เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
อ่าน: 3325 2020 อเมริกาจลาจล
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 18 ก.ค. 20, 08:13

จาก FB คุณเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 18 ก.ค. 20, 08:16

จาก FB คุณเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ เช่นกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 18 ก.ค. 20, 08:42

โควิดเป็นเหตุให้รัฐจอร์เจียเกิดศึกฟาดหมัดกันระหว่างนายไบรอัน เคมป์ ผู้ว่าการรัฐสังกัดพรรครีพับลิกัน (ของทรัมป์) กับนางคีชา แลนซ์ บ็อตตอมส์  นายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนต้า เมืองหลวงของรัฐ

นายกเทศมนตรีออกกฎให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน    ไม่ทันไร  ผู้ว่าการรัฐสวนหมัดกลับมา  ออกคำสั่งให้ยกเลิกกฎของเทศบาลที่กำหนดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ
โดยอ้างว่าไม่มีความจำเป็น  เข้มงวดเกินไป   พร้อมทั้งห้ามนายกเทศมนตรีไม่ว่าเมืองไหน ออกกฎให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลชนิดอื่นๆ

ทั้งๆประชาชนชาวรัฐนี้ตายไปกว่า 3000 คนเพราะโควิด   นายเคมป์ก็ยังไม่เห็นความจำเป็นจะต้องออกกฎให้สวมหน้ากากอนามัยอยู่นั่นเอง
ลองผู้ว่าการรัฐไม่รู้ร้อนรู้หนาวขนาดนี้   สถิติผู้ติดเชื้อคงจะถึง 4 ล้านคนในอีกไม่กี่วัน

https://edition.cnn.com/2020/07/17/politics/keisha-lance-bottoms-brian-kemp-mask-lawsuit-cnntv/index.html


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 21 ก.ค. 20, 09:52

แก้ผ้าลุงแซม
โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้
วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 07.52 น.

สถานการณ์ในอเมริกาเต็มไปด้วยความกังวลและตึงเครียด อาทิตย์ที่ผ่านมายอดผู้ป่วยใหม่พุ่งสูงถึงวันละเจ็ดหมื่นเจ็ดพันคนติดต่อกันสองวัน ขณะที่เขียนคอลัมน์นี้ ยอดผู้ป่วยสะสมแตะสี่ล้านคนและเสียชีวิตไปแล้วหนึ่งแสนสี่หมื่นกว่าราย หากยังจำกันได้ ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา รัฐนิวยอร์กคือจุดระบาดมีคนป่วยคนตายมากมายจนต้องใช้รถคอนวอยติดแอร์เป็นสถานที่เก็บศพ เพราะศพล้นโรงพยาบาล ตอนนี้สถานการณ์แบบเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในรัฐทางใต้อย่างเท็กซัส

สรุปสถานการณ์โควิดคร่าวๆ ห้าอันดับรัฐที่มีการแพร่ระบาดและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเรียงตามลำดับคือ รัฐนิวยอร์ก ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ผ่อนคลายลงเพราะยอดติดเชื้อใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่านโยบายของผู้ว่าการรัฐเรื่องการบังคับให้ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย รวมทั้งเสียค่าปรับหากไม่ใส่และการกักตัวผู้ที่มาจากรัฐอื่นที่เข้ามาในรัฐนิวยอร์ก ทำให้จำนวนคนติดเชื้อรายวันลดลงอันดับสองคือรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งยืนหนึ่งมาตลอดทั้งการระบาดรอบแรกและรอบสอง

โดยย่านที่ระบาดหนักสุดคือแอลเอ ที่เราคนไทยรู้จักกันดีนั่นเอง อันดับสามคือฟลอริด้าจุดระบาดหนักสุดคือไมอามี่ คาดว่าเพราะการออกมาหลั่นล๊าร่าเริงตามหาดและกินดื่ม สัมผัสเนื้อตัวกันไม่มีการเว้นระยะห่าง หรือสวมหน้ากากเลยทำให้ฟลอริด้ากลายเป็นดงระบาดในตอนนี้ อันดับสี่คือ รัฐเท็กซัส นี่ก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้ฟลอริด้าแต่ละวันต้องคอยส่องว่า วันนี้ยอดผู้ป่วยใหม่เท่าไหร่เพราะแต่ละวันเหยียบหลักหมื่น ใช่แล้ว..อ่านไม่ผิดหรอกป่วยกันวันละเป็นหมื่นรายทั้งฟลอริด้าและเท็กซัส รถคอนวอยติดแอร์จึงหลั่งไหลเดินทางมุ่งหน้าสู่เท็กซัส เพราะที่เก็บศพในโรงพยาบาลเต็มจนล้น

อันดับห้าคือรัฐนิวเจอร์ซี่ ซึ่งจะว่าไปแล้วโดนหางเลขจากรัฐนิวยอร์กเพราะเป็นรัฐเพื่อนบ้าน คนจากรัฐนี้ไปทำงานนิวยอร์กกันทั้งนั้นแต่ดูเหมือนสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย เพราะยอดป่วยรายวันลดน้อยลง ที่น่าห่วงมากคือรัฐทางใต้ทุกรัฐเพราะยอดผู้ป่วยรายวันสูงขึ้นอย่างฉับพลันทันใดทุกวันและดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นๆ เรื่อยๆด้วยจำนวนตัวเลขผู้ป่วยใหม่ที่ทะยานสูงทุกรัฐอย่างน่าใจหายเลยทำให้มีการประมาณการกันใหม่ มหาวิทยาลัยวอชิงตันเผยแพร่รายงานฉบับทบทวนล่าสุด ประมาณการว่ายอดผู้เสียชีวิตจะมากกว่า 224,000 คน ในวันที่ 1 พฤศจิกายนปรับเพิ่มจากการประเมินคราวก่อน 16,000 คน สถาบันชี้วัดและประเมินผลด้านสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน

(IHME) ประมาณการว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจลดลง 40,000 คน หากว่าพลเมืองอเมริกาเกือบทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันสวมหน้ากากในที่สาธารณะ ถ้า 95% ของอเมริกันชน สวมหน้ากากทุกครั้งตอนที่ออกนอกบ้านอัตราการติดเชื้อจะลดลง จำนวนผู้เข้ารักษาตัวตามโรงพยาบาลจะลดลงและคาดหมายว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจะลดลงตามไปเช่นกันขนาดตัวเลขพุ่งสูงขนาดนี้แต่พลเมืองอเมริกันยังชี้หน้าด่าทอตีกันไม่จบเรื่องหน้ากาก ทั้งที่เห็นชัดๆว่าการใส่หน้ากากสามารถป้องกันตัวจากการติดและแพร่โควิดได้

ล่าสุดพ่อเมืองหรือผู้ว่าการรัฐโอกลาโฮม่า ซึ่งเป็นลูกหม้อตาลุงผมเป๋ติดโควิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าท่านผู้ว่าการรัฐรายนี้ติดจากเวทีหาเสียงของประธานาธิบดีที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมานั่นแหละ เพราะตอนนั้นมีข่าวออกมาว่าสมาชิกทีมหาเสียงตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาผู้นำหลายคนติดโควิด แล้วท่านผู้ว่าการรัฐจะเหลือเหรอ สุดท้ายก็ติดไปตามระเบียบตัวเลขคนป่วยคนตายที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้มหาวิทยาลัยและโรงเรียนตั้งแต่แคลิฟอร์เนีย ไปจนถึงวิสคอนซินใช้วิธีสอนออนไลน์แทนการเปิดเทอม ทำให้ตาลุงผมเป๋ไม่ค่อยพอใจนักเพราะถ้าเด็กๆ อยู่บ้าน พ่อแม่ก็ออกมาทำงานนอกบ้านไม่ได้ เท่ากับแผนจะเปิดธุรกิจโน่นนี่ในอเมริกาต้องพับไปก่อน แกเลยขู่ฟ่อๆว่าจะตัดเงินสนับสนุน แต่โถ..ลุงโรงเรียนในแต่ละรัฐไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางเท่าไหร่หรอก แต่ได้จากเงินสนับสนุนในรัฐต่างหาก

ห้างร้านหลักๆเริ่มออกกฎให้ลูกค้าต้องใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยไม่งั้นห้ามเข้าร้าน เอาแค่นี้ยังกลายเป็นเรื่องเพราะอเมริกันพกปืนได้อย่างเสรี เลยเกิดเคสเมื่อสองเดือนก่อนคือพนักงานร้าน “ทุกอย่างดอลลาร์เดียว” ขอร้องให้ลูกค้าใส่หน้ากากเข้าร้านเท่านั้นแหละ คุณลูกค้างัดปืนมายิงพนักงานดับคาร้าน แม้จะมีกฎแต่เราก็ได้เห็นบรรดา “คาเรน” ออกมาแผดเสียงด่าทอโวยวายอยู่ทุกวี่วันตามห้างต่างๆท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกวัน ทรัมป์ยักไหล่ไม่แคร์มุ่งหน้าเปิดประเทศต่อไปท่ามกลางกองศพพลเมืองตนเอง แถมยืนกรานว่าจะไม่ออกคำสั่งให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอย่างเด็ดขาด

โดยโยนภาระนี้ให้ผู้ว่าการรัฐตัดสินใจแทนเรื่องราวมหาสนุกเลยเกิดขึ้น อย่างในรัฐจอร์เจียเกิดทะเลาะด่าทอกัน ระหว่างผู้ว่าการรัฐซึ่งมาจากพรรคเดียวกับทรัมป์กับนายกเทศมนตรีที่มาจากพรรคเดโมแครต ไม่ลงรอยกันเรื่องการใส่หน้ากากนี่แหละ อีกคนจะให้บังคับอีกคนบอกไม่บังคับ ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าจะยังไงกันต่อไม่ต้องดูอื่นดูไกล รัฐที่ผู้เขียนอยู่ก็เหมือนกันผู้ว่าการรัฐดูไม่ค่อยแยแสพลเมือง นั่นก็มาจากพรรครีพับริกัน ส่วนนายกเทศมนตรีเมืองที่ผู้เขียนอยู่มาจากเดโมแครตเลยออกกฎให้ใส่หน้ากากที่นั่นที่นี่ แทนที่ชาวเมืองจะรู้สึกดีกลับรุมด่าแล้วแห่ไปซื้อของจากห้างในเมืองข้างๆ แทนเพราะนายกเทศมนตรีเมืองข้างๆ เป็นรีพับลิกัน ไม่ออกกฎห้ามใดๆเรื่องหน้ากาก สุดท้ายยอดคนป่วยเมืองข้างๆ ก็พุ่งสูงลิ่วมากกว่าเมืองที่ผู้เขียนอยู่เสียอีก

CDC ออกคำแนะนำตั้งแต่เดือนเมษายนให้ชาวอเมริกันสวมหน้ากากเพื่อชะลอการระบาด หลังมีหลักฐานยืนยันว่าผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการสามารถแพร่เชื้อไวรัสสู่ผู้อื่นได้ แต่อเมริกันแทบจะไม่สนใจทำตามเท่าไหร่นัก สินค้าสำหรับทำความสะอาดที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ยังคงขาดตลาดทุกเมืองทุกรัฐ อีกสองเดือนก็จะย่างเข้าสู่หน้าหนาว ซึ่งถือเป็นฤดูการระบาดของไข้หวัดทุกสายพันธุ์อยู่แล้ว หน้าหนาวปีนี้คงเป็นฤดูหนาวอันยาวนานสำหรับอเมริกันทุกคนอย่างแน่นอน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 22 ก.ค. 20, 09:19

ระหว่างหาข้อมูลเรื่องโควิดที่อเมริกาไปเรื่อยๆ ก็มาเจอค.ห.ข้างล่างนี้   อ่านแล้วงงๆ กับหลายประเด็น 
ตรงที่พิมพ์สีแดงไว้

นึกได้ว่าเรือนไทยมีนายแพทย์หลายท่าน เลยนำมาลง เผื่อจะมีท่านใดช่วยอธิบายให้ได้

Boonood Raksongdham ตั้งสติค่ะติดเชื้อกับป่วยคนละเรื่องกันนะ

ติดเชื้อแล้วมีอาการป่วยน้อยกว่า 5 % ป่วยแล้วตายไม่ถึง 1%

ห้องแล็บโดนทำลายไปเกือบร้อย สปีดตรวจหาเชื้อยังไม่ตกเหรอคะ?

อยากให้ไปดูสถิติการตายว่าตาย YTD ปีนี้กับปีที่แล้วในช่วง Jan-June ว่าตัวเลขการตายระเบิดเถิดเทิงหรือเปล่า? เพราะถ้าตัวเลขการตายคือตายด้วยโควิดจริงตามที่ออกข่าวกันจัง ตัวเลขการตายต้องระเบิดเถิดเทิงนะ ถ้าตัวเลขไม่ระเบิดเถิดเทิง แปลว่าอะไร? แปลว่าไม่ว่าจะตายด้วยอะไรก็ใส่ว่าตายด้วยโควิดใช่หรือไม่? ได้ตัวเลขแยกแยะรายเดือนรายโรคเลยยิ่งดีค่ะ จะเห็นชัดมาก

ตัวเลขติดเชื้อก็อย่าไปเชื่อมากค่ะ มีการทำ Pre-possitive ชุดตรวจ ขนาดเอาไปทดลองกับผลไม้ สัตว์ต่างๆก็เป็นบวก คิดว่าผลที่ได้ไม่ได้ทำอย่างเมืองไทยที่ส่ง 3 แล็บ ยืนยันบวก 2 แล็บจึงถือว่าติดเชื้อ คงส่งแล็บเดียวแล้วตัดสินว่าติดเชื้อเลย เท่าที่รู้ชุดตรวจมีค่า Error at around 3.5% แปลว่ายิ่งตรวจเยอะยิ่งเจอติดเชื้อเยอะ ประมวลหลายๆอย่างเข้าด้วยกัน ผลที่ได้ไม่น่าเชื่อถือ น่าจะเป็นโฆษณาชวนเชื่อของแก๊งขายวัคซีนมากกว่า เพราะเค้าอยากให้คนกลัวกันมากๆ เวลาเอาวัคซีนออกขายจะได้รับฉีดกัน ขอบอกว่าไม่ฉีดปลอดภัยกว่าฉีด

ฟังพูดแล้วเหมือนคนขวางโลกเนาะ แต่ไม่อยากให้คนกลัวโรคที่รักษาได้จนไม่เป็นอันทำมาหากินค่ะ
ขออณุญาตแนะนำดู X22 Report on Youtube ค่ะ รับข้อมูลข่าวสารหลายแหล่ง จะได้ไม่เครียดค่ะ สื่อกระแสหลักน่ะโดนซื้อไปหมดแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 22 ก.ค. 20, 09:26

ข้อเขียนนี้หมายความว่า
"ติดเชื้อกับป่วยคนละเรื่องกันนะ"
= บางคนติดเชื้อแต่ไม่ป่วย  ร่างกายปกติดี      บางคนติดเชื้อแล้วป่วย  ต้องหาหมอ เข้ารพ.

ติดเชื้อแล้วมีอาการป่วยน้อยกว่า 5 % ป่วยแล้วตายไม่ถึง 1%
= 100 คนที้ติดเชื้อ แล้วแสดงอาการเป็นไข้ คอเจ็บ  เพียง 5 คน  อีก 95 ไม่มีอาการอะไร
100 คนที่ป่วยแสดงอาการ  หาย 95 คน

"ยิ่งตรวจเยอะยิ่งเจอติดเชื้อเยอะ ประมวลหลายๆอย่างเข้าด้วยกัน ผลที่ได้ไม่น่าเชื่อถือ น่าจะเป็นโฆษณาชวนเชื่อของแก๊งขายวัคซีนมากกว่า"
= วัคซีนมีแล้วหรือคะ  ที่ทั้งโลกป่วนกันอยู่นี่เพราะยังผลิตวัคซีนไม่ได้ ไม่ใช่หรือ?
 
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11405



ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 27 ก.ค. 20, 14:36

การจลาจลในอเมริกายังไม่จบสิ้น แต่กลับรุนแรงขึ้นด้วยนโยบายปราบปรามผู้ประท้วงอันแข็งกร้าวของทรัมป์  ตกใจ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 28 ก.ค. 20, 18:02

แก้ผ้าลุงแซม
แก้ผ้าลุงแซม
โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้
วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 08.12 น

สมัยที่ผู้เขียนยังเด็ก ใครๆ ก็อยากมาเรียนต่อและใช้ชีวิตในอเมริกา  หลายคนลุ่มหลงวาทกรรม “เสรีภาพทุกตารางนิ้ว” และ “ดินแดนแห่งโอกาสและความเท่าเทียม”  ซึ่งวาทกรรมนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงในยุคก่อน  หากไม่นับการปล้นชิงแผ่นดินจากอินเดียนแดงเจ้าของแผ่นดินดั้งเดิม ที่นี่เปิดโอกาสให้คนทุกชาติทุกภาษาทุกเผ่าพันธุ์เข้ามาก่อร่างสร้างตัวทั้งสิ้น แต่ใครจะคิดว่าอเมริกาปีพ.ศ.นี้คือนรกบนดิน และกลายเป็นฝันร้ายในวันนี้

สถานการณ์โควิดนับวันยิ่งหนักหนาสาหัส อาทิตย์นี้มีการทุบสถิติใหม่ แต่เดิมรัฐนิวยอร์กยืนหนึ่งมาตลอดด้านคนป่วยคนตาย แต่อาทิตย์นี้ รัฐแคลิฟอร์เนียพุ่งแซงมาเป็นอันดับหนึ่ง   สถานการณ์โควิดใยรัฐฝั่งตะวันออก อย่าง นิวยอร์ก นิวเจอร์ซี่ และคอนเนกติคัตดีขึ้น เพราะมาตรการเข้มงวดเรื่องการใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง และห้ามคนจากรัฐอื่นค่อนประเทศเดินทางเข้ารัฐเหล่านี้ หากจะเข้ามาต้องกักตัว  เรื่องนี้กลายเป็นจุดแข็ง ทำให้จำนวนผู้ป่วยใหม่ลดน้อยลง

ที่หนักหนาสาหัสคือรัฐทางใต้ ที่ติดเชื้อกันหลักพันถึงหลักหมื่นต่อวัน อย่างที่บอกคือนาทีนี้อันดับหนึ่งคือรัฐแคลิฟอร์เนีย อันดับสอง รัฐนิวยอร์ก อันดับสาม รัฐฟลอริด้า อันดับสี่ เท็กซัส และอันดับห้า นิวเจอร์ซี่ ที่หลอนสุดเห็นจะเป็นฟลอริด้ากับเท็กซํส แข่งกันป่วยแข่งกันตายเป็นใบไม้ร่วง จนขบวนรถคอนวอยติดแอร์บรรจุศะมุ่งหน้าไปยังสองรัฐนี้ ที่ลาสเวกัส หลายพื้นที่มีคนไทยติดโควิด  แล้วไปวัดไทย ทำให้พระในวัดไทยที่ลาสเวกัสอาพาธโควิดไปด้วย

โควิด19 ใช้เวลา 98 วันสำหรับแพร่เชื้อสู่อเมริกัน 1 ล้านคนแรก  แต่ใช้เวลาเพียงแค่ 16 วันในการไต่ระดับจาก 3 ล้านคนเป็น 4 ล้านคน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อโดยเฉลี่ยในเวลานี้ในอเมริกา เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,600 คนในทุกๆ ชั่วโมง ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในโลก

อาทิตย์ก่อน ท่านผู้นำผมเป๋พล่ามออกสื่อฟอกซ์นิวส์    ที่หนุนอวยทรัมป์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูว่า อเมริกาเป็นชาติที่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุดในโลก   ตื่นๆ ลุง ดูกราฟที่พุ่งสูงชันอย่างน่าใจหายบ้างนะ อย่าเอาแต่จ้องโผคะแนนนิยมที่กำลังตกต่ำของตัวเอง  อเมริกานี่แหละที่ป่วยสี่ล้านห้าแสน ตายไปแสนห้าหมื่นกว่าๆ แล้วยังมั่นหน้ามั่นโหนกไปพล่ามอีกว่า อเมริกามีอัตราการตายต่ำสุดในโลก

ยังไงก็ต้องให้เครดิตลุงแกหน่อย เพราะแม้จะเพ้อเจ้อขนาดไหน ระยะหลังนี่แกก็ยอมใส่หน้ากากผ้า แล้วบอกพลเมืองให้ใส่หน้ากากซะ  ตามประสาลุงทรัมป์นั่นแหละ สุดท้ายก็วกเข้าหาตัวเอง ทำนองว่า การใส่หน้ากากผ้าคือความรักชาติ อันนี้ลุงพูดดีต้องชม แต่ประโยคถัดมานี่ฟังแล้วขนลุกขนพอง เพราะลุงผมเป๋บอกว่า

 “ไม่มีใครรักชาติมากกว่าผม ประธานาธิบดีที่คุณชื่นชอบ”

จ้ะ..เอาที่ลุงสบายใจเลย  บรรดาผู้ไม่ชอบขี้หน้าทรัมป์ระดมด่าลุงกันยกใหญ่ เพราะแต่ก่อนลุงแกยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า ยังไงก็ไม่ใส่หน้ากากโว้ย เพราะการใส่หน้ากากหมายถึงความอ่อนแอ  แต่ผู้เขียนว่ายังดีที่กลับลำ  หันมากระตุ้นให้อเมริกันใส่หน้ากาก ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้ห่วงใยพลเมืองหรอก  แต่เพราะผลโพลออกมาว่าคะแนนลุงแกต่ำเตี้ยเรี่ยดิน  เป็นรองโจ ไบเดนหลายขุม  เอาเถอะ อะไรก็ตามที่ทำให้อเมริกันใส่หน้ากากได้ย่อมดีที่สุดในเวลานี้

ไม่แน่ใจว่าเพราะผลโพลหรือเพราะคนใกล้ตัวคิดโควิด ล่าสุด โรเบิร์ต โอไบรเอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ติดโควิดแบบไม่แสดงอาการ  วันก่อนก็มีข่าวว่าพนักงานในโรงอาหารของทำเนียบขาวติดโควิด   ลุงแกคงหนาวๆ ร้อนๆ มั่งแหละน่า

จนป่านนี้แล้ว อเมริกันยังทุ่มเถียงด่าทอกัน   ด้วยประเด็นการสวมหรือไม่สวมหน้ากาก ห้างแทบทุกแห่งออกกฎให้ลูกค้าต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า  แต่ก็ยังมีประเด็นที่มีคนไม่ยอมทำตามกฎเกิดขึ้นทุกวันจนน่าระอาใจ   กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล ล่าสุดชายคนหนึ่งไม่ยอมสวมหน้ากากในห้างวอลมาร์ท  จนทะเลาะกับพนักงานและคนในห้าง เลยชักปืนขึ้นมาขู่  โดนรวบตัวไปตามระเบียบ เหตุเกิดที่ฟลอริด้า ซึ่งเป็นรัฐที่กำลังวิกฤติสุดๆ ตอนนี้

บางคนใส่หน้ากากก็จริง แต่หนักไปทางกวนตีน เหตุเกิดที่วอลมาร์ทอีกแล้ว  คนสองคนสวมหน้ากากผ้า     แต่เป็นโลโก้เครื่องหมายนาซี จึงเกิดการโต้เถียงกันในห้าง  ลูกค้าหลายคนอยากให้ห้างเชิญทั้งคู่ออกไป แต่คู่นี้อ้างเสรีภาพ  เดี๋ยวนะ..เสรีภาพทุกเรื่องย่อมมีขอบเขตจะมาอ้างเอาตามใจชอบแบบนี้ไม่ได้ เช่นเดียวกับชายที่ชักปืนขู่ในฟลอริด้า นั่นก็อ้างสิทธิเหมือนกัน

ไม่ต้องดูอื่นดูไกล เขียนจากประสบการณ์ตรงเลยดีกว่า แม้สถานการณ์โควิดจะหนักหน่วงรุนแรงขึ้น  แต่ข้าวของในการป้องกันตัวเองยังขาดตลาดเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรค แผ่นเปียกฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งเจลล้างมือ แถมดันมีของปลอมออกมาวางขายในห้างเสียด้วย เนื่องจากแปะป้ายว่าทำจากเอทิลแอลกฮอล์ แต่ดันใช้เมทิลแอลกฮอล์แทน ผู้เขียนยังพลาดซื้อมาตั้งสองขวด เสียดายเงินจริงๆ แม้จะมีการเรียกคืน แต่ไม่อยากจะออกไปติดต่อนอกบ้านเท่าไหร่นัก
 
ปัญหาที่ทุกคนกังวลคือช่วงหน้าหนาว  ผู้เขียนไม่เคยสะสมกักตุนอาหารมาก่อน จึงต้องเริ่มหาซื้อฟรีซเซอร์ขนาดใหญ่ไว้แช่อาหารกักตุนให้มีพอตลอดหน้าหนาวอันยาวนาน กลายเป็นว่าฟรีซเซอร์กลายเป็นสินค้าหายาก ต้องแย่งกันหาแย่งกันซื้อ สุดท้ายลงทุนนั่งเฝ้าจอรอกดสั่งซื้อตอนตีห้าจนได้มาหนึ่งเครื่อง พอซื้อปุ๊บ ของหมดทันที

วันที่ออกไปรับของ เห็นกับตาตัวเองว่า อเมริกันไม่ใส่หน้ากากกันหรอก แม้จะมีกฎใหม่หมาดให้ใส่หน้ากาก แต่ทุกคนก็แขวนหน้ากากอนามัยไว้หน้ารถ พอจะเข้าห้างก็ดึงออกมาใส่อย่างเสียไม่ได้ ออกจากห้างก็ถอด แขวนไว้หน้ารถตามเดิม ใช้อันเดียวซ้ำไปซ้ำมา ความสะอาดไม่ต้องพูดถึง ชิ้นหนึ่งใช้เป็นเดือนล่ะมั้ง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมโควิดถึงระบาดไม่หยุด

ขนาดโควิดระบาดอย่างน่าหวาดกลัว อเมริกายังมีแก่ใจทำเรื่องให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งทหารส่วนกลางลงไปปราบม็อบจอร์จ ฟลอยด์ ตามเมืองต่างๆ คือเริ่มหนักหนาสาหัสมากขึ้นทุกวันตามเมืองใหญ่ อย่าง ชิคาโก พอร์ตแลนด์ หรือออสติน

ล่าสุดเกิดการยิงกันจนชายคนหนึ่งเสียชีวิตที่เมืองออสติน เท็กซัส  แต่หนักสุดคือที่พอร์ตแลนด์ โอเรกอน ซึ่งดูอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยรายวันโควิดช่วงแรกนับว่าควบคุมสถานการณ์ได้ดีมาก แต่หลังจากม็อบนี่ ไม่แน่ใจว่าจะจะยังคุมการระบาดได้ดีขนาดไหน เพราะดูทรงแล้วอาจเซก็งานนี้

ตีกันเองยังไม่หนำใจ ตาลุงผมเป๋เหไปจัดหนักจีน หนนี้ชี้นิ้วว่าจีนขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลส่วนตัวของคนอเมริกัน กร้าวใส่ให้ปิดกงศุลจีนในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ภายใน 72 ชั่วโมง    เพราะสื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีการเผาเอกสารที่สนามหญ้านอกสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน และก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน   อเมริกากล่าวหาชาวจีน 2 คนพยายามขโมยงานวิจัยวัคซีนต่อต้านโควิด   ส่วนจีนตอบโต้ว่าเป็นการใส่ร้าย เลยปิดสถานทูตอเมริกาในเฉิงตูมั่งเป็นการตอบโต้

ในฐานะคนไทยในอเมริกา ได้แต่มองความวุ่นวายรายวันในบ้านลุงแซมอย่างหนักใจ  ได้แต่ผ่านวันต่อวันไปอย่างอกสั่นขวัญแขวน เพิ่งตระหนักชัดเจนถึงสำนวนคุ้นชินขึ้นมาทันทีว่า “อยู่ที่ไหนไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา” คนไทยในเมืองไทยขอให้รู้ไว้เถอะว่า โชคดีกว่าคนไทยในอเมริกาหลายเท่านัก  อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้ไปเที่ยวสบายใจ ในขณะที่คนไทยในอเมริกาเต็มไปด้วยความหวั่นวิตก ไม่รู้ว่าจะติดโควิดเมื่อไหร่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 29 ก.ค. 20, 09:59

รอยเตอร์ - ฟลอริดารายงานพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รายวัน สูงสุดนับตั้งแต่ระบาดในวันอังคาร (28 ก.ค.) ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมในเทกซัสพุ่งผ่าน 400,000 คน โหมกระพือความกังวลว่าสหรัฐฯกำลังหมดหนทางในการควบคุมการแพร่ระบาด

ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นในฟลอริดา, เท็กซัส, แอริโซนา และ แคลิฟอร์เนีย ในเดือนนี้ ทำให้แต่ละรัฐประสบปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาล และต้องพันแผนเปิดเศรษฐกิจ หลังยุติมาตรการล็อกดาวน์ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่เดือนมีนาคมและเมษายน เพื่อชะลอการแพร่ระบาด

ฟลอริดา รัฐที่มีประชากรมากที่สุดอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปลายทางของนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบทะเลและบรรดาผู้เกษียณอายุ รายงานพบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 191 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด จากคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขแห่งรัฐ

ส่วน เทกซัส รัฐซึ่งมีประชากรมากสุดอันดับ 3 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีกกว่า 6,000 คน ในวันจันทร์ (27 ก.ค.) ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 401,477 คน จากการนับของรอยเตอร์ โดยมีเพียงรัฐอื่นๆ อีก 3 รัฐ ได้แก่แคลิฟอร์เนีย, ฟลอริดา และนิวยอร์ก เท่านั้นมีผู้เชื้อเกินกว่า 400,000 คน ดังเช่นเทกซัส

การแพร่ระบาดที่กำลังลุกลามหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากโควิด-19 ทั่วสหรัฐฯ ขยับเข้าใกล้ 150,000 คน ในขณะที่เหลือเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ก่อนถึงศึกเลือกตั้งในวันที่ 3 พฤศจิกายน ศึกเลือกตั้งที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หวังได้รับชัยชนะ กลับมานั่งเก้าอี้ประมุขแห่งทำเนียบขาวเป็นสมัย 2

จากการนับของรอยเตอร์ จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากโควิด-19 ทั่วสหรัฐฯ อยู่ที่ 148,446 คน ในวันจันทร์ (27 ก.ค.) และมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 4.3 ล้านคน

ยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นในฟลอริดา กระตุ้นให้ทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยกเลิกการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในแจ็คสันวิลล์ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

อย่างไรก็ตาม ยังพอมีความหวังบ้างเล็กน้อยในข้อมูลจากเทกซัส หลังกระทรวงสาธารณสุขของรัฐรายงานว่า ตัวเลขคนไข้โควิด-19 ที่เข้ารักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ ในปัจจุบัน มีจำนวนลดลงในวันจันทร์ (27 ก.ค.)

https://mgronline.com/around/detail/9630000077243
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 03 ส.ค. 20, 20:05

แพทย์มะกันชี้โควิด-19 ในสหรัฐฯ เข้าสู่ ‘เฟสใหม่’ จะอยู่ใน 'ชนบท-เมือง' ก็เสี่ยงติดเชื้อ
เผยแพร่: 3 ส.ค. 2563 16:01   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ – ดร.เดบอราห์ เบิร์กซ์ แพทย์ผู้ประสานงานในคณะทำงานรับมือโควิด-19 ของทำเนียบขาว เอ่ยเตือนวานนี้ (2 ส.ค.) ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ ‘ระยะใหม่’ โดยประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทมีความเสี่ยงติดเชื้อมากพอๆ กับคนในเมือง

ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ยังคงพุ่งสูงในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องประสานกับผู้ว่าการรัฐต่างๆ เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมโรคที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

“เราเริ่มเข้าสู่ระยะใหม่... สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้แตกต่างจากเมื่อเดือน มี.ค. และ เม.ย. เพราะเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่กว้างขวางทั้งในชนบทและเขตเมือง”

“สำหรับทุกท่านที่อยู่ในชนบท ท่านไม่ได้มีภูมิคุ้มกันหรือได้รับการปกป้องให้พ้นจากไวรัส” พญ.เบิร์กซ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ State of the Union ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น

แพทย์หญิงผู้นี้ย้ำเตือนให้ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวหลากหลายช่วงวัย และอาศัยอยู่ในชุมชนที่โควิด-19 ระบาด ต้องสวมใส่หน้ากากแม้จะอยู่ภายในบ้านตัวเอง เพื่อปกป้องผู้สูงอายุซึ่งอาจจะมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว

เบิร์กซ์ ยอมรับว่า สิ่งที่ได้พบเห็นจากการไปเยือน 14 รัฐในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เธอรู้สึกกังวลอย่างยิ่ง

ดิฉันได้เดินทางไปทั่วประเทศ และเห็นผู้คนทั่วอเมริกากำลังออกเดินทาง” เธอกล่าว “ถ้าคุณเลือกที่จะไปท่องเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่สีแดง คุณจำเป็นต้องกลับมาและขอให้คิดไว้เลยว่าคุณอาจจะเป็นผู้ติดเชื้อแล้ว”

จากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์บ่ายวันนี้ (3) จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งแตะหลัก 18 ล้านคน โดยสหรัฐฯ ซึ่งเป็นชาติที่โดนไวรัสโคโรนาเล่นงานหนักหน่วงที่สุดมีผู้ป่วยสะสม 4.66 ล้านคน เสียชีวิตแล้วเกือบ 155,000 คน ส่วนประเทศอื่นๆ ที่มีผู้ติดเชื้อหลักล้านเช่นกันได้แก่ บราซิล (2.73 ล้านคน) และอินเดีย (1.8 ล้านคน)
https://mgronline.com/around/detail/9630000079269
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11405



ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 26 ส.ค. 20, 10:30

การจลาจลอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ตำรวจอเมริกันทำร้ายคนผิวสี กลับมาอีกครั้ง  ตกใจ

สถานการณ์ประท้วงตำรวจในรัฐวิสคอนซินบานปลายมากขึ้นหลังกลุ่มผู้ชุมนุมเผารถยนต์ ขว้างปาก้อนหิน ไม่พอใจตำรวจทำเกินกว่าเหตุ รัวยิงนายจาคอบ เบลก ชายผิวสีวัย ๒๙ ปี ถึง ๗ นัดต่อหน้าลูกที่นั่งอยู่ในรถยนต์ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๓)



เหตุการณ์นี้ทำให้ทางการต้องประกาศเคอร์ฟิวพร้อมเคลื่อนทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิประจำจุดต่าง ๆ เพื่อรับมือกับการประท้วงที่ขยายวงกว้างมากขึ้น หลังจากก่อนหน้าเคยเกิดเหตุการณ์ประท้วงทั่วสหรัฐฯ กรณีนายจอร์จ ฟลอยด์ถูกตำรวจจับกุมและใช้ความรุนแรงจนเสียชีวิต

บันทึกการเข้า
Naris
องคต
*****
ตอบ: 415


ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 26 ส.ค. 20, 13:17

ตำรวจอเมริกันได้รับการฝึกให้ยิงทันทีที่ผู้ถูกจับกุมมีท่าทางไม่ให้ความร่วมมือครับ ซึ่งในแง่หนึ่งมันก็ดี เป็นการปกป้องชีวิตเจ้าหน้าที่ แต่ในอีกแง่หนึ่ง กลายเป็นว่า จนท. อเมริกาใช้อำนาจนี้ได้โดยเสรีจนหนักไปในทางกลั่นแกล้ง และเหยี่อของการกลั่นแกล้งก็หนีไม่พ้นคนผิวสี

Youtuber ชาวอเมริกันผิวสีท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย พูดผ่านรายการของเขาว่า พอเห็นว่าเป็นคนดำ ตำรวจก็จะเริ่มหาเรื่องยัดข้อหาแล้ว คือ ตอนจบเอ็งต้องผิดอะไรสักข้อหานึงจนได้ คนดำเลยระแวงตำรวจ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเรามักเห็นภาพคนดำเอะอะโวยวาย เหตุผลจริงๆไม่ใช่ว่าเขาก้าวร้าว แต่เขาทำอย่างนั้นเพื่อให้เป็นจุดสนใจ ให้คนรอบข้างหันมามอง ตำรวจจะได้เล่นงานเขาได้ยากขึ้น

จริงเท็จอย่างไร ผมก็ไม่รู้เพราะชีวิตนี้ไม่เคยไปอเมริกา แต่จากหลักฐานที่เห็นผ่านข่าวสารต่างๆ ก็ดูจะชี้ไปในทางว่า จริงตามนั้นแหละครับ   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 26 ส.ค. 20, 16:42

ใครอยากอ่านเรื่องของนายจาค็อบ เบลค อ่านได้ตามนี้ค่ะ

https://www.catdumb.tv/jacob-incident-another-view-290/
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11405



ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 28 ส.ค. 20, 09:27

วันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ รถยนต์หลายคันในเมืองเคโนชา รัฐวิสคอนซิน ถูกเผาทำลายจนเหลือแต่โครง ระหว่างการประท้วงเหตุการณ์ตำรวจยิง เจคอบ เบลก ชายชาวแอฟริกันอเมริกันวัย ๒๙ ปี จนบาดเจ็บสาหัส และนำมาซึ่งการชุมนุมในวันอาทิตย์ ก่อนจะยกระดับการประท้วงเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา มีการจุดไฟเผาย่านธุรกิจและเขตที่อยู่อาศัยในเมืองไปอย่างน้อย ๓๐ จุด ตามรายงานของหน่วยงานดับเพลิงท้องที่


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32454

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 02 ก.ย. 20, 10:19

เกิดขึ้นอีกจนได้  ตำรวจยิงชายผิวสีเสียชีวิต

แอลเอประท้วงเจ้าหน้าที่ยิงหนุ่มผิวสีเสียชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่ 2 ก.ย. 2563,07:49น.

การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่จากสำนักงานนายอำเภอเซาธ์ลอสแองเจลิส วิสามัญฆาตกรรม ดิฌง คิซซี่   (Dijon Kizzee ) ชายหนุ่มผิวสีวัย 29 ปี  โดยผู้ชุมนุมหลายร้อยคนได้เดินขบวนไปยังสำนักงานนายอำเภอดังกล่าว  พร้อมเรียกร้องขอคำอธิบายต่อสิ่งที่เกิดขึ้น   ส่วนเจ้าหน้าที่ระบุว่า คิซซี่ พยายามวิ่งหลบหนีหลังจากถูกสั่งให้หยุดรถจักรยาน เนื่องจากละเมิดกฎการใช้ยานพาหนะ

ระหว่างถูกจับกุม คิซซี่ ได้ชกเข้าไปที่หน้าของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง พร้อมทั้งทำปืนพกกึ่งอัตโนมัติที่ซ่อนไว้ในเสื้อผ้าตกลงพื้น เจ้าหน้าที่จึงยิงเข้าที่กลางหลังถึง 20 นัด แม้ คิซซี่ จะไม่มีอาวุธอยู่ในมือแล้ว 

เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสืบสวน แต่เบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่ที่พยายามเข้าจับกุมไม่ได้ติดตั้งกล้องไว้ที่ตัว จึงไม่มีภาพเหตุการณ์ขณะคิซซี่ถูกยิง

ขณะที่ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจับกุมและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อยิงครั้งนี้

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/132476
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง