึ้งเอกสาร 

มันเป็นนิตยสารรายสะดวกจริง ๆ เพราะนานน้าน นานนานจะเห็นซักที

เคยเก็บไว้แต่น่าเสียดาย ปลวก เขมือบไปหมดแล้ว

สงสัยว่า สมัย อ. อยู่ จุฬาฯ  มีหนังสือ เรือนไทย แล้วยังครับ

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11744



ความคิดเห็นที่ 368  เมื่อ 12 ก.ย. 21, 08:24

หนังสือพิมพ์เรือนไทยของนิสิตสถาปัตย์ จุฬาฯ จัดทำครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๐๖

ประวัติและที่มาของหนังสือพิมพ์เรือนไทยอ่านได้ที่ เรือนไทยกะหล่ำปลี
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11744



ความคิดเห็นที่ 369  เมื่อ 12 ก.ย. 21, 08:38

มีตัวอย่างหนังสือพิมพ์อยู่ฉบับหนึ่ง พิมพ์ว่าเป็นฉบับวันอาทิตย์ที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ร.ศ. ๑๕๔ ราคา ๔ บาท มีเนื้อหาชอบกล น่าจะเป็นผลงานของชาวถาปัด จุฬาฯ มากกว่า

วันเดือนปีน่าจะเป็นมุข ส่วนราคาน่าจะเป็นเรื่องจริง ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11744



ความคิดเห็นที่ 370  เมื่อ 12 ก.ย. 21, 08:48

ภาพจาก https://www.facebook.com/groups/1786142224829982/permalink/3772138782896973/



บันทึกการเข้า
ดาวกระจ่าง
มัจฉานุ
**
ตอบ: 89


ความคิดเห็นที่ 371  เมื่อ 12 ก.ย. 21, 20:29

พึ่งทราบว่ามีหนังสือพิมพ์เรือนไทยด้วย ดิฉันเคยได้เห็นแต่นิตยสารเรือนไทย
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 372  เมื่อ 23 ก.ย. 21, 08:57

สงสัยครับ ว่า...

ข้อมูลส่วนใหญ่บอกเหมือนกัน (อาจจะลอกกันมา) ว่า เจ้าจอมใน ร.5 คนสุดท้ายคือ ม.ร.ว. สดับฯ

แต่ในรายชื่อเจ้าจอมที่ลงใน Wikiฯ ยังมีชื่อเจ้าจอมหลังจากนั้นอีก

ขอความกระจ่างครับ

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7161


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 373  เมื่อ 23 ก.ย. 21, 09:14

สงสัยครับ ว่า...

ข้อมูลส่วนใหญ่บอกเหมือนกัน (อาจจะลอกกันมา) ว่า เจ้าจอมใน ร.5 คนสุดท้ายคือ ม.ร.ว. สดับฯ

แต่ในรายชื่อเจ้าจอมที่ลงใน Wikiฯ ยังมีชื่อเจ้าจอมหลังจากนั้นอีก

ขอความกระจ่างครับ



เจ้าจอมสดับ ถวายตัวราว พ.ศ. 2449
เจ้าจอมแส ถวายตัวราว พ.ศ. 2451
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11744



ความคิดเห็นที่ 374  เมื่อ 23 ก.ย. 21, 09:27

ถึงแม้นว่า เจ้าจอมสดับมิใช่เจ้าจอมซึ่งถวายตัวเป็นท่านสุดท้าย แต่ก็เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕ ที่มีชีวิตอยู่เป็นคนสุดท้ายก่อนถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. ๒๕๒๖

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมคนงามในรัชกาลที่ ๕

ภาพลงสี โดย เซบัสเตียน พีท


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 20 คำสั่ง