เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10
  พิมพ์  
อ่าน: 6358 2020 อเมริกาจลาจล
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32537

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 07 ม.ค. 21, 11:58

อ่านและดูคลิปได้ที่นี่ค่ะ
https://mgronline.com/around/detail/9640000001140

ผู้ประท้วงหญิงคนหนึ่งถูกยิงในอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในวันพุธ (6 ม.ค.) ระหว่างเหตุการณ์ความวุุ่นวายกลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าไปภายใน หวังกดดันสภาคองเกรสไม่ให้ลงมติรับรองชัยชนะในศึกเลือกตั้งของโจ ไบเดน
ขณะเดียวกัน พบเห็นการประท้วงอีกหลายเมือง แต่ยังไม่มีรายงานความโกลาหลดังเช่นที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง

ภาพในวิดีโอพบเห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกยิงบริเวณหน้าอกภายในอาคารรัฐสภา ล้มลงไปนอนกับพื้น มีเลือดไหลออกจากปาก ระหว่างนั้นตำรวจพยายามปฐมพยาบาลให้กับเธอ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความโกลาหล ทั้งนี้ ต่อมาแหล่งข่าวเปิดเผยว่าเธอเสียชีวิตแล้ว ขณะที่แหล่งข่าวเข้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กโพสต์ ดูเหมือนผู้หญิงรายดังกล่าวจะถูกยิงโดยตำรวจรัฐสภา

โฆษกกรมตำรวจวอชิงตันยืนยันข่าวผู้หญิงถูกยิงเสียชีวิตระหว่างพวกผู้ประท้วงสนับสนุนทรัมป์บุกจู่โจมอาคารรัฐสภา แต่บอกว่าไม่เป็นที่ชัดเจนเป็นฝีมือใคร แม้ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าเสียงปืนดังขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสั่งให้ผู้ประท้วง “ถอยกลับไป”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่อาคารรัฐสภา หลังพวกผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์บุกเข้าไปภายใน มีภาพตำรวจในห้องประชุมเตรียมชักปืนยิง บรรดา ส.ส.สวมหน้ากากป้องกันแก๊ส พวกผู้ประท้วงทุบกระจกหน้าต่าง ในความพยายามกดดันไม่ให้สภาคองเกรสโหวตรับรองชัยชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน

ภาพสถานการณ์ภายในอาคารรัฐสภา ดูคล้ายกับฉากแห่งการรัฐประหารยึดอำนาจ พวกผู้สนับสนุนทรัมป์โบกธงสีน้ำเงินและสวมหมวกสีแดง บุกเข้าไปภายใน มุ่งตรงไปยังห้องประชุมกำลังเปิดอภิปรายก่อนการโหวตรับรอง ไบเดน และภาพในทวิตเตอร์ที่ส่งต่ออย่างกว้างขวาง พบเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งเล็งปืนสั้นออกไปนอกหน้าต่างที่แตก คอยหยุดยั้งใครก็ตามที่พยายามบุกเข้ามา

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ปราศรัยกับพวกผู้ชุมนุมนานกว่า 1 ชั่วโมง ที่อุทยานเนชันแนล มอลล์ ตอกย้ำคำกล่าวอ้างโกงเลือกตั้งและผุดทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ นานา ว่าทำไมเขาควรยังคงเป็นประธานาธิบดี แม้พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน จากนั้น ทรัมป์ ก็ยุให้พวกเขาเดินขบวนไปสภาคองเกรส

ไม่กี่นาที ม็อบได้ไหลบ่าไปเต็มขั้นบันไดหน้าอาคารรัฐสภา จากนั้นฝูงชนหัวรุนแรงกลุ่มเล็กๆ เกิดการกระทบกระทั่งกับตำรวจ ผลักดันเจ้าหน้าที่จนล่าถอยไป และท้ายที่สุดแล้วก็บุกเข้าไปภายในได้สำเร็จ

นอกเหนือจากในเมืองหลวงแล้ว พวกผูุ้สนับสนุนของทรัมป์ ยังรวมตัวชุมนุมกันตามอาคารรัฐสภาในหลายเมือง ไล่ตั้งแต่แอตแลนตา ไปจนถึงซาเล็ม, ออริกอน ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆกับเหตุการณ์บุกจู่โจมอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จากฝีมือพวกผู้ประท้วงเรียกร้องให้พลิกผลการเลือกตั้งที่ทรัมป์เป็นฝ่ายปราชัยแก่ไบเดน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความรุนแรงหรือสถานการณ์ความวุ่นวายร้ายแรงตามเมืองต่างๆเหล่านั้น

ในเมืองเอกของรัฐออริกอน ฝูงชนที่ออกมาสนับสนุนทรัมป์และต่อต้านข้อจำกัดสกัดโควิด-19 ของทางรัฐ ได้จุดไฟเผาหุ่นจำลองของผู้ว่าการรัฐจากเดโมแครต ส่วนตำรวจประกาศว่ามันเป็นการประท้วงที่ผิดกฎหมายและสั่งให้ผู้ประท้วงสลายการชุมนุม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32537

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 07 ม.ค. 21, 12:07

จะติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่กันละเนี่ย


บันทึกการเข้า
ภศุสรร
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 07 ม.ค. 21, 13:26

โลกใบนี้ของเราทุกคนกำลังเป็นอะไรอยู่....ยังไงก็ต้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายคุ้มครองให้คนทั้งโลกนี้ปลอดภัยด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
ดาวกระจ่าง
มัจฉานุ
**
ตอบ: 55


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 07 ม.ค. 21, 14:15

น่าเป็นห่วงเรื่องโรคจริงๆค่ะพอมารวมตัวกันแบบนี้

ส่วนเรื่องการชุมนุมเห็นมีคนบอกว่าอย่างน้อยทางนั้นทหารก็ออกมาบอกว่าจะไม่ออกมาและทุกคนสามารถวิจารณ์ทุกฝ่ายได้ คงต้องรอการตรวจสอบว่ามีการโกงไหมอย่างเดียวถ้าไม่มีก็หวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นที่มากกว่านี้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11488



ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 07 ม.ค. 21, 14:19

สำนักข่าว CNN รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต ๔ คนจากเหตุผู้ประท้วงสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา โดยหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงชื่อว่า Ashli Babbit เป็นผู้สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกยิงขณะเข้าไปในอาคารรัฐสภาพร้อมกับผู้ประท้วงคนอื่น  เจ้าหน้าที่พบบริเวณพื้นอาคารรัฐสภา ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก ๓ คน เป็นผู้ชาย ๑ คน และผู้หญิง ๒ คน เสียชีวิตหลังถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

ขณะที่ สำนักข่าว BBC รายงานว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บอย่างน้อย ๑๔ คน โดยมี ๒ คนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนฝั่งผู้ประท้วงถูกจับกุมแล้วมากกว่า ๕๒ คน ส่วนใหญ่กระทำความผิดฐานละเมิดเคอร์ฟิว โดยมีบางส่วนทำผิดฐานครอบครองอาวุธปืนโดยไม่มีใบอนุญาต

สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ สภาคองเกรสกลับมาทำหน้าที่ตามปกติแล้ว โดยอยู่ระหว่างกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งระบุว่า นายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป

ข่าวจาก เวิร์กพอยต์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32537

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 07 ม.ค. 21, 20:26

https://www.facebook.com/OilTraderKP/posts/697709040782442


บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 306


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 08 ม.ค. 21, 08:14

สำนักข่าว CNN รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต ๔ คนจากเหตุผู้ประท้วงสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา โดยหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงชื่อว่า Ashli Babbit เป็นผู้สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกยิงขณะเข้าไปในอาคารรัฐสภาพร้อมกับผู้ประท้วงคนอื่น  เจ้าหน้าที่พบบริเวณพื้นอาคารรัฐสภา ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก ๓ คน เป็นผู้ชาย ๑ คน และผู้หญิง ๒ คน เสียชีวิตหลังถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน


"One adult female and two adult males appear to have suffered from separate medical emergencies, which resulted in their deaths. Any loss of life in the District is tragic and our thoughts are with anyone impacted by their loss," Contee said at a news conference Wednesday night.

สรุปจากCNN ผู้เสียชีวิตหลังส่งตัวเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน ผู้ชาย 2 ผู้หญิง 1 ค่า
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11488



ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 08 ม.ค. 21, 09:03

สรุปจากCNN ผู้เสียชีวิตหลังส่งตัวเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน ผู้ชาย 2 ผู้หญิง 1 ค่า

ขอขอบพระคุณ คุณนางมารน้อย ที่กรุณาตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11488



ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 08 ม.ค. 21, 10:19

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มีอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่มีใครนำมาลงให้อ่านกัน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเอกสารสำคัญที่สุดคือ ประกาศนียบัตรการรับรองคะแนนของ Electors ในแต่ละรัฐ ซึ่งเป็นเอกสารทางการที่สำคัญมาก ๆ  เพราะเป็นการยืนยันความถูกต้องแท้จริงในการรับรองคะแนนของ Electors จากรัฐนั้น ๆ  (ตัวจริงถูกส่งมาที่ Washington, DC และฉบับสำเนา จะเก็บไว้ที่ Office of the Secretary of State)

เมื่อเหตุการณ์การบุกรัฐสภาเกิดขึ้นแอย่างไม่มีใครคาดคิด ทุก ๆ คนต่างพยายามหลบออกจากสถานการณ์เพื่อความปลอดภัย แต่ยังมีกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นสตรีเพศทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้ทำงานในวุฒิสภา ต่างพร้อมกันปิดหีบซึ่งประกอบไปด้วยประกาศนียบัตรรับรองการลงคะแนนของ Electors แต่ละรัฐ ตัดสินใจนำเอาหีบเหล่านี้ออกไปจากตึกรัฐสภาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีการบุกรัฐสภาเกิดขึ้น

รูปภาพที่เห็นเป็นรูปของสตรีผู้ถือหีบการลงคะแนนเสียง ซึ่งตัวหีบนั้น มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี  พวกเธอเดินออกไปอย่างสงบและหากไม่ได้มีการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดอย่างรวดเร็วของกลุ่มสตรีเหล่านี้เกิดขึ้น หีบการลงคะแนนเสียงของประวัติศาสตร์.ซึ่งประกอบด้วยเอกสารประกาศนียบัตรที่สำคัญของแต่ละรัฐ อาจจะถูกเผาหรือถูกขโมยออกไปโดยพลการได้

ตามประเพณี  หีบเหล่านี้จะนำเข้ามาสู่ตึกวุฒิสภาในระหว่างกระบวนการการรับรองการเลือกตั้งประธานาธิบดีในแต่ละวาระ และผู้ชนะการเลือกตั้งก็จะถูกประกาศอย่างเป็นทางการ เราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า หากหีบเหล่านี้ ตกไปอยู่ในมือของผู้บุกรุกรัฐสภาแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง  

ตามข้อความที่ลงไว้ในทวิตเตอร์ มีการกล่าวว่า ผู้บุกรุกรัฐสภาพยายามแสวงหาหีบเหล่านี้กัน เนื่องจากพวกเขาได้ถูกซักซ้อมและทำความเข้าใจกันถึงความสำคัญของมันมาก่อนหน้าแล้ว และสตรีผู้ทำงานในตึกวุฒิสภาเหล่านี้ได้ช่วยรักษาประเพณีรวมทั้งการรับรองการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้อย่างไร  

กลุ่มสตรีเหล่านี้ต้องการความแน่ใจว่า พวกเธอยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีการบุกรุกเข้ามา และสามารถรักษากระบวนการประชาธิปไตยต่อไปได้ เพราะพวกเธอปฏิบัติหน้าที่กันอย่างสงบไม่สะทกสะท้าน และเว็บหลาย ๆ เว็บ ก็ใช้คำว่า “วีรสตรีผู้รักชาติ” กันอย่างเต็มใจ

ในช่วงค่ำ พวกเธอก็นำหีบเหล่านี้กลับเข้ามาในตึกวุฒิสภา เพื่อให้กระบวนการการนับคะแนนอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นได้ต่อไป  สุดท้าย เราก็คงจะเห็นแล้วว่า ผลเป็นอย่างไรบ้างในเวลานี้

เลยขอเขียนบทความให้เป็นความรู้กันว่า กลุ่มสตรีธรรมดา ๆ เล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำงานเป็นบุคลากรในวุฒิสภา (Senate Aides)  ได้ปกป้องรักษากระบวนการในรูปแบบประชาธิปไตยไว้ได้อย่างไร

อ้างอิงจากบทความ The Photos of These Women Saving the Ballot Boxes Belong in History Books

จาก เฟซบุ๊กของคุณดวงจำปา สเปนเซอร์-ไอเซนเบอร์ก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32537

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 08 ม.ค. 21, 14:21

จาก Facebook ของคุณ Pana Thongmeearkom

เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ทหารกว่าหกแสนนายต้องสังเวยชีวิตในสงครามกลางเมืองสหรัฐ
ธงศึกของสหพันธรัฐอเมริกา (Confederate Flag) หรือธงศึกฝ่ายใต้ผืนนี้นอกจากไม่สามารถเข้ามาโบกสบัดในอาคารรัฐสภานี้ได้แล้ว  ที่ตั้งต่าง ๆ มากมายในรัฐฝ่ายใต้ที่มีธงผืนนี้โบกสบัดกลับยับเยิน ถูกถอนและแทนที่ด้วยธงของฝ่ายสหรัฐ
ภาพธงสงครามหรือธงศึกของฝ่ายใต้ในอาคารรัฐสภาของสหรัฐจากการก่อจลาจลของกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ภาพนี้จึงเป็นเรื่องขัดแย้งในความรู้สึกของคนอเมริกัน เพราะมันมาอยู่ในที่ ๆ มันไม่สามารถเข้ามาได้ในอดีต
คนไทยจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าธงนี้สวยงาม  แต่เรามักตื้นเขินเกินกว่าจะรู้ว่าธงนี้เป็นสัญลักษณ์ที่โหดร้าย กดขี่
บางคนละเอียดอ่อนในจิตสัมผัส รู้สึกว่าธงนี้เป็นตัวแทนของการไม่สยบยอม การลุกขึ้นสู้ การต่อต้านปฏิวัติ..แต่นั่นก็ยังผิวเผินมากเพราะไปไม่ถึงแนวคิดที่อยู่ลึกกว่านั้น
เพราะแท้จริงแล้ว ธงนี้เป็นธงของฝ่ายกดขี่ เป็นธงศึกของสมาพันธรัฐอเมริกา ฝ่ายผู้ต้องการธำรงระบบทาสไว้
หลังการคืนดีของอเมริกันและการรวมตัว สัญญลักษณ์นี้ยังแฝงในธง และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของรัฐทางใต้อยู่ จนระยะหลังโดยเฉพาะช่วงเรียกร้องสิทธิคนดำ(Black Life Matter) สัญลักษณ์นี้ถึงถูกลบและเพิกถอนออกไป
ธงนี้มักถูกใช้เพื่อแสดงถึงความเหนือกว่าของคนขาว หรือกระบวนคิดแบบ White Supremacy มันมักถูกโบกโดยพวก KKK  มักถูกโบกโดยพวกต่อต้านการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ หรือถูกโบกโดยพวกเรียกร้องสสิทธิ์ที่จะกดขี่หรืออยู่เหนือคนอื่น
ในโลกส่วนใหญ่ ธงนี้เป็นที่น่ารังเกียจพอ ๆ กับธงนาซี เพราะแนวคิดเบื้องหลังความเท่ห์คือความโหดร้าย กดขี่ค้ำคอ ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่เคารพสิทธิ์ของผู้อื่น
มันเป็นแนวคิดที่น่าเกลียดในสังคมโลกยุคใหม่


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32537

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 08 ม.ค. 21, 15:29

ผู้หญิงคนนี้ชื่อ Ashli Babbitte วัย 35 ปี  เป็นคนแรกที่เสียชีวิตจากถูกยิง เมื่อม็อบบุกรัฐสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน 
เธอเป็นอดีตทหารอากาศที่รับราชการในกองทัพอากาศมา 14 ปี เคยไปประจำการอยู่ตามประเทศต่างๆ 4 ครั้ง 
อ่านประวัติได้ที่นี่ค่ะ
https://www.dailynews.co.th/foreign/817573


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11488



ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 08 ม.ค. 21, 22:04

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลที่รัฐสภาในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ เพิ่มเป็นอย่างน้อย ๕ ราย โดยผู้เสียชีวิตคนล่าสุด คือตำรวจประจำรัฐสภาชื่อ Brian D. Sicknick ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๓๐ น. วันที่ ๗ มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยอาการได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่สำนักงานชันสูตรศพและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุแท้จริงของการเสียชีวิตต่อไป

ข่าวจาก เดลินิวส์

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32537

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 09 ม.ค. 21, 21:12

https://www.thaipost.net/main/detail/89229
 
            จะทำยังไงกับโดนัลด์ ทรัมป์ กับ 12 วันที่เหลือก่อนโจ ไบเดนสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง?

            สภาคองเกรสมีมติรับรองไบเดนเป็นประธานาธิบดีตอนก่อนตี 4 วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุการณ์จลาจลของม็อบที่บุกตึกรัฐสภาจากการปลุกปั่นของทรัมป์

            ทันทีทันใดก็มีข่าวจากทำเนียบขาวว่า คนรอบๆ ข้างทรัมป์หลายคนยื่นใบลาออกเพื่อคัดค้านการกระทำของทรัมป์

            ช้าไปแล้ว

            แต่ก็เป็นการตอกย้ำว่าทรัมป์กำลังจะหมดสภาพ เพราะเมื่อหมดอำนาจ ทุกคนก็กำลังจะกระโดดหนีทันที

            แม้แต่รองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ที่เคยทำตัวเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อทรัมป์มาตลอด ก็แยกตัวออกมาแสดงความเป็นตัวของตัวเองหลังเหตุการณ์วุ่นวายที่ตึกรัฐสภา

            ไมก์นั่งบัลลังก์เป็นประธานวุฒิสภาในการประชุมร่วมของสองสภา

            ทันทีที่เหตุร้ายที่ตึกรัฐสภาซาลง และบรรดา ส.ส.และ  ส.ว.กลับมาประชุมรับรองคะแนนของไบเดนและทรัมป์ใหม่  ไมก์ เพนซ์ประกาศว่า

            "ความรุนแรงไม่ชนะ เสรีภาพเท่านั้นที่ชนะ ที่พวกคุณบุกเข้ามาในตึกรัฐสภาไม่ใช่ชัยชนะ..."

            เท่ากับว่าเพนซ์ฉีกตัวออกจากทรัมป์แล้วอย่างชัดเจน

            ท้ายที่สุดการนับคะแนนของสองสภาก็ดำเนินต่อและจบลงด้วยการรับรอง 306-232 ให้ไบเดนชนะทรัมป์

            หลังจากรัฐสภาสรุปการรับรองคะแนน ทรัมป์ออกแถลงการณ์ว่าแม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับผลการเลือกตั้ง "แต่จะมีการส่งมอบตำแหน่งอย่างเรียบร้อยและสงบ  ณ วันที่ 20 มกราคมนี้"

            ไม่มีใครเชื่อว่าทรัมป์ออกแถลงการณ์ด้วยตนเอง คงมีแรงกดดันจากคนรอบข้างที่บังคับให้เขาต้องทำเช่นนั้น

            เพราะหาไม่แล้วเขาอาจจะเจอกับมาตรการหนักหน่วงและรุนแรงแน่นอน

            เพราะเริ่มมีการพูดกันหนาหูในสภาแล้วว่าจะต้องจับทรัมป์ขึ้นเขียง

            อย่างน้อยก็จะต้องมีการเสนอให้เริ่มกระบวนการ  impeachment หรือไต่สวนเพื่อถอดถอน เพราะความผิดซ้ำซากและร้ายแรง บ่อนทำลายประชาธิปไตย, ปลุกปั่นให้ประชาชนทำลายระบอบการปกครอง และจงใจขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

            แม้เหลือเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์เขาก็จะต้องหลุดจากตำแหน่งแล้ว แต่คนอเมริกันจำนวนไม่น้อยต้องการจารึกในประวัติศาสตร์ว่า จะปล่อยให้คนอย่างนี้ลอยนวลไม่ได้

            อีกด้านหนึ่ง มีการนำเสนอว่าจะต้องจัดการกับทรัมป์ด้วยบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ 25

            นั่นคือการปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่เขาจะมีโอกาสก้าวลงเอง

            เพราะคนทำผิดขนาดนี้ต้องไม่ควรให้ออกจากตำแหน่งเสมือนหนึ่งไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น

            "รัฐธรรมนูญที่ 25" ระบุว่า หากรองประธานาธิบดีและเกินครึ่งของคณะรัฐมนตรีเห็นว่า ประธานาธิบดีไม่อาจจะทำหน้าที่ของตนได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม มีสิทธิ์แจ้งให้ประธานสภาทั้งสองทราบว่ารองประธานาธิบดีจะเข้ารับตำแหน่งแทน

            ในกรณีนี้หากเพนซ์กล้าจริงก็จะสามารถปลดทรัมป์ได้  ด้วยเหตุผลคือเป็นผู้ก่อให้เกิดการจลาจลที่ตึกรัฐสภา

            รัฐธรรมนูญกำหนดให้ตัวประธานาธิบดีสามารถร้องเรียนไปที่สภาเพื่อไม่ให้ตนถูกปลดได้ แต่ทั้งสองสภาต้องลงมติด้วยเสียง 2 ใน 3 ในอันที่จะให้มีการดำเนินการไปทางใดทางหนึ่ง

            สองกรณีนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ยังเป็นเรื่องถกเถียงกันในแวดวงต่างๆ ของอเมริกา

            แต่ที่แน่ๆ คือ มีคนไม่น้อยที่เชื่อว่าต้องมีการลงโทษทรัมป์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

            ความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งก็คือ ทรัมป์อาจจะกำลังคิดหาทางออกให้ตัวเอง

            นั่นคือลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีทันที ให้เพนซ์รักษาการตำแหน่งนี้เพื่อจะได้ออกคำสั่งนิรโทษกรรมความผิดทั้งหลายทั้งปวงทั้งในอดีตและในอนาคต

            ถ้าหากทำเช่นนั้นได้ ทรัมป์ก็ไม่ต้องไปร่วมงานสาบานตนของไบเดนอีกด้วย

            ทรัมป์รู้ว่ามีข้อหารอเขาอยู่มากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนีภาษี, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม, ให้การเท็จ เป็นต้น

            แต่การให้อภัยนั้นจะทำได้ก็แต่เฉพาะความผิดระดับประเทศ ส่วนคดีต่างๆ ในระดับรัฐนั้นยังรอทรัมป์อยู่อีกหลายสิบคดี

            ยังไงๆ ทรัมป์ก็ไม่อาจจะรอดพ้นการต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไปตลอดชีวิตหลังออกจากทำเนียบขาวเป็นแน่แท้.

          กาแฟดำ  สุทธิชัย หยุ่น
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11488



ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 11 ม.ค. 21, 14:50

"คนเหล็ก" อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ส่งสาส์นถึงชาวอเมริกัน โดยมีธงชาติสหรัฐฯ และธงประจำรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นฉากหลัง เมื่อวานนี้ (๑๐ มกราคม ๒๕๖๓)

วันพุธที่แล้วคือ "คืนกระจกแตก" (Kristallnacht เหตุการณ์ที่พวกนาซีออกอาละวาดทุบทำลายห้างร้านของชาวยิวจนเศษกระจกแตกกระจาย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑) ที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา กระจกที่แตกก็คือกระจกของอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ แต่พวกม็อบไม่แค่เพียงทุบกระจกรัฐสภาเท่านั้น พวกเขายังทำลายแนวคิดที่พวกเราเชื่อมั่นมาตลอด พวกเขาไม่เพียงพังประตูของอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของระบอบประชาธิปไตยอเมริกัน แต่ยังเหยียบย่ำหลักการอันเป็นรากฐานของประเทศชาติด้วย

ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามที่จะล้มผลการเลือกตั้ง และทำลายการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เขาจงใจก่อรัฐประหารด้วยการใช้คำพูดโกหกปั่นหัวผู้คน ประธานาธิบดีทรัมป์ คือผู้นำที่ล้มเหลว และจะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นประธานาธิบดีที่เลวร้ายที่สุด แต่ดีใจได้อย่างหนึ่งว่า เขากำลังจะหมดความสำคัญลงในเร็ววันนี้ ไม่ต่างอะไรจากทวีตเก่า ๆ

https://twitter.com/schwarzenegger/status/1348249481284874240?s=21

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32537

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 13 ม.ค. 21, 10:33

    หลังจากเหตุการณ์ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภาจบลงไป คนตายไป 4 คน  เรื่องก็ยังไม่จบง่ายๆ   วันที่ 20 มกราคม 2021 เป็นวันทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน    เหตุการณ์ทำท่าว่าจะไม่ราบรื่นนัก เพราะฝ่ายสนับสนุนทรัมป์อาจจะก่อเหตุรุนแรงขึ้นในรัฐต่างๆได้  ทำให้ต้องระวังภัยกันสูงสุด
     ทรัมป์ประกาศว่าจะไม่ไปร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่  ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ประธานาธิบดีคนเก่าจะต้องไปร่วม   แต่จะเอาอะไรกับลุงทรัมป์      แกทำอะไรที่ไม่มีใครทำมาก่อนอยู่เป็นประจำแล้ว
    และที่เด็ดกว่านี้คือผู้สนับสนุนทรัมป์จะจัดพิธี "สาบานตน" ซ้อนขึ้นมาให้ทรัมป์  โดยมีผู้แจ้งความประสงค์มากกว่า 68,000 คน ว่าจะเข้าร่วมทางออนไลน์   คือยืนกรานว่าประธานาธิบดีที่ถูกต้องจะต้องเป็นทรัมป์อยู่นั่นเอง

   https://www.bbc.com/news/world-us-canada-55419244
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 19 คำสั่ง