เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 50 51 [52] 53 54 ... 58
  พิมพ์  
อ่าน: 49452 ฉากประทับใจในหนังเก่า (3)
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 765  เมื่อ 21 ต.ค. 21, 09:19

ตอนหนัง The Exorcist ออกฉายเมื่อปี 1973  จำได้จากที่อ่านใน SP ว่าที่บ้านเขาถึงกับสร้างปรากฏการณ์เอาเลย  คือมันน่ากลัวขนาดคนดูกลัวจนเป็นลมบ้าง  ไม่ก็อ้วกแตกอ้วกแตน 

อ่านแล้วก็อยากดู้อยากดู  พอมาฉายที่เมืองไทยก็เผ่นโผนไปซื้อตั๋วทันที  หลังจากดูจบก็รู้สึกงั้น ๆ แหละ  ถามว่าน่ากลัวมั้ย  ก็น่ากลัวระดับหนึ่ง  เพราะไม่เคยเห็นฉากแบบนี้กระจะ ๆ ตาบนจอหนังใหญ่ ๆ มาก่อน  แต่ไม่ถึงกับเป็นลมเป็นแล้งแบบที่เป็นข่าวครึกโครมที่เมืองนอก  ฉากแม่หนู Regan คอหมุนได้ดูแล้วเก๋ดี  ส่วนฉากอ้วกพุ่งดูแล้วคิดถึงถั่วเขียวต้มน้ำตาลของโปรด

ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนไม่กลัวผี  ผมละปอดแหกติดอันดับโลกเลยเชียวละ  ก็ผมเกิดในบ้านโบราณหลังเบ้อเริ่ม  มองไปทางไหนก็น่าจะเห็นผีไปเสียหมด  มุขในหนังมัน ‘ไม่โดน’ เอาจริง ๆ   ผมว่าตอนผมนอนอ่านเรื่องวิญญาณที่เร่ร่อน ของ เหม เวชกร  โดยไม่ต้องเห็นภาพยังนอนไม่หลับไปตั้งหลายคืน

พอถึงคิวหนังเรื่อง Omen (1976) มาผมก็ไปพิสูจน์  ก็ยังเฉย ๆ อยู่

ในปี 1980 มีหนังผีมาเข้าฉายที่โรง... จะสยามหรือลิโดก็จำไม่ได้  มันเหมือน ๆ กัน  ใช้ชื่อไทยว่า ‘ผีดื้อ’  ผมก็ไปท้าพิสูจน์ตามเคย

โอ้... เรื่องนี้น่ากลัวแฮะ  ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษอะไรมากมายเลย  แค่อาศัยมุมกล้อง แสงเงา เพลงหลอน ๆ กับการสร้างบรรยากาศเท่านั้น
 
หนังเล่าเกี่ยวกับหลังจากที่นักประพันธ์เพลงชาว New York พบกับโศกนาฏกรรมที่ทำให้เมียและลูกเสียชีวิตหมด  ก็ย้ายถิ่นไปซื้อบ้านใหม่อยู่ต่างรัฐ  บ้านหลังเบ้อเริ่มนี้มีประวัติคือมีเด็กตายที่นี่
พอมีคนที่มีความหลังกับการสูญเสียลูกมาอยู่  พลังงานเลยเชื่อมกันได้  ผีเด็กก็ออกมาขอความช่วยเหลือ

ผมว่าความน่ากลัวอยู่ตรงที่คนเลือกผีเป็นเด็ก  เพราะธรรมชาติของเด็กไม่มีเหตุผล  พอเป็นผีเลยดูน่ากลัวมาก คนตั้งชื่อไทยเก่งนะ  ผมว่า
จำได้ราง ๆ ว่าตอนเดินออกมาจากโรงยังได้ยินคนพึมพำกันว่า 'โคตรน่ากลัวเลย' 'ไม่ควรซื้อตั๋วเข้ามาดูเลย' หรือ 'แล้วคืนนี้ชั้นจะนอนยังไงละนี่' ฯลฯ

ในเรื่องมีฉากน่ากลัว ๆ มากมาย  สมัยก่อนมีคนเอาฉากเด็ด ๆ มาปล่อยใน Youtube  ผมยังก๊อปปี้เก็บไว้  ตอนนี้หายไปหมดแล้ว  น่าจะเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ มีเหลืออยู่นิด ๆ หน่อย ๆ พอเป็นกษัย

หมายเหตุ: ไม่เรียงตามลำดับเหตุการณ์

ฉากเข้าทรง  คนแสดงใช้เสียงได้เข้ากับบรรยากาศที่สุด  ฉากเต็ม ๆ ยาวกว่านี้  และน่ากลัวมากกว่านี้  ผมจำได้ว่าในโรงฯ เงียบกริบผิดปกติเหมือนกับกำลังเงี่ยหูฟังว่าผีเด็กพูดว่าอะไร



ฉากนี้ไม่รู้คนนำมาปล่อยคิดยังไง  เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกิดขึ้นหลังจาก Clip จบแล้ว



สาเหตุที่เด็กต้องตาย



ฉากหลอนอื่น ๆ







ผมดูที่โรง 2 ครั้ง (ขนาดปอดแหกนะเนี่ย)  พอสื่อดีวีดีถือกำเนิดผมก็สั่งซื้อมาเก็บไว้

ผมเคยชวนเพื่อนดู  พวกมันบอกว่าฟังไม่ออก
ผมบอกว่า  เค้ามีบรรยายภาษาอังกฤษประกอบการดู  พวกมันบอกว่าขี้เกียจเปิด ‘ดิก’

มีอยู่คนที่ไม่มีปัญหาด้านนี้  แต่พอดูหน้าปกดีวีดี  มันก็ส่งคืนพร้อมพูดสั้น ๆ ว่า  ไม่ดู
ผมบอกว่า ไม่น่ากลัวหรอก
มันบอกว่า ถ้าไม่น่ากลัวแล้วเอ็งซื้อมาทำไม
ผมเลยตอบไม่ได้

สรุปแล้ว  จนป่านนี้ผมยังไม่ได้ดูหนังผีดื้อนี้อีกสักครั้งสักที
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 766  เมื่อ 22 ต.ค. 21, 09:24

ในยุคใหม่  หนังผีที่ผมว่าเด็ด ๆ มีอีกหลายเรื่องเช่น The Grudge, The Ring หรือ Sixth Sense  ที่ยอมรับว่าสนุกสุดยอด  หลอกไปได้จนถึงปลายเรื่อง  สมควรที่ได้เข้าชิง Oscar หนังยอดเยี่ยม สมัยมาลง UBC ผมตามดูหลายรอบ  ผมชอบ Toni Collette

ในปี 1999 ปีเดียวกับหนัง Sixth Sense นั้นมีหนังผีเล็ก ๆ อีกเรื่องมาเข้าโรง  ชื่อไทยเลิกจำไปแล้ว  ชื่อภาษาอังกฤษคือ Stir of Echoes   น่าจะมีนักดูหนังหลายคนพลาดเพราะมันอยู่แป๊บเดียว  ขอแสดงความเสียดายเพราะทำได้ดีมากแต่อย่าไปเทียบกับ Sixth Sense



หนังเล่าเรื่องชายหนุ่มที่ลองกับการสะกดจิตซึ่งไปเปิดประตูให้กับสัมผัสที่ 6  ทำให้ผีผู้หญิงตนหนึ่งเข้ามาหลอก  จากนั้นความลึกลับกับประโยคว่า เกิดอะไรขึ้น ก็ค่อย ๆ คลี่คลายออกมา
ผมไม่เคยเห็น Kevin Bacon หล่อ  แต่ในเรื่องนี้  เออ... เอ็งเท่แฮะ


นี่เป็นฉาก déjà vu ที่เธอเพิ่งฝันเห็นไปสด ๆ

ฉากนี้น่ากลัวที่สุด  สะดุ้งเลยหละ


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 767  เมื่อ 01 พ.ย. 21, 08:31

จำได้ว่าวันหนึ่งแม่บอกให้พี่แมวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องทำหน้าที่พี่เลี้ยงพาผมกับพี่หนุ่ยไปดูหนัง  เรื่องเริ่มมาจากพี่หนุ่ยได้ดูหนังตัวอย่างทางทีวี เรื่อง Barbarella (1968) ก็นึกอยากดูเป็นกำลัง  เลยไปอ้อนวอนแม่  แม่ตัดความรำคาญโดยวานพี่แมวทำหน้าที่พี่เลี้ยงพาลิง 2 ตัวไป  เรานั่งรถแท็กซี่ไปที่โรงหนังย่านวังบูรพา (ถ้าจำไม่ผิด)
 
ตอนนั้นอายุผมมีแค่เลขตัวเดียว  หนังทีวียังดูไม่ค่อยเป็น  แล้วนับประสาอะไรกับหนังโรง  ถึงมีคำบรรยายประกอบการดูก็อ่านไม่ทัน  กว่าจะผสมคำได้  เรื่องก็ไปถึงไหน ๆ แล้ว  แต่หนังก็สนุกดี  ได้เห็นนางเอกสวย  เห็นพระเอกหล่อแต่ตาบอดแถมมีปีกบินได้ แล้วยังมีตุ๊กตาผีหน้าตาน่ากลัวเป็นของแถมให้จำติดตาเอากลับมานอนไม่หลับที่บ้าน

ต่อมาอีกนานถึงรู้ว่านี่เป็นหนังวาบหวามยั่วยวน  แต่นึกฉากแบบที่ว่าไม่ออกเลย  กองเซ็นเซ่อร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก  
แม่คงนึกว่าเป็นหนังสำหรับเด็ก  เลยปล่อยไป  ถ้าคุณยายรู้เข้าเป็นว้ากลั่นบ้าน


Clip นี้ไม่ใช่ ตย. หนังอย่างทางการแต่คนทำตัดต่อฉากหลากหลายดี (เสียงบรรยายไม่มีอยู่ในหนัง  เป็นโจ๊กที่คนทำ clip คิดขึ้นมาเอง)


ยานอวกาศรูปร่างประหลาดที่ฝังอยู่ในความทรงจำถึงบัดนี้



บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 768  เมื่อ 02 พ.ย. 21, 09:19

The Cottingley Fairies เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1917 ในเมือง Cottingley ประเทศอังกฤษ  เกี่ยวกับภาพถ่ายโดยฝีมือ 2 ลูกพี่ลูกน้องชาวอังกฤษซึ่งตอนนั้นมีอายุ 16 กับ 9

ภาพที่สองลูกพี่ลูกน้องถ่ายออกมาเป็นชุด  ภาพในชุดนั้นเมื่อล้างออกมาแล้วสะดุดตาทุกคนที่ได้เห็นโดยเฉพาะ Sir Arthur Conan Doyle นักฟิสิกส์และนักเขียนเจ้าของเรื่องนักสืบ Sherlock Holmes เพราะว่ามีรูปนางฟ้าติดมาด้วย... ที่เหลือกรุณาหาอ่านเอาเอง

แน่นอนว่าต้องมีคนนำเรื่องราวนี้มาสร้างเป็นหนัง  ฉบับที่ผมได้ดูทาง IBC มีชื่อว่า FairyTale: A True Story  เป็นหนังจากความร่วมมือของฝรั่งเศสและอเมริกา  สร้างเมื่อปี 1997




ผมว่าเป็นหนังที่ทำได้ดีมาก  ถ้าเสริมอารมณ์นิดหน่อยเช่นดูตอนกลางคืนเงียบสงัดในหน้าหนาว (หรือจะเปิดแอร์ให้เย็นเจี๊ยบก็ได้)  ปิดไฟให้หมดทุกดวง  จะสร้างบรรยากาศ fantasy อย่างสุด ๆ  
Special effects กลมกลืนมาก  ขนาดสร้างมานานโขแล้ว  ไม่มีรอยตะกุกตะกักเลย

เป็นหนังที่ดูจบแล้วมีความสุข (ของจริงจะเป็นอย่างไรช่างมัน)



เสียดายว่า clip ใน youtube มีแค่นี้  ในเรื่องยังมีให้ตื่นตาตื่นใจต่ออีกชั่วขณะ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6345


ความคิดเห็นที่ 769  เมื่อ 02 พ.ย. 21, 09:38

           ^ ชอบเรื่อง Photographing Fairies เป็นหนังปี 1997 เช่นกัน
แรกเห็นบางตอนทางช่องเคเบิ้ล แล้วถูกใจ จนตามดูได้ทั้งเรื่องในเวลาต่อมา


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 770  เมื่อ 03 พ.ย. 21, 09:40

อีกเรื่องหนึ่งที่ได้ดูและให้บรรยากาศ fantasy พอกันคือหนังจากอังกฤษ The Secret Garden หนังสร้างมาหลายครั้งแล้ว  ฉบับที่ได้ดูสร้างเมื่อปี 1993

หนังสร้างจากนิยายสำหรับเด็ก (1911)  เล่าเรื่องแม่หนูลูกผู้ดีมีกินแต่มีนิสัยก้าวร้าว  วันหนึ่งต้องเป็นกำพร้าและถูกส่งตัวมาอยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่เย็นชาในคฤหาสน์หลังยักษ์  วันหนึ่งแม่หนูก็ไปค้นพบสวนลับซึ่งรกร้างมาเป็นเวลานาน  เธอก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูสวนนั้นโดยไม่รู้ตัวว่าเธอได้ฟื้นฟูนิสัยตัวเองและความสัมพันธ์อันเย็นชาของสมาชิกในคฤหาสน์หลังนั้นไปด้วย




ผมหาฉากที่แม่หนูค้นพบสวนลึกลับไม่เจอ  ใกล้เคียงคือ clip นี้  ถ้า clip ยาวกว่านี้ที่จะเห็นต่อไปคือสวนร้างที่ว่า ผู้สร้างหนังทำสวนร้างแบบดูแล้วต้องมนตร์ หลอน ๆ แต่ไม่น่ากลัว




หนังจบด้วยความสุขทั้งเรื่องราวและคนดู

หมายเหตุ - ปีที่แล้วก็มีการนำเรื่องนี้มาสร้างใหม่  ส่วนตัวผมว่าผู้สร้างใส่ special effects มากเกินไป
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 771  เมื่อ 04 พ.ย. 21, 09:51

ช่วงนี้หมอกลง (ตอนตี 5 ครึ่ง)  ถ่ายรูปออกมาดูแล้วหลอน  นึกถึงหนังผี




หนังผีอีกเรื่องที่ยอมรับว่าน่ากลัวคือ The Woman in Black  หนังปี 2012  เป็นหนังย้อนยุคจากฝั่งอังกฤษเล่าเกี่ยวกับนักกฎหมายหนุ่มที่เดินทางมาพักในบ้านรกร้างที่ห่างไกลความเจริญ  แล้วก็พบผีที่นั่น  แถมเป็นผีอาฆาตด้วย




ดารานำคือพ่อ Harry Potter ที่ตอนเด็กกับตอนโตหน้าตาห่างไกลกันลิบลับ  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือ ความสูง

บรรยากาศของหนังน่าขนหัวลุกเป็นที่สุด

ฉากเปิดเรื่อง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6345


ความคิดเห็นที่ 772  เมื่อ 04 พ.ย. 21, 10:59

สิ่งที่ประทับใจมาก จาก The Secret Garden (1993) คือ Soundtrack เพลง Winter Light
จากเสียงสวรรค์ที่วันนี้ไม่มีอีกแล้วของ Linda Ronstadt

คลิปเพลงประกอบภาพจากหนัง

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 773  เมื่อ 05 พ.ย. 21, 08:52

สิ่งที่ประทับใจมาก จาก The Secret Garden (1993) คือ Soundtrack เพลง Winter Light
จากเสียงสวรรค์ที่วันนี้ไม่มีอีกแล้วของ Linda Ronstadt

คลิปเพลงประกอบภาพจากหนัง


ชีวิตเธอเศร้ามาก  จำเป็นต้องเลิกทำงานทั้ง ๆ ที่ใจยังรัก  พอถึงวัยเกษียณก็ไม่สามารถใช้ชีวิตให้สนุกสนานตามใจตัวเองได้

ได้ดูสารคดีของเธอเรื่อง Linda Ronstadt: The sound of my voice (2019)  พูดได้คำเดียวว่า สุดยอด



บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 774  เมื่อ 05 พ.ย. 21, 08:59

จำได้ว่าหนังการ์ตูนเรื่องแรกที่ได้ดูคือ The Sword in the Stone (1963)  มาดูปีฉายแล้วผมยังไม่ 5 ขวบเลย  หรือว่าเมืองไทยเอามาฉายหลังจากนั้นก็ไม่รู้ 




ถ้าสมองน้อย ๆ จำไม่ผิดหนังฉายที่โรงหนังแกรนด์  ผมว่าอายุเท่านั้น  ไม่น่าดูหนังรู้เรื่อง  แต่ความที่เรื่องนี้เป็นหนังการ์ตูนก็เลยสนุ้กสนุก  ฉากที่จำได้ติดตาคือฉากประลองฤทธิ์ระหว่างพ่อมด Merlin กับแม่มด Mim  สนุกจริง ๆ






หนังการ์ตูนอีกเรื่องที่ได้ดูในช่วงอายุนั้นคือ Here there, it’s Yogi Bear (1964)  ฉายที่ไม่โรงเมโทรก็พาราเมาท์เพราะอยู่ใกล้กัน




ผมจำฉากไหนของเรื่องนี้ไม่ได้เลย (แล้วเอามาเขียนทำไมฟะ --- มันติดพันน่ะครับ)
แต่จำติดตาได้อย่างเดียวคือ  รูปหมีโยกี้  ใหญ่เบ้อเริ่มติดอยู่หน้าโรง
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 775  เมื่อ 06 พ.ย. 21, 09:09

วันหนึ่ง IBC เอาหนัง Muriel’s Wedding (1994) มาให้ดู  เป็นหนังจากออสเตรเลีย  หนังเล่าเรื่อง Muriel สาวน้อยที่ไม่ popular ในแวดวง พยายามจะกลมกลืนกับสังคมรอบตัวแต่ไม่มีใครยอมรับเพราะเธออ้วนและขี้ริ้ว  แต่ความฝันของเธอเลิศ  เธอจะต้องมีงานแต่งงานที่หรูหราให้ได้




หนังสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ  บรรยากาศเบา ๆ และตลกประปราย 
Muriel ชอบเพลงของคณะ ABBA มาก  ดังนั้นจึงมีเพลงของคณะนี้สอดแทรกอยู่ตลอดเรื่อง

ฉากนี้น่ารัก




หนังเรื่องนี้ส่งดาราออสเตรเลีย 2 คนขึ้นมาเป็นดาราคุณภาพของฮอลลีวู้ดคือ Toni Collette (ในเรื่อง Muriel ฯ เธออ้วนมั่กกั่ก) กับ Rachel Griffiths

ผมสังเกตว่าดารา 2 คนนี้มีอะไรคล้าย ๆ กันหลายอย่าง อย่างแรกเป็นชาวออสเตรเลียทั้งคู่  ดังจากหนังเรื่องเดียวกัน (คือ Muriel ฯ)  จากนั้นมาเล่นหนังฮอลลีวู้ดก็สามารถได้เข้าชิง Oscar เหมือนกัน  พอมาเล่นหนังทีวีก็ได้รางวัลทางทีวีเหมือนกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32730

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 776  เมื่อ 06 พ.ย. 21, 10:02

เคยดูเรื่องนี้นานมากจนลืมไปแล้วค่ะ  ที่จำได้เพราะเป็นเรื่องแรกที่เห็นนางเอกอ้วนและขี้ริ้ว  ยังสงสัยว่าดาราคนนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร
เพิ่งไปเปิดประวัติดูก็พบว่าโทนี่ไปได้ดีในอาชีพ
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 777  เมื่อ 08 พ.ย. 21, 09:36

เคยดูเรื่องนี้นานมากจนลืมไปแล้วค่ะ  ที่จำได้เพราะเป็นเรื่องแรกที่เห็นนางเอกอ้วนและขี้ริ้ว  ยังสงสัยว่าดาราคนนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร
เพิ่งไปเปิดประวัติดูก็พบว่าโทนี่ไปได้ดีในอาชีพ


อ. ทำเอาขนลุกครับ  

เพราะตั้งใจว่าวันนี้จะนำเสนอเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอ ภายใต้เงื่อนไข 'ฉากประทับใจในหนังเก่า' ต่ออีกหน่อย

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 778  เมื่อ 08 พ.ย. 21, 09:46

หลังจากหนังออสเตรเลียเรื่อง Muriel’s wedding ที่ออกฉายในปี 1994  ความดังของหนังปูทางให้ Toni Collette เข้ามาลองขุดทองในฮอลลีวู้ด  ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง  

หลังจากรับเล่นหนังย่อย ๆ  ไม่เท่าไร  ก็มาถึงปี 1999  เมื่อเธอได้รับเสนอบทแม่ที่มีความอดทนต่อพฤติกรรมประหลาดของลูกน้อยในหนังเรื่อง The Sixth Sense  หนังผีที่ต่อมาได้รับการขึ้นหิ้งเป็นหนึ่งในหนังผีชั้นยอด  

ความสามารถในการแสดงของ TC ทำให้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Oscar  การันตีอนาคตที่มั่นคงในอาชีพการแสดงของเธอ




ฉากที่เธอเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกน้อย
การประชันความสามารถในการแสดงระหว่าง 2 นักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Oscar ทั้งคู่ (ส่วนตัวหนัง+ผกก. ก็ได้รับการเสนอชื่อทั้งคู่เช่นกัน)







ฉากน่ากลัวบางฉากของหนัง






ฉากยาว ๆ นี้แสดงอารมณ์ที่เหล่านักวิจารณ์ชื่นชม  ทั้ง 2 คุมการแสดงได้เป็นธรรมชาติไม่หลุด




หมายเหตุ 1 - เจ้าของ clip เค้าไม่อนุญาตให้เอา clip ของเค้าไปลงที่อื่น  ต้อง 'กด' อีกครั้งเพื่อเข้าไปดูใน youtube ครับ
           2 – จากปี 1994 มา 1999  แค่ 5 ปี  TC เปลี่ยนรูปโฉมไปเยอะเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32730

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 779  เมื่อ 08 พ.ย. 21, 10:14

The Sixth Sense  เป็นหนังผีที่ต้องยกนิ้วให้คนเขียนเรื่อง เขียนบท และกำกับ   ซ่อนมุมได้เฉียบคมมากค่ะ  ปกติไม่ชอบดูหนังผี  เบื่อประเภทบ้านเก่าเจ้าของตายลึกลับ   คฤหาสน์ที่เห็นในระยะสิบไมล์ก็รู้แล้วว่าผีสิง   ฯลฯ
เลยชอบพล็อตเรื่องนี้มาก  ขึ้นหิ้งเป็นหนังคลาสสิคก็ไม้แปลกใจ

คุณโหน่งชอบดาราสาวคนนี้  ดิฉันกลับชอบดาราเด็ก คนนี้ใช่ไหมที่เล่น Forrest Gump ตอนจิ๋วกว่านี้  หน้าตาพ่อหนูดูเป็นเด็กฉลาดที่ช่างคิด และมีอะไรเศร้าๆอยู่ในสีหน้าแววตา
ชะตากรรมดาราเด็กของฮอลลีวู้ดไม่ค่อยไปได้สวยนัก    ดาราเด็กคนนี้เลิกเล่นไปมีชีวิตปกติก็นับว่าถูกแล้ว

 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 50 51 [52] 53 54 ... 58
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 20 คำสั่ง