เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 56 57 [58] 59 60 ... 77
  พิมพ์  
อ่าน: 63063 ฉากประทับใจในหนังเก่า (3)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 855  เมื่อ 30 พ.ย. 21, 08:09

หลายสิบปีก่อน เทคโนโลยี CG ยังไม่มี  ฮอลลีวู้ดมีเทคนิคซ้อนภาพในหนังสัตว์ประหลาด และหนังตำนานกรีกโรมันทั้งหลาย ให้น่าตื่นตาตื่นใจ
มาดูตอนนี้ก็ดูออกว่าซ้อนภาพ   แต่สมัยโน้นคนดูก็ตื่นเต้นกันเสียจริงเสียจัง    เลยต้องขอเอามาให้ดูอีกครั้ง
จากหนัง  Jason and the Argonauts | จากตำนานกรีก เจสันกับขนแกะทองคำ
ชอบฉากนี้ที่สุดค่ะ
เจสันกับลูกเรือจะต้องแล่นเรือผ่านผาหินที่เลื่อนกระทบกันอยู่ตลอดเวลา   เรือทั้งหลายไม่มีลำไหนผ่านได้ทัน
แต่เจสันรอดไปได้ เพราะเทพเจ้าสมุทรโผล่ขึ้นมาช่วย

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 856  เมื่อ 30 พ.ย. 21, 09:23

ตอนท้ายไตเติ้ลหนังมิสเดซี เห็นหน้า Dan Akroyd โผล่ออกมานิดหน่อย น่าจะเป็นตัวประกอบในหนัง
ชอบเขาเล่นในหนังตลกล้อเลียน Dragnet  ซึ่งเป็นหนังตำรวจยอดนิยมทางทีวียุค 1960s 
Dragnet ปี 1987  เขาเล่นคู่กับทอม แฮงค์ซึ่งยังหนุ่มเต็มตัว


DA เล่นเป็นลูกชายของ Miss Daisy  เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Oscar สาขาประกอบชายจากบทนี้ครับ
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 857  เมื่อ 30 พ.ย. 21, 09:40

เหตุผลแรกที่ผมดูหนัง Green Book (2018) เพราะมันเป็นหนังย้อนยุคของโปรด  แต่พอดูไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า โปรดไปเสียทุกอย่าง

หนังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคน 2 คนแนวเดียวกับ Driving Miss Daisy  ต่างกันตรงที่เจ้านายเป็นนิโกร (African American) ส่วนลูกน้องเป็นชายอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียน  และมีพื้นมาจากเรื่องจริง




เหตุการณ์ในหนังเกิดขึ้นที่ New York ในปี 1962  NY ซึ่งอยู่ตอนเหนือของอเมริกาเป็นส่วนที่ไม่อนาทรร้อนใจในเรื่องกีดกันสีผิว (สักเท่าไร)

เจ้านายนิโกรเป็นด็อกเตอร์และนักเปียโนคลาสสิกที่มีชื่อเสียงมากได้ตัดสินใจรับงานการแสดงนาน 8 สัปดาห์ยังภาคกลางของประเทศและเลยต่อไปยังภาคใต้อันเข้มข้นไปด้วยการกีดกันสีผิว  เธอต้องการคนขับรถและการ์ดประจำตัว  ซึ่งก็คือที่มาของตัวละครเอกตัวที่สอง

เป็นสูตรสำเร็จรูป (ทั้งในหนังและความจริง) ที่คนแปลกหน้า 2 คนร่วมเดินทางไกลกันตามลำพังจะต้องเริ่มต้นด้วยการขบกัดกันด้วยเรื่องนานาที่ต่างเห็นแล้วขัดตาขัดใจ

โชเฟอร์พบว่าเจ้านายของตนดูสำรวยจนน่าขัน  ในขณะที่ ดร. ผิวดำพบว่าโชเฟอร์ของตนโผงผางและไม่สำรวมเอาเสียเลย และอื่น ๆ อีกมาก

แต่เวลาผ่านไป  ต่างเริ่มยอมรับและพยายามปรับตัว  การเดินทางก็ราบรื่น และมีความตลกผ่อนคลายมากขึ้น เช่นตอน ดร.ผิวดำ สอนโชเฟอร์ให้เขียน จม. สละสลวยถึงเมีย ฯลฯ




พอเริ่มลงใต้  โชเฟอร์ก็พบว่าเจ้านายผิวดำของตนที่ครั้งอยู่ที่ NY มีแต่คนยอมรับ  แต่ที่นี่เธอเป็นแค่คนผิวดำที่น่ารังเกียจ  จะยอมรับก็ต่อเมื่ออยู่บนเวทีแสดงเท่านั้น ย้ำแค่บนเวที  ห้องพักการแสดงเป็นห้องเน่า ๆ  ห้องน้ำก็ต้องออกไปใช้นอกอาคาร

หนังใส่มุขต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงการเดินทาง  เช่น  ฉากดอกเตอร์ผิวดำเกิดความเปลี่ยวและไปหาซื้อความผ่อนคลายจากหนุ่มขายตัว  แล้วตัวเองก็ถูกจับ  โชเฟอร์ต้องไปทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยก่อนที่ชื่อเสียงของ ดร. จะย่อยยับ

หรือฉากหลังจากโดนกีดกันในร้านอาหารหรู  ทั้ง 2 คนก็ไปหาร้านอาหารพื้นบ้านของคนผิวดำกิน  ที่นั่น ดร. ใช้ความสามารถทางเปียโนโชว์อย่างสนุกสนาน

แต่ละมุขล้วนสนุกและสามารถแก้ไขได้ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง

ตอนท้ายเรื่อง  เมื่อจบ concert ก็เดินทางกลับโดยกะให้ถึงบ้านในวัน Christmas Eve  ขากลับโชเฟอร์เกิดป่วย  เจ้านายเลยต้องทำหน้าที่ขับเอง  ฝ่าหิมะจนมาถึงบ้านโดยไปส่งโชเฟอร์ที่บ้านก่อน  
เมื่อมาถึงบ้าน ดร. ก็พบกับความอ้างว้างตัวคนเดียว  แล้วก็เกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้น  เธอจึงขับรถย้อนกลับไปบ้านโชเฟอร์อีกครั้งเพื่อขอร่วมกินเลี้ยงในวันสุขดิบ  

ก่อนถึงห้องพักเธอก็ลังเลไม่แน่ใจว่า  ความเป็นคนผิวดำของตนจะได้รับการต้อนรับแบบไหนเพราะประสบการณ์ที่ประสบมาแล้วสด ๆ  ร้อน ๆ ล้วนไม่น่าประทับใจ  แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจเคาะประตูห้อง

น่าประหลาดใจว่าหนังดีขนาดได้ Oscar หนังยอดเยี่ยม  ส่วนนักแสดงนำทั้ง 2 ก็ได้รับการเสนอชื่อ  แถมคนหนึ่งได้หยิบด้วย  แต่กลับไม่มีใครเอามาย่อยทำ clip ฉากต่าง ๆ ให้ชมเลยโดยเฉพาะฉากจบที่ประทับใจจนน้ำตาคลอ




ปล. Green Book คือคู่มือที่ทำขึ้นสำหรับคนผิวดำใช้ในการเดินทางไกล เช่น โรงแรมหรือร้านอาหารไหนบริการคนผิวดำด้วย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 858  เมื่อ 30 พ.ย. 21, 13:55

เป็นหนังดีที่อาภัพจริงด้วยค่ะ
เนื้อเรื่องดี มีข้อคิด  ดาราแสดงฝีมือเยี่ยมทั้งคู่   อะไรๆก็ดี  แต่ดูแล้วลืมเลย
ถ้าคุณโหน่งไม่ดึงขึ้นมาในกระทู้   ดิฉันคงลืมสนิท
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 859  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 08:04

พูดถึงหนังมิตรภาพระหว่างคนสองคนที่แตกต่างกันมาก   คุณโหน่งดูหนัง Guarding Tess หรือเปล่าคะ
คุณหมอ SILA น่าจะได้ดูเรื่องนี้   ดารานำฝีมือดีมากๆ ทั้งดาราเก่าอย่างเชอร์ลี่ แมคเลน และพระเอกดังในยุค 90s อย่างนิโคลัส เคจ
เป็นเรื่องอดีตท่านผู้หญิงหมายเลข 1  ที่แสนจะดื้อรั้นเอาแต่ใจ ในช่วงชีวิตที่ดกอับสามีตายไปแล้ว  ทำให้นายตำรวจติดตามที่ทางการยังส่งมาอารักขา แสนจะเบื่อหน่ายรำคาญเธอ   แต่ก็ไม่มีทางเลือกต้องทนๆกันไป จนเธอถูกจับไปเรียกค่าไถ่

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 860  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 08:06

เชอร์ลีเล่นบทกวนประสาทได้ถึงขั้น สมเป็นดาราเก่าทีเดียว

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 861  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 09:34

พูดถึงหนังมิตรภาพระหว่างคนสองคนที่แตกต่างกันมาก   คุณโหน่งดูหนัง Guarding Tess หรือเปล่าคะ
คุณหมอ SILA น่าจะได้ดูเรื่องนี้   ดารานำฝีมือดีมากๆ ทั้งดาราเก่าอย่างเชอร์ลี่ แมคเลน และพระเอกดังในยุค 90s อย่างนิโคลัส เคจ
เป็นเรื่องอดีตท่านผู้หญิงหมายเลข 1  ที่แสนจะดื้อรั้นเอาแต่ใจ ในช่วงชีวิตที่ดกอับสามีตายไปแล้ว  ทำให้นายตำรวจติดตามที่ทางการยังส่งมาอารักขา แสนจะเบื่อหน่ายรำคาญเธอ   แต่ก็ไม่มีทางเลือกต้องทนๆกันไป จนเธอถูกจับไปเรียกค่าไถ่



ดูครับ  แต่ไม่ประทับใจอะไรเลย  เลยไม่อยู่รายชื่อหนังที่จะเขียนถึง  น่าจะเป็นเพราะ SM เธอดังเกินกว่าจะสวมบทอะไร ๆ แล้ว  สวมบทไหนก็คือ SM
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 862  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 09:41

ตอนหนัง แด่คุณครูด้วยดวงใจ (1967)  มาฉาย  ผมไม่ได้ดู  บรรดาผู้ปกครองฝ่ายหนังฝรั่งคงคิดว่าเป็นหนังสำหรับผู้ใหญ่  เอาไปมีแต่จะเกะกะ  ผิดกับป้าสะใภ้สิงห์หนังไทย (ที่ไม่เคยสร้างหนังเกี่ยวกับเด็ก) ที่หิ้วผมไปเป็นประจำ  ในวัยช่วงนั้นผมเลยได้ดูแต่หนังของ Walt Disney (เป็นส่วนใหญ่)  อย่างไรก็ตามผมจำเพลงได้ไม่มีลืม มันดังกระหึ่มเปิดกันทุกสถานีวิทยุ  มันเป็นเพลงที่เพราะมาก ๆ  เป็นหนึ่งในเพลงที่ฟังทีไรก็มีความสุขตลอดกาลของผม

แล้ววันหนึ่งก็ได้ดูหนังนี้ทาง IBC (เขียนให้มั่ว ไม่รู้ I ดี หรือ U ดี)




หนังจากฝั่งอังกฤษเล่าเกี่ยวกับหนุ่มชาวผิวดำฆ่าเวลารอเรียกตัวจากงานที่สมัครไว้ โดยการเข้ามาสอนหนังสือใน รร. ย่านคนชั้นล่าง  ซึ่งต้องผจญกับเด็กเหลือขอ  แต่ในที่สุดที่สามารถเอาชนะใจเด็ก  ๆ เหล่านั้นได้  นี่คือที่มาของเพลง  ฉากสุดท้ายซึ้งมาก ๆ  ตอนจบเป็นปริศนาให้คิดต่อ




ตอนเด็ก ๆ ผมได้ฟังแต่เสียงของ Lulu ในเพลงดังกล่าวแล้วก็เห็นภาพนิ่งจากสิ่งพิมพ์  มาได้เห็น ‘อากัปกิริยา’ ของเธอครั้งแรก  จาก clip เพลง Oh me, Oh my ที่ออกอากาศทางทีวี  ช่องอะไรก็จำไม่ได้แล้วระหว่าง ช่อง 4 กับ ช่อง 7  จำไม่ได้ว่าจากรายการอะไร  นับว่าเป็นเรื่องแปลกไม่น้อยที่สมัยนั้นมีคนเอา clip เพลงฝรั่งมาออกอากาศให้ชม ในช่วงที่เพลงไทยจากรายการต่าง ๆ ครองหน้าจอ

อย่างไรก็ตาม  เพลงนี้เป็นเพลงที่ 2 ที่ผมได้ยิน (และติดใจ)  ตอนนั้นทีวีผมเป็นขาวดำแต่ก็จำภาพตอนที่เธอวิ่งไปมาขณะร้องเพลงได้ไม่ลืม  จนกระทั่ง youtube ถือกำเนิดผมก็ลองหา clip นี้แต่ยังไม่เจอจนกระทั่งอีกน้านนานต่อมา

Clip นี้ถือเป็นหนึ่งในความทรงจำที่มีความสุขของผม




ปล. อีก 1 clip ที่ยังหาไม่เจอคือ clip ของ Helen Reddy ร้องเพลง Delta Dawn  ทำเป็นเรื่องราวชีวิตของสาว Delta Dawn  ผมเห็น clip นี้ทางทีวีในรายการยาสีฟันใกล้ชิดที่จะเอา clip เพลงฝรั่งมาออกอากาศให้ชมวันละ 1 เพลง

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 863  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 12:26

มีภาค 2 ด้วยนะคะ   30 ปีต่อมาเมื่อคุณครูกลับไปโรงเรียนอีก

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6346


ความคิดเห็นที่ 864  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 14:51

          ช่วงหลังๆ มานี้ ได้เพียงเห็นผ่านตา แต่แทบไม่ได้ดูหนังต่างๆ ทั้งไทยและเทศ ทั้งทางจอแก้วและจอเงิน
ที่จะไปดูในโรงก็มักจะเป็นหนังนอกกระแสและอะนิเมะเป็นหลัก
         
          Driving Miss Daisy มีเวอร์ชั่นหนังบันทึกจากละครที่ออสเตรเลีย ปี 2013 นำแสดงโดย นักแสดงคนโปรด
ของอ. - Angela Lansbury กับ James Earl Jones


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6346


ความคิดเห็นที่ 865  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 15:07

          แด่คุณครูด้วยดวงใจ ได้อ่านเป็นตอนๆ จากนิตยสารเครือไทยวัฒนาพานิช - วิทยาสาร (หรือ ชัยพฤกษ์)
"กรอง"(ตามคำโปรยหน้าปกหนังสือ) จากเรื่อง ... โดย นายตำรา ณ เมืองใต้ (นามปากกาของ อ.เปลื้อง ณ นคร)


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 866  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 19:27

                  
          Driving Miss Daisy มีเวอร์ชั่นหนังบันทึกจากละครที่ออสเตรเลีย ปี 2013 นำแสดงโดย นักแสดงคนโปรดของอ. - Angela Lansbury กับ James Earl Jones
เสียดายไม่มีโอกาสดูคุณทวดแอนเจล่า แลนสเบอรี่ ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 867  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 19:33

พูดถึงคุณทวดแอนเจล่า เธอช่างถูกโฉลกกับบทนักสิบหญิงวัยชราเสียจริง    ไหนจะเล่นเป็นมิสมาร์เปิล นักสืบยอดนิยมของอกาธา คริสตี้  เล่นเป็นสายลับ มิสซิสพอลลิแฟกซ์  และยังมาดังระเบิดในบทเจสสิกา เฟลตเชอร์ นักเขียนเรื่องสืบสวนที่กลายมาเป็นนักสืบเสียเอง

ในบทมิสมาร์เปิล  เธอเล่นในเรื่อง The Mirror Crack'd   เป็นหนังที่รวมดาราใหญ่ในอดีตมาไว้เพียบ ทั้งลิซ เทเลอร์ คิมโนแวค   ร็อค ฮัดสัน  และเอ็ดเวิร์ด ฟอกซ์
ดูให้ดีๆ มีหนุ่มน้อยเพียซ บรอสแนน เป็นตัวประกอบด้วยค่ะ

 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33096

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 868  เมื่อ 01 ธ.ค. 21, 19:37

มิสมาร์เปิล สุดยอดนักสืบตามเคย

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 869  เมื่อ 02 ธ.ค. 21, 10:43

ตัวละครเอก Miss Marple ในหนังสือต้องรอเวลาถึง 32 ปีกว่าจะมีคนปลุกชีพขึ้นมาออกท่าทางในหนังเป็นครั้งแรก (จากอังกฤษ) ที่สร้างออกมาเป็นหนังชุด  โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า Murder, she said (1961)  นักแสดงที่รับบทนักสืบหญิงคือ Margaret Rutherford

ตอนที่ช่อง TCM เอามาฉายและได้ดูคือตอนที่ 2 ชื่อ Murder at the gallop (1963)  หนังสนุกมาก  บรรยากาศสดใส (แม้จะขาวดำ) เบา ๆ  ไม่เคยอ่านเรื่องแบบนี้เลยไม่รู้ว่า MR เธอสวมบทได้ตรงกับที่บรรยายในหนังสือรึเปล่า



อย่างไรก็ตาม Agatha Christie ดูจะพอใจเพราะตอนเขียนเรื่อง The mirror crack’d from side to side (1962) เธออุทิศตอนนี้ให้ MR


เพลงแต่งอุทิศให้ Miss Marple เพราะมาก  ดูจบต้องไปตามหามาครอบครอง



MR เป็นนักแสดงจากอังกฤษ  เธอชำนาญการเล่นละครเวที  แต่พอข้ามมาเล่นหนังก็ดังไม่น้อย  เธอเคยได้ Oscar จากบทเชื้อพระวงศ์อังกฤษ ในหนัง The V.I.P.s (1963) เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่สนามบิน Heathrow ในอังกฤษในวันที่หมอกลงจัดจนเครื่องบินต้อง delay  บรรดาลูกค้า vip ของสายการบินหนึ่งต้องมารวมตัวกันเพื่อคอยให้อากาศโปร่ง  ระหว่างที่คอยก็เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ นานา

เป็นหนังรวมดาราดังอีกเรื่องหนึ่งที่ดูสนุก บทของ MR เธอตั้งใจบินไปอเมริกาเพื่อรับงานบางอย่างที่จะจ่ายเงินให้เธอในราคางามพอที่จะรักษาบ้านของบรรพบุรุษของเธอได้ บทเธอมีสีสันมาก  สมควรแก่รางวัล





บทดราม่าระหว่าง Elizabeth Taylor ที่มีผัว (Richard Burton) แล้วแต่ตัดสินใจหนีไปกับหนุ่มคนใหม่ (Louis Jourdan)  แต่การที่เครื่องบิน delay ทำให้ผัวเธอรีบตามมาแก้ไขเหตุการณ์
ในเรื่องนี้ LJ เริ่มแก่แล้วนิ




(หมายเหตุ - ไม่เคยดู AL ในบท Miss Marple เลยไม่ทราบความแตกต่างครับ)

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 56 57 [58] 59 60 ... 77
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง