เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 19
  พิมพ์  
อ่าน: 7067 ตามหารูปสมัยรบฮ่อ
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11237


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 18 ก.พ. 18, 14:22

ค่ายทหารไทยที่พระตะบองก็ดูจะไม่แตกต่างเท่าไหร่


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11237


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 18 ก.พ. 18, 14:41

แถมปืนใหญ่ภูเขาแบบ steel/bronze ขณะบรรทุกบนหลังช้าง (วิธีเอาขึ้นเอาลงคงจะลำบากน่าดู)
นอกจากทหารมะรีน ทหารราบและทหารปืนใหญ่อันเป็นกำลังหลักในการรบกับฮ่อ และการปะทะกับทหารฝรั่งเศสบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในปีต่อๆมา


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11237


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 18 ก.พ. 18, 15:01

สำหรับอาวุธบนหลังช้างของทหารมะรีนที่ขนไปปราบฮ่อกระบอกนี้ พิจารณาสัดส่วนที่ยาวเทียบกับขนาดลำกล้องแล้ว  น่าจะเป็นพวกปืนหามแล่นหรือปืนขานกกระยาง อาวุธค่อนข้างจะโบราณเทียบกับปืนกลแกตลิ่ง ของจริงน่าจะมีเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ  ถนนนครไชยศรี


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
cinephile
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 18 ก.พ. 18, 23:45

คุณ NAVARAT.C รูปที่มีค่ายแล้วมีช้างสองเชือกบรรทุกปืนใหญ่ ผมคิดว่าฝรั่งพลาดไปแล้ว
ที่ระบุว่าเป็นค่ายที่พะตะบอง แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่หน้าค่ายเมืองซ่อนมากกว่า
ข้อที่ ๑ พระนายไวยไม่เคยยกทัพไปเขมร ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะมีช้างที่บรรทุก
ปืนใหญ่
ข้อที่ ๒ ปืนใหญ่บนหลังช้างเป็นปืนภูเขาอาร์มสตรองที่พระนายไวยซื้อจากห้างแรมเซย์
แล้วเอาขึ้นหลังช้างมาจากเมืองงอย (ปืนเฮาาิสเซอร์รางเลื่อนกับปืนแกตริงกันพระนายไวยฯ
ไม่ได้เอาติดกองทัพมาด้วย ปืนเฮาวิสเซอร์รางเลื่อนพระนายไวย์ทิ้งเอาไว้ที่เมืองงอย ส่วนแกตริงกัน
พระนายไวยฯ ทิ้งเอาไว้ที่หลวงพระบางครับ)
ข้อที่ ๓ ปืนอาร์มสตรองสองกระบอกนี้ปรากฎอยู่หน้าทำเนียบในค่ายเมืองซ่อนในรูปหมู่ที่ถ่ายวันเฉลิมพระชนม์พรรษา
ครับ
ค่ายเมืองซ่อนนี้ตั้งอยู่บนเนิน ระดับเดียวกับวัดสีบุนเฮืองที่อยู่บนยอดเนินใกล้ๆ กันครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11237


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 05:29

นับถือครับ นับถืออย่างยิ่ง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10995



ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 07:01

แถมปืนใหญ่ภูเขาแบบ steel/bronze ขณะบรรทุกบนหลังช้าง (วิธีเอาขึ้นเอาลงคงจะลำบากน่าดู)


Zoom out  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11237


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 07:45

คุณ NAVARAT.C รูปที่มีค่ายแล้วมีช้างสองเชือกบรรทุกปืนใหญ่ ผมคิดว่าฝรั่งพลาดไปแล้ว
ที่ระบุว่าเป็นค่ายที่พะตะบอง แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่หน้าค่ายเมืองซ่อนมากกว่า
ข้อที่ ๑ พระนายไวยไม่เคยยกทัพไปเขมร ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะมีช้างที่บรรทุก
ปืนใหญ่
ข้อที่ ๒ ปืนใหญ่บนหลังช้างเป็นปืนภูเขาอาร์มสตรองที่พระนายไวยซื้อจากห้างแรมเซย์
แล้วเอาขึ้นหลังช้างมาจากเมืองงอย (ปืนเฮาาิสเซอร์รางเลื่อนกับปืนแกตริงกันพระนายไวยฯ
ไม่ได้เอาติดกองทัพมาด้วย ปืนเฮาวิสเซอร์รางเลื่อนพระนายไวย์ทิ้งเอาไว้ที่เมืองงอย ส่วนแกตริงกัน
พระนายไวยฯ ทิ้งเอาไว้ที่หลวงพระบางครับ)
ข้อที่ ๓ ปืนอาร์มสตรองสองกระบอกนี้ปรากฎอยู่หน้าทำเนียบในค่ายเมืองซ่อนในรูปหมู่ที่ถ่ายวันเฉลิมพระชนม์พรรษา
ครับ
ค่ายเมืองซ่อนนี้ตั้งอยู่บนเนิน ระดับเดียวกับวัดสีบุนเฮืองที่อยู่บนยอดเนินใกล้ๆ กันครับ


กราบขอประทานอภัยครับ ขออนุญาตถามต่อ  หากปืนใหญ่ภูเขาอาร์มสตรองบนหลังช้างเป็นปืนที่พระนายไวยซื้อจากห้างแรมเซย์ แล้วเอาขึ้นหลังช้างมาจากเมืองงอย  ซึ่งปืนอาร์มสตรองสองกระบอกนี้ปรากฎอยู่หน้าทำเนียบในค่ายเมืองซ่อนนั้น
 
หากพิจารณาจากภาพนี้  น่าจะเป็นขานำออกจากค่ายหนึ่งเพื่อจะไปยังอีกค่ายหนึ่ง  ค่ายที่นำออกจึงน่าจะเป็นค่ายเมืองงอยไม่ใช่หรือครับ  ด้วยความเคารพ ภาพที่เห็นจึงควรเป็นค่ายเมืองงอย ทำไมท่านจึงคิดว่าเป็นค่ายเมืองซ่อน  เป็นเหตุผลที่ได้จากการไปเห็นภูมิประเทศจริงมาแล้วหรืออย่างไรครับ


บันทึกการเข้า
cinephile
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 08:11

ผมไปนอนที่เมืองงอยอยู่หลายวันครับ แล้วมีภาพค่ายเมืองงอยเกือบทุกมุม ทั้งมุมสูง มุมที่ถ่ายจากแม่น้ำอู
จึงบืนยันได้ว่าภาพค่ายที่เห็นไม่ใช่ภาพค่ายที่เมืองงอยครับ


บันทึกการเข้า
cinephile
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 08:21

อีกมุมของค่ายเมืองงอยครับ
จะเป็นทำเนียบของค่ายครับ ในพื้นหลังจะเป็นหอสังเกตุการณ์ครับ บนเนิน
ด้านหลังค่ายจะเป็นวัดที่ทหารไทยไปสร้างเจดีย์ (แต่ถูกฝรั่งเศสรื้อทำลาย)
จะเห็นว่าไม่มีอะไรเหมือนกับรูปในหนังสือพิมพ์ของฝรั่งเศสเลยครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11237


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 08:35

ขอบพระคุณในคำเฉลยครับ
ท่านรู้จริงถึงขนาดนี้ จะทรงสิทธิ์ใน Dramatic license อย่างไรคงไม่มีใครกล้าก้าวล่วง
บันทึกการเข้า
cinephile
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 08:36

ที่ตุณ NAVARAT ว่าก็น่าจะมีเค้าเหมือนกันนะครับ ช้างที่บรรทุกปืนใหญ่
น่าจะเป็นพลายน่าน ช้างของพระนายไวยที่ได้มาจากเมืองน่าน ผู้ที่อยู่บนหลัง
พลายน่านน่าจะเป็นเลบแจ(เลบเตอร์แนนต์ แจ) นายทหารปืนใหญ่จำเป็น
(คนอื่น ๆ ป่วยเป็นใข้ป่ากันยกค่าย พระนายไวยถึงต้องใช้พวกไพร่ให้แต่ง
เครื่องแบบทหารไปรบกับพวกอ้ายข่าแจะที่เป็นเจือง ลูกน้องของพญาว่าน)
ความเป็นไปได้สูงครับ
บันทึกการเข้า
cinephile
อสุรผัด
*
ตอบ: 0


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 08:47

รูปที่คุณเพ็ญชมพู post น่าจะเป็นตอนที่พระนายไวยยกกองทัพออกจาก
หลวงพระบางครับ ยอดปราสาทที่เห็นอยู่ข้างหลังน่าจะเป็นยอดปราสาท
วังของเจ้าอุ่นคำ (วังเดิมก่อนที่จะถูกเผาโดยพวกเมืองไล) ทหารที่เดินนำ
ถือกระบี่อาจจะเป็นร้อยเอกหลวงดัษกรปลาศ ส่วนคนที่อยู่บนหลังช้างอาจ
จะเป็นเลบแจ จะเห็นว่าจะมีแต่นายทหารเท่านั้นที่ใส่เฮลเมท ส่วนพลทหารจะใส่หมวก
ทรงหม้อตาล (หรือทรงอะไรก็ไม่รู้ ใครรู้ช่วยเฉลยหน่อยครับ) แต่ฝรั่งพลาดที่ให้พล
ทหารใส่รองเท้า สมัยนั้นเราจะเป็นทหารตีนเปล่าครับ (ตีนเปล่าสามารถลุยขี้ตมปีนป่ายเขา
ได้ง่ายกว่า)
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11237


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 08:51

ท่านไปได้ลึกมากแล้ว คนที่นี่ยังแค่เริ่มต้นคลาน


บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 381


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 09:29

กราบสวัสดีครับ
 
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10995



ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 19 ก.พ. 18, 09:49

แต่ฝรั่งพลาดที่ให้พลทหารใส่รองเท้า สมัยนั้นเราจะเป็นทหารตีนเปล่าครับ (ตีนเปล่าสามารถลุยขี้ตมปีนป่ายเขาได้ง่ายกว่า)

น่าจะพลาดตรงผ้าโพกหัวของควาญช้างด้วย ในรูปถ่ายศีรษะควาญเปลือยเปล่า โชว์ผมทรงมหาดไทยชัดเจน

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 19
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 20 คำสั่ง