เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
อ่าน: 1287 เหตุการณ์กราดยิงกลางเมืองโคราช : ศึกษาเพื่อก้าวต่อ
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11341



ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 11:21

ครูผู้ไม่มีสติ อีกเรื่องหนึ่งน่าเศร้า  ตกใจ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 12:27

ตอนแรกเข้าข้างคุณครูว่าคงพูดผิดพูดถูก ตั้งใจจะพูดอย่าง กลับพูดออกมาอีกอย่าง
กลับไปฟังคลิปใหม่   อ้าว  ไม่ใช่นี่
คุณครูน่าจะตั้งสติให้ได้นะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 13:11

ครูออกมาขอโทษแล้วค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 14:07

https://www.naewna.com/politic/columnist/43004
กวนน้ำให้ใส
สารส้ม

หนังสือพิมพ์ แนวหน้า  วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 05.00 น.

อย่าหาความชอบธรรมให้อาชญากร อย่าทำให้ฆาตกรกลายเป็นฮีโร่

ถ้อยแถลงของพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวานนี้ จงใจที่จะไม่เอ่ยชื่อ “คนร้าย” ที่ก่อเหตุกราดยิงโคราช และไม่หลบเลี่ยงที่จะยอมรับปมปัญหาขัดผลประโยชน์ระหว่างตัว “คนร้าย” กับ “ผู้บังคับบัญชา”ที่ตกเป็นเหยื่อสังหารโหดรายแรก ทั้งยังให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าสะสางปัญหานี้ด้วยตนเอง


ไม่ว่าใครจะชิงชังทหารแค่ไหน อย่างไร

แต่ถ้าไม่ต้องการเห็นพฤติกรรมเลียนแบบเหมือนในต่างประเทศพึงตระหนักว่า

การสะสาง ล้างบาง ดำเนินคดีกับวงการผลประโยชน์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่จะต้องทำ และจะต้องไม่เชื่อมโยงจนกลายเป็นการสร้างความชอบธรรมในมุมกลับให้กับ “คนร้าย” อันจะทำให้คนที่ “คิดเข้าข้างตัวเอง-ปกป้องตัวเอง” ว่าตนก็ตกอยู่ในภาวะเช่นนี้สามารถลงมือคล้ายๆ กันได้ เพื่อจะได้เป็นฮีโร่

จากท่าทีของ ผบ.ทบ. เชื่อว่าระมัดระวังในประเด็นนี้อยู่

แต่ท่าทีของสื่อบางสำนัก และการแสดงความเห็นของคนในโลกออนไลน์ กลับตรงกันข้าม โดยพยายามเชื่อมโยง ขับเน้น บางความเห็นอาจเข้าข่ายปลุกเร้า-ปลุกระดมให้ผู้ได้รับความอยุติธรรมให้วิธีการตามแนวทางนี้บ้าง

นี่คือสิ่งที่ทุกฝ่าย ควรต้องระมัดระวัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 14:08

1. ผบ.ทบ. ระบุว่า “สาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ ในเรื่องการซื้อขายที่ดิน แต่ในวินาทีที่ผู้ก่อเหตุลั่นไกปืนสังหารผู้บังคับบัญชา เขาคือ “อาชญากร” ไม่ใช่ “ทหาร” อีกต่อไป...ผมพร้อมจะใช้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบกจนวันสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่ง เพื่อปราบขบวนการหน่วยร่วมกับพ่อค้าเป็นนายหน้าอย่างปัญหาการซื้อขายบ้านสวัสดิการทหารที่เกิดขึ้น มีการวิ่งเต้นกัน ซึ่งไม่อยากจะสาธยายมาก แต่มีข้อมูลไว้หมดแล้ว และภายในเดือนเมษายนนี้ตั้งแต่นายพลยันพันเอก หลายคนจะไม่มีงานทำอย่างแน่นอน หลายอย่างก็ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วว่าผมจำเป็นจะต้องจัดการ ผมไม่ถนอมตัวในปีสุดท้ายที่ผมยังอยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ฉะนั้น ขอให้มั่นใจ...”

เป็นสัญญาประชาคมว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

สังคมจะต้องช่วยกันติดตาม

2.ข้อมูลที่ปรากฏออกสู่สาธารณะก่อนหน้านี้ ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ความถูกต้อง

เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ สร้างบ้าน

แต่ใครโกงใคร แค่ไหน อย่างไร? ไม่ควรจะฟังความข้างเดียว หรืออารมณ์ ความเชื่อ ความสงสาร เข้าไปตัดสิน

ทั้งสองฝ่าย ต่างมีผลประโยชน์ส่วนตัว

ถามว่า มีการเอาเปรียบกัน หรือไม่? มีแน่นอน

แต่ถามว่า มีการโกงกันหรือไม่? ตัวเลขเป็นไปตามเรื่องที่กล่าวขานต่อๆ กันหรือไม่? แม้เชื่อว่ามีแนวโน้มสูง แต่ก็ควรให้มีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นทางการเสียก่อน

และไม่ว่าจะอย่างไร คนร้ายที่ลงมือสังหาร 29 คน ทำลายชีวิตผู้ไม่เกี่ยวข้องอย่างอำมหิต มันคือฆาตกร เป็นอาชญากรร้ายแรง ที่จะต้องถูกสาปแช่ง เพราะได้สร้าง “ความอยุติธรรม” แก่ชีวิตผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมสังหารหมู่ต่อไปอีกจำนวนมหาศาล เกินคณานับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 14:10

3.แต่ประเด็นสำคัญ คือ ผบ.ทบ. จะต้องสะสางตามคำมั่นที่ประกาศไว้ต่อสาธารณะ

ขณะเดียวกัน สื่อและสังคม ก็ไม่ควรไปเชื่อมโยงในเชิงเห็นใจหรือยกย่อง “อาชญากร 29 ศพ” เหมือนที่คนจำนวนหนึ่งพยายามทำอยู่ในโลกออนไลน์เวลานี้

ขออนุญาตเผยแพร่ข้อเขียนของ นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล แปลและเรียบเรียงจากบทความ (บางส่วน) ใน New York Times ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 ชี้ให้เห็นอันตรายและผลกระทบที่อาจเกิดจากการนำเสนอเรื่องราวของอาชญากรสังหารหมู่ให้โด่งดัง หรือชี้นำไปในทางเห็นอกเห็นใจ ดังนี้

“การสังหารหมู่ เป็นโรคระบาดชนิดหนึ่ง

การยิงกราดสังหารหมู่กำลังเป็นข่าวที่เคยชินมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันไม่ใช่แค่เพียงการระเกิดอารมณ์ของบุคคลอย่างเดี่ยวโดด แต่การกระทำแต่ละครั้งได้กลายเป็นพิมพ์เขียวของการกระทำต่อๆไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันความรุนแรงกล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วผู้ก่อการสังหารหมู่ได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการกระทำลักษณะดังกล่าวก่อนหน้านั้นอย่างขะมักเขม้น การตีข่าวสาธารณะของเหตุการณ์รุนแรงแต่ละครั้งสามารถมีผลกระตุ้นนักฆ่าคนต่อไปให้ฮึกเหินและมุ่งหน้าไปสู่สิ่งนั้น

การสังหาร 9 ศพที่โรงเรียนชุมชนในโอเรกอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (ต้นตุลาคม 2015, ผู้แปล) เป็นคัมภีร์อย่างดีในเรื่องนี้ ก่อนทำการกราดยิง มือปืนชื่อคริสโตเฟอร์ ฮาร์เปอร์ เมอร์เซอร์ อายุ26 ปีได้อัพโหลดวีดีโอเกี่ยวกับกรณีสังหารหมู่ปี 2012 ที่โรงเรียนประถมแซนดีฮุก ในนิวทาวน์ คอนเนกติคัต มาดู

มือสังหารที่แซนดีฮุกก็เรียนรู้มาจากการสังหารหมู่ก่อนหน้านั้น ในปี 1999 ที่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ ในโคโลราโด ซึ่งมีผู้ตาย 13 ศพ และกรณีในปี 2011 ซึ่งมีผู้ตาย 77 ศพ
หลังกรณีกราดยิงที่โอเรกอน 3 วัน FBI ได้เตือนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเรื่องจดหมายขู่ที่โพสต์อยู่ในเว็บไซต์ที่นายเฮอร์เปอร์เข้าไปใช้อยู่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 14:11

แนวโน้มของการระบาดทางวัฒนธรรมต้องการการตอบสนองของสุขภาพชุมชนที่จะรับรู้แต่เนิ่นๆ และมีมาตรการป้องกัน อย่างเช่นการรณรงค์ที่ต่อต้านการกระทำดังกล่าว ขณะเดียวกันความพยายามแยกแยะและปรับสภาพผู้ที่มีแนวโน้มทางนี้ก็สามารถอำนวยความปลอดภัยให้ผู้คนได้

“เรากำลังจัดสมดุลสวัสดิภาพของสาธารณชนกับความเป็นส่วนตัวส่วนบุคคล” เจ. เรด มีลอย นักจิตวิทยาอาชญากรรมซึ่งให้คำปรึกษากับโรงเรียนและองค์กรต่างๆ กล่าว

มีบางคนกล่าวถึงบทบาทของสื่อมวลชน “ถ้าพาดหัวภาพหน้าของอาชญากรอย่างใหญ่โต และเอ่ยชื่อของเขาในสื่อซ้ำแล้วซ้ำอีก นั่นจะทำให้อาชญากรรมของเขากลายเป็นพิมพ์เขียวสำหรับคนต่อๆไป” ดร.เดโบรา ไวส์บรอด รองศาสตราจารย์คลินิกทางจิตวิทยา มหาวิทยาลัยสโตนีบรูก ซึ่งรับคำปรึกษาวัยรับนับร้อยๆราย ที่มีประวัติความรุนแรง ออกความเห็น

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งปัญหาทางจิตใจเป็นมูลเหตุของการกระทำสังหารหมู่

ใครสักคนหนึ่งที่สนใจกลไกการสังหารหมู่ สามารถสร้างกระบวนการของตนได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเข้าไปในอินเตอร์เนต โดยค้นหาข่าวรายงานเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย มีเว็บไซต์หนึ่งได้เรียบเรียงกรณีสังหารหมู่ทั่วโลกเอาไว้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 14:13

มือปืนที่ก่อกรณีสังหาร 12 ศพ ในโรงภาพยนตร์ที่ออโรรา โคโลราโดปี 2012 มีแฟนคลับมากมาย

ง่ายมากที่จะดูกรณีของนายฮาร์เปอร์ เมอร์เซอร์ ทำไมจึงเลียนแบบมือปืนที่แซนดีฮุก คนทั้งสองอยู่กับแม่ซึ่งรักในเรื่องของปืนและมักจะไปสนามฝึกยิงปืนเพื่อซ้อมยิงบ่อยๆ แม่ของฮาร์เปอร์บอกว่าลูกของตนมีโรคแอสเปอร์เกอร์ซินโดรม (กลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติการทำงานของระบบประสาทจัดอยู่ในกลุ่มโรคออทิสติก ที่มีปัญหาทางพฤติกรรม, ผู้แปล) มือปืนที่แซนดีฮุก ก็เช่นเดียวกัน

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเสนอว่า การฆ่าหมู่ก็เหมือนกับการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น กรณีแบบนี้จะรวมตัวขึ้นขีดสูงเมื่อมีกรณีหนึ่งแล้วก็จะนำสู่อีกกรณีหนึ่งสะพัดออกไป จึงมีการพูดถึงเรื่องของการออกกฎหมายให้สื่อมวลชนปรับปรุงวิธีเสนอข่าวให้เหมาะสม

ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายอาชญากรรม มหาวิทยาลัยเท็กซัส นายพีทแบร์กว่าว่า เริ่มรณรงค์ให้เห็นด้วยกับ FBI ที่เสนอกฎหมายว่า “ไม่ให้ออกชื่ออาชญากร”

ดร.มีลอยกล่าวว่า “ข้อสำคัญที่ให้หลีกเลี่ยงการลงภาพ และข้อความประเภท “สิงห์เดี่ยว” ซึ่งเป็นข้อความกระตุ้นใจวัยรุ่น“....”

4. เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม คือ

อย่าหาความชอบธรรมให้อาชญากร

อย่าทำให้ฆาตกรกลายเป็นฮีโร่

กองทัพต้องสะสางปัญหาที่หมักหมม ตรงไปตรงมา

ขณะเดียวกัน เราก็ต้องตามแก้ไข “ความอยุติธรรมที่คนร้ายสังหารหมู่ก่อขึ้นมา” เพื่อมิให้ใครคิดกระทำชั่วร้ายแบบนี้อีก มิให้คนที่รักของเราทั้งหลายต้องเสี่ยงชีวิตกับเหตุการณ์พวกนี้อีก

สารส้ม

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 14:37

.


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 12 ก.พ. 20, 14:39

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชกระแสแสดงความเสียพระราชหฤทัย ต่อเหตุการณ์ร้ายแรงใน จ.นครราชสีมา



ข้าพเจ้าและพระราชินีรู้สึกเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ที่ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในประเทศของเรา ที่จังหวัดนครราชสีมา นับแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 อันทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากได้รับอันตราย ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

ความสูญเสียในครั้งนี้ ได้สร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวงให้แก่ข้าพเจ้าและพระราชินี ด้วยเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดจากการกระทำอันโหดร้ายเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด ต่อชาวไทยด้วยกันอันเป็นทั้งเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมชาติ

ข้าพเจ้าและพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้ที่ต้องประสบความสูญเสีย และเห็นใจ ชื่นชมผู้ตกอยู่ในเหตุการณ์ ที่ต่างมีความอดทนเข้มแข็ง ตลอดจนช่วยเหลือและเกื้อกูลกันในยามคับขัน จนสามารถรอดพ้นอันตรายได้ ทั้งขอยกย่องผู้มีส่วนคลี่คลายสถานการณ์ครั้งนี้ทุกคนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คณะกรมการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร มูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งนอกจากจะต้องมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและเสียสละชีวิตอุทิศตนอย่างสูงแล้ว ยังได้แสดงถึงความสันทัดช่ำชองในการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชีวิตความปลอดภัยของผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย

ความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกคนทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทางการและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะกระทำได้ต่อผู้ที่บาดเจ็บและได้รับอันตราย ได้แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมชาติ พร้อมทั้งพลังความสามัคคีซึ่งเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง ข้าพเจ้าและพระราชินีเชื่อมั่นว่า เราชาวไทยทุกคน สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงครั้งนี้ไปได้ ด้วยความมีสติ มีปัญญา และสามัคคี ตลอดจนด้วยความเสียสละเพื่อความผาสุก สงบ เรียบร้อยของส่วนรวมและประเทศชาติ.
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11341



ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 13 ก.พ. 20, 08:15

บทวิเคราะห์จากสื่อนอก

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 13 ก.พ. 20, 08:47

   ข้างล่างนี้ตัดตอนมาบางส่วนจาก facebook ของคุณปราชญ์ สามสี  ที่ไขคำตอบเรื่องค่ายทหารไว้    ก็คงเป็นคำเฉลยได้ในระดับหนึ่งว่า ทำไมไม่มีการเคลื่อนไหวจากค่ายทหารที่ถูกบุกปล้นอาวุธ ตั้งแต่คนร้ายเข้าไปในค่ายจนกระทั่งออกจากค่าย ยิงคนดะไปตามทางจนถึงเข้าไปยิงในเทอร์มินัล 21  รวมเวล่าประมาณ 2 ชม.ครึ่ง

 ปราชญ์ สามสี

ก่อนที่จะ พูดอะไรหลังจากนี้ ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียในเหตุการณ์โคราชทุกท่านครับ

นับเป็น ระยะเวลาเกือบอาทิตย์แล้วสำหรับเหตุการณ์ กราดยิงที่โคราช แต่ก็ดูเหมือน กระแสข่าวนี้ยังคง ถูกพูดถึงและยังไม่มีทีท่าจะลดลงเสียเท่าไร อาจเป็นเพราะ ยังอยู่ในช่วงพิธีกรรมทางศาสนา และผู้บาดเจ็บอีกหลายคนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ความเข้าใจของผู้คนก็ยังคลุมเครือถึงสาเหตุการยิงกราดครั้งนี้อย่างแน่ชัด ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีใครทราบเงื่อนไขที่แท้จริง เพราะ นายทหารที่เป็นพยานที่เกี่ยวข้องหลายนายถูกยิงเสียชีวิต เพราะฉะนั้น เรื่องราวความจริงต่างๆ ยังคงต้องค่อยๆ เยียวยาผ่านกาลเวลาด้วยตัวของมันเอง

แต่อย่างไรก็ตามยังมีความสับสน ที่กลายเป็นความเข้าใจผิด ที่ก่อให้เกิดกระแส ให้ผู้คนถามหาถึงต้นตอถึงการก่อเหตุครั้งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งในหลายประเด็นที่ผ่านมาก็ยังเป็นเรื่องที่คิดกันไปเองค่อนข้างเยอะ ดังนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า คงจะ ลอง รวบรวมประเด็นที่ มีคน"มโน" จนมีคนเข้าใจผิดจริงๆ มาลองวิเคราะห์ให้ฟังนะครับ
..............
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 13 ก.พ. 20, 08:48

อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ตามลิ้งค์นี้ค่ะ
https://www.facebook.com/search/top/?q=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B9%8C%20%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%AA%E0%B8%B5&epa=SEARCH_BOX

เรื่องที่สาม - ปล้นปืนทำไมง่ายจัง?

เรื่องนี้ คนไม่เข้าใจระบบทหาร ก็จะคิดเพียงว่าจะต้องมีการไล่ล่าจบกุมในค่ายแบบในภาพยนตร์ฝรั่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีปัจจัยหลายเรื่องที่ทำให้เหตุการณ์นี้ ถูกปล้นปืนได้ง่าย

ตัดสายการบังคับบัญชา: จากข้อมูลข่าว ระบุเอาไว้ว่า นายพันเป็นคนแรกที่เสียชีวิต ซึ่งนายเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของกองพัน ที่คนร้ายสังกัด เมื่อคนร้ายสังหารผู้พันด้วยปืนส่วนตัว ก็ค่อยไปชิงปืน ไปถล่มบก.ร้อย ก่อนที่จะไปขโมยปืนคลังโดยการยิง นายเวรทหาร ซึ่งยศน่าจะต่ำกว่า ทำให้ผู้น้อยไม่กล้ากระดิก

*** แปลว่า "มีการวางแผนมาอย่างดีในการตัดสายการบังคับบัญชาให้เป็นอัมพาตชั่วครู่ *** เพราะทหารนายนี้มีความเข้าใจในเรื่องสายบังคับบัญชาซึ่งเป็นกฏที่เคร่งครัดในระบบทหาร"

อีกทั้งทหารเวรที่ยศต่ำกว่าย่อม ไม่กล้าขัด"จ่า"ที่เป็นคนร้าย ... ตรงจุดนี้เป็นความคิดเห็นว่า ...การยิงทหารเวรเสียชีวิตทำให้ พลทหารตรงนั้นเสียขวัญกำลังใจก่อนจะ หนีไป ( เป็นพลทหาร พึ่งฝึกมา สามเดือน ... จะไปสู้จ่าคลั่ง อาวุธครบ ไหวเหรอ)

ตั้งข้อสังเกตนะครับว่า ส่วนที่ทหาร ไม่สามารถ ติดตามไล่ล่า ได้นั้นเนื่องจากไม่มีคำสั่งจาก ผู้พันประจำค่าย จึงไม่สามารถ ออกไปนอก บริเวณค่ายทหารได้นั้นเอง ต้องติดต่อส่วนกลาง เพื่อรอคำสั่ง ...ซึ่งผู้มีอำนาจในการดูแลความสงบคือตำรวจนั้นเอง

ดังนั้น คนที่ไม่รู้กลไกทางทหาร จึงมักเข้าใจคิดว่าทหารปล่อยร้ายปล้นปืนไป ฟรีๆ นั้นและครับ
--------------

เรื่องที่ สี่ - ทำไมคนร้ายถึงเลือก วัด โรงเรียน ห้าง เป็นพื้นที่กระสุนตก?

คำตอบนั้น Simpleมาก จนทำให้รู้สึกถึงความอำมหิตของคนร้ายจริงๆ คือ เป้าหมายที่แท้จริงคือ"การเรียกร้องความสนใจ" จากสื่อมวลชนนั้นเอง

ลองย้อนกลับไปคิดดูนะครับ... ทำไม ต้องฆ่าคนไป ถ่ายรูป เซลฟี่ตัวเองไป เรื่อย เหมือนคนบ้า แต่ก็แยบยล ... เพราะเขาต้องการเป็นจุดสนใจของ สื่อมวลชน เพราะให้ สื่อถ่ายทอดความอำมหิตของเขาที่พรากเอาชีวิตผู้บริสุทธิ์ และและใช้มันเพื่อต่อรองกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องส่วนตัว " นี่เป็นคนบ้าที่ฉลาดและอำมหิต" ทีเดียวครับ และแน่นอนว่าเขาเตรียมใจตายในระดับนึงแล้ว

วันนั้น จากข่าว ผบ.ทบ -ผบ.ตร ลงพื้นที่ แล้วเข้าไปในพื้นที่ด้วยตนเองทั้งหมด เพื่อ ไกล่เกลี่ยกับคนร้าย เรียกได้ว่าเสี่ยงไปพร้อมลูกน้องเช่นกันครับ ..
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 13 ก.พ. 20, 08:49

เรื่องที่ห้า - ทหารคลั่งคนเดียว ทำไมเอาไม่อยู่?

ดูหนังฝรั่ง เห็นเขาเอาสไนเปอร์ ส่อง ยิงเปรี้ยง ที่เดียวอยู่ ... แต่ในโลกความเป็นจริงมันไม่ใช่ ... หลายคนไม่ทราบ เงื่อนไขความเสี่ยง ของการช่วยตัวประกันครั้งนี้ คือ ...

1.คนร้ายมีปืน พร้อมเครื่องกระสุน กว่าพันนัด ... ใช่ครับ "พันนัด" 700นัด สำหรับปืนเล็กยาว อีก30นัด คาดเดาว่าน่าจะค้างในซองปืน ส่วน ปืน M60 อีก สามแถว แถวละ ร้อยนัดเห็นจะได้ ..ดังนั้น ยิงทั้งคืน ไม่หมดหรอกครับ... จะปล่อยให้มันยิงลูกหมด เป็นไปได้ยาก .... ตามปรกติเจ้าหน้าที่ทหารหนึ่งคน เวลาทำภารกิจพกซองกระสุนสูงสุดประมาณ3- 4ซอง ตกประมาณ 90-120นัดเท่านั้นครับ

แถมพลังการยิง m60 นี่ ยิงทะลุยานภาหนะเป็นรูเท่ากำปั้นนะครับ ยิงโดนแขน นี่ ขาดนะครับ ...ยิงคอร์ปเตอร์ ยังร่วงเลยครับ

2. คนร้ายเป็นทหาร มีความฟิต และ มีความรู้ด้านการทหารแน่น ย่อมรู้ดีว่าทหารตำรวจจะบุกทางไหน หรือทำอะไร

3. สื่อโซเชียลมีเดียคอยบอกตำแหน่งการเข้าออกของทหารตำรวจ จากการรายงานที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็ทำให้เขารู้ว่ามีโดรน และสไนเปอร์เข้าไปในพื้นที่ จึงทำให้ คนร้ายหนีลงชั้นใต้ดินที่ปราศจากหน้าต่าง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32406

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 13 ก.พ. 20, 08:50

4. มันมีประเด็นที่ คนร้ายผูก ระเบิดเอาไว้รอบตัวทำให้ ไม่มีใครกล้ายิง.. นี่ไม่ใช่เกม...ที่จะเน้นยิงหัวโดยง่าย ... แต่ต้องช่วยตัวประกันแถมเงื้อนไขคือ มีระเบิด จำนวนมาก มัดรอบตัวฆาตกร... ยิงพลาด หมายถึงความเสียหายตรงต่อตัวอาคาร เสี่ยง "ตึกถล่ม" ซึ่งหมายถึงชีวิต ของ เจ้าหน้าที่และผู้บริสุทธิ์ในบริเวณนั้น อีกทั้ง อาจทำให้พื้นที่ใกล้เคียงเสียหายด้วยเช่นกัน กลายเป็นการวินาศกรรมที่ คนไทยสูญเสียใหญ่หลวง แน่! โชคยังเข้าข้างประเทศไทย ที่ คนร้ายถูก วิสามัญก่อนที่จะไปสร้างภัยอันตรายกว่านี้

เราเรียนรู้ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ในภัยร้ายที่เกิดขึ้น เราเห็นความสามัคคีของเจ้าหน้าที่และพลเรือนในการกู้วิกฤติครั้งนี้ เราเห็นพลังคนที่ลงพื้นที่ จิตอาสา ที่ไม่ใช่แค่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ นั่งวิจารณ์ด่าทอ แต่ลงมาช่่วยกันแบบปิดทองหลังพระ

เราเห็นความรับผิดชอบ ของทหารและตำรวจ ที่ทำงานกัน 24ชั่วโมง

เราได้เห็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้นำทัพในการปราบคนร้ายที่กลายเป็นภัยต่อราชอาณาจักร

เราได้เห็นขีดความสามารถของ "นักรบไทย" ของเล่นเพียบ

เราได้เห็นภัยเงียบ อย่าง ข่าวปลอม และ ผลพวงของการนำเสนอข่าวที่เป็นภัยต่อสังคม

เราได้เห็นว่าทหารจะมีการปฎิรูปครั้งยิ่งใหญ่หลังจากนี้

เราได้เห็นความเมตตาของพระเจ้าแผ่นดินทรงรับผู้บาดเจ็บเอาไว้ในการดูแลส่วนพระองค์

เราได้เห็นถึงด้านที่อ่อนโยนที่สุด ของทหารที่ขึ้นชื่อว่าน่าเกรงขามที่สุดในประเทศคนหนึ่ง

เราได้เห็นว่าจริงๆแล้วประเทศไทย สงบร่มเย็น ขนาดไหน... เพราะไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย ทั้งๆที่ ประเทศมหาอำนาจบางประเทศเกิดเหตุแบบนี้ แทบทุกเดือน

---------

ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ
ขอเพียงคนไทยรักกันเหมือนเดิม

ป.สามสี
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 20 คำสั่ง