เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 14
  พิมพ์  
อ่าน: 6810 ตำราเทวรูปพระไสยศาตร์
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


 เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 13:45

  อนึ่งข้าสดุดีแด่พระองค์ มะหะเด่วผู้ทรง
สุรภาพก่อโลกา
  อันท่านธารอินทชฎา ทัดจันทรจุฬา
มณีเถลิงโคไคล
  ไหว้วิษณุเทพผู้ไกร อันทรงจักรไฟ
แลสังข์คทาธรณี
  ครบทั้งสี่มือครวี ขี่ครุฑอันมี
พหลกำลังโบยบิน
  โสดข้าบังคมพรหมินทร์ ผู้เจ้าแดนดิน
จรรโลงดิลกจักรพาฬ
  นบวิฆเนศมหิบาล ผู้เป็นครูการย์
ให้เกิดสวัสดิมงคล
  ชุลีเวสสุกรรม์วิมล อัญชาญการสกล
ด้วยเทวฤทธิรจนา
  จงท้าวทั้งห้าผู้ปรา- กฏได้เมตตา
อำนวยสวัสดิพรไชย
  ให้เรืองวิทยปัญญาไว เห็นการทั่วไป
อย่ามีที่ขัดเคืองครือฯ

คำบูชาเทวดาของเก่า

(มะหะเด่ว महादेव = มหาเทพ คือพระอิศวร)

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อยู่คู่สังคมไทยมาช้านานกับพระพุทธศาสนา มีบทบาทในการพระราชพิธี การปกครอง ความเชื่อ ฯลฯ หลายอย่าง กระทู้นี้ขอรวบรวมภาพเทวรูปไสยศาสตร์จากตำราในหอสมุดแห่งชาติมาเผยแพร่ กรมศิลปากรเคยรวบรวมพิมพ์ไว้ในหนังสือตำราภาพเทวรูป และเทวดานพเคราะห์ แต่ภาพจากสมุดไทยดำเมื่อพิมพ์กลับเป็นสีส้ม

บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 14:27

ประเดิมด้วยตำราเทวรูปไสยศาสตร์ เลขที่ ๗๐ สมุดไทยดำ เขียนด้วยหรดาลเป็นสีเหลืองและหรดาลปนชาดเป็นสีชมพู สันนิษฐานว่าพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ พระราชโอรสในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ ทรงดำริสร้างในรัชกาลที่ ๔ และเป็นต้นแบบให้กับจิตรกรรมบานประตู-หน้าต่างของอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)

๏ รูปนี้คือองค์พระสยมภูวนาท

สยมภูวนาถ = พระผู้เป็นเอง คือพระศิวะ



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 15:00

(ไม่มีข้อความกำกับ ไม่ทราบว่าฤๅษีท่านใด)

รูปพระฤๅษีกไลยโกฏิ์

ฤๅษีกไลโกฏ อินเดียเรียกว่าฤษยะสฤงค์ (ऋष्यशृंग) ส่วนชื่อกไลโกฏเป็นภาษาทมิฬ กไลโกฏมุนี (கலைக்கோட்டு முனிவர்) แปลว่าหน้าเนื้อ รามเกียรติ์ว่าเป็นบุตรของฤาษีอิสีสิงฆ์และมีมารดาเป็นกวางทราย อาศัยอยู่ในป่าสาลวัน กรุงโรมพัตตัน บำเพ็ญตบะจนเกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกสามปี ท้าวโรมพัตจึงให้นางอรุณวดี ราชธิดาไปทำลายตบะของฤๅษี นางอรุณวดีจึงเปลื้องอาภรณ์ที่ปิดบังท่อนบนของกายาออกเหลือติดกายไว้บ้างก็แต่เพียงเครื่องประดับ ฤๅษีกไลโกฏไม่เคยเห็นสตรีเพศมาก่อน ครั้นเมื่อเจอนางอรุณวดีในสภาพเปลือยเปล่าครึ่งท่อน จึงตบะแตกและถูกเชิญเข้าไปอยู่ในวัง เมื่อท้าวทศรถ กษัตริย์แห่งกรุงอยุธยาตั้งพิธีขอลูก ฤๅษีกไลโกฏมาอำนวยการพิธี และเป็นประธานคณะฤๅษีไปเฝ้าพระอิศวร ทูลขอให้เชิญพระนารายณ์มาเกิดเป็นพระราม รามายณะว่าเป็นหลานของฤๅษีกัศยปะ บำเพ็ญตบะจนแคว้นอังคะแห้งแล้ง ท้าวโลมบาทจึงนำนางโสเภณีมาล่อพระฤาษี และได้ถวายนางศานตา ธิดาของพระองค์ให้พระฤๅษี ฝนจึงตกตามปกติ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 15:33

๏ พระพลเทพย์ไถนา ๚ะ๛

พระพลเทพ (बलदेव) หรือพระพลราม (बलराम) อินเดียว่าเป็นบุตรคนที่ ๗ ของวาสุเทพกับนางเทวกี พี่ชายของพระกฤษณะ เดิมเป็นอวตารของพระวิษณุปางที่ ๘ ในทศวาตารฉบับดั้งเดิม เมื่อเกิดพุทธาวตารจึงแก้ให้เป็นอวตารของเศษนาค (ในภาควัตปุราณะระบุว่าเป็นอวตารปางที่ ๑๙ ของพระวิษณุ) พระพลรามมีผิวกายสีขาว อาวุธคือกระบองและคันไถ มีนิสัยชอบดื่มสุราอย่างมาก ชายาชื่อนางเรวตี บุตรีท้าวกกุทมิน ส่วนไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า เป็นเทพยดาที่ตามเสด็จพระบรมจักกฤษณ์ไปปราบพาณาสูรที่กรุงรัตนา

๏ รูปพระฤๅษีเทวบิศ ๚

ยังไม่ทราบข้อมูล




คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 16:36

๏ รูปพระประเมศวรเหยียบมูลาคะนี ๚ะ๛

ปรเมศวร परमेश्वर = ผู้เป็นใหญ่ยิ่ง คือ พระอิศวร

ของอินเดียว่าเป็นปางที่พระศิวะกับพระนารายณ์มาปราบพวกฤๅษีในป่าตารกะที่ประพฤติอนาจารฝ่าฝืนเทวบัญญัติ จึงทรงฟ้อนรำทำปาฏิหาริย์ ขณะนั้นมียักษ์ค่อมตนหนึ่งชื่อ มุยะละกะ (முயலகன்) มาช่วยพวกฤๅษี พระศิวะก็เอาพระบาทข้างหนึ่งเหยียบยักษ์ค่อมนั้นไว้ แล้วทรงฟ้อนรำต่อไปจดหมดกระบวน พวกฤๅษีก็สิ้นทิฐิ ยอมรับผิด ทูลขอขมาโทษแก่พระเป็นเจ้าทั้งสอง เมื่อทรมานฤๅษีสำเร็จแล้ว พระศิวะเสด็จกลับคืนไปยังเขาไกรลาส พระนารายณ์ก็เสด็จกลับคืนไปยังเกษียรสมุทร ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า มีอสุรพรหมตนหนึ่งชื่อ มูลาคะนียักษ์ เกิดพร้อมด้วยแผ่นดิน ได้พรจากพระเป็นเจ้าทั้งสาม มีจักษุเป็นเปลวไฟ เที่ยวเบียดเบียนทั้งสามโลก บรรดาฤๅษีไปทูลพระอิศวร พระอิศวรจึงเสด็จลงมาปราบมูลาคะนี มูลาคะนีลืมตาเป็นไฟล้อมพระอิศวรไว้โดยรอบ พระอิศวรจึงสำแดงเทวฤทธิ์ขึ้นเหยียบเหนือหลังมูลาคนี พร้อมเปิดท่อน้ำท่อเพลิงออกมาจากช่องพระกรรณ ให้ตกต้องถูกศีรษะมูลาคะนี มูลาคะนีก็สิ้นฤทธิ์ตาที่เป็นไฟนั้นก็สูญไป พระอิศวรเป็นเจ้าจึงสาปมูลาคะนีให้เป็นกรุงพาลี เที่ยวกินกระบาลอยู่ในมนุษยโลก ในเวลาที่มนุษย์โลกจะกระทำการมงคลพิธีทั้งปวงชั่วภัทรกัลป์หนึ่ง

๏ พระนารายน์เสดจไปคิชบันพต ๚ะ๛

นารายณ์ नारायण = ผู้ที่ได้เคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ คือ พระวิษณุ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 17:44

๏ พระฤๅษีทรพัท ๚ะ๛

ยังไม่ทราบข้อมูล

๏ พระอะแมฤๅษี ๚ะ๛

ยังไม่ทราบข้อมูล

๏ พระอิศรีสิงฆ์ดาบส ๚ะ

คือฤๅษีอิสีสิงฆมุนีในเรื่องรามเกียรติ์ มีบุตรคือฤๅษีกไลโกฏ อิสีสิงฆ หรือ อิสีสิงค์ เป็นภาษาบาลี ฤษยะสฤงค์ (ऋष्यशृंग) เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่าผู้มีเขากวาง ในรามายณะคือฤๅษีตนเดียวกัน ไทยแยกเป็นฤๅษีอิสีสิงฆมุนีกับฤๅษีกไลโกฏ ในรามายณะว่าบิดาของฤๅษีฤษยะสฤงค์คือฤๅษีวิภาณฑกะ (विभान्डक)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 17:57

๏ พระศรรทธาสิท ๚

ยังไม่ทราบข้อมูล


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 18:30

๏ พระวิกฆิเนศวร ๚ะ๛

วิกฆิเนศวร विघ्नेश्वर = เจ้าแห่งการกำจัดอุปสรรค

เป็นโอรสของพระศิวะ ในศิวมหาปุราณะของอินเดียว่าพระนางปารวตีเอาขี้ไคลปั้นเป็นกุมารผู้หนึ่ง ให้เป็นนายทวารบาลไม่ให้ผู้ใดเข้า เมื่อพระศิวะจะเข้าไปหาก็ถูกขวาง พระศิวะและบริวารของพระองค์จึงเข้าสู้ เมื่อพระนางปารวตีได้ยินเสียงดัง พอทราบเรื่องก็ให้เหล่าเทวีมารบกับเหล่าเทพ เหล่าเทวีชนะเหล่าเทพ พระอินทร์จึงทูลให้พระศิวะกอบกู้ชัยชนะของเหล่าเทพ พระศิวะจึงให้พระวิษณุออกอุบายหลอก แล้วพระศิวะใช้ตรีศูลตัดศีรษะขาดกระเด็น พอความทราบถึงพระนางปารวตีก็ทรงกริ้ว จึงเกิดศึกใหญ่ระหว่างเทพและเทพีบนสวรรค์ พระศิวะจึงให้เหล่าเทวดาไปหาสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วหันศีรษะไปทางเหนือ พระวิษณุพบช้างตาย จึงตัดศีรษะให้พระศิวะต่อให้พระพิฆเนศวร พระนางปารวตีจึงประทานพรให้พระพิฆเนศวรเป็นเทพที่ได้รับการบูชาเป็นพระองค์แรกก่อนเทพองค์ใด ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า พระอิศวรจะทำการโสกันต์พระขันทกุมารเพื่อจะให้ไปปราบอสุรภังคี ให้พระอินทร์ไปเชิญพระนารายณ์ที่กำลังบรรทม เมื่อพระนารายณ์ตื่นบรรทมและทราบเรื่องจากพระอินทร์จึงพลั้งพระโอษฐ์ว่า "ลูกหัวหายจะนอนหลับให้สบายก็ไม่ได้" เศียรพระขันทกุมารจึงหายไป พระอิศวรให้พระวิษณุกรรมไปตัดเอาศีรษะคนที่ถึงมรณภาพก็ไม่มี พระอิศวรจึงให้ไปตัดศีรษะสิ่งมีชีวิตที่หันหัวไปทางตะวันตก ได้หัวช้างพลายหัวหนึ่งจึงเอามาต่อ เปลี่ยนชื่อจากพระขันทกุมารเป็นพระมหาวิฆเนศ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 18:51

๏ รูปพระอิศวรเสด็จไปไกรลาศ ๚ะ๛

อิศวร ईश्वर = ผู้เป็นใหญ่ เห็นได้ชัดว่าพราหมณ์ไทยเป็นไศวนิกาย เพราะเรียกพระศิวะว่าพระอิศวร (ผู้เป็นใหญ่) ซึ่งไวษณพนิกายก็สามารถเรียกพระวิษณุว่าพระอิศวรได้เหมือนกัน

๏ พระนรายณ์เสด็จไปไกรลาศ ๚ะ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 19:08

๏ พระมหาวิกฆิเนตรไปกระเศียรสมุท ๚ะ

๏ พระมหาวิกฆิเนตรปราบอสูรภังฆี

ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า เมื่อต่อเศียรพระมหาวิฆเนศแล้ว จึงสำแดงพระกายมี ๔ กร ถือบ่วงบาศ ขอ ค้อนเหล็ก ก้อนเหล็กแดง ทรงมุสิกะพาหนะไปยังยมนานที อสุรพังคีนำอมนุษย์แสนโกฏิขึ้นมาต่อสู้พระมหาวิฆเนศแต่สู้ไม่ได้จึงดำน้ำหนี พระมหาวิฆเนศจึงอ้าพระโอษฐ์สูบน้ำจนแห้ง เมื่อเห็นตัวอสุรพังคีแล้วจึงถอดงาช้างเบื้องซ้ายถูกอสุรพังคีและอมนุษย์แสนโกฏิตายหมด และคายน้ำออกไว้เหมือนเก่า


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 19:18

๏ พระมหาวิกฆิเนตร์ตัตะหมาด ๚ะ๛

๏ พระเทวกรรม์ ๚ะ

พระเทวกรรมองค์นี้ไม่มีในอินเดีย คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง สันนิษฐานว่าคือผีครูหมอช้างพื้นเมืองที่ไปหยิบยืมรูปลักษณ์ของพระวิกฆิเนศวรจากอินเดียมาใช้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 08 มิ.ย. 20, 19:58

๏ พระเทวกรรม์ ๚ะ๛

๏ พระโกญจนาเนศวร วิทสวรให้เกิดช้างพลายในมือขวาช้างพังในมือซ้าย

พระโกญจนาเนศวรองค์นี้ไม่มีในอินเดีย ของไทยในนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงว่า ในไตรดายุค พระอิศวรมีเทวโองการให้พระเพลิงพระทำเทวฤทธิ์เพื่อบังเกิดศิวบุตร 2 องค์ พระเพลิงรับเทวโองการและกระทำเทวฤทธิ์ให้บังเกิดเป็นเปลวเพลิงออกจากช่องพระกรรณทั้งสอง เบื้องขวาบังเกิดบุตรที่มีพระพักตร์เป็นช้าง มี ๒ กร ถือตรีศูลและดอกบัว ชื่อพระศิวบุตรพิฆเนศวร ส่วนเบื้องซ้ายบังเกิดเป็นเทวกุมารองค์หนึ่ง มีพักตร์เป็นช้าง ๓ พระพักตร์ มี ๖ กร แต่ละกรให้กำเนิดมีช้างประเภทต่างๆ คือ ช้างเอราวัณ ช้างคีรีเมฆละไตรดายุค ช้างเผือกเอก ช้างเผือกโท ช้างเผือกตรี ตระกูลอัคนิพงศ์ กรซ้ายเป็นช้างพัง กรขวาเป็นช้างพลาย ชื่อพระโกญจนาเนศวรศิวบุตร

พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) สันนิษฐานว่าพระนาม โกญจนาเนศวร์ เป็นพระนามของพระขันทกุมาร เพราะคำว่า โกญจนา ตรงกับคำสันสกฤตว่า เกราญจ (क्रौंच) ซึ่งเป็นชื่อภูเขาที่พระขันทกุมารเสด็จไปประทับ

รองศาสตราจารย์ ดร. มณีปิ่น พรหมสุทธิลักษณ์อธิบายมาจากคำสันสกฤตว่า เกฺราญจนาเนศวร (กฺราญจน+อานน+อิศวร) จึงแปลความหมายของชื่อดังกล่าวว่า ผู้เป็นใหญ่เหนือแผ่นพักตร์เกราญจะ และได้อธิบายอีกว่า ชาวสยามโบราณคงทราบทางเทพปกรณัมแขกว่าพระอิศวรมีบุตรสององค์ แต่เข้าใจผิดว่าเป็นองค์เดียวกัน จึงโอนชื่อพระขันทกุมารไปให้กับพระคเณศ

คมกฤช อุ่ยเต็กเค่งอธิบายว่า โกญจนาทเนศวร์ ซึ่งปรากฏใน ตำราช้าง มาจากคำว่า โกญจนาท แปลว่า เสียงร้องของช้าง และพระนามจึงควรจะเป็น โกญจนาเทศวร์ แปลว่า พระเป็นเจ้าที่มีเสียงร้องของช้าง หรืออาจจะมาจาก โกญจนาทนฺ+อีศวร ตามการสนธิสันสกฤตอย่างทมิฬ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 09 มิ.ย. 20, 08:18

๏ รูปพระอิศวรทรงปลากรายทอง ๚ะ๛

๏ รูปพระมหาไชยทรงปลากราย


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 09 มิ.ย. 20, 08:28

๏ พระอิศวรทรงจระเข้กับพระอุมา ๚ะ๛


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
นโม ตสฺส
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 09 มิ.ย. 20, 08:36

๏ พระนรายน์ทรงพระยานาค์

๏ พระนรายน์จำศิลบันลังค์นาค์


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 14
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง