เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 505 ขยะสีดำใต้พรมทำเนียบขาว
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 24 มิ.ย. 20, 17:08

มีที่มาจากกระทู้ 2020 อเมริกาจลาจล  จากกระทู้ของคุณหมอ SILA ค่ะ
น่าสนใจมาก ขอบคุณคุณหมอ SILA ค่ะ  
http://www.reurnthai.com/index.php?topic=7125.new#new

        มหกรรมโค่นล้มอนุสาวรีย์ในอเมริกาที่ระบาดตามหลังโควิดนี้ มีอนุสวารีย์เด่นๆ ที่ตกลงจากแท่นมากมาย
(วิกี้มีรวบรวมรายการ List of monuments and memorials removed during the George Floyd protests)
 เช่น      อดีตปธน. Ulysses Grant ผู้ยุติสงครามกลางเมือง - มีทาสในครอบครอง
        Francis Scott Key ผู้ประพันธ์เพลงชาติ Star Spangled Banner - มีทาสในครอบครอง
     และ เป็นข่าวล่าสุดคือ  Equestrian statue of Theodore Roosevelt ที่ the American Museum of Natural History, New York  ตั้งตระหง่านมาแต่ปี 1940 ถึงวันนี้ทางการนิวยอร์คจะดำเนินการย้ายออกไปเอง
         หลังจากทราบข่าวปธน. ทรัมป์ทวิตว่า  "Ridiculous, don't do it!"


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 07:50

    ก่อนที่จะมาเป็นสหรัฐอเมริกา ที่ชูคำขวัญว่าดินแดนแห่งเสรีภาพ    ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นอาณานิคมมาก่อน     ผลผลิตจากที่นี่ไม่ใช่อุตสาหกรรมแต่เป็นเกษตรกรรม  เ็ป็นไร่กว้างใหญ่ชนิดครอบคลุมภูเขาได้ทั้งลูก   จึงต้องใช้แรงงานคนจำนวนมหาศาล    แรงงานเหล่านี้คือคนผิวดำซึ่งมาจากคนพื้นเมืองในคาริบเบียน ทางใต้ของอาณานิคม  เป็นแรงงานเกษตรกรรมผลิตน้ำตาลมูลค่าสูงดำเนินงานโดยอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และฮอลแลนด์หรือดัทช์
    แรงงานผิวดำจากคาริบเบียนถูกส่งขึ้นจากทางใต้ขึ้นมาสูอเมริกาเหนือ เพื่อทำงานใน 13 รัฐทางตะวันออกของอเมริกาที่ปกครองโดยคนอังกฤษ    ทาสอื่นนอกจากนี้คือชนพื้นเมืองผิวแดงของทวีปอเมริกาที่โคลัมบัสตั้งชื่อให้ว่า "อินเดียนแดง"   และที่ทยอยมาภายหลังคือคนผิวดำจากแอฟริกา    พวกนี้ไม่ได้สมัครใจมา  แต่ไปถูกจับตัวและกวาดต้อนมาแบบเดียวกับจับสัตว์มาเข้าสวนสัตว์  จากนั้นก็ถูกนำเข้าตลาดทาส  ซื้อขายกันเหมือนสินค้าชนิดหนึ่ง  ลูกที่เกิดจากแม่ทาสก็ต้องเป็นทาสโดยอัตโนมัติ   ทาสเหล่านี้เป็นอิสระได้ต่อเมื่อนายฉีกสัญญาทาสปลดปล่อยให้เป็นอิสระ   แต่ส่วนใหญ่ก็ตายไปในสภาพของทาสนั่นเอง
   เพราะฉะนั้น  ดินแดนแห่งเสรีภาพ จึงไม่ได้หมายถึงเสรีภาพของคนผิวดำและคนผิวแดง
  
   ภาพข้างล่างคือ slave sale  ขายกันในตลาดอย่างเปิดเผย เหมือนขายสัตว์เลี้ยง


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11330



ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 08:53

ทาสอื่นนอกจากนี้คือชนพื้นเมืองผิวแดงของทวีปอเมริกาที่โคลัมบัสตั้งชื่อให้ว่า "อินเดียนแดง"  

"อินเดียนแดง" ถูกเข่นฆ่าเพื่อแย่งที่ทำกิน แต่ไม่น่าจะเคยถูกจับมาขายเป็นทาสในดินแดนของอเมริกา แต่มีบ้างที่ถูกจับไปขายเป็นทาสที่ยุโรป

คุณเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เล่าว่า

ใน พ.ศ. ๒๑๔๘ (ค.ศ. ๑๖๐๕) กัปตันเรือชาวอังกฤษจอร์จ เวย์เมาธ์  (George Weymouth) แล่นเรือผ่านแหลมคอดแล้วจับตัวอินเดียนแดงห้าคนกลับไปขายเป็นทาสที่อังกฤษ

นอกจากนี้ยังมีนักเผชิญโชคชื่อโทมัส ฮันท์ (Thomas Hunt) จับตัวอินเดียนแดง ๒๔ คนไปขายเป็นทาสที่สเปน โดยหลอกล่ออินเดียนแดงเหล่านั้นให้ลงเรือเพื่อจะได้แลกเปลี่ยนหนังตัวบีเวอร์ เมื่ออินเดียนแดงเหล่านั้นหลงกลจนลงเรือมาแล้วก็ถอนสมอแล่นจากไป  

https://www.naewna.com/columnonline/37195?fb_comment_id=2897394856952712_2902951886397009
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 09:00

มีค่ะ คุณหมอเพ็ญ  
ขนาดคาริบเบียนอยู่ไกลออกไปนอกอาณานิคม    ชาวอาณานิคมยังอิมพอร์ตทาสผิวดำมาได้   อินเดียนแดงอยู่ในพื้นที่แท้ๆ แค่เอื้อม แถมยังด้อยกว่าทั้งกำลังคนและอาวุธ  ทำไมจะเอาตัวมาไม่ได้

ไปหาเรื่อง Pequot War อ่านนะคะ  

ไม่เล่าละค่ะ  เพราะไม่เกี่ยวกับหัวข้อกระทู้นี้


บันทึกการเข้า
superboy
พาลี
****
ตอบ: 210


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 12:00

เข้ามานั่งหลังห้องครับ  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
Naris
องคต
*****
ตอบ: 414


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 13:24

ผมมาแอบฟังด้วยคนครับ ยังรอดชีวิตจากโควิดอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 15:48

หลังห้อง มีอาหารอเมริกันเสิฟค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 16:10

   แรงงานผิวดำเป็นที่ต้องการมากในโลกใหม่    เพราะราคาถูกและทำงานได้มากกว่าพวกผิวขาวด้วยกัน   อาณานิคมของอเมริกาที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค มีการทำมาค้าขายกับยุโรปอยู่แล้ว  หนึ่งในการค้านั้นก็คือค้ามนุษย์ 
    สเปนและโปรตุเกสทำธุรกิจนี้กันเป็นล่ำเป็นสัน ด้วยการไปหา "สินค้า" มาจากแอฟริกา  เข้าปล้นสะดมหมู่บ้าน เข่นฆ่าชาวบ้าน ที่เหลือก็ถูกจับเป็นทาสลงเรือเอามาขายในยุโรป  แล้วกระเส็นกระสายมาถึงโลกใหม่ที่เป็นตลาดแรงงานแห่งใหม่ด้วย  เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา 
   หนึ่งในบรรดาพ่อค้าทาส ก็คือคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสนี่แหละ ไม่ใช่ใคร    ประวัติศาสตร์อเมริกายกย่องเขาในฐานะผู้ค้นพบทวีปอเมริกา  นักเรียนท่องกันเจื้อยแจ้วว่าโคลัมบัสค้นหาเส้นทางใหม่ไปอินเดียด้วยการเดินเรือมาทางตะวันตก เพราะเชื่อว่าโลกกลม     แต่ประวัติส่วนที่ว่าพี่แกค้าทาสด้วยการไปล่ามาจากเวสต์อินดีส   เห็นชีวิตคนต่างสีผิวเป็นผักเป็นปลานั้น   ถูกกวาดเอาเข้าไปไว้ใต้พรมแบบเดียวกับหลักฐานอีกหลายเรื่องที่แสดงว่า อเมริกาไม่ได้เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างที่อวดอ้าง   
   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 16:17

แม่ลูกที่ถูกจับมาขาย  อาจถูกพรากจากกันโดยไม่มีโอกาสเห็นอีกจนตาย    ถ้าคนซื้อต้องการแต่แม่ไม่เอาลูก  หรือต้องการลูกไม่เอาแม่


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6313


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 26 มิ.ย. 20, 10:28

แผนที่ประกอบ เส้นทางทาสสู่โลกใหม่

https://www.flickr.com/photos/elycefeliz/8266092909


บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 299


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 26 มิ.ย. 20, 11:18

เข้ามาอ่านค่ะ ตอนนี้ปัญหาที่เรื้อรังมานานกำลังแตกหักอีกครั้ง
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 26 มิ.ย. 20, 19:16

สวัสดีค่ะ คุณนางมารน้อย   เก้าอี้แถวหน้ายังว่างนะคะ

ก่อนตั้งประเทศ    อเมริกาไม่ได้กว้างขวางอย่างทุกวันนี้   ดินแดนหลักคืออาณานิคมอันประกอบด้วยรัฐเพียง 13 รัฐ  ทางฝั่งตะวันออกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค   
รัฐทั้งหมดคือนิวแฮมป์เชียร์   แมสสาชูเส็ตต์  คอนเนคติกัต  ไร้ดไอส์แลนด์ นิวยอร์ค นิวเจอร์ซี  เพนซิลเวเนีย   เดลาแวร์  เมรี่แลนด์   เวอร์จิเนีย  คาโรไลน่าเหนือ คาโรไลน่าใต้ และจอร์เจีย
ทางใต้มักเป็นรัฐที่ยึดเกษตรกรรมเป็นหลัก    ปลูกยาสูบ ข้าวสาลี  ฝ้ายและครามกันเป็นล่ำเป็นสัน   แรงงานจากแอฟริกาจึงหลั่งไหลไปสู่รัฐทางใต้มาก   ผิดกับทางเหนือซึ่งไม่ได้ยึดเกษตรกรรมเป็นหลัก   แรงงานคนดำจึงไม่ค่อยจะสำคัญนัก

อาณานิคมมีรายได้มาก ประเทศแม่คืออังกฤษก็เห็นเป็นบ่อเงินบ่อทอง ที่จะตักตวง    ทางอาณานิคมซึ่งประชากรส่วนใหญ่ก็มีเชื้อสายอังกฤษเช่นกันเริ่มไม่พอใจ   เห็นว่ามันเรื่องอะไรกัน  พวกเราทำงานกันแทบตาย  แต่กลับต้องมีเสียภาษีขูดเลือดขูดเนื้อเข้าท้องพระคลังประเทศแม่  ซึ่งไม่ได้ยื่นมือมาช่วยทำมาหากินเลยสักนิด
ดังนั้น สงครามปฏิวัติ(The Revolutionary War ) ซึ่งมีคนแปลอย่างเพราะพริ้งว่าสงครามประกาศอิสรภาพ ก็ระเบิดขึ้นระหว่างอาณานิคมกับสหราชอาณาจักร   กินเวลายาวนานตั้งแต่ ค.ศ. 1775 จนถึงค.ศ. 1783  โดยมีฝรั่งเศสหนุนหลังอาณานิคมอยู่อีกที

หนึ่งในบรรดาผู้นำฝ่ายอาณานิคม คือจอร์จ วอชิงตัน   



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11330



ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 26 มิ.ย. 20, 19:37

ก่อนตั้งประเทศ    อเมริกาไม่ได้กว้างขวางอย่างทุกวันนี้   ดินแดนหลักคืออาณานิคมอันประกอบด้วยรัฐเพียง 13 รัฐ  ทางฝั่งตะวันออกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค  รัฐทั้งหมดคือนิวแฮมป์เชียร์   แมสสาชูเส็ตต์  คอนเนคติกัต  ไร้ดไอส์แลนด์ นิวยอร์ค นิวเจอร์ซี  เพนซิลเวเนีย   เดลาแวร์  เมรี่แลนด์   เวอร์จิเนีย  คาโรไลน่าเหนือ คาโรไลน่าใต้ และจอร์เจีย

ทางใต้มักเป็นรัฐที่ยึดเกษตรกรรมเป็นหลัก    ปลูกยาสูบ ข้าวสาลี  ฝ้ายและครามกันเป็นล่ำเป็นสัน   แรงงานจากแอฟริกาจึงหลั่งไหลไปสู่รัฐทางใต้มาก   ผิดกับทางเหนือซึ่งไม่ได้ยึดเกษตรกรรมเป็นหลัก   แรงงานคนดำจึงไม่ค่อยจะสำคัญนัก



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 27 มิ.ย. 20, 17:53

  มาเริ่มต้นกันที่จอร์จ วอชิงตันนะคะ
  จอร์จเกิดมาในตระกูลของผู้มีฐานะมีอันจะกิน        ถ้าเป็นภาษาของฝ่ายซ้าย เห็นจะเรียกว่าพวก "กระฎุมพี" พ่อเขาเป็นเจ้าของไร่อยู่ที่เมาท์เวอร์นอน ในรัฐเทนเนสซี   มีทาสใช้งานอยู่ 10 คน ก็ถือว่าปานกลางค่อนข้างดี   แม้ว่าพ่อตายไปตั้งแต่เขายังอายุน้อยมาก แค้ 11ขวบ  แต่ฐานะเขาก็ไม่กระทบกระเทือน  ต่อมายังได้มรดกจากพี่ชายต่างมารดาซึ่งตายไปโดยไม่มีทายาท มาเพิ่มพูนทรัพย์สินเดิมอีกด้วย
     จอร์จเป็นคนปราดเปรื่อง  สามารถเข้าขั้นอัจฉริยะ ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้แทนรัฐเทนเนสซี  ต่อมาเมื่ออาณานิคมรวมหัวกันประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ  ทั้งๆไม่เคยเป็นทหารมาก่อน จอร์จได้รับเลือกให้เป็นแม่ทัพฝ่ายอาณานิคม     สามารถรวบรวมบรรดาชายฉกรรจ์ที่อ่อนหัดและไร้ระเบียบวินัยให้เป็นกองทัพ สู้ศึกกับทหารอาชีพจากอังกฤษ  ทำศึกอยู่อย่างทรหดอดทนถึง 8 ปี โดยมีฝรั่งเศสหนุนหลังอยู่อีกที   จนประสบชัยชนะ ปลดเปลื้องสภาพอาณานิคมเป็นประเทศอิสระขึ้นมาได้
     ระหว่างทำศึกอยู่นี้   แม่ทัพหนุ่มได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างบางครั้ง  จึงได้ทำความรู้จักกับแม่ม่ายสาววัย 27 ปี  ชื่อมาร์ธา เคอร์ติส  สามีเธอเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของไร่ยาสูบ 5 แห่ง รวมพื้นที่ถึง 1ึ7500 เอเคอร์  บวกกับทาสอีกเกือบ 300 คน  และเงินอีกมหาศาล   น่าเสียดายที่ตายเร็ว ทิ้งภรรยาสาวกับลูกเล็กๆไว้ 4 คน   พร้อมมรดกกองมหึมา
     เป็นธรรมดาในยุคนั้นที่แม่ม่ายสาว ไม่ว่าจะแม่ม่่ายทรงเครื่องหรือว่ายากจน จะแต่งงานใหม่หากอยู่ในวัยที่ยังแต่งงานได้     ไม่มีใครอยู่กับลูกๆตามลำพัง    มาร์ธาได้พบแม่ทัพหนุ่มหลังจากสามีตายจากไปปีเดียว   จากนั้นพบปะกันอีกไม่กี่หน เธอก็ตกลงใจแต่งงานกับเขา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32397

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 28 มิ.ย. 20, 08:32

  มาร์ธาพร้อมด้วยมรดกสามีเก่ากองมหึมา ทั้งไร่นาสาโท เงินทองและทรัพย์สินมีชีวิตคือกองทัพทาส 300 คน  ย้ายจากบ้านเดิมมาอยู่ที่เมาท์เวอร์นอนกับสามีใหม่     เริ่มต้นชีวิตผัวเมียมหาเศรษฐีแห่งรัฐเทนเนสซี   พร้อมกับเกียรติสูงสุดคือจอร์จได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศใหม่   
  ขอข้ามบทบาทของจอร์จในฐานะประธานาบดีนะคะ เพราะไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้  เอาเป็นว่ามาปักหมุดเมื่อเขาครบสองวาระในฐานะผู้นำประเทศแล้ว ก็กลับมาอยู่บ้านเดิม  ดำเนินชีวิตอย่างเจ้าของธุรกิจการเกษตร  ที่ต้องอาศัยแรงงานทาสเป็นหลัก
   ถึงแม้ว่าจอร์จเป็นคนเชื่อในเสรีภาพ และชิงชังการเอารัดเอาเปรียบข่มเหงประชาชนจากประเทศแม่ จนทำให้ลุกขึ้นจับอาวุธสู้อังกฤษจนได้ชัยชนะ      แต่พอมาถึงการบริหารงานที่บ้าน    เขาก็หาได้นำทัศนคติทางการเมืองมาใช้ไม่    ตรงกันข้าม  จอร์จเป็นนายที่เข้มงวด ตามแบบนายงานในสมัยนั้นไม่ได้แตกต่างกันเลย
   ทาสของเขาได้รับอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม หยูกยา และที่อยู่อาศัยแบบเดียวกับทาสอื่นๆในยุคนั้น  ซึ่งหมายความว่ากระเบียดกระเสียรแร้นแค้น   ตรงข้ามกับนายซึ่งอยู่อย่างหรูหราอุดมสมบูรณ์
    พวกทาสต้องทำงานหนักทุกวันตั้งแต่ตะวันขึ้นจนตะวันตกดิน    หยุดได้วันเดียวคือวันอาทิตย์  ไม่ได้หมายความว่านายใจดีให้พักผ่อนได้  แต่ธรรมเนียมคริสตศาสนาในยุคนั้นกำหนดให้วันอาทิตย์เป็นวันห้ามทำงานใดๆ ไม่ว่าผิวขาวผิวดำต้องนั่งอยู่บ้านเฉยๆ 
   สามในสี่ของทาสทำงานในทุ่งนา แบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน   ส่วนอีกหนึ่งในสี่รับใช้งานในบ้านและทำงานช่างเช่นซ่อมบ้าน ทำรั้ว    พวกนี้ปลูกกระท่อมอยู่ของตัวเอง   หาเลี้ยงชีพเพิ่มเติมด้วยการดักสัตว์เล็กๆ ตกปลา ปลูกผัก พอกินและเหลือขายเป็นค่าประทังชีพ
   เช่นเดียวกับนายงานอื่นๆ   จอร์จใช้งานทาสแล้วแต่ว่าควรจะเอาใครไปทำงานที่ไร่ไหน   ไม่ได้คำนึงว่าจะต้องอยู่กับครอบครัวหรือไม่  ผลจึงเป็นว่าพ่อก็ต้องถูกพรากจากลูกเมีย   แม่ก็ต้องพรากจากลูกเล็กๆ  เด็กๆก็เหมือนกำพร้าทั้งๆมีพ่อแม่     ถ้าทำงานได้ไม่มากเท่าต้องการก็ถูกนายลงโทษเฆี่ยนตี   ไม่มีโอกาสจะไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากใคร     
   ด้วยเหตุนี้  นายผิวขาวจึงมองว่าการปกครองทาสเป็นเรื่องยาก   ต้องควบคุมเข้มงวดกันราวกับควบคุมสัตว์ป่า   คือถือว่าเผลอไม่ได้สัตว์เป็นต้องหนี   ทาสเหล่านี้ก็เช่นกัน   เมื่อหนีก็ต้องตามเอาตัวกลับมาให้ได้   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง