azante
อสุรผัด

ตอบ: 31
|
ได้อ่านประวัติ เจ้าดารารัศมี มีช่วงหนึ่งที่เสด็จออกตามพระพุทธเจ้าหลวง ให้เจ้าหญิงแสนหวีเฝ้า อยากทราบว่า เจ้าหญิงองค์นี้มีพระนามและพระประวัติอย่างไร มีรูปถ่ายหรื่อไม่ ครับ เพราะกล่าวกันว่า ทรงพระสิริโฉมนัก งามกว่า เจ้าดารารัศมี
แสนหวีเป็นรัฐเหมือนเชียงใหม่ หรือไม่ครับ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 1 เมื่อ 04 ก.ย. 18, 16:29
|
|
จากหนังสือ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ ๕
พิธีเสด็จออกรับเจ้าต่างประเทศฝ่ายใน : เจ้าหญิงแสนหวี *
ถ้าข้าพเจ้าอย่าโคมลอยมากก็จะได้รับความรู้เล่าสู่กันฟังไม่น้อย เช่นพิธีเสร็จออกรับเจ้าต่างประเทศฝ่ายใน คือเจ้าหญิงแสนหวี จะให้เล่าว่าเจ้านั้นชื่ออะไรและทรงปฏิสันถารว่าอะไรบ้าง เจ้ากราบบังคมทูลว่าอะไรบ้างไม่ได้ความเลย ข้าพเจ้าจำไม่ได้ จำได้แต่ว่าประทับเก้าอี้ตั้งหน้าพระที่นั่งพุดตานทอง แต่ไม่ใช่บนพระเศวตฉัตร ตั้งข้างหน้าพระที่นั่งเศวตฉัตรออกมาสัก ๕-๖ วา หันพระพักตร์ออกพระทวาร หน้าพระที่นั่งเจ้าจอมเฝ้า ซ้าย ขวา พระเก้าอี้มีลักษณะดังนี้
___________________________________________________________
* สถานที่ ท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
บันทึกนี้เป็นบันทึกทำนองอัตชีวประวัติที่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้เขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ ฉะนั้นจึงเป็นบันทึกเหตุการณ์ย้อนหลังจากความทรงจำของผู้มีอายุ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 2 เมื่อ 04 ก.ย. 18, 16:30
|
|
หน้า ๖๒ - ๖๓
|
 คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
 คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 3 เมื่อ 04 ก.ย. 18, 16:55
|
|
การที่สมัยนั้นเรียกกันว่า ‘เจ้าหญิงแสนหวี’ ก็คงหมายถึงเจ้าหญิงเมืองเชียงรุ้งนั่นเอง เพราะเวลานั้น (พ.ศ. ๒๔๕๑) แม้สิบสองปันนาจะใกล้ชิดกับจีน ก็ยังมิได้เป็นของจีนเต็มที่ เจ้าแผ่นดินเชียงรุ้งยังมีสัมพันธไมตรีนับถือพระเจ้าแผ่นดินไทยอยู่ แต่ก็นับว่าเจ้าหญิงเป็น ‘เจ้าต่างประเทศ’ มิใช่ เจ้าเมืองขึ้น
‘เจ้าแผ่นดินเชียงรุ้ง' นั้น เรียกกันว่า ‘เจ้าแสนหวีฟ้า’ เมื่อเจ้าหญิงเชียงรุ้งเข้ามาเฝ้า อาจพลอยเรียกเจ้าหญิงว่า ‘เจ้าหญิงแสนหวี’ ไปด้วยจากบทความเรื่อง เรื่องของเชียงรุ้งที่เกี่ยวข้องกับ "เวียงวังไทย" เมื่อ ๑๐๐กว่าปีก่อน
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
azante
อสุรผัด

ตอบ: 31
|
ความคิดเห็นที่ 4 เมื่อ 05 ก.ย. 18, 07:59
|
|
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 6 เมื่อ 05 ก.ย. 18, 08:49
|
|
อีกเรื่องหนึ่งอันเกี่ยวกับ ‘เจ้าหญิงแสนหวี’ นั้น
คนที่มีอายุพอจำความได้ ในสมัย พ.ศ. ๒๔๘๓ - ๒๔๘๔ ราว ๆ นั้น คงจำเพลงจากละครเรื่อง ‘เจ้าหญิงแสนหวี’ บทละครของหลวงวิจิตรวาทการได้ที่ว่า
“พวกชาวแสนหวี เราแสนยินดีรับรองเจ้าชายมาจากเขมรัฐ เราพากันจัดงานถวาย สมโภชเจ้าชายจากบ้านเมืองมา...ฯลฯ...”
และเจ้าชายร้องตอบว่า
“พวกชาวเขมรัฐ นี้ล้วนแต่พลัดบ้านเมืองเข้ามาบุกป่าฝ่าดงมุ่งตรงมานี่ เพื่อเห็นแสนหวีเมืองศรีสง่า...ฯลฯ...”
ผู้เล่าจำได้เพียงแค่นี้ เข้าใจว่าหลวงวิจิตรวาทการ ผู้ประพันธ์ละครเรื่องนี้ คงสมมุติเอาเมือง ๒ เมือง คือ ‘เชียงตุง’ เป็นเขมรัฐ และ ‘เชียงรุ้ง’ เป็น แสนหวีนั่นเอง ด้วยทั้งเชียงตุงและเชียงรุ้ง นั้น ว่าที่จริงเป็นไตลื้อหรือไทยลื้อด้วยกัน แม้ว่าพวกเชียงตุงจะเรียกพวกตนว่า ‘ไทยใหญ่’ ก็ตามจากบทความเรื่อง เรื่องของเชียงรุ้งที่เกี่ยวข้องกับ "เวียงวังไทย" เมื่อ ๑๐๐กว่าปีก่อน
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
นโม ตสฺส
|
ความคิดเห็นที่ 7 เมื่อ 20 พ.ค. 21, 15:03
|
|
เจ้าหญิงแสนหวีที่เจ้าดารารัศมีออกรับ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นหม่อมนางแว่นทิพย์ ธิดาเจ้าฟ้าโชติกองไท น้องสาวเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง เจ้าฟ้าเชียงตุง
หม่อมนางแว่นทิพย์มีประวัติที่โลดโผนมาก เคยเป็นราชเทวีของเจ้าหม่อมฅำลือ (เท่าเซิ้นเอิ่น 刀承恩) เจ้าแสนหวีฟ้าสิบสองพันนา แต่นางสนมเมียน้อยต่างอิจฉาริษยา เเละหม่อมนางแว่นทิพย์ก็ไม่ชอบบรรดานางสนมเช่นกันจึงหนีกลับไปเมืองเชียงตุง เมื่อถึงเมืองหุน เหนือสนามเชียงรุ่งส่งคนไปอาราธนาเชิญกลับมา หม่อมนางจึงกลับมาเมืองเชียงรุ่งอีกครั้งหนึ่ง
พ.ศ ๒๔๓๔ เจ้าเมืองแช่ก่อกบฎ เจ้าหม่อมฅำลือจึงนำทัพออกไปถึงเมืองราย แต่ต่อมาเจรจาตกลงกันแล้วจึงไม่รบกัน ระหว่างนั้น หม่อมนางแว่นทิพย์ลักลอบเป็นชู้กับเจ้าฟ้าเชียงเดือน (ဝဵင်းၵဵင်းလိူၼ်) ที่มาพำนักอยู่ที่เวียงปราคราง เมื่อเจ้าหม่อมฅำลือทราบเรื่องทั้งสองก็ผิดใจกัน หม่อมนางแว่นทิพย์ไปชักนำทหารจากเมืองเชียงแข็ง เมืองยู้ เมืองวะ เมืองหลวย เมืองยอง มีพญาหลวงพิชชวงศ์เป็นแม่ทัพ จะมาทำสงครามกับเจ้าหม่อมฅำลือ เจ้าหม่อมฅำลือหนีไปอยู่ที่ป่าแอ้น ต่อมาพวกเจ้าเมืองพากันไปเจรจากับหม่อมนางแว่นทิพย์เพื่อหย่าศึก เจ้าหม่อมคำลือจึงได้กลับมาเมืองตามเดิม
พ.ศ.๒๔๓๙ เหนือสนามเชียงรุ่งทูลเชิญหม่อมนางแว่นทิพย์ให้กลับมาอยู่กับเจ้าหม่อมคำลือ หม่อมนางแว่นทิพย์ยินยอมแต่มีข้อแม้ว่า ต้องสร้างหอใหม่ให้เพราะไม่อยากอยู่รวมกับนางสนมคนอื่น เหนือสนามจึงสร้างหอใหม่ถวายหม่อมนางแว่นทิพย์ที่เชียงดอนหลวง แต่จากนั้นเพียงสองปีหม่อมนางแว่นทิพย์ก็กลับเมืองเชียงตุงและไม่หวนกลับมาเมืองเชียงรุ่งอีกเลย นอกจากนี้ หม่อมนางแว่นทิพย์ยังเคยเข้ามาค้าขายที่กรุงเทพ เชียราย และแพร่ด้วย
อนึ่ง แสนหวีฟ้า มาจาก 宣慰使 เป็นตำแหน่งที่จีนตั้งให้กับประมุขชนกลุ่มน้อย เจ้าแผ่นดินสิบสองพันนามีตำแหน่งเป็น 車里宣慰司
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 8 เมื่อ 21 พ.ค. 21, 12:16
|
|
เจ้านางแว่นทิพย์ ราชธิดาใน เจ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง เจ้าฟ้าเชียงตุงองค์ที่ ๖ ประสูติแต่เจ้านางบัวทิพย์หลวง เจ้านางเข้าเรียนที่ St. Michael's School ในเมืองพินอูลวิน (Pyin U Lwin) และย้ายไปศึกษาต่อที่เมืองกะลอว์ (Kalaw) เมืองตากอากาศของอังกฤษสมัยอาณานิคม เมื่ออายุ ๑๖ ปี พระนางเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าห่มฟ้าแห่งแสนหวี ในพิธีแต่งงานเจ้าห่มฟ้าประทับบนหลังช้างตามประเพณี แห่ขันหมากเข้ามาจัดพิธีสมรสที่หน้าหอหลวงเมืองเชียงตุง มีมโหรสพสมโภช ๓ วัน ๓ คืน อย่างไรก็ตามการสมรสของทั้งสองพระองค์ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่หากเกิดจากการเมืองระหว่างรัฐ และเชียงตุงในตอนนั้นก็มั่งคั่งมาก ท้ายที่สุดชีวิตรักของทั้งสองพระองค์จึงสิ้นสุดโดยการหย่าขาดจากกัน ในภาพ เจ้านางสวมสร้อยคอรูปนกยูง ที่เรียกว่า “ปยั๊ด” และสร้อยไข่มุกหลายเส้น มวยผมประดับปิ่นทองคำหลายรูปแบบ บางชิ้นสั่งผลิตที่ มัณฑะเลย์ ภาพลงสีจาก S. Phormma’s Colorizations
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
นโม ตสฺส
|
ความคิดเห็นที่ 9 เมื่อ 24 พ.ค. 21, 13:59
|
|
เจ้านางแว่นทิพย์ ราชธิดาใน เจ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง เจ้าฟ้าเชียงตุงองค์ที่ ๖ ประสูติแต่เจ้านางบัวทิพย์หลวง เจ้านางเข้าเรียนที่ St. Michael's School ในเมืองพินอูลวิน (Pyin U Lwin) และย้ายไปศึกษาต่อที่เมืองกะลอว์ (Kalaw) เมืองตากอากาศของอังกฤษสมัยอาณานิคม เมื่ออายุ ๑๖ ปี พระนางเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าห่มฟ้าแห่งแสนหวี ในพิธีแต่งงานเจ้าห่มฟ้าประทับบนหลังช้างตามประเพณี แห่ขันหมากเข้ามาจัดพิธีสมรสที่หน้าหอหลวงเมืองเชียงตุง มีมโหรสพสมโภช ๓ วัน ๓ คืน อย่างไรก็ตามการสมรสของทั้งสองพระองค์ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่หากเกิดจากการเมืองระหว่างรัฐ และเชียงตุงในตอนนั้นก็มั่งคั่งมาก ท้ายที่สุดชีวิตรักของทั้งสองพระองค์จึงสิ้นสุดโดยการหย่าขาดจากกัน ในภาพ เจ้านางสวมสร้อยคอรูปนกยูง ที่เรียกว่า “ปยั๊ด” และสร้อยไข่มุกหลายเส้น มวยผมประดับปิ่นทองคำหลายรูปแบบ บางชิ้นสั่งผลิตที่ มัณฑะเลย์ ภาพลงสีจาก S. Phormma’s Colorizationsเจ้าแว่นทิพย์ธิดาเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลงที่เสกสมรสกับเจ้าเสือห่มฟ้า เจ้าฟ้าแสนหวี เป็นคนละองค์กับเจ้าแว่นทิพย์น้องสาวของเจ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลงที่เสกสมรสกับเจ้าแสนหวีฟ้าหม่อมฅำลือ และไม่เคยเข้ามาเมืองไทยด้วยครับ คิดว่าเจ้าหญิงแสนหวีที่เจ้าดาราออกรับน่าจะเป็นเจ้าแว่นทิพย์น้องสาวเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลงมากกว่าครับ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
ธสาคร
|
ความคิดเห็นที่ 10 เมื่อ 24 พ.ค. 21, 14:27
|
|
พม่าเสียเมือง สมัยร.๕ เจ้านางแว่นทิพย์(คนลูก) เรียนรร.ฝรั่งในพม่า กว่าจะเรียนจบ จนได้เข้าเฝ้า น่าจะล่วงเข้าสู่รัชกาลที่ ๖ ผู้ที่ได้เข้าเฝ้าร.๕ จึงน่าจะเป็นเจ้านางแว่นทิพย์(คนน้อง)(แต่ผมว่าเป็นพี่สาวของเจ้าก้อนแก้วฯนะ)
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 11 เมื่อ 24 พ.ค. 21, 17:48
|
|
เจ้านางแว่นทิพย์มี ๒ พระองค์ ส่วน เจ้าหม่อมคำลือ มีมากกว่านั้น
ในลำดับกษัตริย์ ๔๑ พระองค์ แห่งอาณาจักรเชียงรุ่ง สิบสองพันนา มี เจ้าหม่อมคำลือ อยู่ ๓ พระองค์ ลำดับที่ ๓๙ คือ เจ้าหม่อมคำลือ (เท่าเซิ้นเอิ่น 刀承恩, ๒๔๐๗ - ๒๔๖๗) อดีตสวามีของหม่อมนางแว่นทิพย์ 'เจ้าหญิงแสนหวีในตำนาน' ที่เคยเสด็จมายังสยามสมัยรัชกาลที่ ๕จาก หนังสือเชื้อเครือเจ้าแสนหวี ๑๒ พันนา
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
นโม ตสฺส
|
ความคิดเห็นที่ 12 เมื่อ 24 พ.ค. 21, 19:05
|
|
รูปถ่ายของเจ้าหม่อมฅำลือ (เท่าเซิ้นเอิ่น 刀承恩) เจ้าแผ่นดินสิบสองพันนา ผู้เป็นอดีตสวามีของหม่อมนางแว่นทิพย์
เจ้าหม่อมฅำลือผู้นี้เป็นโอรสของเจ้าหม่อมส้อ (เท่าชิ่นอ่าน 刀均安) นัดดาของอุปราชา (เท่าเซิ้นชู่ง 刀正綜) ซึ่งเคยหนีความวุ่นวายในสิบสองพันนามาไทยสมัย ร.๓ ทำให้เกิดสงครามเชียงตุง ๓ ครั้ง หลักฐานไทยออกนามว่า อรำมาวุทะ
|
 คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
ดาวกระจ่าง
มัจฉานุ
 
ตอบ: 89
|
ความคิดเห็นที่ 13 เมื่อ 24 พ.ค. 21, 19:31
|
|
ขอเรียนถามหน่อยค่ะการเดินทางจากสิบสองปันนามาไทยในสมัยนั้นยากลำบากมากไหมคะ ดิฉันเข้าใจว่าคงจะไกลมากถ้าท่านเคยมาไทยคงจะใช้เวลาหลายวัน
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
นโม ตสฺส
|
ความคิดเห็นที่ 14 เมื่อ 24 พ.ค. 21, 21:35
|
|
พม่าเสียเมือง สมัยร.๕ เจ้านางแว่นทิพย์(คนลูก) เรียนรร.ฝรั่งในพม่า กว่าจะเรียนจบ จนได้เข้าเฝ้า น่าจะล่วงเข้าสู่รัชกาลที่ ๖ ผู้ที่ได้เข้าเฝ้าร.๕ จึงน่าจะเป็นเจ้านางแว่นทิพย์(คนน้อง)(แต่ผมว่าเป็นพี่สาวของเจ้าก้อนแก้วฯนะ)
ใช่ครับ พอดูข้อมูลดีๆ แล้ว หม่อมนางแว่นทิพย์เป็นพี่สาวของเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง ผมพิมพ์ผิดไปครับ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|