เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
อ่าน: 608 American Dream ในยุค 1950s
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 02 ธ.ค. 19, 17:44

ผู้ชายยุคนี้ถูกวางทัศนคติว่า เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ทำงานอาชีพที่รายได้ดี ความมั่นคงอยู่ที่ไม่เปลี่ยนงาน เพราะฉะนั้นใครทำอาชีพอะไรก็จะปักหลักอยู่ตรงนั้นไปจนเกษียณ อาจจะเลื่อนตำแหน่งขึ้น    แต่ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนจากอาชีพหนึ่งไปทำอีกอาชีพหนึ่ง   หรือย้ายรัฐย้ายงานไปเรื่อย
ส่วนผู้หญิงถูกวางว่า ความมั่นคงคือต้องแต่งงานเป็นแม่ศรีเรือนเลี้ยงลูกๆ ไม่ต้องทำงานนอกบ้าน     สามีมีรายได้ดีพอที่จะหาเครื่องอำนวยความสะดวกให้ภรรยาได้ทุกอย่าง    บริษัทต่างก็ผลิตเครื่องไม้เครื่องมือช่วยแม่บ้านกันเป็นล่ำเป็นสัน  ไม่ว่าตู้เย็น เตาอบไฟฟ้า เครื่องซักผ้า  เครื่องดูดฝุ่น  เครื่องล้างจาน ฯลฯ   เธอไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยซักผ้าด้วยมือหรือตักน้ำจากบ่ออย่างยุคก่อนสงคราม

มองในแง่หนึ่ง ผู้หญิงยุคนี้ก็กลายเป็นผู้หญิงสวยงาม อ่อนหวาน อบอุ่นสำหรับครอบครัว     แต่อีกแง่หนึ่ง  ผู้หญิงถูกจำกัดสิทธิ์ไม่ให้มีบทบาทในสังคมเท่าผู้ชาย    อยู่ในโลกแคบๆของบ้านเท่านั้น

ข้อนี้ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเกิดความอึดอัดคับข้องใจ  จนนำไปสู่ขบวนการก่อตั้งสิทธิสตรีหรือเฟมินิสต์ในทศวรรษต่อมา


บันทึกการเข้า
ดาวกระจ่าง
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 03 ธ.ค. 19, 16:36

จากที่อ่านมาอเมริกาเป็นชาติที่พัฒนาได้เร็วมากเลยนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 03 ธ.ค. 19, 16:51

คนที่อพยพเข้ามาในอเมริกา มาจากประเทศเก่าแก่ที่พัฒนากันมาเป็นพันปี  ตัวอย่างเช่นอังกฤษและฝรั่งเศส   พวกเขาเป็นเพียงคนด้อยโอกาส ไม่มีที่ยืนเพียงพอในบ้านเกิด
แต่ทวีปใหม่มีเนื้อที่เหลือเฟือให้เขาทำมาหากินได้    ด้วยความรู้ที่ถ่ายทอดกันมา  พวกเขาก็สามารถลุกขึ้นยืนได้ในที่สุด

อเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19  ยังไม่ค่อยเจริญนักค่ะ   นอกจากในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ค  รัฐนอกๆออกไปจากนั้นก็ยังตั้งตัวกันอยู่
ต้นศตวรรษที่ 20  เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1  อเมริกาอยู่ไกลเลยไม่บอบช้ำ     แต่ก็มาเจอพิษเศรษฐกิจตกต่ำในยุค 1930s  ถึงกับซวนเซไปพักใหญ่    จากนั้นมาเจอสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุค 1940s อีก   ยังดีที่เจ็บตัวน้อยกว่ายุโรปมาก
พอถึง 1950s  หมดสงคราม  แรงงานเต็มประเทศ  งานดี เงินดี   คนชั้นกลางที่เป็นชนชั้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมีเงินทองเต็มกระเป๋ายิ่งกว่ายุคใดๆ    ยุคนี้ก็เลยเป็นยุคฝันเป็นจริงของอเมริกา

แต่...
ขยะใต้พรมก็ยังมี  จะค่อยๆเล่าในโอกาสต่อไปค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 08:27

 กลับมาที่ 1950s อีกครั้ง
  ในเมื่อการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเป็น American dream  จึงปรากฏว่าชนชั้นกลางแต่งงานกันเยอะมาก  หนุ่มสาวที่เดินเข้าสู่ถนนสมรสมีถึง 97%   เหลือพวกโดดเดี่ยวข้างทางเพียง 3 %
  เมื่อแต่งกันแล้วก็อยู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทอง   สถิติการหย่าร้างของคู่สมรสที่แต่งกันในยุค 1950s มีต่ำว่า 20 %  คือ 10 คู่มีไม่ถึง 2 คู่ที่เลิกกันไป
  กฎหมายมีส่วนช่วยให้การสมรสยั่งยืน นอกเหนือไปจากความรัก     เพราะในยุคก่อนหน้าและยุคนั้น การฟ้องหย่ามีประเด็นหลักได้เพียง 2 เรื่องคือนอกใจและทำร้ายร่างกาย     ถ้าไม่ใช่สองอย่างนี้ก็ยากที่ศาลจะรับฟัง 
  กล่าวคือถ้าคู่สามีภรรยาเบื่อหน้ากันแทบตาย  ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาข้อหาเบื่อหน้าไปฟ้องศาล  ศาลไต่สวนแล้วว่าไม่ได้นอกใจ ไม่ได้ตบตีเตะต่อย   ไม่ได้กระทำใดๆที่เป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรง  ก็อาจยกฟ้อง 
   เพราะฉะนั้นจึงมีอยู่มากที่คู่สามีภรรยาแม้ว่าความรักจะจืดจางกันไปแล้ว  ก็ยังอยู่กันจนตายจากกันไป  เพราะทางเลือกดีกว่านี้ไม่มี
   เหตุผลอีกอย่างหนึ่งคือสังคมวางบทบาทให้ผู้ชายหาเลี้ยงครอบครัว  แต่ผู้หญิงมีหน้าที่รักษาครอบครัว    ถ้าเธอหย่า   เธอจะถูกมองว่าเป็นคนทำให้ครอบครัวล่มสลาย  แทนที่จะแก้ปัญหาว่าทำยังไงจะให้สามีเลิกนอกใจ หรือว่าอดทนไปเพื่อลูก
  แมกกาซีนต่างๆที่ออกในยุคนี้ก็มักจะมีคอลัมน์ประเภท  "ทำยังไงเมื่อสามีนอกใจ"   หรือ " วิธีเติมความหวานให้ชีวิตแต่งงานหลัง 10 ปี"
บันทึกการเข้า
kui045
มัจฉานุ
**
ตอบ: 88


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 11:44

เข้ามาอ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกมีความสุข อบอุ่นในบรรยากาศ สังคมบ้านเมือง กินดี อยู่ดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 15:44

เจ้าบ่าวเจ้าสาวในยุค 1950s


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 16:22

เด็กน้อยในยุคนี้แต่งกายเรียบร้อย สวยงาม  สวมถุงเท้ารองเท้าครบ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 17:23

ดาราชายดังๆในยุคนี้  ล้วนแต่เป็นหนุ่มหล่อระดับเทพบุตร 
เช่นชาร์ลสตัน เฮสตัน  แครี่ แกรนท์  ร็อค ฮัดสัน และมาร์ลอน แบรนโด


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 17:32

ส่วนดารายอดนิยมฝ่ายหญิงก็สวยกันหยาดฟ้ามาดิน
เช่นลิซ เทเลอร์  ออเดรย์ เฮปเบิร์น    เดเบอราห์ คาร์ และเกรซ เคลลี่


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 17:56

และ..ยอดดาราแห่งยุค ที่ไม่มีใครลบรัศมีเธอได้จนทุกวันนี้
มาริลีน มอนโร

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 18:29

    1950s เป็นยุคสมัยของระเบียบเรียบร้อยในสังคมชนชั้นกลาง     ผู้ใหญ่เห็นความสำคัญของการอบรมดูแลเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ  ปลูกฝังคุณธรรม และศีลธรรมกันมาตั้งแต่เด็ก    
     ระเบียบสังคมบางเรื่องนั้น  เด็กที่เกิดในศตวรรษที่ 21  รู้เข้าคงหัวร่องอหาย     เช่น หนังทีวีถูกเซนเซอร์ไม่ให้มีคำว่า "ตั้งท้อง" (pregnant)ออกมาเด็ดขาด  ต้องเลี่ยงไปใช้คำอื่น
     ฉากห้องนอนที่สามีภรรยานอนเตียงเดียวกัน ออกอากาศไม่ได้อีกเช่นกัน    ถ้าจะมีฉากห้องนอนจริงๆก็ต้องสร้างให้ต่างคนต่างนอนกันคนละเตียง
    มาถึงกลางทศวรรษ  นักร้องวัยรุ่นที่เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่ชื่นชมของเด็กวัยรุ่น  ต้องร้องเพลงสำหรับวัยรุ่นด้วยกิริยาอาการสำรวม แต่งกายเรียบร้อยเป็นพิธีรีตองไม่ต่างจากรุ่นพ่อ

   คลิปนี้ คือริคกี้ เนลสัน ดาราเด็กที่เติบโตขึ้นมาในหนังชุดครอบครัวยอดนิยมทางทีวี    พอเป็นวัยรุ่นก็ร้องเพลงในหนังทีวีที่เขาเล่น    กลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นทั้งประเทศ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 18:30

นี่คือพอล แองก้า ค่ะ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 04 ธ.ค. 19, 18:33

เพลงนี้  วัยรุ่นไทยยุคคุณปู่รู้จักดี

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 05 ธ.ค. 19, 11:03

  ถ้าหากว่าใครอยากใช้ไทม์แมชชีนย้อนเวลาของโดเรมอน  เดินทางกลับไปอยู่ในยุค American dream   เพราะเป็นยุคทองที่บ้านเมืองสวยงาม    ครอบครัวอบอุ่น  งานดี  เงินดี    ก็โปรดเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ 2 เรื่องต่อไปนี้
  คือ
  1  คุณต้องเป็นชายจริงหญิงแท้
  2  คุณต้องเป็นฝรั่งผิวขาว  

   ข้อแรกนั้น  เหตุผลข้อหนึ่งในหลายๆข้อ เกิดจากที่ว่า ความฝันของคนอเมริกันคือมีครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก   บทบาทของชายหญิงแยกกันชัดเจน  พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว  แม่เป็นแม่ศรีเรือน    เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ไม่อาจสวมบทบาทนี้ได้พอดีตัว  จึงหาที่ยืนได้ลำบากในสังคม  
   พูดง่ายๆอีกทีคือถ้าคุณเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง  หรือคุณเป็นหญิงแต่ใจเป็นชาย    คุณก็จะไม่ลงตัวในครอบครัวพ่อแม่ลูกดังกล่าว
   คุณอาจจะค้านว่า  คนเพศเดียวกันก็สามารถมีรักแท้ และครองคู่กันได้ยั่งยืนไม่แพ้คู่ต่างเพศ     ข้อนี้ถึงแม้ว่าเป็นไปได้ แต่คุณก็จะไม่ใช่ครอบครัวอย่างที่เป็นความฝันของสังคมได้อยู่ดีละค่ะ
   ใน 1950s  คนที่เป็นรักร่วมเพศอาจถูกตัวบทกฎหมายลงโทษได้ในข้อหา "ประพฤติตนไม่ถูกต้องดีงาม"  คือถ้าคุณเป็นชายโสด   ไปหิ้วสาว(ที่ไม่ใช่ผู้เยาว์)ที่ไหนเข้าบ้าน จะไม่มีใครว่าอะไร  ถือเป็นความสมัครใจกันทั้งสองฝ่าย       แต่ถ้าชายโสดคนไหนไปหิ้วหนุ่มมาร่วมเตียงด้วย เป็นเรื่องขึ้นมาทันที   ตำรวจมีสิทธิ์ตั้งข้อหาได้ ถ้าเรื่องอื้อฉาวออกไป
   ดังนั้น ผู้ชายหรือผู้หญิงที่เกิดมาโดยไม่มีจิตพิศวาสเพศตรงข้าม แต่รักใคร่ชอบพอเพศเดียวกัน จึงอยู่ในฐานะลำบากมากในสังคม      
   ถ้าบางคนเกิดมาในครอบครัวที่เคร่งศาสนา ก็อาจถูกอบรมให้เข้าใจว่าความคิดเช่นนี้เป็นบาป    ทางออกของพวกเขาก็แคบมาก มีทางเลือกเพียงเก็บกดความคิดนี้เอาไว้  แล้วแต่งงานไปเพื่อจะทำหน้าที่พ่อบ้านหรือแม่บ้าน(หากว่าเป็นเลสเบี้ยน) อย่างดีที่สุด  บางทีคู่ครองดีๆอาจทำให้ลืมเรื่องนี้ไปได้เอง    
  หรืออีกทางก็คืออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต  ไม่ทำร้ายความรู้สึกของพ่อแม่หรือชายหญิงที่จะมาเป็นคู่สมรส


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 05 ธ.ค. 19, 11:22

   ถ้าเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นบุคคลสาธารณะอย่างดารานักร้อง หรือนักการเมือง หรืออะไรก็ตามที่มีภาพมีข่าวลงหนังสือพิมพ์บ่อยๆ   สภาพรักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ต้องปกปิดกันสุดชีวิต    เพราะหมายถึงอนาคตการงานจะดับลงทันที ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีก 
   ดาราหนุ่มหลายคนของฮอลลีวู้ดเป็นเกย์   แต่บริษัทก็จัดการกลบเกลื่อนให้สนิท  ด้วยการวางตัวให้เป็นหนุ่มโสดเจ้าชู้ ควงผู้หญิงไปเรื่อยไม่ลงเอยกับใครบ้าง    เป็นคนชอบเก็บตัวชอบอยู่เงียบๆบ้าง     หรือไม่ก็จัดการให้แต่งงานหลอกๆ ไปกับหญิงสาว แล้วค่อยหย่ากันทีหลัง
   หนึ่งในจำนวนนี้คือร็อค ฮัดสัน  ดาราดัง สูงใหญ่หล่อล่ำ มาดแมนทุกกระเบียดนิ้ว  เล่นหนังได้หลายแบบตั้งแต่คาวบอยกร้าวๆ ไปจนบทสนุกกุ๊กกิ๊ก      บริษัทจัดการให้เขาแต่งงานไปกับเลขาสาวของบริษัท  ทำทีอยู่กันพักหนึ่งก็หย่ากันไป    เพื่อได้หมดข้อสงสัย


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 20 คำสั่ง