เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 1890 เรืองเล่าคนเก่าแก่
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11547



ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 19 มี.ค. 21, 08:29

เรื่องของขลัง - ห้ามผู้ชายเดินลอดราวตากผ้า  เพราะถ้าลอดผ้านุ่งผู้หญิง ของขลังในตัวจะเสื่อม

ความเชื่อเรื่องนี้ของไทยเป็นเช่นเดียวกับในพม่า (แม้แตกต่างกันบ้างใน รายละเอียดบางอย่าง) อย่างที่ปรากฏในการชุมนุมต่อต้านคณะรัฐประหารในพม่าเวลานี้

ผู้ชุมนุมประท้วงในพม่าต่างพากันขึงราวตากผ้านุ่งผ้าถุงผู้หญิงขวางถนนเพื่อชะลอการเข้าปราบปรามของตำรวจและทหาร เนื่องจากมีความเชื่อว่าการเดินลอดใต้สิ่งเหล่านี้ถือเป็นโชคร้ายสำหรับผู้ชาย

ภาพจาก Reuters


บันทึกการเข้า
ภศุสรร
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 19 มี.ค. 21, 11:06

  - เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน  สวนทุเรียนไม่ได้อยู่แถวนนทบุรี   แต่อยู่ที่คลองสาน   บริเวณถัดจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาไปจนถึงลาดหญ้า เป็นสวนทุเรียนทั้งนั้น
  - แถวถนนสุขุมวิท ตั้งแต่พ้นทางรถไฟช่องนนทรีไป   เมื่อก่อนเรียกว่า "บางกะปิ"
  - บางกะปิไปสิ้นสุดที่เชิงสะพานพระโขนง  พ้นจากตรงนั้นไปเป็นทุ่งนา


เท่าที่ผมทราบมาจากการพูดคุยกับผู้สูงอายุในพื้นที่ ในสมัยก่อนนั้นบริเวณแถบบางพลีไปจนถึงตำบลบางโฉลงในปัจจุบันก็มีสภาพเป็นทุ่งนาราบลุ่มเช่นเดียวกันครับ คนแก่ยังได้เล่าอีกว่าในอดีตสมัยปู่ย่าตายายนั้นบริเวณบางโฉลงเกือบทั้งหมดอยู่ติดกับท่องทะเล เรียกได้ว่าอยู่ริมทะเลเลยล่ะครับ ชาวบ้านในอดีตนอกจากมีอาชีพทำไร่ทำนาแล้วส่วนใหญ่ก็จะนั่งเรือออกทะเลหาปลาอีกด้วย แต่ทว่าต่อมาเนื่องจากได้มีการถมดินเพื่มพืนที่ทำให้ท่องทะเลนั้นได้เกิดการ’’ถด’’ออกไปราว๑๐กิโลเมตร ส่านตัวกระผมเองนั้นไม่รู้ว่าเรื่องราวดังกล่าวนี้จะเป็นเทศจริงอย่างไร คงต้องขออนุญาตถามเป็นความรู้จากสมาชิกท่านอื่นต่อไปด้วยนะครับ ยิ้ม

‘‘เรื่องราวอันน่าจด ทะเลถดที่บางโฉลง’’
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 19 มี.ค. 21, 20:43

    บางพลีเมื่อ 50-60 ปีก่อนเป็นชนบทค่ะ   จำได้แค่นี้   จากกรุงเทพไปทางตะวันออกเป็นทุ่งนา  อาจมีสวนมะพร้าวขึ้นอยู่บ้าง   แต่ไม่เหมือนฝั่งธนซึ่งเป็นสวนผลไม้หนาแน่น   เพราะได้ดินริมแมน้ำที่เป็นดินอุดมสมบูรณ์
   
บันทึกการเข้า
ภศุสรร
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 19 มี.ค. 21, 21:26

ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เทาชมพูเป็นอย่างสูงสำหรับความรู้นะครับ ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา... ยิ้ม
บันทึกการเข้า
ภศุสรร
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 19 มี.ค. 21, 21:37

เมื่อเดือนก่อนผมได้เดินทางไปสักการะหลวงพ่อโสษรที่แปดริ้ว ระหว่างทางก็ยังพอได้เห็นทุ่งนาอยู่บ้าง บางแห่งตั้งอยู่ติดทางด่วนเลยก็มี นกกระสานกปากห่างยังบินว่อนเป็นวงกลมอยู่เลยล่ะครับ ส่วนตัวนั้นกระผมพอจะคาดคะเนได้ว่าชานเมืองกรุงเทพในสมัยก่อนก็คงมีบรรยากาศไม่ต่างจากจากนี้เป็นแน่
กระผมยังพอมีเรืองเล่าของเหตุการณ์ที่น่าสนใจในบริเวณบางโฉลงอยู่หลายเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่ได้รับฟังมาจากผู้สูงอายุในพื้นที่ทั้งนั้น เดี๋ยวผมมีเวลาเมื่อไหร่จะมาเล่าต่อให้ทุกท่านฟังนะครับ
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 477


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 21 มี.ค. 21, 14:35



โต้เหี่ย ตั้วเหี่ย

เมื่อประมาณ ๓๐ กว่าปีก่อน เคยได้ยินผู้ใหญ่ที่บ้าน ใช้คำนี้ ข้อความกึ่งฟ้องกึ่งปรารภ ประมาณว่า “หนูแป๋วกับเจ้าป๋องเกิดโต้เหี่ยกันใหญ่ตอนกลับจากโรงเรียน เรื่องล้ำเส้นขนมในตู้เย็นกัน”
สำนวน “โต้เหี่ยกัน” เข้าใจว่าหมายถึง ขัดแย้งทุ่มเถียงทะเลาะกันค่อนข้างหนัก ไม่เคยได้ยินจากที่อื่น นอกจากผู้ใหญ่และญาติพี่น้องของท่าน พอคิดจะซักถามหาความกระจ่าง ท่านก็ไม่อยู่ให้ถามแล้ว

 เลยสันนิษฐานเอาเองว่า น่าจะเป็นสำนวนเฉพาะถิ่นของเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา เพราะผู้ใหญ่ที่บ้านและญาติๆพื้นเพเป็นเป็นคนแปดริ้ว อาจจะติดหูติดปากมาจากคนฉะเชิงเทรารุ่นเก่า เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ใหญ่ร้ายแรงที่สุดที่นั่น คือมีอั้งยี่ก่อจราจลขึ้น ถึงขนาดฆ่าเจ้าเมืองตาย ถึงขนาดทางกรุงเทพฯต้องยกกำลังทหารไปปราบ เหตุการณ์จึงสงบลง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรัชกาลที่ ๓ พ.ศ.๒๓๙๑ พระราชพงศาวดารบันทึกหัวเรื่องว่า “เมืองฉะเชิงเทราเกิดจีนตั้วเหี่ย”  คนแปดริ้วรุ่นเก่าคงบอกเล่าสืบทอดกันมา  คนรุ่นปัจจุบันไม่ใช้คำนี้กันนานแล้ว คงใช้คำที่ติดปากติดหูกัน ๖-๗ ปีมานี่มากว่า
บันทึกการเข้า
Naris
องคต
*****
ตอบ: 416


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 22 มี.ค. 21, 09:12

บ้านผมอยู่ริมแม่น้ำครับ สมัยก่อนเคยได้รับการบอกเล่นว่า
1. ถ้าตรงไหนเคยมีคนจมน้ำตาย ให้ระวังให้ดี โดยเฉพาะเมื่อครบรอบปี เพราะผู้ที่ตายไป จะพยายามหาคนอื่นมาแทบที่ตัวเอง
2. คืนเดือนเพ็ญ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบเงือก (บ้านผมมีแพสำหรับใช้เทียบเรือข้ามฟากครับ มีคนที่นอนเฝ้าแพตอนกลางคืนอ้างว่า เคยเห็นด้วยครับ)
3. คุ้งน้ำ ที่มีกระแสน้ำไหลทวนน้ำขึ้นไป เป็นคุ้งน้ำอันตราย อย่าลงเล่น อาจมี ตะพัก (สะกดอย่างนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ ตะพัก คือ หลุมใต้น้ำ ที่มองไม่เห็น)
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11547



ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 22 มี.ค. 21, 09:38

คืนเดือนเพ็ญ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบเงือก (บ้านผมมีแพสำหรับใช้เทียบเรือข้ามฟากครับ มีคนที่นอนเฝ้าแพตอนกลางคืนอ้างว่า เคยเห็นด้วยครับ)

มาเล่าเรื่อง 'เงือก' (สไตล์ล้านนา) น่ากลัวมิใช่น้อย  ตกใจ

ทางล้านนาเชื่อว่าผีเงือกเป็นผีรักษาแม่น้ำใหญ่คอยเอาชีวิตผู้คนที่กระทำขึ้ดทำลายแม่น้ำหรือเป็นผู้ไม่อยู่ในศีลธรรม

ลักษณะเงือกผู้คนล้านนาก็มีเล่าหลายสาย แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เป็นสายหนึ่งว่ากันดังนี้

.....อันว่าผีเงือกมันตั๋วยาวเหมือนดั่งป๋าเหยี่ยน (ปลาไหล) ผิวหนังมีเมือกมื่น (ลื่น) หลืด ๆ หลาด ๆ จับยับมันบ่ได้เมือกไคลมันหนายับก็หลูด...ยับก็หลูด...ส่วนหัวมันเหมือนมุ่มเหมือนงูมีหงอน   มันชอบอยู่ในเงิ้มถืบถ้ำวังน้ำเลิ้ก (ลึก) มันชอบกิ๋นคนที่ไปเปลี่ยนกระแสแม่น้ำ  เยี๊ยะขึ้ดจา (อาถรรพ์) กับแม่น้ำกว๊านใหญ่  ด้วยเหตุที่มันมีเมือกและอยู่ในเงิบนี้เองผู้คนจึงเอาลักษณะเมือกกับเงิบมาผสมกั๋นฮ้อง (เรียก) มันว่า เงือก บ่งบอกลักษณะผีร้ายที่มีเมือกอยู่ในเงิบฝั่งวังน้ำ

วันเดือนดับเดือนเป็ง (วันแรม/วันเพ็ญ ๑๔ หรือ ๑๕ ค่ำ) ผีเงือกจะออกมาหาเหยื่อตะแหลง (แปลงร่าง) เป็นปลาตัวใหญ่บ้าง  บางครั้งตะแหลงเป็นคนเดินตามหาดทรายบ้างตรวจตราท้องน้ำ  หากมันเกิดอารมณ์อยากเล่นน้ำมันจะเล่นน้ำดีดน้ำเสียงดัง..โต้มต้าม....โต้มต้าม..สายน้ำฟ้งกระจายดั่งถูกก้อนหินใหญ่ทุ่มลง   หากผู้คนได้ยินเสียงน้ำจะรีบขึ้นจากแม่น้ำทันทีพร้อมกับสงบปากเงี้ยบ..เงียบไม่ส่งเสียงดังเอะอะโวยวายเพราะกลัวว่าผีเงือกจำเสียงได้หากกลับลงน้ำเมื่อใดผีเงือกก็จะมาลากเอาตัวไป

บันทึกการเข้า
ภศุสรร
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 22 มี.ค. 21, 10:58



โต้เหี่ย ตั้วเหี่ย

เมื่อประมาณ ๓๐ กว่าปีก่อน เคยได้ยินผู้ใหญ่ที่บ้าน ใช้คำนี้ ข้อความกึ่งฟ้องกึ่งปรารภ ประมาณว่า “หนูแป๋วกับเจ้าป๋องเกิดโต้เหี่ยกันใหญ่ตอนกลับจากโรงเรียน เรื่องล้ำเส้นขนมในตู้เย็นกัน”
สำนวน “โต้เหี่ยกัน” เข้าใจว่าหมายถึง ขัดแย้งทุ่มเถียงทะเลาะกันค่อนข้างหนัก ไม่เคยได้ยินจากที่อื่น นอกจากผู้ใหญ่และญาติพี่น้องของท่าน พอคิดจะซักถามหาความกระจ่าง ท่านก็ไม่อยู่ให้ถามแล้ว

 เลยสันนิษฐานเอาเองว่า น่าจะเป็นสำนวนเฉพาะถิ่นของเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา เพราะผู้ใหญ่ที่บ้านและญาติๆพื้นเพเป็นเป็นคนแปดริ้ว อาจจะติดหูติดปากมาจากคนฉะเชิงเทรารุ่นเก่า เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ใหญ่ร้ายแรงที่สุดที่นั่น คือมีอั้งยี่ก่อจราจลขึ้น ถึงขนาดฆ่าเจ้าเมืองตาย ถึงขนาดทางกรุงเทพฯต้องยกกำลังทหารไปปราบ เหตุการณ์จึงสงบลง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรัชกาลที่ ๓ พ.ศ.๒๓๙๑ พระราชพงศาวดารบันทึกหัวเรื่องว่า “เมืองฉะเชิงเทราเกิดจีนตั้วเหี่ย”  คนแปดริ้วรุ่นเก่าคงบอกเล่าสืบทอดกันมา  คนรุ่นปัจจุบันไม่ใช้คำนี้กันนานแล้ว คงใช้คำที่ติดปากติดหูกัน ๖-๗ ปีมานี่มากว่า

คำว่า’’ตั่วเหี่ย’’ ในภาษาจีนถิ่นหมิ่นหนา
บันทึกการเข้า
ภศุสรร
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 22 มี.ค. 21, 11:01

คำว่า’’ตั่วเหี่ย’’ ในภาษาจีนถิ่นหมิ่นหนาน หมายถึงภาษาจีนถิ่นแต้จิ๋วและฮกเกี้ยนไม่มีในภาษาจีนกลางมาตรฐาน จะมีความหมายว่า’’พี่ใหญ่’’ครับ คำว่าตั่วเหี่ยนี้นอกจากจะสามารถใช้เรียกเพศชายที่มีอายุไกล้เคียงหรือมากกว่าเหมือนกับคำว่า’’พี่’’ในภาษาไทยแล้วนั่น ในภาษาจีนแต๋จิ๋วยังเป็นคำที่ใช้เรียกหัวหน้ากลุ่มหรือหัวหน้าวงในบรรดากลุ่มโจรขโมยและนักเลงในสมัยก่อนได้อีกด้วยครับ
บันทึกการเข้า
ภศุสรร
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 22 มี.ค. 21, 11:05

ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกและอาจารย์ทุกท่านเป็นอย่างสูงด้วยนะครับสำหรับคำตอบ ตอนผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาแรกๆๆก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้สนใจเยอะขนาดนี้ครับ สำหรับตัวกระผมนั้นจะต้องขออนุญาตมาเล่าเรื่องราวแปลกประหลาดที่บางโฉลงอีกทีในตอนเย็นนะครับ หวังว่าทุกท่านจะได้รับฟังด้วยนะครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 22 มี.ค. 21, 16:33

มาทักทายคุณ Jalito ค่ะ นานๆจะเข้ามาคุยด้วยสักที    เดี๋ยวจะต้องไปซื้อล็อตเตอรี่

เรื่องผี ที่เล่ากันมาแต่ดั้งเดิม เป็นเรื่องฮิทติดอันดับทุกยุคทุกสมัย    ในกรุงเทพสมัยหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน ภูมิประเทศเป็นใจ   ต้นไม้ขึ้นหนาทึบทุกหนทุกแห่งเพราะยังไม่มีคอนกรีตลาดทับอย่างทุกวันนี้   ผีจึงมีที่อยู่อาศัยมากมาย เรียกว่าอยู่ใกล้คนนิดเดียว
ผีที่อยู่ใกล้บ้านมีอะไรบ้าง
-นางตานี
สมัยนั้นกล้วยปลูกกันอยู่ทุกบ้าน  ไม่ต้องรดน้ำเพาะเม็ดหรือหาหน่อมาปลูก  มันก็ขึ้นของมันเอง   แต่กล้วยที่มีผีสิงสู่อยู่คือกล้วยตานี   กล้วยอื่นๆเช่นกล้วยน้ำว้า  กล้วยหอม  กล้วยไข้  ไม่มีผี
ผีตานีมีเฉพาะเพศหญิง และเป็นหญิงสาว เรียกว่านางตานี  ไม่มีเด็กหญิงตานีหรือคุณป้าคุณยายตานี  ห่มสไบสีเขียวตองอ่อน    ปรากฏกายให้มนุษย์หนุ่มเห็น  ถ้าเป็นคนแก่ ผู้หญิงหรือเด็ก นางตานีจะไม่สนใจนัก
ตามบ้านต่างๆจึงไม่ค่อยปลูกกล้วยตานีเพราะความเชื่อข้อนี้
- ผีบ้านผีเรือน  ว่ากันว่าเป็นบรรพบุรุษที่ยังวนเวียนดูแลลูกหลานอยู่   หรือไม่ก็เป็นวิญญาณของเจ้าของที่ดินเดิม ก่อนเจ้าของบ้านปัจจุบันมาปลูก
- นางตะเคียน ทำนองเดียวกับนางตานี  แต่สิงสู่อยู่ในต้นตะเคียน  เมื่อเอาไม้ตะเคียนมาทำเป็นเรือ  นางก็จะมาเป็นแม่ย่านางเรือ
ใครนึกออกอีกบ้างคะ

อ้อ  จีนตั้วเหี่ย ก็คือจีน"อั้งยี่"ค่ะ  น่าจะเป็นชื่อที่อั้งยี่เรียกหัวหน้าหรือลูกพี่   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11547



ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 23 มี.ค. 21, 09:05

มาเล่าเรื่อง ตั้วเหี่ย เพิ่มเติม คำนี้อักษรจีนเขียนว่า 大兄 แปลตรงตัวคือ พี่ใหญ่

มีภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่องหนึ่งชื่อว่า 唐山大兄 แต้จิ๋วอ่านว่า ตึ่งซัวตั่วเฮีย จีนกลางคือ ถางซานต้าซวง หมายถึงพี่ใหญ่จากเมืองจีน ชื่อภาษาอังกฤษคือ The Big Boss ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำที่ปากช่องเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ ฉายในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ในชื่อว่า ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง เป็นเรื่องเปิดตัวของดารากังฟูคนดัง บรูซ ลี



ฉากที่เปิดตัว บรูซ ลี คือฉากในโรงน้ำแข็งดำรงไทย อยู่บนถนนมิตรภาพ ทางขวามือก่อนเข้าตัวอำเภอปากช่อง เจ้าของขณะนั้นคือเตี่ยของอาจารย์โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ก๋งของคุณจอห์น วิญญู นั่นเอง



บันทึกการเข้า
unicorn9u
อสุรผัด
*
ตอบ: 44


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 23 มี.ค. 21, 09:58

เคยได้ยินเรื่อง "เสือ" ที่ยายเล่าให้ฟังสมัยตอนเด็ก แต่ก็เลือนรางเต็มทน
พอโตขึ้นมาหน่อย ถึงได้รับรู้ว่า เสือที่ยายพูดถึงนั้นมีอยู่จริง จากการที่นำมาสร้างหนังหลายต่อหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะ เสือดำ เสือใบ เสื้อฝ้าย เสือมเหศวร
เสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้มีความรู้พอที่จะซักถาม แต่ยายเล่าว่า เวลาจะปล้น จะมีใบบอกมาก่อน ชาวบ้านก็จะหอบลูกเต้าหนีไปที่อื่นชั่วคราว
แต่ยายเล่าว่า เสือ ก็ไม่ได้ปล้นทุกบ้าน และไม่ได้มีการฆ่า หรือเผาทำลายใดๆ ก็นับถือน้ำใจคนยุคก่อนอยู่บ้าง
เป็นเรื่องเล่าของคนแถบ สิงห์บุรี อ่างทองครับ หากท่านใดพอจะทราบ หรือได้ยินได้ฟังมาอย่างไรแชร์สู่กันฟังได้ครับ
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 477


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 23 มี.ค. 21, 13:05

มาทักทายคุณ Jalito ค่ะ นานๆจะเข้ามาคุยด้วยสักที    เดี๋ยวจะต้องไปซื้อล็อตเตอรี่

สวัสดีครับอาจารย์เทาชมพู
ก่อนอื่นเนื่องจากทราบว่าเดือนนี้เป็นเดือนเนื่องในวันสำคัญของอาจารย์ จึงขออนุญาตใช้พื้นที่กระทู้นี้อวยพรแม้จะผ่านมา หลายวันแล้วก็ตาม
ขอให้อาจารย์มีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจเข้มแข็ง เพื่อจะได้มีพลังสร้างสรรค์งานประดับวงวรรณกรรมต่อไปได้นานๆ แม้นหากอยากเช็คดวงบ้าง ดังที่ปรารภไว้ข้างบน ก็ขอให้ถูกรางวัลซ้ำๆซ้อนๆจนเกินที่จะนับเทอญ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง