เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 19447 จาก "เรือนมยุรา" ถึง "ศรีอโยธยา"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 21 ก.พ. 18, 19:46

  ในการทำสัญญา  มีข้อหนึ่งระบุว่า
  "เพื่อประโยชน์แห่งการนำเอางานวรรณกรรมตามสัญญาไปสร้างเป็นวัสดุแพร่ภาพ ตามความประสงค์ของ"ผู้รับอนุญาต"   " มีสิทธิ์ในการแก้ไขดัดแปลงรายละเอียดแห่งเนื้อเรื่องให้ผิดแผกไปจากบทประพันธ์ได้   แต่การแก้ไขและดัดแปลงเนื้อเรื่องต้องไม่ทำให้เนื้อเรื่องเดิมหรือเค้าโครงเรื่องเดิม และจุดประสงค์ของงาน วรรณกรรมเปลี่ยนแปลงไป
    

  ดิฉันเห็นว่าการแก้ไข เรือนมยุรา ให้เป็น "ศรีอโยธยา ฉบับดัดแปลงจากเรือนมยุรา" ทำให้เนื้อเรื่องเดิม เค้าโครงเรื่องเดิม และจุดประสงค์ของงานวรรณกรรม เปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว    จึงติดต่อขอเข้าพบผู้บริหารของ True4u  แจ้งให้ทราบว่าดิฉันไม่เห็นด้วย และไม่อนุญาตให้ทำละครในลักษณะนี้   คือ ถ้าจะทำ "เรือนมยุรา" ก็ทำ "เรือนมยุรา"  จะทำ "ศรีอโยธยา" ก็ทำ "ศรีอโยธยา"   เพราะทั้งสองเรื่องเป็นคนละแนว  ไม่สามารถผสมผสานกันได้
   ดิฉันได้รับคำตอบจากคุณพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา ว่า ทรูไม่มีโครงการจะทำ "เรือนมยุรา" ในระยะ 2-3 ปีนี้
แต่จะทำ"ศรีอโยธยา"
  ในเมื่อได้คำตอบ ดิฉันก็ลากลับ  ด้วยความเข้าใจว่า เมื่อรู้แล้วว่าเจ้าของบทประพันธ์ไม่อนุญาตให้ออกมาเป็นอย่างนี้ ศรีอโยธยาก็จะได้รับการแก้ไข ให้เป็นละครประวัติศาสตร์เทิดพระเกียรติ  โดยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ "เรือนมยุรา" อีก
  ต่อมาเมื่อละครออกอากาศ  จึงพบว่า ตัวละครเอกหลายตัวในไฟล์ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเท่านั้น แต่บทบาทเดิมยังคงอยู่   และไม่มีคำว่า ดัดแปลงจากเรือนมยุรา  หรือ The Lost Mansion
  แต่เรื่องจะดำเนินต่อไปอย่างไร ดิฉันยังไม่ทราบ เพราะละครจบแค่ภาคแรกเท่านั้น   ดิฉันส่งอีเมลผ่านผู้บริหารอีกท่านหนึ่งไปให้หม่อมน้อย ให้ติดต่อกลับมาที่เบอร์โทร.ของดิฉัน เพื่อจะสอบถามถึงการดำเนินเรื่องว่าแก้ไขหรือยัง   ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจนบัดนี้

  ก็ขอชี้แจงความเป็นมาแต่เพียงนี้ค่ะ   ถ้าใครมีคำถามอะไรก็เชิญถามได้เลยนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 21 ก.พ. 18, 20:20

มองจากสายตาคนดู     ละครเรื่องศรีอโยธยา แยกโครงเรื่อง (plot) ได้ออกเป็น 3 โครงใหญ่ด้วยกัน
1  เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา  มีศูนย์กลางอยู่ที่รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศ
2  เหตุการณ์ในชีวิตตัวละครสมัยอยุธยา 
3  เหตุการณ์ในชีวิตตัวละครปัจจุบัน
ทั้ง 3 ข้อยังมีพล็อตย่อยลงไปอีกมาก
   เช่น ข้อ 1 รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศ  มีพล็อตย่อยคือ
    1.1 ศึกพม่า   
    1.2 ความยุ่งยากในราชสำนัก เช่นการทำเสน่ห์
    1.3 ความชิงดีชิงเด่นไม่ถูกกันระหว่างขุนนางฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว
ข้อ 2  มีพล็อตย่อย
    2.1 ชีวิตของขุนนางหนุ่ม 3 คนคือพระยาตาก หลวงยกกระบัตรทองด้วง และพระอุทุมพรบริบาลบุนนาค
    2.2 มิตรภาพของเจ้าฟ้าสุทัศและพระพิมานหัวหน้ามหาดเล็ก   
    2.3 ความรักของบุษบาบรรณกับพระพิมาน
    2.4 ความรักของเจ้าฟ้าสุท้ศที่มีต่อบุษบาบรรณ
    2.5 ความรักที่เจ้าฟ้ารุจจาเทวีมีต่อพระพิมาน
    ข้อ 2.2-2.5 นำไปสู่ 2.6  รักสี่เส้าระหว่างเจ้าฟ้าสุทัศ เจ้าฟ้ารุจจาเทวี พระพิมานและบุษบาบรรณ

    ยังไม่ได้พูดถึงพล็อตที่ 3  ด้วยซ้ำ   พอแยกแยะออกมาเป็นข้อๆ ก็ทำให้พอดูออกว่าเมื่อต้องดำเนินเรื่อง  พันเกลียวพล็อตทั้งหมดเข้าด้วยกัน   สโคปของละครจะกว้างและยุ่งยากมาก   แค่ตัดต่อพล็อตย่อยแต่ละเรื่องให้ดำเนินควบตู่ไปด้วยกัน ไม่ทิ้งส่วนใดส่วนหนึ่งไปนานๆก็เป็นเรืองยากมากทีเดียว
บันทึกการเข้า
superboy
พาลี
****
ตอบ: 215


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 21 ก.พ. 18, 21:43

อ่านแล้วเครียดแทน มีแค่ชื่อที่ถูกดึงมาใช้ ดัดแปลงตรงไหนเนี่ย  โกรธ


นิยายเรื่องหนึ่งไม่ใช่เขียน 3 วันเสร็จ ยิ่งเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ยิ่งเหนื่อยขึ้นไปอีก มาเจอพระกำนัลนารีสังข์เข้าไปนี่ !@#$%^&*()_+


ช่วงนี้อารมณ์ไม่ดีเหมือนหน้าตา อาจแรงไปนิดขออภัยนะครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
katathorn
อสุรผัด
*
ตอบ: 11


"ไปกับอนาคตได้ต้องไม่ลืมอดีต"


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 22 ก.พ. 18, 09:25

ดิฉันก็ไม่อยากจะได้ชื่อว่ามีส่วนร่วมในการทำสิ่งใดให้เสียหายถึงพระอิสริยยศของเจ้านายจริงๆ
เกรงว่าจะไม่เป็นมงคลกับตัวเอง    
ใครไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ ดิฉันเชื่อค่ะ
ทุกวันนี้ผมว่าผลกรรมก็เริ่มๆจะตามทันแล้วล่ะครับ ผมไม่เคยเห็นภาพยนต์หรือละครเรื่องไหนถูกวิพากษ์ได้รุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลยครับ



จริงๆมีอีกมากครับ แต่เอาแต่เพียงเท่านี้ก่อน
บันทึกการเข้า

ภริยา ปรมา สขา
ภริยาเป็นเพื่อนสนิท, ภรรยาเป็นสหายอย่างยิ่ง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 22 ก.พ. 18, 10:58

  ขอบคุณค่ะคุณคทาธร  ถ้าเจออีกกรุณานำมาลงเพื่อประกอบกระทู้ด้วยนะคะ

  เนื้อหาของสามอาณาจักรที่ต่อเนื่องกัน คืออยุธยา(ตอนปลาย) ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ เป็นเนื้อหาที่ยิ่งใหญ่และยืดยาวพอจะทำซีรี่ส์ได้หลายสิบตอน       ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใส่ "เรือนมยุรา" เข้าไป โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของบทประพันธ์เขาไม่ยินยอม
  ดิฉันก็เลยไม่เข้าใจว่า ในเนื้อหา แทรกเรือนมยุราเข้าไปทำไม  มีฉากให้นกยูงซึ่งถูกเปลี่ยนชื่อเป็นบุษบาบรรณครอบครองเรือนข้ามกาลเวลาตั้งแต่อยุธยาตอนปลายมาถึงยุคปัจจุบัน    มีบางตอนแสดงให้เห็นว่าเธอเปิดเรือนออกมาสู่โลกภายนอกเป็นครั้งคราว   นี่คือเนื้อหาของเรือนมยุรา  ที่เป็นคนละพล็อตกับเนื้อหาศึกพม่าและเนื้อหากลับชาติมาเกิด
   
   องค์ประกอบอย่างอื่นจากเรือนมยุรา ยังมีให้เห็นอีก คือมีเด็กหัวจุกอยู่ในเรือน เปลี่ยนชื่อจากส้มฉุนในนวิยาย เป็นทองหยิบ  เปลี่ยนบทจากเด็กรับใช้มาเป็นหลานของนางเอก   แต่ฉากที่ทองหยิบออกมาสู่โลกภายนอก มาพบตัวละครในยุคปัจจุบัน ได้กินลูกอมซึ่งไม่มีในสมัยอยุธยา  ทั้งหมดนี้เป็นฉากในเรือนมยุรา ที่หม่อมน้อยไม่ได้ลบออกไป   ทั้งๆดิฉันคิดว่าไม่จำเป็นกับเนื้อเรื่อง    เพราะผู้เขียนบทละคร เขียนพล็อตให้ตัวละครกลับชาติมาเกิดกันแบบยกทีม  เหตุไฉนจึงปล่อยให้นางเอกและเด็กชายทองหยิบตกสำรวจอยู่แค่ 2 คน     แล้วนางเอกกับทองหยิบเป็นผีหรือเป็นคน  ทำไมหายตัวได้  ทำไมมีฤทธิ์ ทำไมรู้เรื่องราวของโลกภายนอก   ก็ไม่มีการเฉลย
   พล็อตที่ซ้อนกันหลายพล็อต  ไม่ได้เชื่อมต่อกันได้สนิท ทำให้ติดตามเรื่องได้ยาก สับสนอลหม่าน จากยุคอดีตมายุคปัจจุบัน  จากพล็อตประวัติศาสตรมาพล็อตชิงรักหักสวาท  และยังพล็อตกลับชาติมาเกิด แทรกเข้ามาอีก   ไม่รวมพล็อตเรือนมยุราซึ่งไม่ได้เข้ากับพล็อตอื่นๆอีกด้วย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11547



ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 22 ก.พ. 18, 11:21

หากตัดพล็อต "เรือนมยุรา" และฉากปัจจุบันออก เดินเรื่องให้กระชับและถูกต้องตามราชประเพณี "ศรีอโยธยา" น่าจะสามารถเดินเรื่องจากอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ได้ภายใน ๒๐ ตอน พร้อมกับได้รับคำชมเชย

เสียดายงบประมาณในการสร้าง และเสียดายเวลาในการเฝ้าชม

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 22 ก.พ. 18, 11:39

    คิดตรงกับคุณเพ็ญชมพูค่ะ     ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ดราม่าเข้มข้น  สมบูรณ์ในตัวอยู่แล้ว
    เสียดายอีกข้อคือ ได้ดาราเด่นๆอย่างศรราม อย่างตุ้ยธีรภัทร มารับบทบุคคลสำคัญในอดีต   ทั้งสองคนมีฝีมือในการแสดงมายาวนาน   น่าจะได้โชว์ฝีมือ   แต่กลับมีบทออกมาให้เห็นน้อยมาก    คนดูยังไม่ทันเห็นคุณสมบัติที่เด่นของพระยาตากและหลวงยกกระบัตรราชบุรี   มีแต่บทเข้าเฝ้าบ้าง  บทเดินชมซ่องโคมเขียวบ้าง บทประจำอยู่บนเชิงเทินคุยกันไปมาบ้าง   ไม่ได้ชี้ให้เห็นเลยว่าสองท่านนี้ก้าวจากขุนนางหนุ่มขึ้นสู่ความเป็นมหาราชได้อย่างไร
    ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือบทกลับไปเน้นความสำคัญที่ฮัท  ทั้งๆบทวายุที่เขาเล่นก็เป็นบทลอยๆ ไม่มีอะไรเด่น  เราก็ได้เห็นวายุแด๊นซ์ถ่ายทำมิวสิควิดีโอบ้าง ขับรถสปอร์ตบ้าง   อาบน้ำบ้าง ถอดเสื้อโชว์หุ่นบ้าง  เดินสำรวจที่รกร้างมีแต่ซากศาลพระภูมิก็กินเวลาเข้าไปหนึ่งตอน        แถมตอนท้ายๆก่อนจบยังมีบทถูกหึงริมสระว่ายน้ำ ผู้หญิงตบตีกันตกน้ำ   ราวกับตลกหนังไทยเมื่อ 50 ปีก่อน 
    นอกจากบทวายุมาถึงบทเจ้าฟ้าสุทัศซึ่งเป็นคู่ชิงนางเอกจากพระเอก   โดยการผูกพล็อต สามารถทำให้ดราม่าได้มาก แต่พอนำเสนอ  ฮัทแทบไม่มีบทประกบคู่กับแพนเค้ก  มีแต่บทประกบคู่กับอนันดาไม่รู้ว่ากี่ฉากต่อกี่ฉาก   จนบางทีดูแล้วไม่รู้ว่าเจ้าฟ้าสุทัศรักเพื่อนหรือรักผู้หญิงกันแน่   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 22 ก.พ. 18, 21:18

       ประวัติศาสตร์ช่วงอยุธยาตอนปลาย เรื่อยมาจนถึงธนบุรีและรัตนโกสินทร์เป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการทำละครประวัติศาสตร์  จะเห็นได้ว่า สายโลหิต ฟ้าใหม่ พิษสวาท นิราศสองภพ ล้วนแต่หยิบช่วงเวลาที่ว่ามาเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น  แต่ทั้งหมดนี้มีเส้นเรื่อง (story line) แตกต่างกันไปคนละแบบ   เส้นเรื่องที่ว่านี้คือหยิบยกชีวิตผู้คนและประเด็นในเรื่องตามแนวถนัดของผู้ประพันธ์
     ถ้าหากว่าศรีอโยธยาจะทำอีก ก็ต้องเลือกเส้นเรื่องที่ไม่ไปซ้ำกับละครเรื่องก่อนๆ เป็นธรรมดาอยู่แล้ว  ดิฉันพิจารณาจากไฟล์ที่ส่งมาให้ คิดว่าผู้เขียนบทมี story line ของตัวเองอยู่แล้ว    ลองแกะรอยเส้นเรื่องดูก็ได้คำตอบมาว่า  เหตุการณ์ตอนปลายอยุธยาโฟกัสไปที่มหาดเล็กหนุ่มซึ่งรักอยู่กับนางละครในราชสำนักพระเจ้าเอกทัศ   แต่นางละครก็เป็นที่หมายปองของเจ้าชายพระราชโอรส   ส่วนพระเอกก็ถูกหมายปองจากเจ้าหญิงพระราชธิดา   เมื่อเกิดศึกครั้งสุดท้าย  ทั้งมหาดเล็ก เจ้าชายและเจ้าหญิงตายกันหมด   แล้วกลับชาติมาเกิดเป็นคนยุคปัจจุบัน    มหาดเล็กเป็นนักโบราณคดี   เจ้าชายมาเกิดเป็นดารานักร้องคนดัง   เจ้าหญิงมาเกิดเป็นสาวไฮโซ  ส่วนนางละครซึ่งควรจะมาเกิดใหม่ให้ครบชุด  กลับไม่ได้เกิด  ยังคงอยู่เฝ้าอดีตในที่อยู่เดิมเมื่อพ.ศ. 2310   ส่วนจะเป็นผีหรือเป็นคน  ละครก็ยังบอกได้ไม่เคลียร์  
    ดูๆว่าเรื่องคงจะดำเนินไปซ้ำรอยกับชาติก่อน คือเจ้าหญิงเมื่อชาติก่อนก็ยังคงตามมาหลงรักพระเอกในชาตินี้  แล้วก็คงผิดหวังอีกเป็นชาติที่สอง เพราะละครปูพื้นให้เห็นว่านักโบราณคดีแสดงความไม่แยแสเธอจนออกนอกหน้า    ส่วนเจ้าชายที่ชาติใหม่เป็นนักร้องดังก็คงจะได้พบนางละครแล้วหลงรักเช่นเดิม  แล้วก็ไม่สมหวังเช่นเดิม
     พระเอกนางเอกจะสมหวังกันไหม ยังดูไม่ออก  เพราะถ้านางเอกไม่ใช่คนก็คงลงเอยกันไม่ได้   ถ้านางเอกเป็นคนก็คงแฮปปี้เอนดิ้งกันไม่ยาก
    ที่จริง ถ้าไม่กำหนดบทบาทนางละครให้เป็นนางเอกในเรือนมยุรา  แต่เปลี่ยนให้เธอกลับชาติมาเกิดใหม่ ก็คงจะลงตัวพอดี  ไหนๆ ตัวอื่นก็กลับชาติมาเกิดกันหมดแล้ว      เจ้าของเรื่องเรือนมยุราได้ไม่ต้องเสียเวลามาตั้งกระทู้ในเรือนไทยว่า ในเมื่อไม่อนุญาตแล้ว   ยังเอาเนื้อเรื่องส่วนนี้ไว้ในละครด้วยเหตุใด
บันทึกการเข้า
Naris
องคต
*****
ตอบ: 416


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 11:35

ส่วนตัวของผมนะครับ ผมติดตามข่าวเรื่องการสร้างละครเรื่องศรีอโยธยานี้อยู่ จึงพอจะทราบเรื่องการดัดแปลงเรือนมยุราอยู่บ้างแล้ว ในตอนแรก ผมเข้าใจเอาเองว่า ผู้สร้างศรีอโยธยา อยากใส่เรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของตัวละครต่างๆ ในเรือนมยุราให้มากขึ้น (คล้ายๆกับผู้ที่ได้ชมสตาร์วอร์ แล้วอยากรู้ว่า ดาร์ธ เวเดอร์ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร การเขียนเรื่อเรื่องส่วนนี้เพิ่มเติมจึงส่งผลทำให้เนื้อเรื่องของสตาร์วอร์ขยายออกไปอีก)

ครั้นพอทราบว่า เจ้าของเรือนมยุรา ไม่อนุญาตให้ดำเนินการต่อ ผมก็เดาว่า การขยายความนี้คงจะมากเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นเรื่อง เรือนมยุราได้ เพราะผู้สร้างศรีอโยธยาได้นำเนื้อหาส่วนอื่นๆ มาห่อหุ้มโครงเรื่องเดิมจนทำให้ประเด็นเรื่องความรักของหญิงสาวยุคปลายอยุธยากับหนุ่มยุคปัจจุบัน กลายเป็นเพียงประเด็นเล็กๆ เมื่อเทียบกับประเด็นอื่นๆ เช่น บุคลิกของพระเจ้าเอกทัศน์ พระปรีชาสามารถของพระเจ้าตาก ความสัมพันธ์ระหว่าง พระเจ้าตาก รัชกาลที่ 1 และนายบุนนาค เรื่องมุมมองใหม่ที่มีต่อพระมหากษัตริย์พม่า สาเหตุของการเสียกรุง เหตุการณ์ปลายยุคกรุงธนบุรี เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ ทำให้ละครเรื่องนี้ ไม่ควรชื่อว่า “เรือนมยุรา” อีกต่อไปแล้ว
บันทึกการเข้า
Naris
องคต
*****
ตอบ: 416


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 11:40

เมื่อได้ทราบว่า ละครเปลี่ยนชื่อ ในตอนนั้น ผมเข้าใจว่า เนื้อหาส่วนที่เกี่ยวกับ “เรือน” น่าจะหายไปทั้งหมดด้วย ไม่มีเรือนและผู้คนที่ถูกซ่อนอยู่ในมิติเวลาอีกแล้ว ในตอนแรกที่เปิดตัวบุษบาบรรณ ที่หอประชุมครุสภา ผมยังเข้าใจว่าเธอเป็นวิญญาณที่พยายามจะมาบอกเล่า “เรื่องจริง” ของเหตุการณ์คราวเสียกรุงให้คนรุ่นหลังฟัง ว่าที่ "ถูกต้อง" แล้ว อยุธยาไม่เคยเสื่อม พระเจ้าเอกทัศน์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีและไม่เป็นอย่างที่คนรุ่นหลังไปตำหนิท่านไว้ และพระเจ้าตากไม่ได้ทิ้งหน้าที่หนีออกไปโดยพลการ และอื่นๆ อีกหลายประการที่คนรุ่นหลังเข้าใจผิด (ข้อเท็จจริงที่นำเสนอในละคร อาจมาจากข้อมูลประวัติศาสตร์สายรอง บางเรื่องเกิดจากการตีความเองของผู้สร้าง เรื่องราวอาจจะดำเนินไปไม่ตรงกับประวัติศาสตร์สายหลัก แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเทิดพระเกียรติบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า)

ผมพยายามเดาต่อไปอีกว่า วิญญาณบุษบาบรรณอาจมีข้อจำกัดบางประการ ทำให้ไม่อาจปรากฎตัวให้คนทั้วไปเห็นได้ ต้องเป็นคนที่มีกรรมผูกพันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เธอถึงต้องรอให้คนที่เธอเคยรู้จักในยุคนั้นกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง ถึงจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังได้ เรื่องราวจึงน่าติดตามต่อไปว่า เมื่อคนสมัยใหม่ได้ทราบเรื่องจริงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นตามมา อาจลงท้ายว่า ความจริงสุดท้ายที่พิมานได้รับทราบจากวิญญาณบุษบาบรรณก็คือ ศพนางอยู่ที่ใด ตัวละครยุคปัจจุบัน ไปทำกระดูกของนางขึ้นมาทำพิธีทางศาสนาแล้วเธอก็จากไป แต่ความจริงเกี่ยวกับราชอาณาจักรอันยิ่งใหญ่บรรยง จะไม่สูญไปอีกแล้ว อะไรยังงี้ก็ได้มังครับ   

อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดนะครับ
บันทึกการเข้า
Naris
องคต
*****
ตอบ: 416


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 11:51

แต่พอละครออกมาจริงๆ ปรากฎว่า เรือนยังอยู่ รักสาม-สี่เส้า ยังอยู่ เรื่องราวต่างๆ อยู่ในประเด็นการตามหาคนรัก ถ้าจะบอกว่า การที่พิมานกับบุษบาบรรณจะรักกันได้ พิมานต้องจำอดีตได้เสียก่อน เพราะฉะนั้น เรื่องราวจึงต้องพยายามพาพิมาน ย้อนอดีต ไปเห็นความรุ่งเรืองของอยุธยาตอนปลายเสียก่อน 

ถ้าเป็นอย่างนี้ เรื่องราวในอดีต ก็คือ ความทรงจำของพิมาน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ สิ่งที่ปรากฎออกมา ก็ต้องเป็นสิ่งที่พิมานเคยเห็น เช่น  เช่น พระเจ้าเอกทัศน์มีบุคลิกเช่นใด พระเจ้าเอกทัศน์ กับพระเจ้าอุทุทพร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร หรือเรื่องเรื่องอยุธยารบกับพระเจ้าอลองพญาด้วยกลศึกใด เป็นต้น (แม้ว่าจริงๆ เรื่องพวกนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรักของเขากับบุษบาบรรณเลยก็ตาม)

แต่เรื่องบางเรื่อง เช่น เรื่องเจ้าฟ้ากุ้งและเจ้าฟ้าสังวาลย์ พิมานน่าจะไม่ทันได้เห็น เหตุการณ์บางเหตุการณ์ เกิดขึ้นลับหลังพิมาน เช่น เรื่องที่สิน ทองด้วง และบุนนาค ไปเที่ยวหอโคมแดง เรื่องนี้พระมิมานในเวลานั้น ก็มิได้อยู่ด้วย แล้วภาพในละครที่ผู้ชมเห็น เป็นภาพอะไร มาจากไหน ใครเอามาเล่า

ต่อให้ผมไม่สนใจเรื่องความถูกต้องในเชิงประวัติศาสตร์ ผมก็ยังรู้สึกว่า ละครเรื่องนี้ เขียนบทไม่ดีอยู่ดีแหละครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 13:25

   ขอบคุณค่ะคุณนริศ    ดิฉันรู้สึกว่าเส้นเรื่องหรือ story line ในความเข้าใจของคุณ เข้าท่ามากทีเดียว    ถ้าหากว่าละครสร้างเส้นเรื่องตามนี้ก็จะทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างมีเป้าหมาย มีขอบเขต มีต้นมีปลาย   และไม่เกี่ยวกับเรือนมยุรา  ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเรือนในมิติเวลาและเด็กทองหยิบเข้ามาแทรกในสองยุค ให้งงกันไปเปล่าๆ

   ถ้าสิ่งที่บุษบาบรรณเล่าให้พิมานฟัง มีเป้าหมายอย่างที่คุณว่า  ผู้เขียนบทก็ควรจะรู้ว่าควรเน้นที่เหตุการณ์ไหน จุดไหน และตัวละครใดบ้าง    ถ้าจะสร้างให้เห็นว่าพระเจ้าเอกทัศเป็นกษัตริย์ที่ดี  เหตุการณ์เจ้าจอมแขถวายตัวและทำเสน่ห์ก็ตัดออกไปดีกว่า    การโยนความผิดว่าการเสียกรุงเกิดจากพระเจ้าแผ่นดินถูกเสน่ห์มนต์ดำ ไม่เป็นการเฉลิมพระเกียรติตรงไหนเลย     นอกจากนี้บทบาทของขุนนางหนุ่มๆคนรุ่นใหม่ของอยุธยาอย่างท่านสิน ท่านทองด้วง ท่านบุนนาคก็ควรจะได้รับการเน้นไปที่ฝีมือและความเฉลียวฉลาด   เพื่อปูพื้นความเป็นมหาราชของทั้งสองท่าน และอีกท่านก็เจริญขึ้นเป็นขุนนางผู้ใหญ่ของรัตนโกสินทร์ 
   เท่าที่ดูมา ก็ไม่รู้สึกว่าผู้เขียนบทคิดแบบนี้ค่ะ  เนื้อหากว้างหลายทิศทาง   ตัวละครบางตัวออกมาบ่อยแต่บทมีน้ำหนักน้อยต่อการดำเนินเรื่อง เช่นบทวายุในปัจจุบันและเจ้าฟ้าสุทัศในอดีต   บทนางกำนัลสังข์ก็บ่อยกว่าบทพระยาตากและหลวงยกกระบัตรเสียอีก
   การให้เหตุผลในเรื่องก็ไม่ค่อยจะสมดุลย์กันนักในตัวเอง  เช่นฉากบุษบาบรรณโกรธแม่ลูกจันทน์สาวใช้ที่เอาเพลงยาวของผู้ชายมาส่งให้  ดุว่าไปเสียหลายคำว่าทำสิ่งไม่สมควร  ผิดกฎในวัง จะถูกเฆี่ยนหลังลาย   แต่พอรู้ว่าเป็นของพระพิมานก็ยิ้มแป้นรีบเปิดออกอ่าน    แสดงว่าที่ดุไปเมื่อครู่ก่อนไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 306


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 15:12

เห็นด้วยกับคุณ Naris ค่ะ ทีแรกดิฉันคิดว่าบุษบาบรรณเป็นผี วิญญาน เทพธิดาอะไรทำนองนี้ ถึงได้ปรากฏตัวแบบแวบไปแวบมา
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1888



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 21:26

เรื่องความถูกต้องของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ก็เรื่องหนึ่ง
เรื่องความอ่อนของบทก็เรื่องหนึ่ง
ว่ากันไปครับ

แต่นี่จะเป็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์หรือเปล่าครับ ถ้าใช่ก็เรื่องใหญ่นะครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32601

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 21:59

เรื่องใหญ่ค่ะ ถ้าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์จริง
ในเมื่อละครยังไม่จบ จะตัดสินว่าเหมือนเรือนมยุรามากน้อยแค่ไหน ก็ยังยากอยู่ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง