เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 49 50 [51] 52 53 ... 58
  พิมพ์  
อ่าน: 49542 ฉากประทับใจในหนังเก่า (3)
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 750  เมื่อ 12 ต.ค. 21, 09:17



ขออนุญาตปล่อยควันหลง (พูดเกี่ยวกับเพลง) นิดครับ

นับเป็นการแสดงสดบนเวทีของ Carly Simon ในจำนวนน้อยครั้งมากเพราะเธอเคยบอกว่าเป็นโรคตื่นเวที  โดยเฉพาะเวทีใหญ่  แต่ถ้าขึ้นเวทีพร้อมคนอื่น ๆ ก็พอตามน้ำได้

ในยุคนั้นนักร้องคนใดที่ออกแผ่นจะต้องตามด้วยออกทัวร์โปรโมทแผ่น  แต่ CS เป็นโรคตื่นเวที  เธอได้แค่โปรโมทเพลงในแผ่นใหม่ตาม club/bar  แล้วก็อาศัยแรงสนับสนุนจากนักวิจารณ์แผ่นกับปากต่อปาก  งานของเธอก็เลยขายไม่ค่อยดีเท่าที่ควร  มีหลายแผ่นทีเดียวที่นักวิจารณ์ชื่นชมแต่  ถ้าใครไม่ได้อ่านก็ไม่รู้  ต่างกับ Linda Ronstadt ที่มืออาชีพมาก  ชื่อเสียงของเธอถึงอยู่ยงคงกระพัน

จนกระทั่งแก่ CS ถึงมีความกล้าขึ้นหน่อย  เธอเคยออก Concert เล็ก ๆ แต่ประทับใจ 2 ครั้ง  ที่หาดทรายแถวบ้านใน Martha Vineyard  กับที่สถานีรถไฟ Grand Central ใน New York
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 751  เมื่อ 13 ต.ค. 21, 09:06

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่โรงแมคเคนนาชอบเอาวิดีโอเพลงทำขึ้นเพื่อโปรโมทหนังอื่น ๆ มาฉายฆ่าเวลาก่อนหนังจริงจะฉาย

เป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผมมาก  เพราะขึ้นฉายบนจอหนังใหญ่เบ้อเริ่ม  ออกระบบเสียงกระหึ่มทั่วห้อง  ทั้งเสียงและภาพสะใจจริง ๆ   ผมจำไม่ได้ว่ามีวิดีโอเยอะขนาดไหน  แต่จำได้ 2 ชุดที่พูดคำเดียวว่า ‘สุด ๆ’

ชุดแรกโปรโมทหนังเรื่อง Beverly Hills Cop ปี 1984  เพลงเด่นของเรื่องซึ่งตัดออกขายเป็น single แล้วก็ดังด้วยคือ Neutron dance  ของคณะ Pointer Sisters (ตอนนี้พี่ ๆ น้อง ๆ ล้มหายตายจากไปหลายคนแล้ว) ฟังจังหวะแล้วอยากจะลุกขึ้นเต้นตามจริง ๆ 

พอกลับมาบ้านผมโทร. ไปหาร้านแผ่นเสียงขาประจำบอกให้หาให้หน่อย



บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 752  เมื่อ 13 ต.ค. 21, 09:12

ชุดที่สองประทับใจสุดขีดเพราะเป็นครั้งที่สองที่ได้เห็น Carly Simon in Action เธอแต่งเนื้อ/เรียบเรียงและร้องเพลงโปรโมทหนังเรื่อง Working Girl ปี 1988

ตัวหนังดังมากได้ทั้งเงินและรางวัล  มีภาพแฟชั่นและทรงผมสวย ๆ (ตามยุค 80s  ต่อบ่าเสริมไหล่  ผมยีฟู)
Melanie Griffith เด่นจนได้รับเสนอชื่อเข้าชิง Oscar พร้อมกับตัวประกอบนางร้าย Sigourney Weaver

ตอนนั้น MG สวยน่ารัก  แต่แล้วไปหลงผิดฉีดหน้าจนเละไปหมด

ส่วนเพลง (ผมว่าเพราะมาก) ไม่ดังในอันดับเพลง (หมายความว่าขายได้ไม่ดีนัก) แต่ไปถล่มบนเวทีประกวดต่าง ๆ ไล่มาตั้งแต่ Oscar, Golden Globe, Grammy เธอกวาดรางวัลมาหมด  


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 753  เมื่อ 13 ต.ค. 21, 09:35

... ยังมัน  ขอต่ออีกหน่อย ...

ผมว่า Carly Simon เป็นคนสวยคนหนึ่งเชียว  แต่เคยอ่านในสัมภาษณ์ซึ่งเธอมักจะบอกว่า  เธอขี้ริ้วที่สุดในบรรดาพี่ ๆ ผู้หญิงรวม 3 คน  จำได้ว่าเธอเล่าว่าเวลาแขกมาหาพ่อเธอ (ครอบครัวเธอมีชื่อเสียงมานาน เคยเป็นผู้ตั้งกิจการ สนพ. Simon & Schuster ตั้งแต่ยุค 20s) จะทักทายพี่สาวคนโต Joanna อย่างชื่นชมเพราะเธอทั้งสวยและมีความสามารถคือเป็นนักร้อง Opera  และชื่นชมพี่สาวคนรอง Lucy ว่าสวยหวาน  พอมาถึงเธอ  ทุกคนจะทักสั้น ๆ ว่า ‘Hi! Carly’ แล้วเดินไปที่อื่นต่อ


(ถ่ายโดย Peter Simon น้องชายคนเล็กเป็นช่างภาพมืออาชีพ – ตายไปแล้ว)


ในหนังสือประวัติตัวเองที่เธอเขียนเล่มล่าสุด  เธอเล่าเกี่ยวกับบรรดาผู้ชายที่เคยเกี่ยวข้องด้วยในสมัย ‘ยังร้อนแรง’  เธอบอกว่ากลัวเหลือเกินกับคำครหาที่ว่า ‘ร่าน’  แต่ยุคนั้นเป็นยุคของการแสวงหา  เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในบรรดาหนุ่ม ๆ ที่เธอเอ่ยถึง  นอกจากพ่อ ‘You’re So Vain’ แล้ว  ยังมีอีกคนที่เธอจริงจังมากคือนักร้องหนุ่ม (สุด) หล่อ Cat Stevens (เจ้าของเพลงดัง (ในเมืองไทย) ‘Morning Has Broken’)  เธอรู้จักเพราะ CS จ้างเธอมาเล่นโหมโรงก่อนการแสดงจริง (เป็นธรรมเนียม) ในบาร์  จากนั้นเธอก็หัวปักหัวปำ (โดยเฉพาะกับสำเนียงอังกฤษของพ่อหนุ่ม)




เธอเล่าว่าหลังจากวันนั้นเธอก็ชวน CS มาที่ apartment ของตัวเอง  ปรากฏว่า CS ไม่มาสักที  จนเลยเวลานัดไปแล้ว  เธอหงุดหงิด  ก็เลยคว้าปากกามาแต่งเพลงด่าฆ่าเวลา (ศิลปินจริง ๆ อะไร ๆ ก็เอามาเขียนเป็นเพลงได้หมด)

นี่เป็นที่มาของเพลงดังอีกเพลงหนึ่งของเธอ (1 ปีก่อนหน้า You’re So Vain) คือ Anticipation ที่ผมไม่เคยรู้ที่มาของเพลงนี้มาก่อน


(ปล. ฉบับอัดลงแผ่นเพราะกว่ามาก  โดยเฉพาะเสียงกลอง)


ในช่วงหวานแหววเป็นเวลาปีกว่าเธอก็แต่งอีกเพลงอุทิศให้ CS คือ Legend in Your Own Time ปล่อยเป็น single ด้วยแต่ไม่ดัง

ผมนำคำเขียนของเธอที่พาดพิงถึงคนรัก CS มาให้อ่าน  เธอเขียนได้เพราะมากสมกับที่เป็นศิลปิน

“It feels too private to speak of our two bodies together, and too tender and spiritual to actually refer to it as sex. I loved to watch him as he slept, as he looked at the sky, or a piece of art. He rarely asked questions. When he did, it was in a wonderfully scratchy bass voice that sounded like an old man of the woods telling a tale of those who had passed by his tree hundreds of years ago.”

สำนวนเพริดพริ้งแบบนี้นึกถึงเพลงของคณะสุนทราภรณ์ ... มองดูเดือนเลื่อนลา  แสงจันทร์ลับตา  แล้วพาอ้างว้าง  เหมือนรักที่เหินห่าง  รักชืดจืดจางดั่งความฝัน ...

สรุปได้ว่า CS ดังเพราะ ผู้ชาย

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 754  เมื่อ 15 ต.ค. 21, 09:27

กลับมาที่หนัง Airport 1975  แม้จะโดนนักวิจารณ์ด่ายับแต่ทำเงินได้ดี  ก็เลยมีผู้ลองของทำหนังเครื่องบินออกมาอีก 2 เรื่องคือ Airport 1977 กับ 1979 (ใช้ชื่อ Concorde… Airport 1979)  ซึ่งผมก็กวาดเรียบ

พอมาปี 1980 ก็มีนักสร้างหนังเกิดไอเดียจากหนัง Airport ทั้งหมดตั้งแต่เรื่องแรกเมื่อปี 1970 ที่สร้างได้เยี่ยมที่สุด  ทุกคนสรรเสริญการแสดงของดาราเก่ายุคหนังเงียบ Helen Hayes ในบทหญิงชราชอบขึ้นเครื่องบินฟรี มุขของเธอเจ้าเล่ห์และน่ารักมาก เป็นตัวขโมย scenes เลยละ  โดยเฉพาะฉากท้ายเรื่องที่เธอเข้าร่วมกับทางสายการบินจับผู้ร้ายบนเครื่อง (clip ฉากนี้ใน youtube มีให้ชมไม่หมด  ขาดตอน climax แปลกดี)

พอสามารถ download หนังเรื่องนี้ได้  ผมตัดต่อเฉพาะฉากของเธอเก็บเอาไว้ดู น่าแปลกใจว่าทำไมไม่มีใครเอาฉากเด็ด ๆ ของเธอมาตัดต่อลง youtube  ใครสนใจต้องไปหาหนังดูเอาเองละครับ




HH ได้ตุ๊กตาทองตัวที่ 2 ซึ่งห่างจากตัวแรกเกือบ 40 ปี (ตัวแรกเมื่อ 1932)  แสดงว่าฝีมือเธอไม่มีสนิมเกาะเลย

กลับมาปี 1980  หนังยำนี้ที่ว่ามีชื่อ Airplane  มีฉากล้อเลียนจากหนังอื่น ๆ ประปราย  รวมถึงฉาก classic ของหนัง From Here to Eternity (1953) ที่ Burt Lancaster ปล้ำ Deborah Kerr  ริมหาดทราย  แต่ส่วนใหญ่เอามาจากหนัง Airport 1975  มีบทแม่ชีกับบทร้องเพลงด้วย  

ใน Airport 1975 มีนักร้อง Helen Reddy สวมบทแม่ชี  ใน Airplane ก็ใช้นักร้องมาสวมบทแม่ชีเช่นกัน  เธอคือ Maureen McGovern  ซึ่งเป็นนักร้องในยุคเดียวกันแต่ไม่ดังเท่า  เรียกว่าไม่ดังเอาเลยดีกว่า  อย่างไรก็ตามเธอมีเพลงดังอันดับ 1 อยู่หนึ่งเพลงคือ The Morning After (ในหนังวินาศภัยรวมดาราอีกเรื่องคือ เรือนรก) ซึ่งดังมหาศาล  นักฟังเพลงจึงยังจำชื่อเธอได้

ในเรื่อง Airplane แม่ชี Maureen ก็ร้องเพลงเหมือนกัน  แต่เพราะเป็นหนังตลกเพลงจึงไม่ได้เพราะพริ้ง  ผู้สร้างให้เธอร้องเพลงโซลของ Aretha Franklin ชื่อ Respect  จากนั้นก็ออกมาทำตลกนิด ๆ หน่อย ๆ  






ในหนังยังมีอีกเพลงซึ่งน่าจะเป็นจุดขาย  อยู่ในฉากนี้




หนัง Airplane บ้าบอที่สุดเท่าที่เคยดูมา  มุขตลกยัดเข้าไปไม่มียั้ง  ยัดไปจนถึง credit ช่วงหนังจบ

ปกติพอหนังจบคนดูจะเริ่มลุกออกจากที่นั่ง  แต่ในหนัง Airplane จะมีตัวหนังสือพาดจอเลยว่า  ห้ามลุกจนกว่าหนังจะจบสิ้นจริง ๆ  มุขช่วงนี้จะเป็นคำพูดตลก  ๆ แทรกอยู่ใน credit เป็นระยะ ๆ  มองหากันเอาเอง

ผมดูที่โรงตั้ง 2-3 รอบ  พอมาลง IBC ก็ดูแล้วดูอีก

ที่บ้านเค้าก็ดังสุดขีด  เข้าทำนองว่า  จะทำอะไรก็ทำให้มันสุด ๆ ไปเลย  แล้วจะดังเอง  นักวิจารณ์ให้ถึง 3 ดาว  อีก 2 ปีต่อมาก็มี Airplane II ออกมาแต่คนคงเริ่มเบื่อแล้ว  ต่อจากนั้นก็เริ่มมีคนทำหนังบ้าบอแบบนี้ออกมาเรื่อย ๆ ถึงปัจจุบัน

ผมมั่นใจว่าพวกเรานักดูหนังทุกคนต้องเคยเสียค่าตั๋วไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 755  เมื่อ 15 ต.ค. 21, 10:14

สวยจนบอกไม่ถูก

Screen Test ในหนังเรื่อง Something's Got To Give (1962)


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 756  เมื่อ 16 ต.ค. 21, 10:02

ย้อนกลับไปปี 1972 มีหนังหายนะอีกเรื่องที่ดังสนั่นตามหลัง Airport (1970) คือ เรื่อง เรือนรก




เรื่องนี้มี soundtrack เพลงชื่อ The Morning After ที่ร้องโดย Carol Lynley นักแสดงสาว




พอผู้สร้างเห็นว่าเพลงดูเด่นจังน่าจะโปรโมทให้เป็นเรื่องเป็นราว  ก็หันไปคว้านักร้องสมัครเล่น 'โนเนม' ชื่อ Maureen McGovern
ซึ่งขณะนั้นเธอทำงานเป็นเลขา บ. และร้องเพลงหาลำไพ่พิเศษตามบาร์  จับมาอัดลงแผ่นออกขายเป็นเรื่องเป็นราว




เพลงดังกระหึ่มไปครึ่งค่อนโลกตามที่คาด  ขึ้นอันดับ 1 ของ Billboard ถึง 2 สัปดาห์  และสามารถคว้า Oscar สาขา Best Song มาได้

อีก 2 ปีต่อมา  ผู้สร้างก็จับเธอมาร้องเพลง We may never love like this again ในหนัง ตึกนรก  คราวนี้ให้เธอได้อวดโฉมด้วย  ไม่ได้รับบทอะไรแค่เป็นนักร้องในงาน
ออกมาแค่ไม่ถึง 1 นาที (เรียกว่า cameo)



เธอได้ร้องเพลงนี้ลงแผ่นด้วยแต่ขายไม่ออก  ตรงข้ามกับ The Morning After ทั้ง ๆ ที่เพราะไม่แพ้กัน
อย่างไรก็ตามเพลงไปคว้า Oscar สาขา Best Song มาได้  ก็ไม่ได้ล้มเหลวเสียทีเดียว

ผมจำได้ว่าตอนเพลงนี้มาเมืองไทย  ดีเจ เปิดกันสนั่นพอ ๆ กับเพลงแรก  เพลงน่าจะได้รับความนิยมมากกว่าที่อเมริกาเสียอีก
ตอนไปหาซื้อแผ่นเสียง (แผ่นเล็กแบบก็อปปี้) คนขายก็บอกขายดี๊ขายดี

หลังจากแผ่นเสียงหมดยุคกลายเป็นยุคซีดีและ mp3 ยังเตาะแตะ  นักฟังเพลงไทยหาเพลงนี้มาเก็บไว้กันให้ควั่ก  เพราะไม่มีใครเอามาอัดลงซีดีเลย
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6345


ความคิดเห็นที่ 757  เมื่อ 17 ต.ค. 21, 09:42

จำได้ว่า ไม่ใช่เสียง Carol Lynley ในหนัง เรือนรก

กูเกิ้ลบอกว่า


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6345


ความคิดเห็นที่ 758  เมื่อ 17 ต.ค. 21, 09:49

นอกจากเพลงประกอบหนังสองเรื่องดังกล่าวแล้ว,

            Maureen McGovern ยังได้ร้องเพลง Can You Read My Mind ประกอบหนังดังมากอีกเรื่อง - Superman

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 759  เมื่อ 18 ต.ค. 21, 08:50

จำได้ว่า ไม่ใช่เสียง Carol Lynley ในหนัง เรือนรก

กูเกิ้ลบอกว่า

ขอบคุณที่แก้ไขครับ  ต้องเช็คข้อมูลเทียบกับความทรงจำให้หนักกว่านี้

ข้อดีของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า  ทำให้ได้รับรู้ข้อมูลได้ละเอียดขึ้น

ขอความกรุณาแก้ไขเรื่อย ๆ  ในครั้งที่มีการผิดพลาดครับ
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 760  เมื่อ 18 ต.ค. 21, 09:10

ขออนุญาตเลยเถิดอีกหน่อยครับ

ในปี 1979 บ้านเราเอาหนังชุดทางทีวี (ประเภท sit-com) มาฉายชื่อ Angie  ซึ่งสนุกและตลก (สำหรับผม)
แต่ได้ดูแค่แป๊บเดียว  พอ อตน. ถือกำเนิดก็ได้รู้ข้อมูลว่า ที่บ้านเค้าเลิกสร้างนั่นเอง
(พระเอกคือ Robert Hays ซึ่งเล่นเป็นพระเอกในหนังตลก Airplane! ที่เคยเอ่ยถึง)

อย่างไรก็ตาม  เพลงเริ่มต้นชุดเป็นเสียงของ Maureen McGovern ชื่อว่า Different World
เป็นเพลงที่อัดลงแผ่นออกขายด้วย  ผมว่าเพราะดีและขายได้ดีระดับหนึ่งในตลาดเช่นกัน





บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 761  เมื่อ 18 ต.ค. 21, 09:28

นอกจากเพลงประกอบหนังสองเรื่องดังกล่าวแล้ว,

            Maureen McGovern ยังได้ร้องเพลง Can You Read My Mind ประกอบหนังดังมากอีกเรื่อง - Superman



ตอนผมได้ดูหนัง  กลับไม่ได้ยินเพลงนี้เลย
มีแต่งเพลงบรรเลงทำนองเดียวกัน


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 762  เมื่อ 18 ต.ค. 21, 09:44

ย้อนกลับไปที่หนัง Airport 1975 มีดารายุคทองของฮอลลีวู้ดมาร่วมเล่นมากมาย  มีอยู่คนหนึ่งเป็นดาราดังมาก่อนเริ่ม Studio System เสียอีก  เธอคือ Gloria Swanson เธอดังมาตั้งแต่ยุคหนังเงียบ  และเป็นดาราใหญ่ไม่กี่คนที่เอาชีวิตรอดผ่านจากยุคหนังเงียบมาเป็นยุคหนังเสียง (Talkies) ได้

สมัยยุคหนังเงียบดาราใช้ความสามารถทางการแสดงออกทั้งท่าทาง/สีหน้า ฯลฯ  แต่พอมายุคหนังเสียง  เสียงกลายเป็นส่วนสำคัญเพิ่มขึ้นในการนำเสนอ  ดาราหนังเงียบที่มีเสียงไม่สมบูรณ์เป็นต้นว่า  ดาราชายแมนแต่เสียงเล็กเสียงแบน  หรือดาราหญิงสาวสวยแต่เสียงบ้านนอก บางคนพูดตะกุกตะกัก ฯลฯ ไม่สามารถปรับตัวได้ก็ต้องจบอาชีพนี้ไป

ในยุคหนังเสียงจึงเกิดตำแหน่งใหม่ที่สำคัญมากที่ทุก studio ต้องมีคือ คนสอนการอ่านออกเสียง (ต้องดูหนัง Singing in the rain มีฉากเลียนแบบให้ศึกษา)

ดาราใหญ่ยุคหนังเงียบหลายคนเมื่อผ่านการอบรมก็รอดมาได้เช่น GS หรือ Greta Garbo หรือ Ramon (อ่านว่า ราโมน) Navarro หรือ Gary Cooper  ส่วนดาราใหญ่มากที่ฝ่าวิกฤติไม่ไหวที่ทุกคนต้องเอ่ยถึงคือ John Gilbert

ในยุค 20s ไม่มีดาราหญิงคนไหนดังเกิน GS  เธอเป็นดาราหญิงที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ข่าวมาว่าเธอใช้เงินประมาณปีละ $10,000 (ประมาณกว่า $125,000 ในปัจจุบัน) เธอมีอ่างอาบน้ำเคลือบทองคำ  ถ้ามีครั้งไหนไปถ่ายหนังนอก studio ต้องมีคนขนอ่างไปให้เธอนอนอาบด้วย  




เธอยังคงความดังมาถึงยุค 50s  จากนั้นเมื่อหมดยุค  เธอจึงเหลือแค่ความยิ่งใหญ่  ดังจะเห็นได้จากบุคลิกของเธอใน Airport 1975 หนังใหญ่เรื่องสุดท้ายของเธอ

หนังดังที่นักดูหนังทุกคนต้องเอ่ยชื่อเมื่อพูดถึง GS คือ Sunset Boulevard (1950) ก่อน อตน. เกิดสื่อมีแค่หนังสือประเภทต่าง ๆ ถ้าพูดถึงหนังเรื่องนี้จะต้องมีภาพนี้มาประกอบ




เห็นแล้วสยอง  พลางอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

และแล้วในที่สุดช่อง TCM ก็เอาเรื่องนี้มาฉายถึงรู้ว่าเป็นหนังเกี่ยวกับนักเขียนบทหนุ่มกับดาราหนังเงียบที่แสงเริ่มริบหรี่แล้วแต่พยายามจะกลับคืนวงการ  มีคนรับใช้เป็นบทเสริมท้องเรื่อง  เนื้อเรื่องจบด้วยการฆาตกรรมโดยฝีมือดาราหนังเงียบคนนี้  แต่ไม่ยอมรับความจริงเธอจึงเสียสติและคิดว่า  ภาพตำรวจ+นักข่าวพร้อมกล้องที่กรูกันเข้ามาทำข่าวใหญ่คือเหล่า staff สร้างหนังที่กำลังถ่ายทำหนังโดยมีตัวเองเป็นดารานำตามฝันไว้  ทุกคนเลยต้องเออออเพื่อรักษาน้ำใจก่อนจะพาตัวไปโรงพัก

เนื่องจากท้องเรื่องอยู่ในยุคหนังเงียบ  ดาราต้องแสดงออกซึ่งหน้าตา/ท่าทางเต็มที่ซึ่งก็คือที่มาของภาพชวนหลอนนี้




ปล. GS ได้รับเสนอชื่อเข้าชิง Oscar จากบทนี้
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6345


ความคิดเห็นที่ 763  เมื่อ 18 ต.ค. 21, 10:35

ขยายความ
ตอนผมได้ดูหนัง  กลับไม่ได้ยินเพลงนี้เลย
มีแต่เพลงบรรเลงทำนองเดียวกัน

              ในหนังตอนนี้ จะเป็นเสียงพูด(ไม่ได้ร้อง) ของนางเอก Margot Kidder ประกอบดนตรีเลิฟ ธีม Can You...?
ต้นปีต่อมาจึงเป็นซิงเกิ้ลเพลงร้องจากเสียงของ M M ออกจำหน่าย
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 764  เมื่อ 19 ต.ค. 21, 08:15

ผมได้ดูหนัง Doubt (2008)  ที่ดัดแปลงจากบทละครรางวัล Pulitzer  เรื่องเกิดใน รร. Roman Catholic  เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่าง ผอ.โรงเรียนที่เป็นแม่ชีอาวุโส กับ พระหนุ่มที่ให้ความสนิทสนมกับเด็กผิวสีเกินความจำเป็น




เนื่องจากเป็นหนังที่ดัดแปลงจากบทละคร  ความสำคัญของหนังจึงอยู่ที่เนื้อเรื่องและบทสนทนา  ถ้า 2 อย่างนี้หลวมหนังล่ม  ไม่สามารถตรึงคนดูให้ดูจนจบได้
หนังทำนองนี้จึงต้องใช้นักแสดงที่มีความสามารถในการตีบท  ไม่ใช่แค่ความสามารถในการแสดงเฉย ๆ แต่ต้องมีความเป็นดาราดังพอที่จะดึงคนให้จ่ายเงินค่าตั๋วเข้ามาดูได้

ใน Doubt รวมนักแสดงคุณภาพทั้งนั้น Meryl Streep, Philip Seymour Hoffman, Amy Adams และนักแสดงผิวสี Viola Davis  ทุกคนประชันความสามารถกันเต็มที่  ประมาณว่าคนดูไม่สามารถลุกขึ้นไปฉี่ได้

ทุกคนได้ชิง Oscar จากเรื่องนี้  แต่คนที่แรงที่สุดคือ Viola Davis ทั้งเรื่องเธอออกมาฉากเดียว  แต่นานพอที่จะประกาศความสามารถในการแสดง เธอได้เข้าชิง Oscar เป็นครั้งแรกจากทั้งหมด 4 ครั้ง ทำให้เธอเป็นนักแสดงนิโกรที่ดังที่สุดในปัจจุบัน
 



ผมดูหนังของ Meryl Streep น้อยมาก  โดยส่วนตัว ผมว่าความเป็น Meryl Streep ของเธอใหญ่เกินกว่าจะเล่นเป็นคนโน้นคนนี้  แต่ในเรื่องนี้เธอเล่นถูกใจจริงๆ




ปล. ส่วนชื่อหนัง Doubt  จะเกี่ยวกับความคลางแคลงใจในเรื่องอะไร  ต้องชมหนังกันเอาเอง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 49 50 [51] 52 53 ... 58
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.049 วินาที กับ 19 คำสั่ง