เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 61 62 [63] 64
  พิมพ์  
อ่าน: 38307 ไปตลาด
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 930  เมื่อ 05 พ.ย. 20, 20:30

เอื้อนมาเสียยืดยาวก็มาถึงคราวที่จะเอาปลาเหล่านี้ไปทำอาหาร   ลองซื้อสดเอามาทำกินเองแบบง่ายๆ ซึ่งก็คือการเอามานึ่งนั่นเอง   หากดูวิธีการทำแล้วอาจจะเห็นว่ายุ่งยาก ก็ลองทำแบบไปตั้งแคมป์ริมห้วยในอุทยานที่ใช้วิถีชีวิตง่ายๆแบบใช้หม้อใบเดียวทำอาหารทุกอย่างก็พอได้อยู่    ขอดเกล็ดปลา ควักใส้ออก ล้างให้สะอาด ทาเกลือ เอาปลาลงหม้อ ใส่น้ำลงไปประมาณครึ่งตัวปลา ปิดฝาหม้อ ยกหม้อไปตั้งไฟ พอน้ำเดือดก็เบาไฟลง คะเนว่าปลาสุกนิ่มทั่วกันทั้งตัวแล้วก็เอาออกมากิน  ลักษณะของอาหารก็จะคล้ายๆกับการทำแปะซะ  ซึ่งด้วยจินตนาการในลักษณะนี้ เราก็สามารถที่จะปรับแต่งเมนูนี้ให้เป็นไปตามที่ใจนึกได้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น รส เครื่องเคียง และเครื่องจิ้ม เช่น ใส่ขิงซอยหรือหั่นเป็นแว่น หรือใช้ข่า หรือใช้ตะไคร้หั่นเป็นท่อนๆวางรองตัวปลา ใช้ซีอิ๊วขาวแต่งรส ใส่เห็ดหอมสด ใส่ต้นหอม คื่นช่าย ผักชี รากผักชี ผักกาดขาว กล่ำปลี ข่า ใบมะกรูด ฯลฯ  เครื่องจิ้มก็อาจจะเป็นซีอิ๊วขาวใส่หอมแดงและพริกซอย เต้าเจี้ยวกับขิงและพริกสด(เหมือนน้ำจิ้มข้าวมันไก่ตอน) น้ำจิ้มซีฟู๊ด ฯลฯ   
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 527


ความคิดเห็นที่ 931  เมื่อ 06 พ.ย. 20, 10:11

ข้าวใหม่จากนาของตนเองมันช่างหอมจริงๆนะครับ เปิดฝาหม้อข้าวก็ได้กลิ่นโชยออกมาอย่างแรง  เลยได้รู้จักว่าคุณสมบัติและคุณภาพที่แท้จริงของข้าวหอมมะลิของจริงว่ามันเป็นเช่นใด

ข้าวหอมมะลิที่ขายตามซุปเปอร์สมัยนี้ไม่หอมเลยสักนิด คงปลูกแบบเอาปริมาณไม่เน้นคุณภาพแบบของอาจารย์นะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32517

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 932  เมื่อ 06 พ.ย. 20, 10:25

 ยิ้ม


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 933  เมื่อ 06 พ.ย. 20, 18:38

ทำกินเองง่ายๆก็จะได้หน้าตาอย่างภาพนั้นแหละครับ หากเลือกใช้ปลาที่ค่อนข้างจะคาว ก็ควรจะต้องใช้เกลือลูบตัวปลา ทิ้งใว้สักพักก็ล้างออก หรือไม่ก็ผสมน้ำส้มสายชูในน้ำที่ใช้ล้างและทำความสะอาดปลา และเมื่อเอามาทำอาหารก็ปรับรสให้ออกไปทางเปรี้ยว จะด้วยมะนาว มะขามเปียก หรือน้ำส้มสายชูก็ได้  กระเทียมดองและน้ำดองกระเทียมก็สามรถช่วยได้มากทีเดียว   

จึงเป็นเรื่องไม่แปลกนักที่ฝรั่งจะดื่มไวน์ขาวกับเนื้อสัตว์สีขาวซึ่งส่วนมากจะมีกลิ่นคาวหรือกลิ่นสาบบางกลิ่น ก็เพื่อใช้รสเปรี้ยวและกลิ่นหอมของไวน์ขาวไปช่วยดับความคาวของเนื้อและกลิ่นของเนื้อสัตว์   สำหรับไวน์แดงก็มุ่งไปที่ความฝาดของไวน์เพื่อลดความรู้สึกในเรื่องของไข(มัน)ที่คงค้างอยู่ในปากเมื่อกินเนื้อสัตว์ที่มีสีแดง ซึ่งส่วนมากจะเป็นพวกเนื้อที่มีมันและต้องมีมันติดหรือมีมันแทรกจึงจะได้เนื้อที่นิ่มและนุ่มนวลเมื่อทำสำเร็จเป็นอาหาร  เนื้อที่มีไขมันมากจึงเหมาะกับไวน์แดงที่มีความข้นและมีรสฝาดมาก ไม่ต่างไปจากการจิบชาร้อนฝาดๆคู่กับอาหารจีนมันๆ

อาหารไทยจึงจับคู่กับไวน์ขาวหรือไวน์แดงได้ยาก เพราะมีหลากรส หลากกลิ่น แถมยังเป็นอาหารที่ปรุงแบบผสมผสานระหว่างรสเนื้อกับรสของเครื่องปรุงที่เข้ากันได้ดีแบบ 'นัว'  จะปรับรสให้จัดได้หรือไม่ให้จัดก็ได้โดยที่ยังความอร่อยอยู่เหมือนเดิม   ก็เห็นว่าพอจะมีข้อชวนพิจารณาอยู่บ้างว่า ด้วยที่อาหารไทยมักจะต้องมีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็มและหวาน ซึ่งรสที่ทำให้เกิดความอร่อยๆขึ้นมามักจะเป็นรสหวานที่ซ่อนอยู่  บางทีการเลือกใช้ไวน์ที่ออกรสไปทางหวาน (ไม่ว่าขาวหรือแดง) ก็อาจจะเข้ากันได้ดีกับอาหารไทย โดยเฉพาะหากเป็นเมนูอาหารที่เรารู้ลึกลงไปถึงลักษณะเด่นที่เป็น Umami ของเมนูอาหารไทยสำรับนั้นๆ   

คงจะไม่เหมาะที่จะให้ความเห็นส่วนตัวของผมในเรื่องการจับคู่ระหว่างอาหารไทยกับไวน์ไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 934  เมื่อ 06 พ.ย. 20, 20:00

กลับเข้าไปเดินตลาดต่อครับ

ตลาดเช้าของชุมชนนอกเมืองในกับในเมืองใน ตจว.มีความแตกต่างกันในภาพที่เราน่าจะพอนึกออกได้    สำหรับตลาดนอกเมืองนั้น สินค้าที่นำมาวางขายเกือบทั้งหมดจะเป็นพวกที่ผู้ขายเองลงแรงทำการผลิตและที่อาจไปเก็บเกี่ยวหาได้ตามที่พบอยู่ในธรรชาติ สินค้าที่วางขายส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มวัตถุดิบพื้นฐาน เป็นตลาดที่ผมชอบเดินมากที่สุด    ตลาดในเมืองจะมีลักษณะต่างออกไปตรงที่มีความปนเประหว่างการขายส่งกับการขายแบบผู้ผลิตถึงมือผู้ซื้อ สินค้าที่ขายก็มีทั้งแบบผลิตผลของผู้ผลิตรายเล็กหรือจากการรวบรวมของพ่อค้าคนกลาง     ตลาดนอกเมืองมีลักษณะเป็นตลาดเพื่อการยังชีพของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ และเป็นสถานที่สำคัญในทางสังคม(และการสื่อสาร) ในขณะที่ตลาดในเมืองเป็นตลาดเพื่อกิจกรรมทางธุกิจต่างๆ (Hub)    ตลาดชุมชนใน กทม.มีความต่างออกไปอีก คือเป็นตลาดในเชิงของกิจกรรมในสาขาการบริการและเป็นสถานที่ทางสังคมของชุมชนย่อยต่างๆ ผู้ที่มาเดินตลาดจะมีทั้งคนที่เกษียณอายุ ผู้สูงวัย ผู้คนที่ไม่แข็งแรง ทุพพลภาพ ฯลฯ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 935  เมื่อ 07 พ.ย. 20, 19:00

ตลาดเย็นของชุมชนทั้งในพื้นที่เมืองและนอกเมืองจะมีลักษณะคล้ายๆกันทั้งหมด คือตลาดเย็นมีแต่คนที่เลิกจากงานแล้วแวะเวียนเข้ามาเพื่อซื้ออาหารมื้อเย็นกลับบ้าน ตลาดเย็นโดยส่วนมากจะมีแผงขายอาหารสำเร็จรูปและผลไม้มากกว่าตลาดเช้า จะมีผู้ที่ขายของสดแต่ละชนิดอยู่เพียงเจ้าหรือสองเจ้าเท่านั้น ซึ่งก็เป็นลักษณะปกติที่มีมาตั้งแต่เก่าก่อน   

พัฒนาการของสินค้าที่นำมาขายในตลาดเย็นที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้คือ มีแผงขายวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์สำหรับเมนูสุกี้ยากี้ เช่น เนื้อปลา แมงกะพรุน กระเพาะหมู ปลาหมึก ผ้าขี้ริ้ว ใส้อ่อนหมู ... ขายแบบชั่งน้ำหนัก แถมน้ำต้มสุกี้ฯและน้ำจิ้ม จะดูแปลกไปหน่อยนึงก็ตรงที่มีผ้าขี้ริ้วของวัววางขายรวมอยู่ด้วย    แล้วก็มีแผงขายเครื่องในหมูต้มแล้ว ตัดเป็นชิ้นๆคละกัน แล้วแต่จะเลือกซื้อ ขายแบบชั่งน้ำหนักเหมือนกัน ขายทั้งแบบทำเป็นต้มแซบและลวกจิ้ม ก็จะมีเช่น ลิ้น ใส้อ่อน ใส้ตัน ปอด กระเพาะ ...  บางตลาดก็มีแผงที่ขายเครื่องในวัวอีกด้วย 

ผมอดไม่ได้ที่จะต้องเดินแวะเวียนไปดูแผงพวกนี้  มีของโปรดอยู่สองสามอย่างที่ต้องตัดใจว่าจะซื้อหรือไม่ ก็คือ กระเพาะหมู ผ้าขี้ริ้ว แมงกะพรุน ปลาหมึกกรอบ ลิ้นหมู และใส้ตัน ซื้อเอามาเป็นของแกล้มยามเย็น ซื้อมาแล้วก็เอามาลวกอีกอีกครั้งหนึ่ง จิ้มกับซีอิ๊วขาวกิน ซึ่งจะอร่อยมากกว่าจิ้มกับพวกน้ำส้มพริกตำเสียอีก เพียงแต่แทนที่จะซื้อแบบให้เขาหั่นให้เสร็จ ก็จะเอามาเพื่อหั่นเอง เราก็จะได้ของกินที่ดูปราณีตและน่ากินมากกว่าแบบที่สักแต่ว่าหั่นให้เป็นชิ้นๆ  บางครั้งเมื่อเอามาลวกและหั่นเสร็จแล้วก็เจียวกระเทียมราดลงไปด้วย

หากเป็นของโปรดก็ควรจะต้องระวังเรื่องโรค Gout ให้มากๆด้วย ครับ     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 936  เมื่อ 07 พ.ย. 20, 20:08

และพาลให้นึกถึง ตือฮวนกับข้าวเหนียวใส่ถั่ว (จุกบี้ ?)   

นานมาแล้ว ตือฮวนเป็นอาหารที่พบในลักษณะหาบเร่ ทั้งสองด้านของคานหาบจะเป็นตู้สี่เหลี่ยม ด้านหนึ่งของคายหาบจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์ในการกิน อีกด้านหนึ่งจะเป็นเรื่องของตัวอาหาร  เคยมีที่ยกระดับจากการหาบเข้าสู่ร้านห้องแถว ทำเป็นเมนูตือฮวนกินกับข้าวเปล่า ซึ่งก็ได้รับความนิยมกันในช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็เลิกราหายกันไป  จะเป็นด้วยเพราะว่าเกิดความนิยมการกินต้มเลือดหมูหรือต้มเครื่องในหมูกับข้าวสวยร้อนๆที่เสิร์ฟมาในถ้วยแล้วกินแบบพุ้ยด้วยตะเกียบก็มิรู้ได้

เมื่อตลาดในปัจจุบันมีแผงขายเครื่องในหมูทำสุกแล้ว ผักกาดดองก็มีขายอยู่ทั่วไป จะไม่น่าลองทำกินเองบ้างหรือ ?   มันก็ไม่ต่างไปมากนักจากต้มจืดผักกาดดองกับซี่โครงหมู  เพียงแต่จะต้องใช้ผักกาดดองส่วนที่เป็นใบมากหน่อย ต้มให้เปื่อยนิ่มนานหน่อย สำหรับเครื่องในนั้น เราก็เลือกซื้อชนิดของเครื่องในหมูตามที่ชอบเอามาหั่นให้หนาบางตามชอบของเรา  เมื่อจะกิน ตักใส่ชามแล้วเอากระเทียมเจียวเหยาะลงไป กินกับข้าวร้อนๆ    หากต้มยังเหลือมากอยู่ก็จัดการให้มันเป็นข้าวต้มได้อีกมื้อหนึ่ง   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 937  เมื่อ 08 พ.ย. 20, 18:48

นอกจากตือฮวนแล้ว  พวกเครื่องในหมูเหล่านั้นก็เอามาทำอาหารอื่นๆได้อีกหลายอย่างที่ค่อนข้างจะหาทานได้ยากในปัจจุบันี้ เช่น กระเพาะหมูผัดเกี้ยมฉ่าย ใส้ตันทอดกระเทียมพริกไทย ตับอ่อนผัดพริก(แห้งตำ) ตับเอามาทำยำ หนวดปลาหมึกกรอบเอามาผัดบะเต็งกับหมูแล้วผัดกับหมี่ซั่ว  ลิ้นหมูเอามาทำสตูว์ เป็นต้น

สำหรับผัดเกี้ยมฉ่ายนั้น จะต้องหั่นก้านเกี้ยมฉ่ายแบบสไลด์ให้บางหน่อยเพื่อจะได้ผักชิ้นใหญ่แต่มีกากเส้นใยสั้น    สำหรับใส้ตัน ก็ควรจะต้องใช้กะทะร้อน พลิกไปมาเร็วๆ เมื่อกระเทียมใกล้จะใหม้ก็รีบตักออก กินกับซอสพริกศรีราชา    ผัดตับอ่อน ก็เพียงตำพริกแห้งกับกระเทียม ผัดเครื่องที่ตำไว้ให้หอมแล้วจึงใส่ตับอ่อน ควรจะใส่น้ำตาลเล็กน้อยเพื่อทำให้รสนุ่มนวลขึ้น    สำหรับผัดบะเต็ง หนวดปลาหมึกกรอบและหมูควรจะหั่นเป็นทรงลูกเต๋าเท่าๆกัน จะยิ่งอร่อยมากขึ้นหากใส่ต้นกระเทียมลงไปผัดในหมี่ซั่วด้วย     

สำหรับสตูว์ลิ้นหมูนั้นทำแบบแก้ขัดหรือมีข้อจำกัดต่างๆได้ไม่ยากนัก  หั่นลิ้นหมูเป็นชิ้นๆให้มีความหนาประมาณ 1 ซม.  ใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำ ตั้งไฟ เมื่อน้ำร้อนจัดก็ใส่ซุปหมูก้อนประมาณครึ่งก้อนลงไป ใส่ลูกกระวาน 1 ลูก ใส่ใบกระวาน(หรือใบเทพทาโร) 1-2 ใบลงไป ตั้งไฟให้เดือดแล้วหรี่ไฟลง สักพักก็ยกลงจากเตา  เอามันฝรั่งมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นไม่ใหญ่หรือหนานัก เอาแช่น้ำไว้ เอาหอมหัวใหม่มาปอกแล้วหั่น ปริมาณตามชอบ เอามะเขือเทศมาหั่น    เอากระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันเล็กน้อย หากจะให้เป็นฝรั่งมากขึ้นก็ใส่เนยลงไปผสมกับน้ำมัน เอาหอมใหญ่ใส่ลงไปผัด ตามด้วยมันฝรั่ง ตักน้ำต้มลิ้นใส่ลงกระทะ ตั้งให้เดือดสักพ้ก หรือคะเนว่ามันฝรั่งสุกดีแล้ว ตักลิ้นหมูใส่ลงไป ใส่ซอสมะเขือเทศ ใส่มะเขือเทศ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวหรือแม็กกี้ ใส่น้ำตาลเล็กน้อย เท่านั้นเอง   เป็นการทำสตูว์แบบสดแบบเร็ว จะว่าเป็นสตูว์เทียมก็ว่าได้ 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 938  เมื่อ 08 พ.ย. 20, 20:12

ผมไม่ได้มีความรู้ทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ดังเช่นที่เขาเรียนมากัน แต่ผมมีความเห็นว่า ตลาดชุมชนน่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้สภาพทางเศรษฐกิจได้ดีพอสมควร    เห็นว่าการโยกย้ายถ่ายเทหรือการเปลี่ยนมือของสิ่งของหรือทรัพย์สินเพื่อการบริโภคและอุปโภคในเชิงปริมาณระหว่าง Entity ต่างๆนั้น เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละ Entity และของพื้นที่ ซึ่งมันบ่งบอกถึงการเชื่อมโยงระหว่าง Entity ระดับต่างๆในเกือบจะทุกด้าน       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32517

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 939  เมื่อ 08 พ.ย. 20, 20:41

สตูว์ลิ้นหมู


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 940  เมื่อ 09 พ.ย. 20, 17:57

เห็นภาพแล้วนึกถึงสตูว์ลิ้นวัวอีกด้วย  แต่ก่อนนั้นมีขายเป็นประจำอยู่ที่ร้านร้านอาหารหนึ่งละแวกท่าช้าง ในปัจจุบันนี้คงจะต้องทำกินเอง   แต่ก่อนนั้นลิ้นวัวสดยังมีวางขายตามแผงขายเนื้อวัวในตลาดสด กระนั้นก็ยังหาซื้อไม่ต่อยได้ ต้องสั่งให้ผู้ขายเก็บไว้ให้  ในปัจจุบันนี้ไม่มีวางขายตามแผงขายเนื้อในตลาดสดต่างๆเลย แต่ก็สามารถจะหาซื้อได้ในดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ขนาดใหญ่ที่ขายส่งเครื่องบริโภคและอุปโภคต่างๆ   

สตูว์หมูและเนื้อที่ทำแบบฝรั่งปนจีนก็มี มีร้านหนึ่งในแพร่งภูธรที่ทำขายอยู่เป็นประจำ ขายดีในช่วงเวลาอาหารกลางวัน กินเสร็จแล้วก็อาจจะต้องเดินข้าถนนไปกินไอติมกะทิสด  ในปัจจุบันนี้ ร้านเหล่านี้จะเลิกขายหรือพัฒนาไปเป็นเช่นใดก็ไม่ทราบ  ไม่ได้แวะเวียนไปเดินแถบนั้นมานานมากๆแล้วครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 941  เมื่อ 09 พ.ย. 20, 19:11

ย้อนกลับไปเรื่องเครื่องบ่งชี้สภาพทางเศรษกิจและสังคมที่เห็นได้จากตลาดชุมชน   

ตามที่ผมได้ประสบพบเห็นมา ตลาดชุมชนน่าจะจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่เป็นตลาดประจำ มีการติดตลาดเป็นประจำทุกวันตามเวลาที่เคยปฎิบัติกันมา  กับประเภทตลาดนัด ที่มีการติดตลาดกันตามตามวันและช่วงเวลาที่นัดกัน ซึ่งมีทั้งแบบที่นัดกันทุกสัปดาห์ และที่นัดกันเป็นแต่ละเดือน หรือตามวันเทศกาลของชุมของแต่ละท้องถิ่น   

ตามปกติของการมองถึงสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนย่านนั้นๆ อย่างง่ายๆก็คือการมองในเชิงของ dynamic(พลวัติ ?)ของตลาดเหล่านั้น       ผมเองก็มองในเชิง dynamic  ใช้ข้อสังเกตในองค์รวมอยู่ 4 เรื่อง ทั้งในเชิงของปริมาณและคุณภาพ คือ ลักษณะและสภาพของเงินตราที่มีการใช้หมุนเวียนกันในตลาดนั้นๆ (มูลค่าและความเก่าใหม่ของเงินตรา_ธนบัตรและเหรียญกษาปน์)    ความหลากหลายของผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอย (พื้นที่อยู่อาศัย วัย ความเชื่อมโยงทางเผ่าพันธุ์และทางสังคม ฯลฯ)    พาหนะที่ีใช้มาจ่ายตลาดกัน (เก่า ใหม่ รุ่น ตบแต่ง ฯลฯ)    และปริมาณการสัญจรของยานพาหนะต่างๆในพื้นที่ (ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล) 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32517

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 942  เมื่อ 09 พ.ย. 20, 19:49

เห็นภาพแล้วนึกถึงสตูว์ลิ้นวัวอีกด้วย  แต่ก่อนนั้นมีขายเป็นประจำอยู่ที่ร้านร้านอาหารหนึ่งละแวกท่าช้าง ในปัจจุบันนี้คงจะต้องทำกินเอง   แต่ก่อนนั้นลิ้นวัวสดยังมีวางขายตามแผงขายเนื้อวัวในตลาดสด กระนั้นก็ยังหาซื้อไม่ต่อยได้ ต้องสั่งให้ผู้ขายเก็บไว้ให้  ในปัจจุบันนี้ไม่มีวางขายตามแผงขายเนื้อในตลาดสดต่างๆเลย แต่ก็สามารถจะหาซื้อได้ในดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ขนาดใหญ่ที่ขายส่งเครื่องบริโภคและอุปโภคต่างๆ   

สตูว์หมูและเนื้อที่ทำแบบฝรั่งปนจีนก็มี มีร้านหนึ่งในแพร่งภูธรที่ทำขายอยู่เป็นประจำ ขายดีในช่วงเวลาอาหารกลางวัน กินเสร็จแล้วก็อาจจะต้องเดินข้าถนนไปกินไอติมกะทิสด  ในปัจจุบันนี้ ร้านเหล่านี้จะเลิกขายหรือพัฒนาไปเป็นเช่นใดก็ไม่ทราบ  ไม่ได้แวะเวียนไปเดินแถบนั้นมานานมากๆแล้วครับ
ร้านอาหารจีนที่เจ้าของทำอาหารฝรั่งสไตล์จีน เรียกว่ากุ๊กช็อป  เป็นหนึ่งในตำนานร้านอาหารในเมืองหลวงที่ปัจจุบันเกือบสูญหายไปหมดแล้ว     
ได้ยินมาว่ากำเนิดของร้านอาหารแบบนี้คือกุ๊กชาวจีนที่เป็นลูกมือเชฟฝรั่งมาก่อน  เมื่อหัวหน้าเลิกกิจการกลับบ้านเกิดเมืองนอน ก็มาเปิดร้านของตัวเอง   
กลายเป็นอาหารฝรั่งรสชาติถูกปากคนไทย  เช่นพวกสตูว์ต่างๆ กินกับขนมปังที่เจ้าของร้านทำเอง อร่อยมาก

หนึ่งในนี้คือสีลมภัตตาคาร  ร้านเก่าปิดกิจการ แต่ลูกหลานมาเปิดใหม่ ทำสตูว์อร่อยเหมือนเดิมค่ะ 
ไม่บอกละนะคะ  ว่าอยู่ตรงไหน เดี๋ยวจะกลายเป็นโฆษณา


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 943  เมื่อ 09 พ.ย. 20, 20:11

เมื่อไปตลาด ก็พอจะเห็นได้แล้วว่าสภาพและสถานะทางด้านเศรษฐกิจของผู้คนในพื้นที่เป็นเช่นใด  ดูแรกเริ่มได้จากยานพาหนะที่เขาใช้มาจ่ายตลาดกัน  พิจารณาง่ายๆแต่แรกเริ่มได้จากการดูการแต่งรถ / การดัดแปลงรถ โดยเฉพาะการยกสูง โหลดเตี้ย การเปลี่ยนขนาดกะทะล้อ ยางและดอกยาง.... ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เงิน หากรายได้ไม่ดีหรือไม่มีเงินส่วนเกินก็คงทำไม่ได้    เมื่อทำการจับจ่าย ก็สังเกตได้จากความสามารถในการรับและทอนเงินธนบัติมูลค่าสูงของผู้ขายได้   เรื่องของความเก่าของธนบัตรและเหรียญกษาปน์ก็เป็นสิ่งที่บอกถึงสภาพวงจรของการหมุนเวียนได้ว่ามันมีความเชื่อมโยงกับภายนอกมากน้อยเพียงใด    ผมเก็บ(สะสม)เหรียญกษาปน์ตามปีที่ผลิตออกมาใช้ (เผื่อหลานจะชอบ) ก็ได้เหรียญที่ผลิตปีเก่าๆได้จากตลาดชุมชนใน ตจว.นี้เอง
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5293


ความคิดเห็นที่ 944  เมื่อ 09 พ.ย. 20, 20:46

อาหารอร่อยแบบฝรั่งผสมจีนนั้นมีอยู่หลายเมนูดังที่ อ.เทาชมพู ว่าไว้     อื่นๆที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้ดีและปรากฎอยู่ในหลายภัตตาคารก็มี สลัดเนื้อสัน ซี่โครงหมูย่าง พอร์คช้อบที่ราดซอสใส่เมล็ดถั่วลันเตากระป๋อง เนื้อผัดน้ำมันหอย (ซึ่งอาจจะดัดแปลงมาจาก Beef Stroganoff)  สำหรับซุปข้าวโพดนั้นดูจะหายไปเลย    อ้อ ซุปแบบเสฉวนนั้นก็เป็นที่นิยมของฝรั่ง แต่ดูจะไม่เป็นที่นิยมทำขายกันในร้านอาหารจีนในไทย หรือว่ามันถูกแทนที่ไปด้วยกระเพาะปลา ?    เลยทำให้นึกถึงเมนูตีนเป็ดผัดกับหน่อไม้กระป๋อง ครับ  ยิงฟันยิ้ม   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 61 62 [63] 64
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง