เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 183 อยากรู้ว่ารัชกาลที่๕ พระองค์ทรงทอดอะไรกันเเน่
dukedike
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


 เมื่อ 08 ต.ค. 20, 08:12

สอบถามอาจารย์ทุกท่านครับ อาหารที่พระองค์ทรงทำอยู่ในกระทะ คืออะไรกันเเน่เท่าที่ทราบกันทั่วไป พระองค์ทรงทอดปลาทู มีหลักฐานอะไรที่ยืนยันได้มั้ยครับ ว่าในกระทะคือปลาทู ขอบคุณมากครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11420



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 ต.ค. 20, 08:47

เป็นพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ ๕  ฝีมือเจ้าจอมเอิบ  ทรงทำกับข้าวแบบลำลองที่พระตำหนักเรือนต้น พระที่นั่งวิมานเมฆ

สิ่งที่อยู่ในกระทะ สันนิษฐานว่าคือ "ปลาทู" ด้วยว่าปลาทูทอดเป็นเมนูโปรดของท่าน


ดร. กัณฑาทิพย์ สิงหะเนติ เขียนเล่าไว้ในหนังสือ “ย้อนรอยเจ้าจอมก๊กออ ในรัชกาลที่ ๕” ว่า

สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงโปรดเสวยปลาทูเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้นถือว่าปลาทูเป็นของหรู เสด็จเมืองเพชรคราวใดก็มักจะเอ่ยถึงปลาทูเสมอ บุญมี พิบูลย์สมบัติ จากบทความ “ข้าวต้มสามกษัตริย์”  หน้า ๒๐๕-๒๐๖ ในหนังสือ พระปิยมหาราชกับเมืองเพชร กล่าวว่า

“ปลาทูก็เป็นของกินอร่อย เพราะตัวโต และมีจำนวนมาก”

และอีกตอนว่า

“เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ เสด็จมาเมืองเพชรบุรี แต่ละคราวของกินในฤดูกาลปลาทูชุก ก็ทรงโปรดเสวยปลาทูเป็นอย่างมาก เช่น เมื่อคราวเสด็จประพาสเพชรบุรีเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๒ ในวันที่ ๑๔ กันยายน ได้เสด็จลงเรือเล็ก ๒ ลำ มีเจ้าพนักงานเตรียมของแห้ง และเครื่องครัวขึ้นไปเที่ยวตอนเหนือลำน้ำเพชรบุรีจนถึงท่าเสน แล้วจอดเรือเสด็จขึ้นไปทำกับข้าวกลางวันกินกันที่ท่าน้ำวัดท่าหมูสี หรือวัดศาลาหมูสี”

พระราชหัตถเลขาจากเพชรบุรี ฉบับที่ ๕ วันที่ ๑๕ กันยายน ร.ศ. ๑๒๘ ที่มีมาถึงมกุฎราชกุมาร หน้า ๓๑ ได้กล่าวถึงเรื่องปลาทูไว้ว่า

“น้ำที่เพชรบุรีวันนี้ขึ้นสูงอีกมาก แต่ถ้าฝนไม่ตกก็น่าจะยุบลงได้อีก อากาศวันนี้แห้งสนิท มีฝนประปรายบ้างในเวลาจวนพลบ แต่ก็ไม่ชื้น มีความเสียใจที่จะบอกว่าปลาทูปีนี้ใช้ไม่ได้ ผอมเล็กเนื้อเหลว และมีน้อย ไม่ได้ทุกวันด้วย”

หรือในพระราชหัตถเลขาจากเพชรบุรีถึงพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ หน้า ๑๐๙ ที่ว่า

“พระยาบุรุษ

วันนี้เห็นปลาทูตัวโต ควรจะมีการเลี้ยงได้เช่นเมื่อปีกลายนี้ เป็นอาหารเช้าเวลาก่อฤกษ์แล้วให้ไปคิดจัดการกับพระยาสุรินทร์และกรมดำรง จะหาปลาได้ฤๅไม่”

หรืออีกฉบับหนึ่งจากเพชรบุรีถึงพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภเช่นกัน

“พระยาบุรุษ

ปลาทูที่ได้มา ให้แจกไปตามเจ้านายและขุนนางคนละตัวสองตัว เพราะได้มาไม่ทันเลี้ยง”

หรือสำเนาพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๘ ที่มีมาถึงพระราชชายา เจ้าดารารัศมี จากหนังสือ ราชสำนักสยาม ของ ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ หน้า ๖๕ มีพระดำรัสถึงปลาทูไว้ว่า

“หมู่นี้ฝนชุกหาเวลาเที่ยวยาก....ในเดือนสิงหาคมคิดจะไปกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรีสอนกินปลาทูเสียใหม่อีกสักที เพราะเหตุที่หมู่นี้กินไม่ได้ เหม็นคาว....”

บทความเรื่อง “ข้าวต้มสามกษัตริย์” ในหนังสือ พระปิยมหาราชกับเมืองเพชร ของ บุญมี พิบูลย์สมบัติ หน้า ๒๐๖ เล่าถึงการที่ทรงเอาจริงเอาจังมากกับปลาทู ซึ่งเป็นอาหารโปรดเวลาที่เสด็จเมืองเพชร และคนทอดปลาทูที่ถูกใจก็เห็นมีแต่เจ้าจอมเอิบเท่านั้น

“การเสวยปลาทูนั้น ในรัชกาลที่ ๕ ทรงพิถีพิถันมาก แม้แต่คนทอดปลาทูก็ทรงใช้คนที่มีความรู้ความเข้าใจในการปรุง การทำให้ถูกต้องคือกินอร่อย ใช่สักแต่ว่าทำได้พอเสร็จ โดยเฉพาะทรงเลือกหาคนทอดปลาทูที่ถูกใจ และมีฝีมือตามพระราชประสงค์นั้นคงได้แก่ เจ้าจอมเอิบ ซึ่งเป็นท่านหนึ่งในจำนวนเจ้าจอมจากสกุลเมืองเพชร ๘ ท่านนั่นเอง”

ในงานขึ้นพระตำหนักพญาไท  เมื่อเดือนพฤษภาคม ร.ศ. ๑๒๙ ก็ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงพระยาบุรุษในเรื่องการทอดปลาทู โดยให้รถไปรับเจ้าจอมเอิบมาที่พระตำหนักพญาไทเพื่อมาทอดปลาทูโดยเฉพาะ ดังความว่า

สวนดุสิต
๒๘ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๒๙

พระยาบุรุษ

เรื่องทอดปลาทูข้าอยู่ข้างจะกลัวมาก ถ้าพลาดไปแล้วข้ากลืนไม่ลง ขอให้จัดตั้งเตาทอดปลาที่สะพานต่อเรือนข้างหน้าข้างใน บอกกรมวังให้เขาจัดรถให้นางเอิบออกไปทอดเตรียมเตาและกระทะไว้ให้พร้อม”

นอกจากจะโปรดเสวยปลาทูแบบที่ทอดตามปกติแล้ว สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงคิดเมนูใหม่โดยนำปลาทูมาทำข้าวต้ม เรียก “ข้าวต้มสามกษัตริย์” ตามที่ บุญมี พิบูลย์สมบัติ เล่าไว้ในบทความเรื่อง “ข้าวต้มสามกษัตริย์” ในหนังสือ พระปิยมหาราชกับเมืองเพชร หน้า ๒๐๗ ความว่า

“ข้าวต้มสามกษัตริย์ ประกอบด้วย ปลาทู หมึก และกุ้ง ที่ได้สด ๆ จากทะเล ปรุงเป็นข้าวต้มอย่างง่าย ๆ ตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงคิดคราวเสด็จประพาสทางทะเล ขณะเสด็จจากปากอ่าวแม่กลอง จะมายังปากอ่าวบ้านแหลม มายังจังหวัดเพชรบุรี”
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32467

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 ต.ค. 20, 09:18

       เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาพระกระยาหารโปรดอีกตำรับหนึ่ง คือ “ปลาทูทอดเจ้าจอมเอิบ” เราได้ค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ จนได้พบกับหนังสือ ย้อนรอยเจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเขียนโดย ดร.กัณฑาทิพย์ สิงหะเนติ ผู้เป็นสายสกุลบุนนาค ชั้นที่ 5 ทว่าเมื่อสอบถาม ดร.กัณฑาทิพย์แล้วก็ได้ทราบว่า ตำรับและวิธีการทอดปลาทูแบบเจ้าจอมเอิบไม่มีใครได้บันทึกหรือสืบต่อเอาไว้เลย มีเพียงพระราชหัตถเลขาที่ทรงเขียนถึงเรื่องราวของ ปลาทู เอาไว้อย่างมากมายหลายครั้ง ซึ่งพอทำให้ทีมงานคาดคะเนความเป็นไปได้ว่า วิธีการทอดปลาทูของเจ้าจอมเอิบน่าจะมีส่วนคล้ายกับ วิธีการทอดปลาทูของคนเพชรบุรี เหตุเพราะเจ้าจอมเอิบเป็นชาวเพชรบุรีโดยกำเนิด มีบิดาเป็นเจ้าเมืองเพชรบุรีนั่นเอง

      เราจึงได้ไปสืบเสาะค้นหาคนพื้นถิ่นเพชรบุรี ซึ่งเราก็ได้พบกับ คุณวันงาม พระดาเวชช ชาวบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ผู้เผยถึง วิธีการทอดปลาทู แบบคนเมืองเพชรให้กับเราฟังว่า

     “ค่านิยมการทอดปลาทูของคนเพชรบุรีเพื่อให้กินอร่อยโดยเฉพาะกินกับ น้ำพริกปลาทู นั้นเราต้องทอดในแบบที่เรียกว่า “ทอดปลาทูเป็น” คือ ไม่ทอดให้หนังปลาเหลืองเข้มเกินไปหรือกลายเป็นสีน้ำตาล และไม่ทอดจนเนื้อปลาแห้งกรอบ แต่จะทอดให้เป็นสีเหลืองทองอ่อน ๆ หนังปลากรอบแบบอ่อน ๆ เนื้อปลายังนุ่มชุ่มฉ่ำจากไขมันธรรมชาติของปลา และจะไม่ทอดนานเพราะปลาทูนึ่งสุกมาแล้ว การทอดนี้เป็นเพียงการดับคาวและช่วยให้เนื้อปลาหอมขึ้นเท่านั้นส่วนสีของ ปลาทู ซึ่งทอดเสร็จแล้วจะยังคงมีสีเฉกเช่นก่อนนำไปทอด”

     หลังจากที่ทีมงานได้ลองทอดปลาทูตามแบบคนเมืองเพชรแล้ว ก็ทำให้ถึงบางอ้อทันทีว่าปลาทูที่ทอดด้วยวิธีนี้อร่อยที่สุด ไม่เหม็นคาว และมีกลิ่นหอม จนทำให้ลืมการทอดปลาทูกรอบ ๆ แบบเดิมไปเลย ซึ่งน่าจะสามารถเทียบเคียงกับตำรับการทอดปลาทูในตำนานของเจ้าจอมเอิบได้ไม่มากก็น้อย

วิธีเลือกซื้อปลาทู แบบคนเพชรบุรี
นอกจากมาตรฐานการเลือกปลาทูตามที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว เช่น หน้างอ คอหัก ท้องไม่แตก ตานูนใส เรายังมีวิธีการเลือกที่พิเศษเพิ่มขึ้นอีก คือ ผิวปลาจะต้องบางตึงเป็นมันวาว ตัวแป้น สั้น ป้อม ตาเล็กปากแหลมโคนหางไม่เป็นสัน หากเป็นสันเนื้อปลาจะแข็ง

ปลาทูทอดแบบเพชรบุรี
ส่วนผสม (สำหรับ 6 ตัว) เตรียม 5 นาที ปรุง 20 นาที

ปลาทู 6 ตัว
น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย
วิธีทำ

ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปกะว่าพอท่วมตัวปลา รอจนน้ำมันร้อนใส่ปลาลงไป แล้วหรี่ไฟลงเล็กน้อย ทอดต่อด้วยระดับไฟเท่าเดิมจนรู้สึกกว่าปลาสุก (ประมาณ 3 – 5 นาที) แต่อย่าให้นานเกินไปจนเหลืองกรอบ แล้วจึงกลับปลาอีกด้านขึ้นมา แต่ถ้าระหว่างนี้รู้สึกว่าปลาจะติดกระทะให้ปิดไฟหรือยกกระทะขึ้น ปลาจะลอยตัวขึ้นมาไม่ติดกระทะและยังทำให้หนังปลาสวยอยู่

https://goodlifeupdate.com/healthy-food/84034.html
บันทึกการเข้า
dukedike
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 ต.ค. 20, 09:42

ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านสำหรับข้อมูลครับผม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.029 วินาที กับ 19 คำสั่ง