เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 886 ขออนุญาตเรียนถามถึงเรื่องธรรมเนียมการโกนหัวไว้ทุกข์ของไทยค่ะ
ดาวกระจ่าง
อสุรผัด
*
ตอบ: 9


 เมื่อ 22 ส.ค. 19, 14:24

ขออนุญาตเรียนถามถึงเรื่องธรรมเนียมการโกนหัวไว้ทุกข์เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้ที่จากไปของไทยค่ะ

1 การโกนหัวไว้ทุกข์ของไทยได้รับอิทธิพลมาจากไหนคะหรือเป็นธรรมเนียมที่คิดขึ้นมาของไทยเอง

2 การโกนหัวไว้ทุกข์เริ่มต้นมีมาตั้งแต่สมัยไหนคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าอยุธยามีแล้วหรือยังหรือมีช่วงรัตนโกสินทร์

3 การโกนหัวไว้ทุกข์มีแบ่งระดับไหมคะว่า เช่นว่า คนยศ ฐานะนี้ให้โกนหัวทั้งประเทศ แต่ถ้าเป็นยศ ฐานะนี้ให้โกนหัวแค่ญาติพี่น้อง คนที่ทำงานด้วย

4 เชื้อพระวงศ์ (ที่ไม่ใช่พระมหากษัตริย์ พระมหาราชินี) และข้าราชการที่ทำงานให้หลวง สองตำแหน่งนี้ถูกจัดเป็นตำแหน่งที่จะมีคนโกนหัวไว้ทุกข์ให้มากแค่ไหนคะ มีมีคนที่ฐานะไหน อาชีพไหนต้องมีใครโกนหัวไว้ทุกข์ให้บ้าง

5 การโกนหัวไว้ทุกข์ทำให้คนในสังคมไทยยุคที่มีธรรมเนียมนี้ไม่ชอบไว้ผมยาวไหมคะเพราะเดี๋ยวก็ต้องตัดถ้าเชื้อพระวงศ์ และข้าราชการที่ตัวเองทำงานด้วยเสีย

6 ประเทศราชหรือเมืองขึ้นของไทยมีกฏที่ต้องโกนหัวไว้ทุกข์ด้วยไหมคะหรือมีข้อยกเว้นว่าไม่ต้องทำ

7 มีกลุ่มคนไทยที่อยู่ห่างจากจุดการปกครองมากๆแล้วไม่โกนหัวไว้ทุกข์ไหมคะ เพราะการรับข่าวสารอาจไม่ดี

8 การโกนหัวไว้ทุกข์คนไทยที่โกนจะมีทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ ทุกอาชีพเลยไหมคะ มีกลุ่มคนไทยที่ได้รับการยกเว้นไหม

9 มีวรณกรรม วรรณคดีของไทยที่อาศัยอยู่ในสมัยที่มีการโกนหัวไว้ทุกข์ที่พูดถึงเรื่องนี้ไว้บ้างไหมคะว่ามีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร และเมื่อเปรียบเทียบกับชาติพันธ์อื่นที่ไม่มีธรรมเนียมนี้

10 มีงานเขียนของคนต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในสมัยที่มีการโกนหัวไว้ทุกข์ที่พูดถึงเรื่องนี้ของไทยไว้บ้างไหมคะว่ามีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร และเมื่อเปรียบเทียบกับชาติพันธ์อื่นที่ไม่มีธรรมเนียมนี้

11 มีชนชาติอื่น ชาติพันธ์อื่นไหมคะที่มีธรรมเนียมการโกนหัวไว้ทุกข์แบบไทย ซึ่งถ้ามีจะเป็นเพราะไทยได้รับอิทธิพลของเขามา เขาได้รับอิทธิพลจากเราไป หรือเป็นธรรมเนียมที่เกิดมาเหมือนๆกัน
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6226


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 22 ส.ค. 19, 17:07

       บางคำถามนั้น แนะนำจขกท. ดาวน์โหลดไฟล์  

       เสด็จสู่แดนสรวง: ศิลปะ ประเพณี และความเชื่อในงานพระบรมศพและพระเมรุมาศ

หาได้ในกูเกิ้ล


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6226


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 22 ส.ค. 19, 17:10

แล้วดูในบทความนี้


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 22 ส.ค. 19, 20:26


          ธรรมเนียมการไว้ทุกข์ที่ปฏิบัติกันอยู่เช่น การนุ่งขาวห่มขาว การใส่ชุดดำ หรือแม้แต่การโกนผม จะเป็นธรรมเนียมแต่ดั้งเดิมหรือไม่ ดูเหมือนว่า สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงมีพระวินิจฉัยเป็นพระองค์แรกว่า “ธรรมเนียมการไว้ทุกข์เราเอาอย่างต่างประเทศมาทั้งนั้นของเราเองไม่มี” และ “ดั้งเดิมเราไม่มีธรรมเนียมการนุ่งผ้าสีในการไว้ทุกข์ ขุนนางที่เข้าขบวนแห่ต่างก็นุ่งผ้าสมปักลายสีต่าง ๆ และ พนักงานที่ชักราชรถรวมถึงพนักงานที่เชิญเครื่องสูงก็ยังแต่งแดง”.....

           หลักฐานเกี่ยวกับการไว้ทุกข์ในสมัยอยุธยา

           จากข้อมูลขนบในการไว้ทุกข์สมัยอยุธยาเท่าที่พบคือ จดหมายเหตุโยสต์ สเคาเต็น ที่กล่าวว่า“เมื่อคนตายไปแล้วก็โกนผมห่อศพแล้วทำบุญให้ทานไปตามความเชื่อถือและแล้วก็เอาไปเผาในบริเวณวัด นอกจากนี้ยังมีพิธีอื่น ๆ อีก เช่น มีการร้องไห้อาลัยกัน ส่วนพวกญาติสนิทจะตัดผมของตน” (กรมศิลปากร ๒๕๓๙: ๒๗๔)

            ส่วนบันทึกของลา ลูแบร์ กล่าวว่า ในขบวนแห่ศพบุคคลในครอบครัวผู้ตายทั้งชายและหญิงล้วนแต่งขาว ศีรษะของคนเดินตามศพคลุมด้วยผ้าสีขาว ส่วนการไว้ทุกข์นั้นจะไว้ในช่วงที่มีความทุกข์เท่านั้น (เดอ ลา ลูแบร์ ๒๕๔๘: ๓๖๗, ๓๗๒) ซึ่งการที่ลา ลูแบร์ กล่าวว่าการไว้ทุกข์นั้นจะไว้เฉพาะตอนมีทุกข์อาจจะตีความได้ว่ากำหนดการไว้ทุกข์ไม่เป็นที่แน่นอน สำหรับลักษณะการเอาผ้าขาวคลุมศีรษะยังมีปรากฏในภาพถ่ายเก่าคราวงานพระเมรุสมเด็จพระศรีสวัสดิกรุงกัมพูชา และยังทำให้นึกถึงธรรมเนียมของไทแดงที่มีการใช้ผ้าขาวคลุมศีรษะด้วย

            นอกจากนี้ในบันทึกนิโกลาส์ แชรแวส ก็กล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า บิดามารดาและมิตรสหายของผู้ตายนุ่งขาวห่มขาว ภรรยาและญาติที่ใกล้ชิดก็นุ่งขาวและโกนศีรษะเกลี้ยง (นิโกลาส์ แชรแวส ๒๕๕๐: ๑๘๐)
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 22 ส.ค. 19, 22:47

แล้วดูในบทความนี้

พัฒนาการธรรมเนียมไว้ทุกข์ จากระเบียบรัฐสู่มารยาทสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล
ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
บันทึกการเข้า
ดาวกระจ่าง
อสุรผัด
*
ตอบ: 9


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 23 ส.ค. 19, 11:46

ขอบพระคุณสำหรับคำตอบของหลายท่านมากๆค่ะ ดิฉันจะไปหาอ่านดู
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 23 ส.ค. 19, 12:06

โกนทั้งแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑ หน้า ๑๕๐-๑๕๑




บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 23 ส.ค. 19, 14:59

หน้า ๑๕๒-๑๕๓





บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7161


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 24 ส.ค. 19, 17:07

ภาพในช่วงระหว่างพระบรมศพรัชกาลที่ ๔ ประดิษฐานในพระที่นั่งดุสิตฯ ชาวสยามต่างโกนผมไว้ทุกข์ ยกเว้นเด็กที่ยังไม่โกนจุกไม่ต้องโกนหัว


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 24 ส.ค. 19, 17:22

ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งทรงผนวช วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ข้าราชบริพารกำลังเตรียมงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในภาพจะเห็นการไว้ทุกข์ตามโบราณราชประเพณีที่โกนผมและนุ่งขาวห่มขาว

ภาพจาก https://www.voicetv.co.th/read/267456


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 26 ส.ค. 19, 09:01

ข้อความในประกาศเรื่องโกนผม ในคราวสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศสวรรคต มีตอนหนึ่งว่า

"การที่โกนศีศะนั้น ก็ไม่เปนที่ต้องพระราชอัธยาไศรยอันใด"

อีกทั้งในประกาศฉบับเดียวกันยังย้ำว่า การโกนผมเป็นเกียรติยศแบบเก่า ซึ่งหมายความว่า รัชกาลที่ ๕ ไม่ทรงโปรดเรื่องการโกนผม ด้วยเป็นธรรมเนียมที่พ้นสมัย

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2437/048/439_1.PDF





บันทึกการเข้า
กะออม
พาลี
****
ตอบ: 222


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 27 ส.ค. 19, 08:22

เรื่องการยกเลิกโกนศีรษะคราวงานพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชพระองค์แรก เนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชเทวี พระชนนี ทรงเห็นว่าพระบรมศพยังอยู่อีกนาน ข้าราชบริพารต้องโกนผมตลอด โดยเฉพาะสตรี คนเราย่อมรักสวยรักงาม จึงมีลายพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระยาเทววะวงศ์ฯ ให้กราบบังคมทูลพระกรุณา ให้ยกเลิกเสีย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 27 ส.ค. 19, 09:57

ข้าราชบริพารต้องโกนผมตลอด โดยเฉพาะสตรี คนเราย่อมรักสวยรักงาม

ไม่เฉพาะแต่สาวชาววัง แม้แต่สาวชาวบ้านก็เศร้าเสียใจเสียดายผมเช่นกัน  ยิงฟันยิ้ม

อย่างในงานศพของนางทิพเกสร บรรดาผู้หญิงในเมืองไม่อยากโกนผมไว้ทุกข์ตามหมายประกาศเพราะกลัวเสียโฉม หากจ่ายเงินทดแทนได้ก็จะยอม

แล้วแจกหมายต่อต่อเป็นข้อขัน      ประกาศกันโกนเกล้าทั้งกรุงศรี
แสนสงสารสาวสาวเมื่อคราวนี้       จะเศร้าศรีเสียผมให้ตรมใจ
ปรึกษานางเพื่อนเรือนเจ้าเพื่อนรัก   อกจะหักแล้วจะทำอย่างไรได้
ห้าตำลึงแม้เขาจะเอาไป              ถ้าคุ้มได้แล้วหนอไม่ขอเลย
อย่าน้อยใจนั่งคิดให้จิตเจ็บ          รักษาเล็บไว้ให้ยาวเถิดเจ้าเอ๋ย
ทับทิมเพลาะซัดเข้าอย่าเบาเลย      แป้งชะมดชดเชยก็พอชม
ซังตายว่าข้าวิตกอกจะแตก           เขาโกนแกรกใจหายเสียดายผม
นํ้าตากับน้ำชุบเป็นเกลียวกลม       ทำพูดถมโทษมีดว่าเจ็บจริง


จาก นิทานคำกลอนเรื่องลักษณวงศ์ ตอนที่ ๑๙ ลักษณวงศ์โศกถึงนางทิพเกสร ของสุนทรภู่
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 28 ส.ค. 19, 18:57

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) มีประกาศยกเลิกการโกนผมแทนการไว้ทุกข์ ความว่า

มีรับสั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งได้สำเร็จราชการแผ่นดิน ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า สมเด็จพระบรมชนกนารถ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรพระโรคพระธาตุพิการมาแต่ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พระโรคกลายไปในทางพระวักกะพิการ แพทย์ได้ประกอบพระโอสถถวาย พระอาการหาคลายไม่ ถึง ณ วันเสาร์ ที่ ๒๒ ตุลาคม เสด็จสวรรคตเวลา ๒ ยาม กับ ๔๕ นาที จะได้เชิญพระบรมศพสู่พระโกษฐ์แห่จากพระราชวังดุสิต ไปประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม

ความเศร้าโศรกสาหัสอันบังเกิดขึ้นในพระบรมราชวงษ์ครั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ทรงแน่ในพระหฤทัยว่า จะเปนความเศร้าโศรกแก่ประชาชนทั้งหลายทั่วไปในพระราชอาณาจักร เพราะเหตุที่สมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงพระกรุณาทนุบำรุงมาทั่วกัน

อนึ่งตามโบราณราชประเพณี ในเวลาเมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จสวรรคต พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการ ราษฎรทั้งหลายต้องโกนผมแทนการไว้ทุกข์ทั่วทั้งพระราชอาณาจักร แต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนารถ ได้ทรงมีพระราชดำรัสสั่งไว้ว่า การไว้ทุกข์ดังเช่นที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมเปนเครื่องเดือดร้อนอยู่เป็นอันมากให้ยกเลิกเสียทีเดียว

ประกาศมา ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙


ข้อมูลจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11060



ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 30 ส.ค. 19, 09:19

คุณกรกิจ ดิษฐาน เขียนถึงเรื่องการโกนผมไว้ทุกข์

ความทุกข์แห่งการโกนผม

ในอัตตปวัตติของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ สิริจันโท (จันทร์) บันทึกเรื่องราวในวัยเยาว์ของท่านเอาไว้ว่า

ครั้นย่างเข้าปีอายุ ๑๓ เป็นปีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต เป็นธรรมเนียมต้องโกนผมไว้ทุกข์ทั่วพระราชอาณาจักร  ประเทศลาวทั้งสิ้นบรรดาผู้หญิงไม่ว่าสาวหรือแก่ไว้ผมยาวทั้งสิ้น พอทราบประกาศว่าให้โกนผม พากันระงมไปด้วยเสียงร้องไห้ทั่วบ้านทั่วเมือง น่าสลดใจเสียดายผมเท่านั้น พากันอายศีรษะโล้น ต้องคลุมผ้าไว้เสมอ ส่วนอัตตโนชอบใจเห็นศีรษะโล้นเป็นงามดี

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์เกิดที่เมืองอุบล ถิ่นวัฒนธรรมลาวล้านช้าง สตรีแถบนั้นแต่ไรมาไว้ผมยาวมัดเป็นมวยตบแต่งสวยงาม จู่ ๆ จะมาให้โกนทั้งหมดเพื่อไว้ทุกข์ ทั้งสาวทั้งแก่จึงร้องไห้เสียดาย และอายที่ต้องหัวโล้น ส่วนผู้หญิงไทยแถบภาคกลางไว้ผมสั้น บางครั้งสั้นเกือบเกรียนผมเดาว่าน่าจะเสียดายน้อยกว่าผู้หญิงลาว เคยคิดเล่น ๆ ว่าที่ผู้หญิงสยามไว้ผมสั้น ชะรอยคงเพราะต้องหมั่นโกนไว้ทุกข์ถวายเจ้านายกระมัง ?

ในรัชกาล ๕ - ๖ ทรงเห็นว่าการโกนศีรษะเป็นการเบียดเบียนราษฎร ทรงสั่งให้เลิกเสีย พวกเราจึงไม่ต้องโกนกันอีก  
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง