เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 14
  พิมพ์  
อ่าน: 16838 ตำราเทวรูปพระไสยศาตร์
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 11:50

๏ สิห์วะตาลปราบเหรันตยักษ์ ๚ะ๛

นรสิงหาวตาร (नरसिंहावतार) ของอินเดียว่ามีอสูรตนหนึ่งชื่อ หิรัญยกศิปุ (हिरण्‍यकशिपु) น้องของหิรัญยากษะ (हिरण्याक्ष) แค้นที่พระวิษณุทรงสังหารพี่ของตน จึงไปบำเพ็ญตบะเพื่อขอพรจากพระพรหม ระหว่างนั้นพระอินทร์และเหล่าเทวดาได้บุกเมืองของหิรัญยกศิปุ แต่ฤาษีนารัทได้ช่วยชายาของหิรัญยกศิปุไว้ และฤาษีนารัทได้สอนบุตรของหิรัญยกศิปุเกี่ยวกับธรรมะและการบูชาพระวิษณุ เมื่อพระพรหมได้มาปรากฏกาย หิรัญยกศิปุจึงขอพรว่าขอให้ตนไม่ตายเพราะผู้ที่เกิดจากครรภ์ ไม่ตายเพราะมนุษย์ หรือสัตว์ ไม่ตายในกลางวันและกลางคืน ไม่ตายทั้งบนพื้นดินหรือบนอากาศ หรือในน้ำ ไม่ตายทั้งในบ้านหรือนอกบ้าน ไม่ตายเพราะอาวุธใดๆ พระพรหมประทานพรให้ หิรัญยกศิปุจึงตั้งตนเป็นพระเจ้าให้คนบูชาตนเเทนพระวิษณุ รวมทั้งสั่งลงโทษสาวกของพระวิษณุอีกด้วย แต่ลูกชายของตน ประหลาทะ (प्रह्लाद) กลับบูชาพระวิษณุ หิรัญยกศิปุจึงสั่งให้พระศุกราจารย์สอนประหลาทะใหม่ ให้บูชาตน แต่ประหลาทะไม่เชื่อฟัง ทั้งยังชวนให้ศิษย์ของพระศุกราจารย์ บูชาพระวิษณุ พระศุกราจารย์สอนไม่ได้ จึงเอาตัวไปคืนให้หิรัญยกศิปุ หิรัญยกศิปุจึงสั่งให้ทหารนำลูกของตนไปโยนในทะเล ประหลาทะรอดมาได้เพราะสวดบูชาพระวิษณุ ต่อมาหิรัญยกศิปุสั่งให้นำไปให้ช้างเหยียบประหลาทะก็สวดบูชาพระวิษณุจึงไม่ตาย ทุกครั้งหิรัญยกศิปุจะถามว่ารอดมาได้อย่างไร ประหลาทะจะตอบเหมือนเดิมทุกครั้งว่าเพราะอำนาจศักดิ์สิทธ์ของพระวิษณุ หิรัญยกศิปุโกรธมากจนท้าให้พระวิษณุมาสู้กับตน พระวิษณุจึงอวตารเป็นนรสิงหาวตารออกมาจากเสาในวังของหิรัญยกศิปุมาสังหาร เนื่องจากนรสิงห์เป็นครึ่งมนุษย์กับสิงห์ เวลาที่สังหารคือโพล้เพล้ นรสิงห์จับหิรัญยกศิปุมานอนระหว่างประตูบ้าน จับหิรัญยกมานั่งบนตัก (ไม่ใช่บนดินและอากาศ) และใช้กรงเล็บสังหารในที่สุด ต่อมาประหลาทะได้เป็นราชาอสูรแทนบิดา ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า มีอสุรตนหนึ่งชื่อหิรันตปะกาสูร เจ้าเมืองมหากาลจักร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าชื่อหิรันตอสูร) ตั้งพิธีย่างกายเอาน้ำมันตามประทีปถวายพระอิศวร เมื่อพระอิศวรปรากฏก็ประสาทพระพรว่า สาตราวุธและมนุษย์สัตว์สิ่งใดจะเข่นฆ่าในน้ำบนบกในเมืองนอกเมือง กลางคืนกลางวันก็อย่าให้บรรลัย เมื่อได้พรแล้วหิรันตปะกาสูณก็กำเริบเบียดเบียนทั่วสามโลก พระอิศวรเชิญพระนารายณ์มาปรึกษา พระนารายณ์เอามหาสังข์ทักขิณาวัฏให้มาเกิดเป็นลูกของหิรันตปะกาสูรชื่อ กาละธรรมกุมาร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าชื่อกระลาธรรมกุมาร) หิรันตปะกาสูรให้เชิญคณะโยคีมาถามว่า ก่อนจะเรียนวิชาต้องว่ามนต์อะไรก่อน คณะโยคีตอบว่าต้องว่าโอมปะระเมศวรนารายณ์ขึ้นก่อน หิรันตปะกาสูรสั่งให้เปลี่ยนเป็นโอมหิรันตปะกาสูร แต่กาละธรรมกุมารยังคงท่องโอมปะระเมศวรนารายณ์ หิรันตปะกาสูรจะฆ่ากาละธรรมกุมารเสีย พระนารายณ์จึงอวตารเป็นสิงห์ กายเป็นคน เล็บเป็นกรด เรียกว่าสิงหวตาร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าชื่อนรสีหอวตาร) เข้าอยู่ในเสาปราสาท กาละธรรมกุมารตบเสา ๓ ที สิงหวตารจึงออกมาต่อสู้กับหิรันตปะกาสูร สู้กันจนจวนจะค่ำ ฝนตกเปียก หิรันตปะกาสูณล้มลงตรงทวาร กายค้างนอกเมืองครึ่งหนึ่ง อยู่ในเมืองครึ่งหนึ่ง เท้าแช่อยู่ในน้ำฝน ศีรษะอยู่บนที่แห้ง สิงหวตารขึ้นเหยียบอกแล้วเอาเล็บฉีกอกหิรันตปะกาสูรสิ้นชีพ พระนารายณ์ก็กลับไปยังเกษียรสมุทร กาละธรรมกุมารก็คืนร่างเป็นมหาสังข์ทักขิณาวัฏ (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าพระนารายณ์เนรมิตเมืองให้กระลาธรรมกุมารชื่อกรุงเทพพระมหานคร แล้วตั้งชื่อกระลาธรรมกุมารใหม่ว่าพระจักรปาณีราช)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 13:14

๏ พระนรายน์นนทุกข ๚ะ๛

๏ พระนรายน์เทพกรรม์ ๚ะ๛


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 13:26

๏ พระเทพกรรม์ประสิทธิ ๚ะ๛

พระเทพกรรมนี้ไม่มีในอินเดีย สันนิษฐานว่าคือผีครูปะกำหมอช้างพื้นเมือง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 13:56

๏ พระอินทรเจ้าฟ้าทรงช้างคชเอราวรรณ

พระอินทร์ इन्द्रा = ผู้ยอดเยี่ยม ผู้เป็นใหญ่


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 14:13

๏ พระพรหม์สัทธาเทพ ๚ะ๛

๏ พระพรหม์สัทธาทิพ ๚ะ๛

ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า ในไตรดายุค มีพรหมตนหนึ่งชื่ออังคุฐพรหม เห็นพระพรหมธาดาทรงหงส์เป็นพาหนะ อังคุฐพรหมมีความริษยาแก่พระพรหมธาดา จึงขึ้นไปย่ำยีบรรดาพรหมในสุทธาวาสมหาพรหม ท้าวมหาพรหมจึงให้พรหมสัทธาสิทธิ พรหมสัทธาสิบ พรหมสัทธาทิพ พรหมสัทธาเทพ ไปต่อสู้กับอังคุฐพรหม พรหมทั้ง ๔ สู้ไม่ได้ ท้าวมหาพรหมจึงทูลพระอิศวรให้มาปราบอังคุฐพรหม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 14:23

๏ พระพรหม์มะเหศวร


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 14:33

๏ พระสะหะบดีพรหม ๚ะ

๏ พระพรหมธาดา ๚ะ๛


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 15:32

๏ รามาวะตาล คือพระรามเทพปราบพนาสูรในรามเกริยติ์ ๚ะ๛

รามาวตาร रामावतार คือพระนารายณ์อวตารเป็นพระรามปราบราวณะ (रावण) ในรามายณะ หรือทศกัณฐ์ (दशकण्ठ) ในเรื่องรามเกียรติ์

๏ ขุชชาวตาล ๚ะ๛

ขุชชาวตาร ของอินเดียว่าคือวามนวตาร वामनावतार พระนารายณ์อวตารมาเป็นพราหมณ์เตี้ยปราบมหาพลี หลานของประหลาทะ ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่าคือขุชชาวตาร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าทวิชอวตาร) เป็นพราหมณ์ปราบอสุรตาวันยักษ์ อสุรตาวันหนีไปถึงเมืองมายันที่พระอินทร์สร้างให้พระโอรสนามท้าวพันตา แต่หลังจากท้าวพันตาสิ้นชีพก็รกร้าง อสุรตาวันจึงขอพระอินทร์อาศัยอยู่ ต่อมาอสุรตาวันทำชู้กับนางเทพรำภา บาทบริจาพระอินทร์ พระอินทร์จึงสังหารอสุรตาวันและสาปนางเทพรำภาให้ลงไปช่วยพระนารายณ์อวตารจึงพ้นคำสาป และสาปนางบุษมาลีแม่สื่อให้ลงมาอยู่เมืองมายัน เมื่อพระนารายณ์อวตารใช้ทหารไปลงกา ให้นางบอกทางและร่วมเสน่หากับนาง จึงจะพ้นคำสาป

๏ กิศณุอะวะตาล คือบรมจกฤษณปราบพนาสูรในอะนิรุท ๚ะ๛

กิศณุอะวะตาร ของอินเดียว่าคือ กฤษณวตาร कृष्णावतार พระนารายณ์อวตารมาเป็นพระกฤษณะปราบท้าวกังสะ (कंस) ของไทยว่าคือพระบรมจักรกฤษณ์มาปราบพาณาสูรในเรื่องอนิรุทธ หรืออุณรุท


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 15:42

๏ พระขันธกุมารทรงมยุรพาหณ ๚ะ๛


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 16:19

๏ ทุสะดีอะวะตาล ๚ะ๛

ของอินเดียว่ากัลกิอวตาร कल्कि अवतार จะเป็นอวตารปางสุดท้ายของพระนารายณ์ที่จะมาปราบคนชั่วในอนาคต ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า เมื่อดวงจิตอังคุฐพรหมจุติยังโลกมนุษย์ เกิดเป็นม้าชื่ออสุรกัณฐะกะ เที่ยวเบียดเบียนสามโลก มีจิตพยาบาทพระอิศวร จึงเหาะไปเชิงเขาไกรลาส ขณะนั้นพระฤๅษีเทวบิดเป็นพนักงานน้ำสรงพระอิศวรลงมาตักน้ำในสระอโนดาต อสุรกัณฐะกะไล่กัดขบฤๅษีเทวบิด ฤๅษีเทวบิดหนีไปเฝ้ากราบทูลพระอิศวร พระอิศวรจึงให้เทพยดาจัตุบท จัตุบาท ไปเชิญเสด็จพระนารายณ์มาปราบ พระนารายณ์จึงกระทำเทวฤทธิ์อวตารเป็นมนุษย์ ๒ กร กรซ้ายทรงร่มทิพย์ กรขวาทรงไม้แส้ ชื่อทุลกีอวตาร ขึ้นหลังม้าเทวกัณฐัศมีปีก บินไล่อสุรกัณฐะกะ อสุรกัณฐะกะหนีไปฝั่งแม่น้ำสินธุ ขณะนั้นมีพระดาบสชื่อพระสัชนาไลย อาศัยอยู่ในถ้ำเขารัตนประพาฬ ออกจากอภิญญาไปแสวงหาผลไม้ พบอสุรกัณฐะกะ อสุรกัณฐะกะก็ไล่ขบกัดกินศีรษะพระดาบสถึงกาลกิริยา ทุลกีอวตารตามมาทันจึงเอาแส้ฟาดอสุรกัณฐะกะล้มลง แล้วตัดศีรษะอสุรกัณฐะกะมากระทำเทวฤทธิ์ร่ายวิษณุมนต์ ต่อศีรษะพระสัชนาไลย พระดาบสจึงมีหน้าเป็นม้า และมอบร่มทิพย์กับแส้ให้ ให้พระดาบสสอนการอัศวกรรมสืบไป พระดาบสจึงได้ชื่อว่าอิสีกัลไลยะกะ เป็นครูม้าสืบมา พระทุลกีจึงสาปร่างอสุรกัณฐะกะให้เป็นฝูงแม่ลา เมื่อม้าพลาหกมาสมจรแม่ลา มีบุตรเป็นชาติอัศดรแล้ว ให้ทำลายท้องแม่ลาออกมาให้แม่ลาถึงแก่ความตาย แล้วพระนารายณ์เสด็จกลับไป


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 10 มิ.ย. 20, 17:45

๏ พระปรเมศวรทรงธนูโมลี ๚ะ๛

๏ สาตร์วราห์ปราบหิรันต์สูร

ของอินเดียว่าวราหาวตาร वराहावतार มีอสูรตนหนึ่งชื่อ หิรัญยากษะ (हिरण्याक्ष) ได้บำเพ็ญตบะถึงพระพรหม เพื่อขอพรให้ตนไม่ถูกฆ่าโดยมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉาน เมื่อได้พรมาแล้วจึงได้ม้วนแผ่นดินไปซ่อนในครรโภทก(มหาสมุทรใต้จักรวาล) หรือบางตำนานเล่าว่า ไปซ่อนในบาดาลชั้นรสตาละแทน พระวิษณุจึงอวตารไปเป็นหมูป่าครึ่งมนุษย์ ที่สูง ๑,๐๐๐ โยชน์ ตัวกว้าง ๑๖ โยชน์ ไปสู้กับหิรัญยากษะโดยใช้กระบอง เมื่อผ่านไป ๑,๐๐๐ ปี พระวราหะจึงสามารถสังหารหิรัญยากษะได้ พระวิษณุนำแผ่นดินกลับมา พระแม่ภูมิเทวี เทวีแห่งแผ่นดินหลงรักพระวราหะ จึงได้แต่งงานกัน และมีบุตรคือนรกาสูร (नरकासुर) ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า มีพรหมตนหนึ่งริษยาพรหมธาดา ผลกรรมจึงให้จุติเป็นอสูรชื่อหิรันตยักษ์ ได้พรพระอิศวรจึงกำเริบ กระทำให้กายใหญ่ม้วนแผ่นดิน พระอิศวรจึงให้เชิญพระนารายณ์มาปราบ พระนารายณ์จึงอวตารเป็นเศวตวราหะนามว่าวราหวตาร ไปสังหารหิรันตยักษ์แล้วกลับมาบรรทมสินธุในเกษียรสมุทร กระทำเทวฤทธิ์ให้เกิดดอกปทุมชาติจากเบื้องอุทรประเทศ บังเกิดพระอโนมาตันจากดอกปทุมชาติ จึงพาพระอโนมาตันไปถวายพระอิศวร พระอิศวรให้พระอินทร์กับฤๅษี ๔ องค์ คือ ยุทธ, อักขระ, ทหระ, ยาคะลงมาสร้างเมืองในป่าประชุมศรีทงทวารมีต้นชุมเห็ด จึงให้ชื่อว่าพระนครศรีอยุทธยา เมื่อสร้างเมืองพร้อมประชากรแล้ว พระอิศวรจึงให้พระอโนมาตันเป็นต้นวงศ์กษัตริย์ในพระนครศรีอยุทธยา (ในรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ใน ร.๑ ว่าพระอิศวรให้พระอินทร์งมาสร้างเมือง พบกับฤๅษีอจนคาวี, ยุคอัคระ, ทหะ, ยาคะ ในป่าทวารวดี จึงตั้งชื่อว่าอยุธยา)

๏ บุรุษรามาวะตาล ๚ะ๛

ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า เมื่อทศกัณฐ์อาสาชลอเขาไกรลาสให้ตั้งตรง พระอิศวรจึงว่า ถ้าเอ็งชลอเขาไกรลาสตงแล้ว เอ็งปรารถนาซึ่งนางใดในไกรลาส แม้บาทบริจาริกาของเราก็จะให้ดังปรารถนา ทศกัณฐ์สามารถชลอเขาไกรลาสให้ตรงได้และทูลขอพระอุมาจากพระอิศวร พระอิศวรจึงจำพระทัยยกพระอุมาให้ พระอุมาบันดาลให้ร้อน ทศกัณฐ์จึงเชิญองค์พระอุมาขึ้นทูนเศียรเกล้าไป เทพยดาจึงไปเชิญพระนารายณ์มาช่วย พระนารายณ์จึงนิรมิตกายเป็นบุรุษนามรามาวตาร (โคลงนารายณ์สิบปางว่ามหัลลกอสุรวตาร) มาปลูกต้นไม้ เอาปลายลงขวางทางทศกัณฐ์เป็นกลอุบาย ทศกัณฐ์ไม่รู้จึงกล่าวติเตียนว่า ท่านนี้เป็นคนโฉด มาปลูกต้นไม้เอาปลายลงฉะนี้ เหตุไฉนจึ่งจะเป็นภักผลเล่า บุรุษรามาวตารตอบว่า ท่านเป็นคนโฉดเขลาเองเสียอีก ท่านทูลขอองค์พระอุมามานั้นเพื่อจะประสงค์สิ่งอันใด นางมณฑก (ในรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ใน ร.๑ ว่า นางมณโฑ) ที่เป็นบาทบริจาริกาอยู่ข้างอาสน์พระอิศวรนั้น มีโฉมงามบริสุทธิ์ประกอบไปด้วยเบญจลักษณะ ควรที่จะเป็นมเหสีได้ เป็นไรจึ่งไม่ทูลขอเอาไป มาทูลขอซึ่งองค์พระอุมาภควดี ซึ่งเป็นมารดาสุดาในสุราลัยนั้น ถ้าท่านเอาไปเป็นมเหสี เศียรท่านจะแตกออกเป็นเจ็ดภาค ทศกัณฐ์ได้ฟังก็คิดได้ จึงพาพระอุมากลับไปคืนพระอิศวรและทูลขอนางมณฑก พระอิศวรก็ประสาทให้ พระนารายณ์ก็กลับไปยังเกษียรสมุทร


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 11 มิ.ย. 20, 10:10

๏ มัจฉาอะวะตาลปราบหมู่สังขอะสูร

ของอินเดียว่ามัตสยาวตาร मत्स्यावतार ว่าระหว่างนั้นโลกกำลังจะเกิดอุททกภัยครั้งใหญ่ ได้มีอสูรตนหนึ่งชื่อหัยครีพ (हयग्रीव) หรือสังขอสูร (शंखासुर) ได้ขโมยคัมภีร์พระเวทจากพระพรหมไป เมื่อครั้งที่พระพรหมทรงหลับ เนื่องจากเหน็ดเหนื่อยจากการสร้างโลก แล้วเผลอคายคัมภีร์พระเวทออกมาจากปากของพระองค์ พระวิษณุจึงอวตารเป็นปลาชื่อสะผะริ ระหว่างที่พระมนูไววัสวัต (वैवस्वत मनु) กำลังทำพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ที่ริมแม่น้ำกฤตมาลาอยู่นั้น พระองค์ได้เจอปลาสะผะริ ปลาสะผะริขอร้องให้พระมนูไววัสวัตให้ช่วยตนจากปลาใหญ่กว่าไม่ให้มาทำร้ายตน พระมนูจึงเอาปลาไปไว้ในอ่าง แต่พอไว้ในอ่างปลาสะผะริก็ตัวใหญ่เท่าอ่าง พระมนูจึงนำไปใส่ในสระนำ้ ปลาสะผะริก็ตัวใหญ่เท่าสระน้ำ พระมนูจึงนำไปไว้ในทะเลสาป ปลาสะผะริก็ตัวใหญ่ขึ้น พระมนูจึงนำไปปล่อยในมหาสมุทร ปลาสะผะริก็ขอร้องอีกว่าอย่าทิ้งให้ตนอยู่ในทะเลใหญ่ พระมนูจึงรู้ว่าไม่ใช่ปลาธรรมดา ปลาสะผะริจึงกลับร่างเป็นพระวิษณุ พระวิษณุทรงเตือนว่าอีก ๗ วันจะเกิดน้ำท่วมโลก ให้เตรียมเรือใหญ่ไว้ แล้วนำพืชพรรณทุกชนิด สัตว์ชนิดละคู่ และฤาษีทั้ง ๗ ตน ๗ วันต่อมาน้ำท่วม พระมนูจึงภาวนาถึงพระวิษณุ พระวิษณุจึงปรากฏตัวเป็นมัตสยาวตาร ไปสังหารหัยครีพ แล้วนำพระเวทไปคืนพระพรหม พระมนูได้ใช้พญาอนันตนาคราชพันหัวเรือไว้กับพระมัสตยาวตาร เมื่อน้ำลดพระมนูนำเรือไปจอดที่ภูเขาหิมาลัย พระวิษณุได้กล่าวสอนพระมนูให้ตั้งในธรรม แล้วจึงสืบเผ่าพันธ์มนุษย์ สัตว์และพืชพรรณต่อไป ส่วนของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า เมื่อพระนารายณ์อวตารเป็นกัจฉะปาวตารไปปราบผีเสื้อน้ำที่ลักคัมภีร์ไตรเพทมาให้อสุรมัจฉาร้อยโกฏิ อสุรมัจฉาจึงเอาคัมภีร์ไตรเพทไปฝากสังขอสูร พระนารายณ์จึงอวตารเป็นปลากรายทองชื่อมัจฉาวตาร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่ามัจฉาอวตาร) ตามไปปราบสังขอสูร สังขอสูรกลืนคัมภัร์ไตรเพทลงท้อง พระนารายณ์จึงสังหารสังขอสูรแล้วง้างปากล้วงเอาคัมภีร์ไตรเพทคืน พระนารายณ์สาปปลากรายว่า ถึงมนุษย์จะเสพเองเป็นอาหารไปภายหน้าก็ลำบากนัก แล้วสาปสังข์ว่า ถ้ามนุษย์จะทำการมงคลพิธีไปภายหน้า ก็จงเอาสังข์นี้เข้าอยู่ในการพิธีนั้น ถ้าผู้ใดรดน้ำในอุทรสังข์ก็ให้เป็นมงคลกันอุบาทว์เสนียดจัญไร ด้วยสังข์กลืนคัมภีร์ไตรเพทไว้ในอุทร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่ามีพรหมตนหนึ่งริษยาพระพรหมธาดา จึงจุติมาเป็นสังขอสูร ครั้งหนึ่งพระพรหมธาดานำคัมภีร์พระเวท พระธรรมศาสตร์มาถวายพระอิศวร ระหว่างทางได้แวะสรงน้ำ สังขอสูรจึงใช้ผีเสื้อน้ำไปลักคัมภีร์มา พระพรหมไปกราบทูลพระอิศวร พระอิศวรจึงให้พระนารายณ์ไปปราบ พระนารายณ์อวตารเป็นปลากรายทองชื่อมัจฉาอวตาร ไปสังหารผีเสื้อน้ำและสังขอสูร แล้วสาปสังข์ว่า รอยนิ้วหัตถ์แห่งเราอันเป็นมงคลซึ่งยื่นล้วงเข้าไปเอาคัมภีร์พระเวท พระธรรมศาสตร์ ตามช่องปากแห่งสังข์นี้ แลอุระสังข์ก็เป็นที่ทรงไว้ซึ่งพระคัมภีร์ อนึ่ง พระพรหมซึ่งจุติลงมาเป็นสังข์มีอานุภาพ มงคลทั้งสามนี้ภายหน้าไปบุคคลจะเอาสังข์ไปเป่าได้ยินเสียงสังข์จนสถานที่ใดก็ให้เป็นมงคลจนสุดเสียงสังข์นั้น)

๏ ชัมภูวราช ๚ะ๛

ของอินเดียในรามายณะว่าชัมพวัน (जाम्बवन्त) เป็นพญาหมี ถูกสร้างโดยพระพรหม ของไทยในรามเกียรติ์แยกเป็น ๒ ตนคือ ชามพูวราชและชมพูพาน นารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า ชามพูวราชเกิดจากไม้ไผ่ท่อนปลายของพระฤๅษีสุขวัฒนที่พระอิศวรหัก (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าไม้ไผ่ท่อนเบื้องบน) ส่วนชมพูพาน รามเกียรติ์  พระราชนิพนธ์ใน ร.๑ ว่าเกิดจากเหงื่อไคลพระอิศวร

๏ ขัฉชปาวะตาลปราบอสูรมัจฉา ๚ะ๛

ของอินเดียว่ากูรมาวตาร कूर्मावतार พระนารายณ์อวตารเป็นเต่าเพื่อรองเขามันทระให้สูงขึ้น ในการกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤต ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่าอสุรผีเสื้อน้ำได้ขโมยคัมภีร์ไตรเพทจากพระพรหมมาให้อสุรมัจฉาร้อยโกฏิ พระอิศวรจึงให้พระนารายณ์ไปปราบ พระนารายณ์จึงอวตารเป็นเต่าทอง นามว่ากัจฉะปาวตาร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าสุวรรณกัจฉะปะอวตาร) ไปปราบผีเสื้อน้ำและอสุรมัจฉาร้อยโกฏิ อสุรมัจฉาจึงเอาคัมภีร์ไตรเพทไปฝากสังขอสูร กัจฉะปาวตารจึงสังหารอสุรมัจฉาร้อยโกฏิตายสิ้น แล้วอวตารเป็นมัจฉาวตารไปตามสังขอสูร (ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ว่าว่ามีพรหมหมู่หนึ่งริษยาพระพรหมธาดา จึงจุติมาเป็นอสูรมัจฉา เหล่าอสูณมัจฉาจึงว่ายเข้าเบียดเชิงเขาพระสุเมรุให้พังลง เทวดาและฤๅษีมาทูลพระอิศวร พระอิศวรจึงให้พระนารายณ์ไปปราบ พระนารายณ์จึงอวตารเต่าทอง นามว่าสุวรรณกัจฉะปะอวตาร ไล่สังหารเหล่าอสูรมัจฉาจนหมด)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 11 มิ.ย. 20, 10:48

๏ ปัญจะศรีขอรดิดพิณ ๚ะ๛

พระปัญจสีขร หรือ พระปัญจสิงขร ในไตรภูมิพระร่วงหรือเตภูมิกถา ว่าเดิมเป็นเด็กเลี้ยงโค  มีผม 5 ปอย ชอบสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์คือ ศาลา สระน้ำ ถนน และยานพาหนะ แต่ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังหนุ่ม ด้วยคุณความดีจึงทำให้บังเกิดเป็นเทพบุตร ในชั้นจาตุมหาราชิกา นามว่า ปัญจสิขคนธรรพเทพบุตร นักดนตรีไทยมีความเชื่อเกี่ยวกับพระปัญสิงขรว่าเป็นครูเทพแห่งดนตรีเครื่องสายมโหรี มีหน้าที่บรรเลงดนตรี ขับร้องและฟ้อนรำบำเรอเทพเจ้าบนสวรรค์ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าแห่งเครื่องดนตรีทั้งปวง สวมมงกุฎยอดน้ำเต้า ๕ ยอด ร่างกายเป็นสีทอง มีกุณฑล (ตุ้มหู) มีอาภรณ์ประดับด้วยนิลรัตน์ นุ่งผ้าสีแดง มีความสามารถในเชิงดีดพิณและขับลำนำ บ้างว่ามีกายสีขาว มี ๔ กร ถือพิณและบัณเฑาะว์ ซึ่งพิณมีพรรณเลื่อมเหลืองดุจผลมะตูมสุกสะอาด คันพิณยาว ๑ คาวุต (๔,๐๐๐ เมตร) เป็นแก้วอินทนิลมณี มีทั้งหมด  ๕๐ สาย ทำด้วยเงิน ส่วนลูกบิดทำด้วยแก้วประพาฬ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 11 มิ.ย. 20, 11:03

๏ พระอิศวรสร้างพระหิมพานในร่มไม้สกรม

ในพระหัตถ์ทรงถือบัณเฑาะว์และมฤค ซึ่งคล้ายคลึงกับเทวรูปของพระศิวะในอินเดียใต้ (บางที่ทรงถือขวานแทนกลองบัณเฑาะว์)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 11 มิ.ย. 20, 12:40

๏ พระนรายน์ปราบอสูรหิด ๚ะ๛

คำบูชาพระนารายณ์ ของพระราชครูวามเทพมุนี จากหนังสือนารายณ์สิบปางและพงศ์ในเรื่องรามเกียรติ์

๏ โอม นะโม นารายณ์สะหะคะณะ ปะริวารา อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สะวาหาย

๏ โอม สัพพะอุปาทะ สัพพะทุกขะ สัพพะโศกะ สัพพะโรคะ วินาสายะ สัพพะสัตตรูปะมุจจะติ

๏ โอม นารายณ์ เทวะตา สะทารักขันตุ สะวาหะ สะวาหาย สะวาหาง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 14
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง