เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 19
  พิมพ์  
อ่าน: 37508 บ้านเมืองเมื่อ 50+ ปีก่อน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33391

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 27 ก.พ. 19, 18:41

    งานสังสรรค์เมื่อ 50+ ปีก่อนไม่ได้จัดตามโรงแรมหรือร้านอาหาร    แต่ว่าจัดกันที่บ้าน  ไม่ว่างานปีใหม่ งานขึ้นบ้านใหม่ งานวันเกิดฯลฯ 
    โดยมากผู้จัดมักจะมีบ้านที่มีบริเวณกว้างพอสมควร    ก่อนหน้าวันงานหนึ่งวัน  มีคนมาติดไฟสีตามต้นไม้ที่สนาม และพาดเป็นสายยาวอยู่ริมรั้ว    แล้วก็ทดลองเปิดล่วงหน้า   พอเห็นไฟกระพริบเขียวๆแดงๆ  พรึ่บพรั่บไปทั่วบริเวณ     เพื่อนบ้านเป็นอันรู้ว่าวันรุ่งขึ้นหรือไม่ก็ตอนกลางคืน เจ้าของบ้านนี้จะจัดงานเลี้ยง
    ต่อมา ภัตตาคารก็เอารถกระบะหกล้อขนโต๊ะเก้าอี้เหล็กที่พับได้เข้ามาตั้งบนสนาม    จัดเป็นหมู่ๆ  ปูด้วยผ้าขาวลงแป้งรีดเรียบ    พนักงานมาวางจานชาม แก้วน้ำ ตะเกียบ ถ้วย   หรือไม่ถ้าเป็นอาหารไทยก็มีจาน ช้อนส้อมและแก้วน้ำ   กระดาษเช็ดมือใส่ถ้วยแก้ววางกลางโต๊ะ  ไม่มีกล่องทิชชู
    งานเลี้ยงสังสรรค์ขาดดนตรีไม่ได้     ลำโพงเป็นสิ่งจำเป็น  ติดตั้งอยู่ตามคาคบไม้     อาจเป็นเพลงจากแผ่นเสียง หรือถ้าหรูกว่านี้ก็จ้างวงดนตรีมาเล่นเพลงเต้นรำ   มีนักร้องทั้งชายหญิงมายืนอยู่บนยกพื้นเวทีชั่วคราว ที่มีไมโครโฟนแบบตั้งพื้น  ไม่มีไมค์ลอย
    อาหารการกินถ้าหรูสุดก็คือซุ้มอาหาร   เรียกกันว่า "ฟรีบาร์"   ถ้าเป็นอาหารจากภัตตาคารจีนก็เสิฟแบบโต๊ะจีนเหมือนทุกวันนี้   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5776


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 27 ก.พ. 19, 19:29

เคยไปงานเลี้ยงที่จัดในลักษณะนี้อยู่ ก็เป็นดั่งภาพที่จาจารย์ได้บรรยายไว้ 

งานเลี้ยงจัดที่บ้านได้ในระดับนี้ เจ้าของบ้านอาจจะมิใช่เป็นผู้จัดเอง หากแต่จะเป็นพวกที่ให้ความเคารพนับถือเป็นผู้ดำเนินการต่างๆ งานลักษณะนี้จะต้องมีเครื่องปั่นไฟทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับบรรดาไฟประดับและเครื่องเสียงทั้งหลาย เพราะว่ากำลังไฟที่การไฟฟ้าจ่ายลงผ่านมิเตอร์ให้กับแต่ละบ้านนั้นไม่เพียงพอ    งานแบบนี้พอตกดึกก็ดูจะมี surprise ที่ตื่นตาตื่นใจให้ชม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33391

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 27 ก.พ. 19, 19:54

  สมัยที่ไปงานเลี้ยงแบบนี้ ยังเด็กเกินกว่าจะอยู่ดึกได้ค่ะ   พอรับประทานอาหารเสร็จ พ่อแม่ก็พากลับบ้าน    เลยไม่รู้ว่าเขามีรายการเด็ดๆอะไรรออยู่ในตอนดึก  เพิ่งรู้จากคุณตั้งนี่ละค่ะ

  ในยุค 1950s-1960s   คนไทยแต่งกายกันเรียบร้อยเป็นงานเป็นการ    เวลาไปงานเลี้ยงช่วงค่ำก็จะแต่งกันโก้ทั้งหญิงชาย    ไม่ได้ตามสบาย   เสื้อตัว กางเกงตัวอย่างยุคนี้
  ไม่มีผู้หญิงคนไหนไปงานเลี้ยงแล้วนุ่งกางเกง   กางเกงมีเอาไว้ไปเที่ยวทะเล หรือจ่ายตลาด    ถ้าไปงานเลี้ยง สาวหรือไม่สาวนุ่งกระโปรงกันหรูหราเสมอ

 


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33391

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 27 ก.พ. 19, 19:56

ยุคเดียวกันค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33391

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 27 ก.พ. 19, 19:58

ส่วนภาพนี้คือยุค 1960s  มีเอกลักษณ์ที่กระโปรงหดสั้นขึ้นไปเหนือเข่า  และผมยีโป่งฉีดสเปรย์แข็งปัง   โดนพายุยังไม่สะเทือน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33391

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 05 มี.ค. 19, 20:14

กระทู้นี้แยกไปเป็นกระทู้  "รถยนต์ในเมืองไทยเมื่อ ๕๐+ ปีก่อน"
อ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6985.0
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 5776


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 05 มี.ค. 19, 20:16

ผมว่า Alfa Romeo  น่าจะเป็นรถสปอร์ตที่หนุ่มสาวทุกคนในยุคนั้นมีความรู้สึกว่าอยากจะเป็นเจ้าของกันสักคันหนึ่ง  คิดว่าน่าจะเข้ามาในช่วงเวลาใกล้ๆกันกับ Ford Mustang ซึ่งก็เป็นรถเปิดประทุนในฝันของหนุ่มสาวเช่นกัน   รถ Alfa ยังคงที่การผลิตและใช้กันอยู่ในอิตาลี

รถ Austin Mini Cooper และ Morris Mini Minor เป็นรถอีกคันหนึ่งที่เป็นรถขนาดเล็ก น่าใช้ และน่ารัก ผู้คนก็ยังดูจะชอบอยู่เหมือนเดิมนะครับ  อะไหล่ก็ยังพอหาได้ในเมืองไทย ซึ่งเท่าที่พอจะรู้ หลายอย่างก็พอจะสลับสับเปลี่ยนใช้กันได้กับพวก 1300   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12508



ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 06 มี.ค. 19, 08:22

ภาพนี้คงไม่เหมาะที่จะลงในกระทู้ "รถยนต์ฯ" แต่ในโลกคู่ขนานอีกโลกหนึ่งในชั่วโมงเร่งด่วนของผู้ใช้รถเมล์เมื่อ ๔๐-๕๐ ปีก่อน  การแสดงกายกรรมตรงประตูทางขึ้นลงของรถเมล์เกิดขึ้นเป็นปรกติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
คำบรรณ
อสุรผัด
*
ตอบ: 9


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 06 มี.ค. 19, 17:53

ในยุคนั้นมีการนำที่ดินด้านฝั่งตะวันออกของคลองประปามาจัดสรร ที่จัดทำเป็นรูปของหมู่บ้านก็คือหมู่บ้านพิบูลวัฒนา ใช้ถนนเลียบคลองประปา(ถนนพระราม 6)เป็นถนนหลักสำหรับการสัญจรเข้าออกพื้นที่กลางเมือง สำหรับพื้นที่ชายเขตหมู่บ้านก็จะเป็นที่ดินจัดสรร ซึ่งคิดว่าแปลงละประมาณ 100 ตารางวา ไม่แน่ใจว่ากินพื้นที่ถึงหลังโรงพยาบาลพระมงกุฎหรือไม่ แต่ในพื้นที่รอบๆสี่แยกประดิพัทธ์นั้นใช่แน่ๆ    

บ้านในโครงการพิบูลวัฒนา พ.ศ. ๒๔๙๙ บนถนนพระราม ๖ สามเสน เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนโล่ง ที่ดินเฉลี่ยหลังละ ๑๓๐ ตารางวา บ้านในโครงการมีทั้งหมด ๒๘๘ หลัง บนเนื้อที่ ๒๕ ไร่ เป็นหมู่บ้านจัดสรรโครงการที่ ๒ โดยภาครัฐของประเทศไทย (โครงการแรกคือ โครงการพิบูลเวศม์ พ.ศ. ๒๔๙๘ ที่พระโขนง คลองตัน โครงการที่ ๓ คือ โครงการทุ่งมหาเมฆ พ.ศ. ๒๕๐๑)

http://site001.ap.tu.ac.th/VMthaiResident_site/VM_2.html
http://site001.ap.tu.ac.th/VMthaiResident_site/VM_2a.html
หมู่บ้านนี้ผมรู้จัก เพราะอยู่เยื้อง รร.สามเสนวิทยาลัย
สมัยที่ผมเรียนที่สามเสน เพื่อนๆมักชวนไปกินนํ้าที่ร้านค้าหน้าหมู่บ้านนี้
สมาชิกคนหนึ่งของหมู่บ้านนี้คือ คุณชะอุ่ม ปัญจพรรค์ ท่านอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี้
ปัจจุบันบ้านในหมู่บ้านนี้ ประกาศขาย ราคาตารางวาละ 350,000 บาท
บ้านที่มีเนื้อที่ 152 ตรว. ราคาขาย 54 ล้านบาท  ราคาแพงมากๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33391

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 06 มี.ค. 19, 19:21

ในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพอย่างถนนพิชัย   ยังไม่ได้ไปดูว่าราคาที่ดินประเมินไว้ตารางวาละเท่าไร    แต่บ้านหลังนี้เนื้อที่ 3 งาน 39 ตารางวา   ให้เช่าเดือนละ 90,000 บาท
บ้านนี้ดูจากแบบบ้านแล้ว  อายุ 50+ ปี ค่ะ


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 478


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 06 มี.ค. 19, 22:57

ภาพนี้คงไม่เหมาะที่จะลงในกระทู้ "รถยนต์ฯ" แต่ในโลกคู่ขนานอีกโลกหนึ่งในชั่วโมงเร่งด่วนของผู้ใช้รถเมล์เมื่อ ๔๐-๕๐ ปีก่อน  การแสดงกายกรรมตรงประตูทางขึ้นลงของรถเมล์เกิดขึ้นเป็นปรกติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ยิ้มเท่ห์
ภาพแถวบน เป็นรถเมล์เอกชน ส่วนภาพล่างรวมเป็นรถเมล์องค์การแล้ว ซึ่งก็มีสภาพไม่ต่างกัน นึกไม่ออกแล้วว่ารถเมล์กรุงเทพปิดประตูเมื่อใด โดยคำสั่งรัฐมนตรีคมนาคมท่านใด
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12508



ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 07 มี.ค. 19, 09:35

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เริ่มใช้รถเมล์ครีมแดง มีประตูปิดเปิดอัตโนมัติป้องกันการห้อยโหน ค่าโดยสาร ๓ บาท ตลอดสาย ขณะที่รถครีมน้ำเงินรุ่นเก่าเก็บค่าโดยสาร ๒ บาทตลอดสาย

จากนั้นเป็นต้นมาภาพการห้อยโหนรถเมล์จึงค่อย ๆ เลือนหายไป
  ยิงฟันยิ้ม

ภาพจาก FB Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์

https://www.facebook.com/bangkokbusclubpage/photos/a.422915507823356/534968036618102?type=3&sfns=mo
https://www.facebook.com/326789607435947/posts/2109927379122152?sfns=mo


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 478


ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 07 มี.ค. 19, 12:48

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
choo
มัจฉานุ
**
ตอบ: 95


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 07 มี.ค. 19, 14:26

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เริ่มใช้รถเมล์ครีมแดง มีประตูปิดเปิดอัตโนมัติป้องกันการห้อยโหน ค่าโดยสาร ๓ บาท ตลอดสาย ขณะที่รถครีมน้ำเงินรุ่นเก่าเก็บค่าโดยสาร ๒ บาทตลอดสาย

จากนั้นเป็นต้นมาภาพการห้อยโหนรถเมล์จึงค่อย ๆ เลือนหายไป
  ยิงฟันยิ้ม

ภาพจาก FB Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์

https://www.facebook.com/bangkokbusclubpage/photos/a.422915507823356/534968036618102?type=3&sfns=mo
https://www.facebook.com/326789607435947/posts/2109927379122152?sfns=mo

ผมจำได้ว่าขึ้นรถเมล์ครั้งแรกเมื่อปี 2496 เป็นเด็กโตแล้วต้องจ่ายค่าโดยสาร มากน้อยตามระยะทาง ระยะสั้นๆที่ผมขึ้นเสีย 25 สตางค์ เป็นรถเมล์ที่เอาไม้มาต่อเป็นตัวถังและที่นั่งสองแถวยาวตามตัวรถครับ
บันทึกการเข้า
กิมซัว แซ่ตั้ง
มัจฉานุ
**
ตอบ: 55


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 07 มี.ค. 19, 18:41

สถานีบริการน้ำมันในอดีตครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 19
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 20 คำสั่ง