เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 1554 ขยะสีดำใต้พรมทำเนียบขาว
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32435

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 17 ก.ค. 20, 11:28

   กฎหมายในอเมริกายุคนั้นไม่ได้ให้สิทธิ์ใดๆแก่ทาสหญิง    เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่ปฏิเสธความสัมพันธ์ทางเพศ   อธิบายอีกทีคือกฎหมายเปิดทางให้ข่มขืนทาสหญิงได้โดยทาสไม่มีสิทธิ์จะขัดขืนหรือไปโวยวายกับใคร     ดังนั้นเมื่อกลับมาอยู่ที่เวอร์จิเนีย      แซลลี่ก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือของเจฟเฟอร์สันอีกครั้งหนึ่ง
   แซลลี่ยังคงใช้ชีวิตอย่างหญิงรับใช้อยู่ในคฤหาสน์ของเจฟเฟอร์สัน พร้อมกับมีลูกให้เขาคนแล้วคนเล่า เด็กๆเติบโตขึ้นมาอย่างทาสในบ้านเช่นกัน   ลูกชายได้ฝึกอาชีพสำหรับทำงานให้นาย  คือเป็นช่างไม้ประจำบ้าน  ส่วนผู้หญิงก็เป็นสาวรับใช้
   เจฟเฟอร์สันไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแซลลี่จนแล้วจนรอด  คือไม่ได้ฉีกสัญญาทาส  ปล่อยเธอเป็นไทแก่ตัว   แต่เมื่อลูกสองคนแรกรอดชีวิตมาจนโตเป็นหนุ่มสาว   เขาก็อนุญาตทั้งสอง (คือลูกชายชื่อเบฟเวอร์ลี่และลูกสาวชื่อแฮเรียต)ให้ออกจากบ้านไปใช้ชีวิตอิสระได้   แต่ไม่ยอมลงนามในสัญญาอนุญาตปลดปล่อยทาส    พูดง่ายๆคือยอมให้ออกจากบ้านไปตั้งถิ่นฐานที่อื่นได้โดยพฤตินัย   แต่โดยนิตินัยหรือตามกฎหมาย    หนุ่มสาวทั้งสองยังมีชื่ออยู่ในฐานะทาสของเขาเช่นเดิม
  เหตุผลนี้เองทำให้เบฟเวอร์ลี่และแฮเรียตเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล     ในเมื่อทั้งสองมีเลือดผิวขาวอยู่ถึง 87.5% มีเลือดผิวดำแค่ 12.5 % ( เพราะพ่่อผิวขาว 100%  และแม่มีเลือดผิวขาว 75% ผิวดำแค่ 25%)   ก็ตัดสินใจจะปกปิดเลือดผิวดำเอาไว้    แสดงตัวเป็นคนขาว เพื่อย้ายเข้าไปอยู่ในสังคมคนขาวได้โดยไม่มีใครสงสัย 
  ข้อนี้ทำให้เรื่องราวของลูกชายลูกสาวนอกกฎหมายของเจฟเฟอร์สันในส่วนนี้หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์   ไม่มีใครแกะรอยได้ว่าเขามีลูกหลานสืบต่อมาหรือไม่ 
บันทึกการเข้า
pratab
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 17 ก.ค. 20, 15:47

เรียนคุณเทาชมพูู ผมไม่เคยได้ทราบหรืออ่านเกี่ยวกับทาสที่เคยมีในปรเทศไทย ไม่ทราบว่ามีสถานะเหมือนทาสในสหรัฐอเมริกาหรือในยุโรปหรือไม่ ขอความกรุณาเล่าให้ฟังบ้างครับ ขอบพระคุณมาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32435

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 17 ก.ค. 20, 15:49

เล่ากระทู้นี้จบแล้วจะไปค้นเรื่องทาสในสยามมาให้อ่านนะคะ   
ขอให้คุณ Pratab อดใจรอหน่อยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32435

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 18 ก.ค. 20, 09:31

  แซลลี่และลูกชายอีก 2 คนชื่อเมดิสันและเอสตัน ยังคงใช้ชีวิตใต้ใบบุญของเจฟเฟอร์สัน ในสถานะเดิม จนกระทั่งเขาถึงแก่กรรมในปี 1826  ในพินัยกรรมของเขาระบุไว้ว่าให้ปลดปล่อยทาสหนุ่มทั้งสองเป็นอิสระ     แต่ไม่ได้ระบุแซลลี่เอาไว้ด้วย  รวมทั้งทาสอื่นๆอีกนับร้อยก็ยังเป็นทาสอยู่ต่อไป
  มาร์ธาลูกสาวของเจฟเฟอร์สัน( ซึ่งถ้านับตามสายเลือดคือหลานน้าของแซลลี่)  อนุญาตให้เธอออกจากบ้านเป็นไทแก่ตัวได้ หลังจากเจฟเฟอร์สันถึงแก่กรรม    เธอก็ออกจากบ้านไปพร้อมกับลูกชายทั้งสอง  ไปอาศัยอยู่ในเมืองชาล็อตสวิลล์จนถึงแก่กรรมในปี 1835  คือ 9 ปีต่อมา  เป็นมรณกรรมของหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง เงียบเชียบ  ปราศจากการรับรู้ใดๆของโลกภายนอก  
  หลังจากมารดาถึงแก่กรรม  ลูกชายทั้งสองก็ย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในรัฐโอไฮโอ    เมดิสันยังคงใช่นามสกุลแม่   ส่วนเอสตันเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเจฟเฟอร์สัน   ทั้งสองเปิดเผยกับลูกหลานว่าเขาสืบสายเลือดมาจากประธานาธิบดีเจฟเฟอร์สัน  แต่ก็ไม่เคยมีสิทธิ์ใดๆในมรดกของตระกูล  หรือแม้แต่ได้รับการยอมรับจากพี่ๆคนละแม่ที่เป็นคนผิวขาวล้วน
  ลูกหลานตามกฎหมายของเจฟเฟอร์สันปฏิเสธเรื่องนี้   ไม่ยอมรับว่ามีพี่น้องคนละแม่อีกกลุ่มหนึ่งที่มีเลือดคนดำ  เวลาผ่านไปนับร้อยปีจนมีการพิสูจน์ DNA กันได้    ก็พบว่า DNA ของลูกหลานทั้งสองกลุ่มนี้เข้ากัน  
  ขยะใต้พรมจึงถูกเปิดเผยออกมา ในที่สุด

  รูปข้างล่างนี้คือหลานย่าและเหลนของแซลลี่ค่ะ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32435

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 24 ก.ค. 20, 11:20

    ประธานาธิบดีหลายคนของอเมริกามีทาสในครอบครองเป็นจำนวนมาก   ซื้อขายทาสกันเป็นล่ำเป็นสัน  ในยุคที่การมีทาสยังเป็นเร่องถูกต้องตามกฎหมาย   ประธานาธิบดีบางคนก็ถึงขั้นต่อต้านร่างกฎหมายเลิกทาสเสียด้วยซ้ำ  ทั้งๆพูดกันเต็มปากในทำเนียบขาวว่า อเมริกาคือดินแดนแห่งเสรีภาพ 
    มาดูกันว่ามีใครบ้างนะคะ
    จอร์จ วอชิงตัน          มีทาส  317     คน
    โธมัส  เจฟเฟอร์สัน    มีทาส   600+    คน
     เจมส์ เมดิสัน            มีทาส  100+     คน
    เจมส์  มอนโร             มีทาส    75   คน
    แอนดรูว์  แจ๊คสัน        มีทาส   200    คน
    มาร์ติน  แวน บูเรน      มีทาส   1    คน
    วิลเลียม เฮนรี่ แฮรืสัน    มีทาส  11    คน
    จอห์น ไทเลอร์           มีทาส   70    คน
   เจมส์  เอ. โพลค์         มีทาส   25    คน
   แซคเคอรี่ เทเลอร์        มีทาส  150     คน
   แอนดรูว์   จอห์นสัน      มีทาส    8   คน
   ยูลิซิส   แกรนท์          มีทาส   1    คน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32435

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 24 ก.ค. 20, 11:26

  ความขัดแย้งกันเรื่องมีทาสหรือไม่มีทาส ก่อตัวมาเรื่อยๆหลายสิบปีจนกระทั่งระเบิดขึ้นเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้     หลังจากฝายใต้(ที่สนับสนุนการมีทาส)พ่ายแพ้ฝ่ายเหนือ ที่ต้องการเลิกทาส   กฎหมายเลิกทาสก็ออกมาหลังสงครามสิ้นสุดลง   
   ทาสทั้งหลายที่ทนทุกข์ทรมานมานับร้อยปี ก็ได้รับอิสรภาพ 
   ถึงกระนั้น ความไม่เสมอภาคยังดำรงต่อมาอีกนานหลายทศวรรษ  จนกระทั่งมีการระเบิดออกมาหลายครั้ง   ครั้งล่าสุดคือคดีจอร์จ ฟลอยด์ ที่ถูกตำรวจผิวขาวทารุณจนตาย 

   เบื้องหลังประธานาธิบดีและคนสำคัญๆหลายคนในประวัติศาสตร์ ที่รูปปั้นถูกโค่นถูกทำลายในการประท้วงครั้งนี้ ก็คงจะทำให้หลายคนเข้าใจได้ดีขึ้น ถึงที่มาที่ไป
   หลายคนคงเรียนรู้ว่า เบื้องหลังวีรกรรมของคนสำคัญเหล่านี้ ผลประโยชน์ส่วนตัวย่อมมาก่อนประเทศชาติอยู่ดี
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6316


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 24 ก.ค. 20, 14:49

          นอกจากอนุสรณ์ของปธน.ที่มีทาสในครอบครองถูกโค่นล้มลงไปแล้ว อนุสรณ์รำลึกการเลิกทาส(Emancipation Memorial)
ที่เป็นรูปปั้นท่าน Lincoln กับทาสที่ Washington, D.C. และ(แบบจำลอง) ที่ Boston’s Park Square ก็ยังโดนเพ่งเล็งเข้าข่าย
ควรย้ายลงด้วย
          ผ่านไปเกือบ 150 ปี, การออกแบบให้ทาสอยู่ในท่านั่งคุกเข่าหนึ่งข้างเบื้องหน้าท่านปธน.ที่ยืนยื่นมือขึ้นเหนือตัวทาส ก็ได้กลายมา
เป็นประเด็นในศตวรรษนี้ ด้วยการมองว่าเป็นลักษณาการแสดงถึงความต้อยต่ำจำนนของทาส และความเหนือกว่าของคนขาว
          แต่ ยังมีประเด็นอื่นอีกที่ทำให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ซับซ้อนและเป็นที่ถกเถียงว่าควรย้ายลงหรือคงไว้หรือให้ปรับ
          ทั้งในแง่การตีความว่า ทาสนั้นอยู่ในท่าที่กำลังจะลุกขึ้นยืนต่างหาก คุณค่าในแง่งานศิลปกรรม คุณค่าทางประวัติศาสตร์การสร้าง และ
เกียรติประวัติของตัวทาสต้นแบบผู้นั้นคือหนึ่งในผู้ประกอบวีรกรรมเสี่ยงชีวิตช่วยรักษาชีวิตคนอื่นมากมายในช่วงสงครามเลิกทาส


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32435

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 24 ก.ค. 20, 16:28

มองว่าช่างยังไม่สามารถจะทำให้ประธานาธิบดีและทาสยืนตัวตรงเสมอกันได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
Naris
องคต
*****
ตอบ: 415


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 30 ก.ค. 20, 11:29

ผมมองว่า คิดมากไปครับ การทำงานศิลป์ (รูปปั้น รูปสลัก หรือภาพวาด) เกี่ยวกับเหตุการณ์การให้ความช่วยเหลือผู้ด้วยโอกาส โดยธรรมชาติงานนั้นก็ต้องสื่อได้ชัดว่า ผู้ที่มาช่วยคือคนไหน และผู้ที่ได้รับการช่วยคือคนไหน ขืนทำรูปปั้น มนุษย์สองคนแต่งกายดีเสมอกัน ยืนกอดคอกัน จะสื่อว่า นี่เป็นเหตุการณ์ปลดปล่อยทาสได้อย่างไรกันครับ

นี่ถ้ามีแนวคิดอย่างนี้ ผมหละเสียวแทนรูปปั้นหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเคยมีคนแซวหลายทีแล้วว่า ขนาดรูปปั้นหน้ากรมยัง "อุ้ม" ประชาชนเลย (ฮ่า) ถ้าตีความตามตัวอักษรรูปปั้นนี้ เห็นที่จะได้ไปพักผ่อนในร่มแน่ครับ
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 30 ก.ค. 20, 13:42

ตลกของนักกฎหมายล้ำลึกยิ่งนัก ข้าน้อยขอคารวะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง