เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 3813 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร-เจ้าเมืองพระตะบอง
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 15 ต.ค. 01, 20:08

ในกระทู้เรื่องเขมรข้างล่างนู้น คุยถึงเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
กับตึกบ้านพักที่จังหวัดปราจีนบุรีไว้ พอดีไปหามาได้จากเว็ปนี้ครับ
เห็นว่าน่าสนใจและควรแก่การเผยแพร่ เลยลอกบางส่วนมาฝากกัน

href='http://www.thaiday.com/channels/Eating-Travel/item.asp?id=6213'
target='_blank'>http://www.thaiday.com/channels/Eating-Travel/item.asp?id=6213
/>


" ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร " ล้ำคิดสร้าง ล้ำค่าในแผ่นดิน
/>
โดย ไทยเดย์ดอทคอม
/>
-------------------------------------------------------------------------
/>
" ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร " ล้ำคิดสร้าง ล้ำค่าในแผ่นดิน
/>
พุทธศักราช 2404 เป็นปีเกิดของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ท่านเป็นบุคคล
/>
ซึ่งดำรงไว้ด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และแผ่นดินไทย
/>


src='http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW742x000.gif'>
/>


เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2404
ที่เมือง พระตะบอง เป็นเจ้าเมืองพระตะบองต่อจากบิดา และเป็นสมุห เทศา ภิบาล
สำเร็จราชการมณฑลบูรพา อันมีพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ปี พ.ศ. 2450
ในขณะที่ไทยมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส ต้องแลกมณฑลบูรพากับเมืองตราดให้แก่ฝรั่งเศส
ท่านตัดสินใจทิ้งยศฐาบรรดาศักดิ์ ทั้งที่ฝรั่งเศสชวนท่านปกครองเมืองพระตะบองต่อ
แต่ท่าน กลับอพยพครอบครัวและบุตรหลานมาเป็นข้าราชการธรรมดา
และต่อมาลาออกมาอยู่ที่จังหวัด ปราจีนบุรี
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 23 ส.ค. 01, 06:16

นปี พ.ศ.2452 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร(ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้จ้างเหมาบริษัทโฮวาร์ดเออร์กิน

ให้สร้างตึกตามแบบศิลปะบาโร้คของตะวันตก เพื่อไว้ใช้เป็นที่ประทับแรมของ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราที่พระองค์จะทรงเสด็จเยือน มณฑลปราจีนบุรีอีก(หลังจากเสด็จ

ครั้งแรกแล้วในปี พ.ศ.2451) แต่ในปี พ.ศ. 2453 พระองค์สวรรคตเสียก่อน



หลังจากนั้น ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็ยัง คงใช้เป็น ที่ประทับ

                         ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏ เกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2455

                         รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลาย พระองค์ ในคราเสด็จมลฑล ปราจีนบุรี

                         โดยที่เจ้าพระยา อภัยภูเบศร หรือเจ้าของตึกนั้น ไม่เคยใช้ ้ตึกหลังนี้

                         ในการเป็นที่พำนักส่วน ตัวเลย ตราบจนสิ้นอายุขัยในปี พ.ศ.2465 นั้น

                         จึงได้มีการตั้งศพของ ท่านไว้ชั้นบน ของตึกหลังนี้

                         ก่อนที่จะมีกำหนดการพระราชทาน เพลิงศพในปีเดียวกัน



ภายหลังจากการอสัญกรรมของเจ้าพระยาอภัยภูเบศรแล้ว ตึกหลังดังกล่าวก็ตกเป็นของตระกูลอภัยวงศ์

และเมื่อหลานสาวคนหนึ่งของท่านได้รับการสถาปนาเป็น พระนางเจ้าสุวัทนาวรราชเทวีใน

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางตระกูลอภัยวงศ์จึงได้ถวายกรรมสิทธิ์ ในตึกหลังนี้ตลอดจนบ้าน

และที่ดินบริเวณนั้นให้พระนางเจ้าสุวัทนา



ต่อมาในปี พ.ศ.2480 เมื่อพระองค์จะโดยเสด็จเจ้าฟ้าพระเพชรรัตนราชสุดาพระธิดา ไปประทับที่ประเทศอังกฤษ

จึงประทานที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้แก่ มลฑลทหารบกที่ 2 จังหวัดปราจีนบุรี

เพื่อไว้ใช้เป็นสถานพยาบาลสำหรับทหารและประชาชนทั่วไป



กำเนิดโรงพยาบาลที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง



 ในเวลาต่อมาได้มีการโอนตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมาเป็นของกรมสาธารณสุข(สมัยนั้น)

และต่อยอดเรื่อยมา กลายเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลประจำจังหวัดปราจีนบุรี

                                                   หรือมีพิธีเปิดอย่าง เป็นทางการในวันที่ 24 มิถุนายน 2484

                                                   และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในวันที่ 24 มิถุนายน 2509

                                                   เพื่อรำลึกบุญคุณของท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้สร้างตึกและ

                                                   ได้สร้างความเจริญรวมทั้งสาธารณสมบัติให้กับจังหวัดปราจีนบุรีอย่างมากมาย



ลายละเอียดอื่นๆ อ่านได้ตามลิงก์ข้างบนครับ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW742x001.gif'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 23 ส.ค. 01, 06:27

กล่าวถึงเมืองพระตะบองเล็กน้อย รู้สึกว่าหลังจากที่ไทยเสียดินแดนในเขมร
อันได้แก่ พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ โพธิสัตว์ เกาะกง ฯลฯไปในสมัยรัชกาลที่ 5

ปี พ.ศ. 2584 เมืองพระตะบอง และ เสียมราฐ ได้กลับเป็นของไทยอีกครั้ง
ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีพิพาทอินโดจน โดยมีญี่ปุ่นเป็นเจ้ากี้เจ้าการไกล่เกลี่ยให้
เมื่อต้นปี พ.ศ. 2584 กองกำลังส่วนหน้าของไทยก็เดินทางไปรับมอบดินแดนที่พระตะบอง
นำโดยนายควง อภัยวงค์ ซึ่งได้รับพระราชทานยศเป็นนายพันตรีสังกัดเหล่าทหารสื่อสาร
เป็นผู้เชิญธงไตรรงค์ชักขึ้นเหนือจังหวัดพระตะบอง แล้วรายงานทางวิทยุสื่อสาร
มายังนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยตรง

เหตุผลที่นายควง ได้รับมอบหมายก็เนื่องมาจากเป็นบุตรของท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศรนั่นเอง
(ข้อมูลจาก มติชน )

แต่ภายหลังจากสงครามโลกสงบลงไทยก็ต้องส่งคืนดินแดนให้กับฝรั่งเศสตามเดิม
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 23 ส.ค. 01, 13:29

ขอบคุณค่ะ  อยู่ไม่ไกลบ้านแต่ไม่ได้ไปชมตึกที่ว่าสักที  เพื่อนๆ บอกว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่นั่นคุณภาพดีมากด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
ริน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 24 ส.ค. 01, 08:19

มาอ่านค่ะ เป็นตึกโรงพยาบาลที่อลังการมากจริงๆเลย ^_^
คุณอ้อยขวั้นคะ อยู่ใกล้แล้วไม่ใช้ น่าเสียดายนะคะ ขนาดดิฉันอยู่ห่างไปอีกหลายร้อยกม.
ยังใช้ผลิตภัณฑ์ของที่นี่สารพัดเลยค่ะ เขามีระบบจัดการที่ดี ให้ชาวบ้านปลูกพืชสมุนไพร
แล้วรพ.รับซื้อมาทำยา/สบู่ และฯลฯ
ผลิตโดยมีเภสัชกรดูแล ไม่เชื่อเขาแล้วจะไปเชื่อใคร อิ อิ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 24 ส.ค. 01, 19:18

ภายหลังต่อมา คุณควง อภัยวงศ์ ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากที่จอมพล ป. ต้องออกจากตำแหน่งนายกครับ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 25 ส.ค. 01, 21:54

ทำไมจอมพล ป. ถึงต้องลาออกครับ เป็นเพราะแพ้สงครามหรือเปล่า?
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 26 ส.ค. 01, 03:14

Not quite so; remember, Thailand's status in the WWII was a bit ambiguous. In the end (and after a lot of diplomatic lobbying and intervention from the US) it seemed that we did not "lose" the war as such. So the reason of Field Marshal Pibulsonggram's resignation was not before he had lost the war. Technically, it was a constitutional reason. His government lost important voting in the parliament (on some issues I cannot remember - perhaps the proposals to move the capital to Petchabune and to build Buddha Monthon?). Since the government didnot have the confidence of the legislature, the Prime Minister decided to resign. But that was a technical or official reason. I guess one can speculate that the real reason behind it all might be along the line Khun Jor said : - it was felt that the Japanese were losing the war, and so it was necessary for Thailand to change its PM from Pibul, who was seen to be Japan's ally, to someone else more neutral or at least less pro-Japan. That someone turned out to be Khun Kuang.



At the very end of the WWII, with the Japanese troops still in Thailand and the Friendship Treaty with Tokyo still in force, Seri Thai Movement 's underground activities still going on, the Allies' psychological warfares and propaganda at full swing, PM Kuang's tasks must be very difficult. But his wit and humour had saved the days many times in dealing with all the forces in Thailand at that time.
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 26 ส.ค. 01, 19:48

ขอบคุณครับ เท่าที่ได้ฟังมาการเมืองสมัยนั้นคงยุ่งมากจริงๆ
ถ้าผมจำไม่ผิด คุณ ควง อภัยวงศ์ ก็เป็นนายกอยู่เพียงไม่นาน
ก็เปลี่ยนผู้นำอีก แต่จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่ แล้วทำไมถึงต้องออก

อีกอย่างหนึ่ง รู้สึกว่าคุณควง จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์?
เลยสงสัยว่าใครเป็นผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ครับ?
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 27 ส.ค. 01, 16:27

ดูเหมือนใช่ครับ คุณควงเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. ระยะแรกตั้ง แต่ผมไม่แน่ใจว่าใช่หัวหน้าพรรคคนแรกหรือเปล่า

คุณควงเป็นนายกอยู่แป๊บเดียวจริงๆ เข้าใจว่าจนถึงสงครามสิ้นสุดเท่านั้น พอทหารญี่ปุ่นแพ้ ทหารฝรั่งก็เข้ามาปลดอาวุธญี่ปุ่นในไทย จะเพื่อความสะดวกในการประสานงาน หรือเพื่อให้สะดวกในการดำเนินแต้มคูทางการทูตกับฝรั่งรักษาชาติไทยให้รอด หรืออะไรผมก็ไม่ทราบ ไทยเราก็เปลี่ยนผู้นำ ท่านปรีดีและนักการเมืองสายที่เคยทำภารกิจใต้ดินของเสรีไทย ได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลอยู่ระยะหนึ่ง

เมื่อญี่ปุ่นกำลังจะจนมุมแต่ยังไม่แพ้ และสัมพันธมิตรกำลังรุกหนักนั้น สถานการณ์อยู่ในสภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานทีเดียวสำหรับเมืองไทยและคุณควง เพราะถึงญี่ปุ่นจะถูกตีรุกไล่ทั่วโลกและแนวโน้มแห่งสงครามเห็นได้ชัดว่าต่อไปต้องแพ้แน่ แต่ก็ยังไม่แพ้ (จนภายหลังเจอลูกระเบิดปรมาณูเข้าไปสองลูกจึงได้ยอมแพ้) และยังคงกำลังทหารไว้ในไทยจำนวนมาก ชนิดว่าไทยไม่มีทางสู้ได้ ตอนนั้นญี่ปุ่นก็รู้ว่ามีขบวนการใต้ดินต่อต้านญี่ปุ่น และสงสัยรัฐบาลไทยอยู่บ้างเหมือนกันว่าจะร่วมหัวจมท้ายกับญี่ปุ่นหรือจะแอบหักหลังไปสมรู้ร่วมคิดกับฝรั่ง ที่จริงหลังจอมพล ป. ลาออก เคยมีการถกเถียงกันในกองบัญชาการทหารญี่ปุ่นที่โตเกียวเลยด้วยซ้ำว่า จะใช้กำลังทหารที่มีอยู่ในไทยยึดประเทศไทยไว้เสียเลยไหม เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนไทยจะไปเข้ากับฝรั่ง แต่เป็นโชคดีของไทยที่ในที่สุดทางญี่ปุ่นไม่ได้ตัดสินใจทำอย่างนั้น
 
ในสถานการณ์ล่อแหลมอย่างนี้แหละครับที่คุณควงต้องเดินไต่ลวดประคองตัว ทำใจดีสู้เสือ จะเข้าข้างใดข้างหนึ่งมากไปก่อนเวลาอันควรก็ไม่ได้ ท้ายๆ สงคราม สัมพันธมิตรฮึกเหิมหนัก มีการติดต่อประสานงานกับกองกำลังเสรีไทยในประเทศได้สำเร็จ เตรียมว่าถ้าจำเป็นก็จะลุกขึ้นสู้กับญี่ปุ่นกู้ชาติ มีการส่งเครื่องบินสัมพันธมิตรมาทิ้งใบปลิวโฆษณาทำ ปจว. กับคนไทย รวมทั้งทิ้งห่ออาหาร เวชภัณฑ์ ยุทธปัจจัย ยารักษาโรค ฯลฯ ให้เป็นประโยชน์กับกองกำลังเสรีไทยในประเทศด้วย เรื่องนี้รัฐบาลไทยก็รู้ แต่แกล้งทำเฉยๆ รัฐบาลญี่ปุ่นก็รู้ แต่ยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ห่อวัสดุทิ้งร่มลงมาสารวัตรทหารญี่ปุ่นไปยังไม่ถึงที่เลย ตำรวจไทยเก็บไปหมดแล้วแล้วก็หายไปเลย... หลังๆ นี่ฝรั่งฮึกเหิมจนมาทิ้งร่มห่อวัสดุแถวๆ สนามหลวงด้วยซ้ำ ไม่ต้องปิดต้องบังกันละ

วันหนึ่งท่านนายกควงมีนัดกับทูตญี่ปุ่นหรือผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นประจำไทย หรือใครก็จำไม่ได้แล้วคนหนึ่งของทางญี่ปุ่น ท่านมาสายไปเล็กน้อย ก็ขอโทษฝ่ายญี่ปุ่นว่าท่านเป็นหวัดนิดหน่อยเลยมาสายไป ญี่ปุ่นก็แย็บหมัดขวาตรงด้วยการแกล้งแซวเล่นๆ แต่เอาจริง ว่า นายกไทยเป็นหวัดทำไมไม่หายาทาน ยาที่ส่งลงมาทางเครื่องบินที่สนามหลวงก็มี (= อั๊วรู้นะ) ด้วยไหวพริบและอารมณ์ขัน แทนที่จะตกใจ ท่านนายกควงกลับหัวเราะร่วน บอกว่า โอ๊ย... ยาพรรณนั้นกินเข้าไปได้ยังไง เกิดเป็นยาพิษกินแล้วท่านตายไป ญี่ปุ่นจะหานายกไทยน่ารักอย่างนี้เอาไว้พูดจากับญี่ปุ่นได้จากไหนอีก จะเดือดร้อนญี่ปุ่นเองน่ะซี.. เลยหัวเราะเฮฮากันเป็นเรี่องสนุกไป
บันทึกการเข้า
มายืนยัน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 28 ส.ค. 01, 13:58

ใช่ค่ะคุณ ควงเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนแรกถ้าสนใจดูได้ที่นี่คะ

    http://www.democrat.or.th/new/first.asp' target='_blank'>http://www.democrat.or.th/new/first.asp
บันทึกการเข้า
srisuwan
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 ต.ค. 01, 08:08

I would like to request for more detailed information about the "Seri Thai" group as to when was the group set up?  What was the  purpose of the group, who was the leader of the group and its members?

Can you please suggest any books that give information about this group both in English?

Thank you,

Srisuwan
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.058 วินาที กับ 19 คำสั่ง