เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 572 ผมมีเรื่องที่จะสอบถามครับ
Kiangsak loekaudom
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


 เมื่อ 23 พ.ย. 18, 18:58

เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสคุยกับตาเกี่ยวกับเทียดผม(ยายของตา) ตาผมเล่าให้ฟังว่า เทียดผมนั้นโดนลูกเขยหลอกให้ปั้มลายมือ โดยแสร้งเอาตำรวจมาว่า ไม่มีเหล้า-สุรา อยู่ในบ้าน เทียดผมเลยปั้มลายมือไป แต่ที่จริงแล้วใบที่เทียดปั้มลงไปนั้น เป็นเอกสารเซ็นสัญญายกที่ดินให้ส่วนหนึ่ง ซึ่งเยอะพอสมควร(ประมาณ20ไร่) เลยเกิดเป็นความขึ้นศาลขึ้นมา และตาผมยังเล่าอีกว่า สมัยนั้นค่าทนายก็แพงมากประมาณครั้งละ 3,000-4,000 บาท เรื่องนี้น่าเกิดปี2486-2487 และเนื่องจากบ้านตาผมไม่ได้อยู่ตัวเมืองเวลาไปว่าความก้ต้องเดินทางไกลและต้องนอนโรงแรม
ผมเลยเกิดคำถามว่า
1. สมัยก่อนค่าทนายถือว่าแพงไหมครับ3-4 พันสำหรับสมัยนั้น
2. คนสมัยก่อนสามารถหลอกให้ปั้มลายนิ้วมือง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
3. สมัยนั้นมีศาลตัดสินความตามตัวเมืองแบบสมัยนี่แล้วหรอครับไม่ใช่ตัดสินกันตามอำเภอหรือให้พวกผู้ใหญ่หรือกำนันจัดการหรือครับ
#ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 23 พ.ย. 18, 19:07

ยกคำถามทั้งหมดให้คุณ Naris ค่ะ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 389


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 24 พ.ย. 18, 12:09

ในปี 2486 จะมีค่าทนายความประมาณใด ผมไม่ทราบจริงๆครับ
ผมจึงขอเปรียบเทียบกับสิ่งที่ผมคุ้นเคยคือ พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 มาตรา 18 บัญญัติว่า "ข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรีซึ่งได้รับราชการในตำแหน่งข้าราชการการเมืองมาแล้ว และมีเวลาราชการในตำแหน่งข้าราชการการเมืองรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปีบริบูรณ์ เมื่อออกจากตำแหน่งและไม่ประสงค์จะรับบำเหน็จบำนาญตามความในบทแห่งพระราชบัญญัตินี้โดยประการอื่น ก็ให้มีสิทธิรับบำนาญเดือนละสามร้อยบาท"

จะเห็นว่า คนระดับรัฐมนตรี ซึ่งทำงานมาสี่ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ในสมัยปี 2494 นั้น หลวงจ่ายบำนาญให้เดือนละ 300 บาทครับ

อีกกฎหมายหนึ่ง เป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงยุติธรรม (ฉะบับที่ 1) พุทธศักราช 2477
(เล่ม 51 12 สิงหาคม 2577) ในพรฎ.นี้ ปลัดกระทรวง มีเงินเดือน 800 - 1000 บาท ครับ 
 
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ขออนุมานว่า ค่าทนายความในปี 2486 ราคา 3000 บาท ถือว่าแพงสุดๆไปเลยหละครับ 
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 389


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 24 พ.ย. 18, 12:22

ส่วนการหลอกให้พิมพ์ลายนิ้วมือ อันนี้สามารถเกิดขึ้นได้ครับ เป็นปกติธรรมดา คนเราไม่ได้ตั้งระวังตัวไปเสียทุกอย่าง ยิ่งกับคนที่น่าเชื่อถือ น่าไว้ใจด้วยแล้ว บางทีก็ไม่ได้สงสัยอะไรเลยครับ อย่าว่าแต่สมัยก่อนเลยครับ สมัยนี้ก็ยังมีผู้ถูกหลอกอยู่ตลอด อย่างที่เห็นในคดีแกงค์คอลเซนเตอร์นั่นอย่างไรครับ บางทีผู้ที่ถูกหลอกก็เป็นถึงอาจารย์ เป็นคนมีความรู้ เป็นอดีตข้าราชการก็มี ก็ยังถูกหลอกได้เลยครับ

สำหรับเรื่องศาลในต่างจังหวัด ช่วงนั้นมีแล้วครับ  (ผมค้นเจอพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศาลในช่วยเวลานั้นหลายฉบับ มีที่น่าสนใจคือ การจัดตั้งศาลจังหวัดล้านช้าง ศาลจังหวัดนครจัมปาศักดิ์ ศาลจังหวัดพิบูลย์สงคราม และศาลจังหวัดพระตะบองด้วยครับ โดยศาลทั้ง 4 จะเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2484 ครับ)

อย่างไรก็ดี ในสมัยนั้น การคมนาคมไม่เหมือนสมัยนี้ การเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปขึ้นศาลเป็นเรื่องที่วุ่นวายยุ่งยากมากครับ ประชาชนนิยมตัดสินความกันเองมากกว่าครับ อาจจะให้ผู้ใหญ่ในท้องถิ่นที่เป็นที่นับถือเป็นผู้ตัดสินให้ก็ได้ครับ
บันทึกการเข้า
Kiangsak loekaudom
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 24 พ.ย. 18, 18:05

ขอบคุณสำหรับคำตอบมากๆครับ ตาเล่าให้ผมเพิ่มอีกว่า กว่าจะเสร้จคดีก้ต้องเดินทางไปว่าความ3-4 ครั้ง จนในที่สุดเทียดของผมก้ชนะความ ทางลูกเขยก้เลยขอซื้อ ผมก้แปลกใจทำไมไม่ขอซื้อตั้งแต่ทีแรกครับ555 และอีกอย่างสมัยนั้นบ้านนอกคนเรียนจบสูงๆก้คงไม่ค่อยมี ทนายคนนี้เลยเรียกเงินแพงๆแน่เลยครับ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1433


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 24 พ.ย. 18, 19:14

ศาลในหัวเมืองมีมาตั้งแต่กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์เสด็จกลับจากทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษราว พ.ศ. ๒๔๓๙ และรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้ทรงเป็นข้าหลวงต่างพระองค์ไปจัดตั้งศาลในหัวเมืองมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๑ แล้วครับ
ช่วงแรกจัดตั้งศาลมณฑลขึ้นก่อน  แล้วจึงจัดตั้งศาลจังหวัดจนครบทุกจังหวัดในช่วงปลายรัชกาลที่ ๕ ต่อต้นรัชกาลที่ ๖  รัชกาลที่ ๖ ยังทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องคดีสำคัญ  แสดงให้เห็นการพิจารณาในศาลมณฑลโลเลบุรี ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
Kiangsak loekaudom
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 24 พ.ย. 18, 21:08

แล้วคติที่ว่า คนจนมุงแฝกคนรวยสังกะสีนี่ สมัยนั้นจริงหรือเปล่าครัย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 09:38

พูดถึงอัตราเงินสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2   จำได้จากหนังสือ "เพื่อนนักเรียนเก่า" ของนายแพทย์เสนอ อินทรสุขศรี
ท่านเล่าเรื่องสมัยเป็นเด็กนักเรียนประมาณพ.ศ. 2480  ว่า สมัยนั้นใครมีเงิน 1000 บาทก็ถือว่าเป็นเศรษฐีย่อยๆแล้ว
ค่าใช้จ่ายอย่างประหยัดในครอบครัวชาวบ้านธรรมดาๆ ตกเดือนละ 20 บาท
ค่าทนาย 3000 บาทในพ.ศ. 2486 ปลูกบ้านได้หลังหนึ่งเชียวนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 09:39

แล้วคติที่ว่า คนจนมุงแฝกคนรวยสังกะสีนี่ สมัยนั้นจริงหรือเปล่าครัย
จริงค่ะ  สำหรับต่างจังหวัด    คนรวยเท่านั้นถึงจะมีเงินซื้อสังกะสีมุงหลังคาได้   
บันทึกการเข้า
Kiangsak loekaudom
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 11:38

ขอบคุณมากๆครับ เทียดผมเป็นคนต่างจังหวัดแถมอยู่ไกลจากตัวเมืองอีกด้วยซ้ำ ตาผมบอกว่าเทียดผมเขามีเชี่ยนหมากเงิน มีทองสะพายแล่ง และเวลาสลากภัต ท่านก็จะทำของใส่ภาชนะทองเหลืองไปทำบุญที่วัดครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10926



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 18:07

จริงค่ะ  สำหรับต่างจังหวัด    คนรวยเท่านั้นถึงจะมีเงินซื้อสังกะสีมุงหลังคาได้  

ราคาสังกะสีมุงหลังคา พ.ศ. ๒๔๘๕

จาก  ประกาสคนะกัมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ เรื่องกำหนดราคาสูงสุดแห่งสิ่งของ (ฉบับที่ ๑)




บันทึกการเข้า
Kiangsak loekaudom
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 19:20

ขอบคุณมากๆครับ เทียดผมบ้านท่านมุงหลังคาบ้านด้วยสังกะสี ฟังตาผมบอกเหมือนจะไม่ใช่ทรงเหมือนเรือนไทย ลักษณะหักมุมผมก็อธิบายไม่ถูกครับ555 ตาผมบอกว่า2 ปี คดีความถึงจะเสร็จรวมๆแล้ว เทียดผมน่าจะเสียเงินค่าทนายเหยียบๆหมื่น ไม่รวมค่ากิน ค่าเดินทาง ที่พัก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 19:27

คุณเทียดคุณน่าจะเป็นเศรษฐีประจำท้องถิ่นนั้นเลยเชียวละค่ะ
บันทึกการเข้า
Kiangsak loekaudom
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 19:33

เชี่ยนหมากเงิน กับทองสะพายแล่ง เครื่องทองเหลือง สมัยก่อนราคาแพงมากหรือไม่ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 25 พ.ย. 18, 20:24

โลหะมีค่่าที่คนยุคชั้นใช้  แบ่งได้เป็น 3 ระดับตามราคา คือทอง เงิน และนาก
ทองเหลืองราคาถูกสุด เป็นของใช้ทั่วไป  ใครพอมีเงินก็ซื้อมาได้
ถ้าเป็นสามัญชนฐานะร่ำรวย ก็มีทองเป็นเครื่องประดับตัว เช่นสร้อยสะพายแล่ง(หมายถึงสร้อยสังวาล หรือสร้อยตัว  สวมเฉียงบ่าทับบนผ้าห่มอีกที สำหรับสตรี)  นอกจากนี้ก็มีเข็มขัดทอง  สำหรับระดับเศรษฐีนี   ถ้าเป็นแม่บ้านที่ฐานะธรรมดาก็เข็มขัดนาก
เชี่ยนหมากเงิน มีอยู่ตามบ้านคนมีฐานะดีทั่วไปค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง