เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 10862 หัวหินในอดีต (2)
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11294


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 14 ก.พ. 19, 12:52

อาจจะจริงแถวย่านโรงแรมรถไฟนะครับ พวกนักทัศนาจรแบบเช้าไปเย็นกลับจะมากันเป็นรถบัส แล้วก็เดินพล่านกันแถวนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนจีน ส่วนฝรั่งจะเป็นพวกที่พักที่โฮเต็ล สมัยนั้นหมายถึงโรงแรมรถไฟ

ส่วนคนไทยไม่ไปพักโรงแรม แต่จะขอยืมบังกะโลจากเพื่อนที่มีฐานะดี  ที่เรียกอย่างนั้นความจริงเป็นบ้านอยู่ได้สามสี่ครอบครัวดังที่เห็น ชายหาดถ้าพ้นโฮเต็ลมาสักกิโลนึงก็เงียบสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยว  ตลอดวันจะมีแม่ค้าหาบของที่ระลึกทำจากหอยและกัลปังหา เม็ดตะกล่ำตาหนู ฯลฯ มาขาย เย็นๆจะมีคนเลี้ยงม้าจูงม้าแกลบมาให้เด็กเช่าขี่ ครึ่งชั่วโมงยี่สิบบาท โดยเขาจะจูงเดินไปตามชายหาด

เรามาอยู่กันที่หลายวันช่วงโรงเรียนปิดเทอมใหญ่ ให้คุ้มกับการเดินทางที่กว่าจะมาถึง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12457



ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 14 ก.พ. 19, 14:09

จากบันทึกของราชการในรัชกาลที่ ๗ พ.ศ. ๒๔๗๐ ชาวพระนครและชาวต่างชาติมาเที่ยวหัวหินมากถึง ๑๐,๐๐๐ คน และใน พ.ศ. ๒๔๗๑ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง ๓๐,๐๐๐ คน * ตัวเลขมากขนาดนี้คงไม่ได้มาจากพระนครทั้งหมด ชาวต่างชาติส่วนหนึ่งโดยเฉพาะคนจีนและอินเดียอาจจะมาจากมาเลเซีย ซึ่งทางรถไฟสายใต้เชื่อมถึงแล้ว

* ประเพณีประดิษฐ์ กับ การเปลี่ยนแปลงที่หัวหิน โดย ธนวรรธน์ นิติประภานันท์ คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

https://tci-thaijo.org/index.php/HUSO/article/download/51727/42868/ หน้า ๗
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11294


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 14 ก.พ. 19, 16:18

ไม่น่าจะจริงที่ว่านักท่องเที่ยวที่เป็นคนจีนและอินเดียอาจจะมาจากมาเลเซีย ซึ่งทางรถไฟสายใต้เชื่อมถึงแล้ว

ทำไมหรือครับ ในช่วงนั้นมลายูยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษอยู่ หลายเมืองเช่นปีนัง สิงคโปร อังกฤษนำความเจริญไปให้อย่างล้ำหน้าประเทศเพื่อนบ้าน น่าดูมาก คนไทยที่ไปเที่ยวที่นั่นกลับมาคุยโม้กันราวกับไปยุโรป ที่เล่นน้ำทะเลก็พอมี ผมอายุสิบขวบแม่พาไปทัศนาจรกับคณะคุรุสภายังจำได้ว่าไปนอนโรงแรมคนจีนคล้ายบ้านใหญ่ๆอยู่ชายทะเล  สำหรับหัวหินในสายตาของคนเอเซียด้วยกันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ถ้าพวกคนในประเทศนั้นนึกอยากจะเที่ยวเมืองไทย แค่สงขลาก็สนุกเกินพอแล้ว

รถไฟสายใต้ของไทยที่ไปเชื่อมกับมลายูเน้นเรื่องการขนส่งสินค้า รถด่วนสายใต้ ธนบุรี-อลอสะตาร์ เน้นรับส่งคนโดยสารเชื่อมโยงกรุงเทพกับปีนัง เจริญรุ่งเรืองสมัยการเดินทางด้วยเครื่องบินยังไม่มี ต้องใช้เรือโดยสารเดินทางระหว่าประเทศเป็นหลัก ใครจะไปกัวลาลัมเปอร์หรือสิงคโปร ต้องเปลี่ยนขบวนรถอีกต่อหนึ่ง หรือไม่ก็ไปขึ้นเรือเมล์ปีนัง-สิงคโปร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33340

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 14 ก.พ. 19, 17:29

     เห็นด้วยกับคุณ NAVARAT.C ค่ะ 
     เมื่อ 50+ ปีก่อน   มาเลย์เซียซึ่งตอนนั้นเรียกว่ามลายู มีการศึกษาที่เจริญก้าวหน้ากว่าไทยค่ะ     จนเศรษฐีชาวใต้นิยมส่งลูกสาวหลานสาวไปเข้าร.ร.ประจำที่ปีนัง  หลายร.ร.เป็นคอนแวนต์  มีแม่ชีคาทอลิคดำเนินงาน   คล่องเรื่องภาษาอังกฤษพอๆกับร.ร.อินเตอร์สมัยนี้   ใครเคยดูละครเรื่อง"นางอาย"คงนึกออก   เรียนจบรร.กลับมาก็โก้พอๆกับไปอังกฤษสมัยนี้     
     บางคนเรียนจบไฮสกูลก็ไปต่อที่ออสเตรเลีย  เช่นคุณ "นราวดี" นักเขียนเจ้าของเรื่อง "นางอาย" เธอเป็นชาวนราธิวาส  จบปีนังแล้วไปต่อที่ออสเตรเลีย จนจบปริญญาตรี
     สำหรับชาวกรุงเทพ   ถ้าอยากส่งลูกสาวไปนอกแต่ไม่อยากให้ไกลนักอย่างยุโรป ก็ส่งไปปีนัง  กลับมาเยี่ยมบ้านได้สะดวก พ่อแม่เป็นห่วงน้อยหน่อย   
     สาวนักเรียนเก่าปีนังอีกคนที่คนไทยทั้งสมัยโน้นและสมัยนี้รู้จักดีคืออาภัสรา หงสกุล   นางงามจักรวาลชาวไทยคนแรก เธอไปเรียนวิชาเลขานุการที่ปีนัง ยังไม่ทันจบก็ถูกเรียกกลับมาประกวดนางสาวไทยเสียก่อน
   
    ถ้าชาวมลายูไม่ว่าจีนหรือแขกอยากตากอากาศก็ไม่ต้องมาไกล    บ้านเมืองเขาทะเลล้อมรอบอยู่แล้ว  ถ้าอยากข้ามแดนมาก็มีภูเก็ต สงขลาให้เที่ยวได้ตามสบาย  ไม่ต้องขึ้นมาถึงหัวหินหรอกค่ะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5776


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 14 ก.พ. 19, 20:00

สมัยนั้น ผ้าโขมพัสตร์มีชื่อเสียงโด่งดังแล้วหรือยังครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11294


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 14 ก.พ. 19, 20:07

ผมรู้จักผ้าโขมพัสตร์ก็ม.ปลายแล้ว เพิ่งสังเกตุว่ามีร้านอยู่ตึกแถวฝั่งตรงข้ามตลาดฉัตรไชย ตอนนั้นก็รู้เพียงเท่านั้น ร้านจะมีแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33340

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 14 ก.พ. 19, 20:09

ผ้าโขมพัสตร์มีแล้วค่ะ  
ในวัยเด็ก  จำอะไรเกี่ยวกับผ้านี้ได้น้อยมาก    มีความรู้เพียงว่าเป็นผ้าไทยที่ผลิตที่หัวหิน    แต่ก็นึกไม่ออกว่าใครสวมเสื้อที่ตัดจากผ้าชนิดนี้
แม่เคยให้ดูผืนหนึ่ง คงจะซื้อมาหรือใครให้นี่ละค่ะ    เป็นผ้าฝ้ายเนื้อหนาสีเหลืองเข้ม พิมพ์ลายเทพนม    เหมาะจะทำผ้าคลุมโต๊ะเล็กๆ  มากกว่าตัดเป็นเสื้อกระโปรง
เนื้อผ้าและสีสันไม่เหมาะจะตัดเป็นเสื้อเด็ก     ความทรงจำในเรื่องนี้เลยรางเลือนเต็มที   นึกออกแค่นี้ค่ะ

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12457



ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 10:12

ถ้าชาวมลายูไม่ว่าจีนหรือแขกอยากตากอากาศก็ไม่ต้องมาไกล    บ้านเมืองเขาทะเลล้อมรอบอยู่แล้ว  ถ้าอยากข้ามแดนมาก็มีภูเก็ต สงขลาให้เที่ยวได้ตามสบาย  ไม่ต้องขึ้นมาถึงหัวหินหรอกค่ะ

ภูเก็ตเมื่อ ๕๐+ ปีก่อนยังรุ่งเรืองด้วยการทำเหมืองดีบุก ยังไม่ใส่ใจต้อนรับนักท่องเที่ยวดอก ในขณะที่หัวหินมีชื่อเสียงในฐานะเมืองตากอากาศ มีที่พักชายทะเลที่มีบริการระดับอินเตอร์มาช้านานแล้ว

จาก The Historic Town of Hua Hin: development under the umbrella of tourism โดย อังคณา ใหญ่ยง

http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JOH/article/download/10487/8762


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33340

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 10:34


หัวหินราวกับดินแดนของชนต่างชาติ  เพราะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวจีนอาเสี่ยกระเป๋าหนัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นแขกหนวดเครารุ่มร่าม มีคนไทยเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ชาวยุโรปและอเมริกันอีก ๕ เปอร์เซนต์

ถ้าจะยืนกรานว่านักท่องเที่ยว 30% ของหัวหิน ที่มีหนวดเครารุ่มร่าม เป็นแขกจากมลายูที่เดินทางมาเล่นน้ำทะเลถึงหัวหิน  มากกว่าเป็นบรรดานายห้างเจ้าของร้านจากพาหุรัดที่ลงจากกรุงเทพไปเที่ยวหัวหิน ก็เชิญเถอะค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33340

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 10:53


หัวหินราวกับดินแดนของชนต่างชาติ  เพราะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวจีนอาเสี่ยกระเป๋าหนัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นแขกหนวดเครารุ่มร่าม มีคนไทยเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ชาวยุโรปและอเมริกันอีก ๕ เปอร์เซนต์

เอารูปชายมลายูในสมัยนั้นมาให้ดูค่ะ   ว่านิยมไว้หนวดเครารุ่มร่ามมากน้อยแค่ไหน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33340

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 11:04

   ความสนุกบนชายหาดอีกอย่างหนึ่งของเด็กๆและหนุ่มๆสาวๆเมื่อ 50+ ปีก่อน     คือการจับปูลม
  ปูลมตัวจ้อยๆ สีขาวๆใสๆ จนดูกลืนไปกับทรายหัวหิน วิ่งกันพลุกพล่านเต็มหาด    ไม่ว่าลงไปเดินตรงไหนเป็นต้องเจอ   รูของมันพรุ่นอยู่ทั่วไป ปากรูมีทรายเป็นก้อนกลมๆเล็กๆเกลื่อนอยู่   เป็นที่สังเกตเห็น   
   ปูลมวิ่งเร็วสมชื่อ   พอคนเดินเข้าไปใกล้มันวิ่งลงรูหายวับ  ขุดทรายตามก็ขุดไม่ทัน    ไม่เคยจับปูลมได้สำเร็จสักที แล้วก็ไม่อยากจับด้วย เพราะไม่รู้จะเอาไปทำอะไร     แต่คนที่มีบ้านพักที่หัวหิน มีครัวและเครื่องครัวพร้อมเขามักจะจับใส่ถังกัน เพื่อเอาไปชุบแป้งทอดกินเหมือนกุ้ง 
 
   พูดถึงเรื่องกิน   ในสมัยที่หัวหินยังไม่มีคาเฟ่ คอฟฟี่ช็อป หรือร้านกาแฟสดมากมายเหมือนปัจจุบัน     ครอบครัวที่มีบ้านพัก หรือไปยืมบ้านพักใครมาอยู่ตลอดเวลาที่ตากอากาศ จะทำกับข้าวกินกันเอง อร่อย สนุกและประหยัดกว่าไปซื้อ       เพราะครอบครัวแบบนี้เวลาไปพักร้อน จะขนกันไปหลายๆคน  พ่อแม่ลูก ญาติ พี่น้อง เพื่อน คนใช้ แล้วยังไปเจอเพื่อนฝูงที่หัวหินอีก กลายเป็นกลุ่มใหญ่  จึงนัดกันมาทำกับข้าวกินกัน
   โก้ที่สุดคือปาร์ตี้ชายหาด   ตอนเย็นจนถึงค่ำ
   ไ่ม่ใช่ปาร์ตี้มีแด๊นซ์ ดื่มไวน์หรือเบียร์ของหนุ่มสาวอย่างยุคนี้  แต่เป็นการรวมญาติเพื่อนฝูง มากินอะไรสดๆ ร้อนๆจากเตา คือก่อกองไฟเล็กๆกันที่หาด(ส่วนใหญ่หน้าบ้านพัก  ไม่ใช่หน้าโรงแรมรถไฟ) ย่างเนื้อบาบิคิวที่ทำกันเอง   ชงกาแฟโดยอาศัยกองไฟนั่นแหละ     พวกพ่อบ้านผู้ชายก็แยกไปนั่งจับกลุ่ม กินเหล้ากัน เช่นวิสกี้(ไม่ค่อยมีใครกินไวน์)  ผู้หญิงก็ทำช่วยกันทำอาหารปิ้งย่าง   เด็กๆวิ่งวนเวียนกันถือจานไปรับอาหาร เอาไปเสิฟบ้าง กินกันเองบ้าง
    ปูลมชุบแป้งทอดก็ได้โอกาสขึ้นเมนูกันในรายการนี้
    จนกระทั่งดึก ได้เวลานอน ปาร์ตี้ก็เลิก ดับไฟที่ชายหาดกัน แล้วกลับขึ้นบ้าน   รอสนุกกันใหม่ในโอกาสหน้าค่ะ   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12457



ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 12:16

มาเลเซียมีเชื้อชาติหลัก ๆ อยู่ ๓ เชื้อชาติคือ มลายู ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รองลงมาคือ จีน และอินเดีย คนไทยเรียกคนเชื้อชาติมลายูและอินเดียว่า "แขก" เหมือนกัน แต่ความจริงแตกต่างกัน อย่างในภาพที่คุณเทาชมพูแสดงน่าจะเป็นคนเชื้อชาติมลายูมากกว่า

ชาวต่างชาติส่วนหนึ่งโดยเฉพาะคนจีนและอินเดียอาจจะมาจากมาเลเซีย ซึ่งทางรถไฟสายใต้เชื่อมถึงแล้ว

ถ้าจะยืนกรานว่านักท่องเที่ยว 30% ของหัวหิน ที่มีหนวดเครารุ่มร่าม เป็นแขกจากมลายูที่เดินทางมาเล่นน้ำทะเลถึงหัวหิน  มากกว่าเป็นบรรดานายห้างเจ้าของร้านจากพาหุรัดที่ลงจากกรุงเทพไปเที่ยวหัวหิน ก็เชิญเถอะค่ะ

อาจจะเป็นดังนี้

นักท่องเที่ยว ๓๐ % ของหัวหิน ที่มีหนวดเครารุ่มร่าม = นายห้างเจ้าของร้านจากพาหุรัด + แขกอินเดียจากมลายู  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11294


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 17:31

ไม่ใช่หรอกครับ คำว่า elite society ในบทความข้างบนไม่ได้หมายถึงแขกอินเดียทีี่อังกฤษยอมให้อพยพเข้าไปอยู่ในมลายูเยอะมาก จนกลายเป็นปัญหาคนส่วนน้อยในช่วงที่คนมาเลย์ต่อสู้ให้ได้มาซึ่งเอกราช ไม่ใช่ชนชั้นสูงชาวมาเลย์ แต่คำๆนั้นหมายถึงพวกฝรั่งด้วยกันเอง

แม้แต่ที่ป.อินทปาลิตเขียนก็เถอะ ที่บอกว่า หัวหินราวกับดินแดนของชนต่างชาติ  เพราะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวจีนอาเสี่ยกระเป๋าหนัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นแขกหนวดเครารุ่มร่าม มีคนไทยเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ชาวยุโรปและอเมริกันอีก ๕ เปอร์เซนต์ นั้น

คำว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวจีน คนไทย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คงเหมือนสังคมไทยทุกวันนี้ไหม คือระดับที่เข้าพักโฮเต็ลหัวหินสมัยนั้นได้จะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ๔ ส่วน คนไทยที่เห็นตัวดำๆที่ไม่มีเชื้อจีน ๑ ส่วน
ส่วนแขกหนวดเครารุ่มร่ามคงจะหมายถึงพวกนายห้างแถวพาหุรัดล้วนๆ ไม่ใช่แขกต่างชาติที่มาจากมลายู  แต่จะมีมากถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เชียวหรือผมก็ยังสงสัย
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5776


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 19:21

เรื่องราวตามบันทึกที่แสดงใน คห.75 ได้ระบุเวลาว่าเป็น ค.ศ.1921 ก็พอจะให้ภาพของสิ่งแวดล้อมต่างๆในสมัยนั้นได้บ้าง  ที่จับได้ในความรู้ที่พอจะมีของผม 

  -เป็นเวลาในช่วงปลายรัชกาลที่ 6   
  -สังคมภายในโดยทั่วไปของไทยกำลัง look west และตอบรับวัฒนธรรมบางอย่าง
  -มีฝรั่งเข้ามาติดต่อทำธุรกิจในกรุงเทพฯมากมาย และก็ดูจะเป็นยุคที่ฝรั่งชอบไว้หนวดเครายาวแบบปล่อย (แขกอินเดียแม้จะมีหนวดเครายาว ก็จะมักจะรวบเก็บอยู่ในผ้าเรียบร้อย) 
  -เส้นทางรถไฟสายใต้ถึงส่วนในของมลายูมีระยะทางประมาณ 1200 กม. ใช้รถจักรไอน้ำลากขบวน วิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ยต่ำกว่า ชม.ละ 60+/- กม.   มีสถานีเพื่อรอหลีกทุกๆระยะทางประมาณ 10+ กม. มีสถานีสำหรับเติมฟืนเชื้อเพลิงและน้ำทุกระยะประมาณ 50-100 กม. ระยะเวลาของการเดินทางน่าจะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 20 ชม. 
  -ธุรกิจการค้าเกลือส่งออกของแม่กลองกำลังเฟื่องฟู ที่ชาวมลายูนำเรือเข้ามาซื้อขายและอาศัยอยู่ไม่น้อย   มีเจ้าสัวคนจีนเข้ามาลงทุนทำนาเกลือเป็นจำนวนมาก
  -เช่นเดียวกัน ก็มีกิจการประมงชายฝั่งในเขตพื้นที่น้ำขึ้นน้ำลง (Littoral zone) และแปรรูปอาหาร เช่น โป๊ะจับปลา คราดหอยที่อยู่กับพื้นโคลน ทำน้ำปลา กะปิ ปลาเค็ม...)     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5776


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 15 ก.พ. 19, 19:30

เป็นข้อมูลเล็กน้อยที่อาจจะพอช่วยในการวิเคราะห์เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวหัวหินในยุคนั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง