เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
อ่าน: 4863 ฤาจะหมดแผงเข้าไปทุกทีทุกที
ธสาคร
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 30 ธ.ค. 17, 00:56

เจ้าของร้านหนังสือที่ท่าพระจันทร์เล่าว่า (แกดูโทรทัศน์มาอีกทอดหนึ่ง) คุณดำรง พุฒตาล แกน้อยใจแฟนวารสารที่ถ่ายรูปบทความ/นิยายจากคู่สร้างคู่สม แล้วส่งต่อๆกันให้เพื่อนอ่าน ถึงแม้คู่สร้างคู่สมยังพอมีกำไรอยู่ แต่ก็ต้องปิดตัวลงก่อนวัยอันควร ด้วยเหตุแห่งความน้อยใจอีกปัจจัยหนึ่ง
.
ผมมานึกๆดู วารสาร100ทั้ง100 จัดเรียงพิมพ์เป็นคอลัมน์ๆ ทำให้ก๊อปปี้ผลงานได้ง่าย
ไล่ถ่ายรูปเรียงลงไปตามคอลัมน์ ผู้รับแชร์ก็เปิดอ่านสะดวกเรียงไปทีละรูป
ถ้าสำนักพิมพ์จัดเรียงการพิมพ์ใหม่ พิมพ์อักษรยาวไปจนสุดบรรทัดค่อยขึ้นบรรทัดใหม่ แบบเดียวกับจดหมายราชการ
ถ้าผู้ก๊อปปี้ถ่ายรูปแบบ close-up เหมือนเดิม ผู้รับแชร์จะอ่านจากหน้าจออย่างสะดุดติดขัด ปัดเลื่อนหน้าจอกันอุตลุด
.
ผู้ก๊อปปี้คงต้องตะแคงกล้องเพื่อถ่ายรูปให้ติดตลอดบรรทัด นั่นคือต้องยกกล้องให้ห่างออกมา
ตัวหนังสือก็จะเล็กลง ผู้รับแชร์จะอ่านไม่สะดวก ต้องถ่างจอ ใช้นิ้วเลื่อนไปมาตลอดเพื่ออ่านให้จบบรรทัด
ยิ่งถ้าสำนักพิมพ์พลิกโฉมการพิมพ์ เปลี่ยนมาพิมพ์ท่านอน (ตามความยาวของกระดาษ)
การถ่ายรูป 1 ครั้ง = 1 หน้ากระดาษ ตัวอักษรเหลือจิ๋วเดียว
.
แค่ความเห็นประหลาดๆเท่านั้นครับ ไม่รู้จะเข้าท่าหรือไม่หนอ
ผมไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนน่ะครับ จินตนาการเอาเองล้วนๆ
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 180


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 30 ธ.ค. 17, 09:30


ทางรอดอีกทางของนิตยสารคือ อี แมกกาซีน ค่ะ  สมัครสมาชิกแล้วล็อคอินเข้าไปอ่าน


บางที เราได้หนังสือเล่มโปรด ขึ้นเตียงนอนอ่าน หลับคาหนังสือไปเลย
อี แมกกาซีน นอนอ่านเมื่อยแขนครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 30 ธ.ค. 17, 10:34

จริงค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 31 ธ.ค. 17, 21:23

วันนี้ไปกินข้าวที่ศูนย์การค้า   เห็นคนที่นั่งรอฆ่าเวลาอยู่ ไม่มีใครเลยไม่ใช้เวลาว่างในการอ่าน  แต่ไม่อ่านหนังสือ   ทุกคนก้มหน้าอ่านมือถือกันหมดค่ะ 
การอ่านของคนไทยคงเพิ่มพูนขึ้นกว่าเมื่อก่อน  เพียงแต่ไม่อ่านสิ่งพิมพ์    ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันไม่มี  แม้แต่คนที่ไปด้วยกันก็หยิบมือถือขึ้นมาอ่านและจิ้มแทนที่จะพูดกับอีกฝ่าย
เมื่อก่อน  เวลานั่งรอคิวร้าน หรือรออะไรก็ตาม   มักจะมีคนมานั่งใกล้ๆ มองกันไปมาแล้วยิ้มให้กัน หรือบางทีก็ถามไถ่กันนิดๆหน่อยๆ   ส่วนใหญ่เป็นคุณป้าที่ช่างพูดและคงจะเหงา   แต่เดี๋ยวนี้ป้าๆน้าๆ ทั้งหลาย พกมือถือกันทุกคน  โทรคุยกันเองแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1306


ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 31 ธ.ค. 17, 22:23

ผมไปได้ไฟล์หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นแบบ pdf มา หนังสือประมาณเกือบ 400 หน้า มีประวัติจอมพลสฤษดิ์ตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยเลย ผม คิดเอาเองว่าไม่น่าจะติดลิขสิทธิ์ใด ๆ แล้ว เลยเอามาแจก สมาชิกเรือนไทยท่านไหนสนใจไปโหลดได้ที่นี่ครับ


https://drive.google.com/open?id=1z1rG65kRb4ZFjjnesUxJdLukho44X7wL


โดยส่วนตัว ตอนนี้ผมเปลี่ยนอุปกรณ์อ่านหนังสือมาใช้ ipad หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว สำหรับอ่านหนังสือต่างๆ ที่เป็น pdf สะดวกมากครับ ส่วนหนังสือที่เป็น ebook ภาษาอังกฤษที่ซื้อจาก Amazon ใช้ app kindle ก็อ่านง่าย เจอศัพท์ที่ไม่รู้จักก็เปิด dic จากโปรแกรมดูความหมายได้เลย มีเครื่องเดียวพกหนังสือไปอ่านได้ทุกที่ ถ้าได้หน้าจอ 10.1 นิ้วจะยิ่งมีพื้นที่หน้าจอใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก


ผมติดนิสัยเวลากินข้าวหรือเข้าห้องน้ำต้องมีอะไรไปอ่าน อ่านจาก tablet นี่กินไปอ่านไปก็ง่าย ไม่ต้องหาอะไรมาทับกันหน้าพลิกแบบหนังสือกระดาษหนาๆ แถมไม่ต้องคอยหาที่คั่นหนังสือ เบื่ออ่านหนังสือก็เล่นเน็ตได้อีก หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพจอมพลสฤษดิ์ข้างบนนี่อ่านจาก tablet ipad เหมือนอ่านจากหนังสือกระดาษเลย เบาดีด้วย นอนตะแคงอ่านก็ได้ คว่ำก็ดี อ่านในที่มืดที่สว่าง จอปรับแสงได้อีก แบ็ตก็อึด ชาร์จก็เร็ว ตอนนี้หนังสือกระดาษที่อ่านอยู่คือที่ยืมจากห้องสมุดมาหรือแบบที่หาแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ แต่โดยส่วนตัวติดใจแบบอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าแล้วครับเพราะอรรถรสผมมาจากตัวหนังสือ ไม่ใช่มาจากการสัมผัสเล่มหนังสือ


ผมยก tablet อันเก่าขนาด 10.1 นิ้วให้ลูกชายไป มันช้าจนเล่นเกมส์ไม่ไหว แต่ใช้อ่านหนังสือได้สบาย ทำให้เจ้าตัวอ่านข้อมูลต่างๆ จาก wikipidia ได้ง่ายกว่าอ่านจากคอมพิวเตอร์หรือมือถือจอเล็ก เบื่ออ่านหนังสือก็ไปดูสารคดีต่างๆ จาก youtube ได้อีก  เป็นการปลูกฝังเด็กให้รักการอ่าน เพียงแต่สื่อการอ่านเปลี่ยนจากหนังสือเล่มเป็นแบบอื่นแทน คลังความรู้ต่าง ๆ มีมากขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายกว่ายุคหนังสือกระดาษเยอะ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น


ปัญหาของหนังสือยุคใหม่โดยเฉพาะภาษาไทยคือ ebook มีให้เลือกอ่านไม่เยอะพอ และที่มีให้อ่านผมยังรู้สึกว่ามันแพงเกินไปหน่อย เพราะ ebook ที่ไม่ได้มีต้นทุนเรื่องค่ากระดาษและความเสี่ยงจากการสต๊อกของ หลายเล่มราคากลับถูกกว่าหนังสือกระดาษไม่มาก เช่นหนังสือกระดาษขาย 350  ebook ขาย 320 ทำให้ทำใจซื้อยากครับ ผมซื้อ ebook จาก Amazon ไว้หลายสิบเล่ม มีทั้งของฟรีจากหนังสือที่หมดลิขสิทธิ์ไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเงินส่วนใหญ่ราคาเล่มละ 0.99 ปอนด์หรือไม่ถึง 50 บาท แพงสุดคือ 2.99 ปอนด์หรือไม่ถึงร้อยห้าสิบบาท ส่วน ebook ไทยแพงกว่าเยอะ   ขนาดจะอุดหนุนนิยายของท่านอาจารย์ใหญ่ทีละหลายๆ เล่มยังสู้ไม่ไหว หันไปยืมห้องสมุดแทน สะสมไว้แต่เล่มที่ใจชอบจริงๆ


ผมเองก็ไม่รู้ต้นทุนและการคิดราคาของนักเขียนไทย ไม่รู้ว่าต้นทุนค่ากระดาษคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของราคาหนังสือ 1 เล่ม แต่การที่ ebook ไทย และหนังสือกระดาษของไทยโดยเฉพาะนิยายต่างๆ ราคาแพงเมื่อเทียบกับมาตรฐานรายได้ของคนไทย เลยยิ่งเป็นการสนับสนุนให้มีการทำ pdf เถื่อนกันมากยิ่งขึ้นไปอีก
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 31 ธ.ค. 17, 23:40

กำลังจะไป count down  พอดีเห็นคุณชายประกอบเทพแวะเข้ามา  เลยต้องมาทัก   หายไปนานนะคะ
เอื้อเป็นยังไงบ้าง   ปรับตัวเข้ากับร.ร.ใหม่ได้หรือยัง

ราคาอีบุ๊คเท่าที่ทราบถูกกว่าราคาหนังสือเล่ม ประมาณ 20% ค่ะ   เพราะต้นทุนน้อยกว่า    ไม่ต้องมีค่ากระดาษ ค่าหมึกพิมพ์+ แท่นพิมพ์   สายส่ง  ฯลฯ  แต่จะต่ำกว่ามากก็ไม่ได้ มันจะกลายเป็นตัดราคาหนังสือ   
สมมุติว่าหนังสือขาย 350 บาท   อีบุ๊คจะลดเหลือ 50 บาท ก็ไม่ได้    ถ้างั้นใครเขาจะซื้อหนังสือล่ะคะ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1306


ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 01 ม.ค. 18, 08:29

ฮิฮิ ความเห็นแรกของปี 2561  สวัสดีปีใหม่ท่านอาจารย์ใหญ่และสมาชิกทุกท่านครับ


ผมไม่ได้หายไปไหน วนเวียนอยู่แถวนี้ครับ เพียงแต่ไม่ค่อยได้ตอบอะไร เน้นอ่านมากกว่า มาทีอ่านกระทู้ต่างๆ แบบรวดเดียวแทน ส่วนเอื้อตอนนี้อยู่ ม.1 แล้ว แม้โรงเรียนจะดีมีชื่อเสียง แต่ก็ต้องทน ๆ เรียนหนังสือไปกับหลักสูตรทำลายเด็กมากกว่าพัฒนาเด็กของกระทรวงศึกษาบ้านเรา  ถ้าจะพูดว่าทำลายยังไงคงต้องว่ากันยาว แต่ทั้งเอื้อและผมเห็นพ้องต้องกันว่าหลักสูตรเรามันไม่ได้เรื่องและไม่ส่งเสริมสติปัญญาผู้เรียนเท่าไหร่ แต่เป็นการยัดเยียดข้อมูลสำเร็จรูปมากมายที่ผู้วางหลักสูตรคิดแทนเด็กว่านี่จำเป็นต้องรู้แบบทำลายความอยากรู้อยากเห็นและการคิดของเด็กอย่างมาก เพียงแต่ผมเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ กำลังทรัพย์ก็จำกัด ก็ต้องให้เอื้อทนเก๊กซิมเรียน ๆ กันต่อไป


กลับมาเรื่อง ebook เมื่อราคายังไม่ถูกมากพอที่จะดึงดูดคนให้ซื้อ เมื่อไม่ซื้อก็โหลดฟรีซะแทน ปัจจุบันมี pdf หนังสือต่างๆ ให้โหลดเต็มไปหมด เช่นพวกนิยายจีน ออกวันนี้ตอนเย็นมีให้โหลดแล้ว ของท่านอาจารย์ใหญ่ยังมีให้โหลดหลายเล่ม กลายเป็นการสร้างนิสัยไม่ดีและความเคยชินให้คนอ่านฟรีไปแทน  


ส่วนถ้า ebook ราคาถูกไป ตัดราคาหนังสือกระดาษ แล้วใครจะซื้อหนังสือกันหละ ก็ต้องบอกว่าสุดท้ายหนังสือกระดาษก็จะต้องหายไปในเวลาอีกไม่นานนับจากนี้ครับ หนังสือจะกลายเป็นสิ่งสะสมแทน อย่างผมเองงานสัปดาห์หนังสือที่ตลอดชีวิตผมไม่เคยพลาด  ปีที่แล้วผมไม่ไปซักงาน  เราไม่สามารถฝืนเทคโนโลยีและวิธีชีวิตแบบใหม่ของมนุษย์ไปได้ การพยายามยื้อสิ่งที่กำลังถูกแทนที่ สุดท้ายก็กลายเป็นการตัดโอกาสของตัวเองไป เท่าที่พอรู้มานักเขียนดังๆ จะได้ค่าเขียนประมาณ 20-30% ของราคาหนังสือ ถ้าลดราคา ebook เหลือแค่ 50% ของราคาหนังสือกระดาษ ก็น่าจะเพิ่มยอดขายได้อีกเยอะ เพราะคนจะอ่านหนังสือบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ส่วนคนที่มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับด้านการพิมพ์ สุดท้ายก็ต้องปรับเปลี่ยนไปทางอื่นครับ  เพราะด้วยการมาของเทคโนโลยี บางอาชีพหายไป แต่ก็มีอาชีพหรือช่องทางใหม่ๆ เข้ามาแทนที่


อีกปัญหาที่เห็นคือการขายหนังสือในรูป pdf  file ที่หลาย ๆ web site ขายในลักษณะนั้นจะมีปัญหาป้องกันการ copy ยาก ปัจจุบันมี platform หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลายเจ้าที่หนังสือถูกเก็บบนระบบ cloud ต้องใช้โปรแกรมพิเศษของ platfrom นั้น ๆ ในการอ่าน ทำให้ป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ดีกว่า ดังนั้นนักเขียนต้องไปพึ่ง platform เช่น Ookbee (มาจากคำว่า ebook) หรือ Amazon Kindle ในการขายผลงานแทน นอกจากนี้ยังมีช่องทางที่เอื้อต่อนักเขียนใหม่ๆ ในการขายผลงานเยอะแยะเลย ตอนนี้มีคนเขียนนิยายขายเป็นตอนๆ แล้ว


แต่โดยส่วนตัวผมเองไม่เคยซื้อหนังสือไทยจาก Ookbee เพราะคิดว่ามันยังแพงไป เลยส่งเงินออกนอกประเทศไปซื้อจาก Amazon แทน แต่ในเวลาอีกไม่นานคงเลี่ยง Ookbee ไม่ได้
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 180


ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 12 ม.ค. 18, 19:16

เปิดรายได้ “ดิฉัน คู่สร้าง-คู่สม” ในวันที่ “แม็กกาซีน” ต้องปิดตัวลง

https://positioningmag.com/1149933


ข้อมูลที่ให้มาไม่มีของปี 2560
ถ้าดูตาม trend ประมาณการรายได้ปี 2560 คงอยู่ที่ 70 ล้าน กำไรคงไม่ถึง 10 ล้านบาท
ยังไม่ถึงกับเลือดซิบ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 12 ม.ค. 18, 19:51

ธุรกิจอะไรก็ตาม ถ้ายิ่งทำกำไรยิ่งน้อยลง   มองอนาคตแล้วก็มีแต่จะน้อยลงไปเรื่อยๆ  ไม่มีทางมากขึ้นหรือแม้แต่เท่าเดิม   เจ้าของก็คงจะอยากหยุดมากกว่าจะเหนื่อยทำต่อไปจนถึงวันขาดทุน
ยิ่งถ้าเป็นคนที่อยู่ในวัยพักผ่อน     เขาก็คงอยากจะพักสบายๆ ใช้เงินที่สะสมไว้มากมายให้คุ้มเหนื่อย ก่อนจะไม่มีโอกาสได้ใช้

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 12 ม.ค. 18, 19:58

ภาพนี้พอจะบอกอะไรได้ตรงกับหัวข้อกระทู้ไหมคะ


บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 180


ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 13 ม.ค. 18, 06:27

ท่องเฟสดอกหญ้าอุดร ยี่สิบกว่าปีก่อนรถบรรทุกขนหนังสือ 500 กล่องมาเปิดร้าน
วันนี้ร้านแพคกล่องสตอคหนังสือกลับบริษัท เศร้าและเสียดาย
ทายว่าเมื่อหน้าร้านลดลง ลูกค้าต้องชอปหนังสือผ่านเน็ตครับ
ค่ายใหญ่อีกร้านใกล้บ้าน จวนแหล่มิจวนแหล่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 13 ม.ค. 18, 11:21

มันจะล้มเป็นโดมิโน่กันทั้งระบบค่ะ 
เมื่อก่อน ไปจ่ายของที่ซูเปอร์ในศูนย์การค้า เจอร้านหนังสือก็แวะเข้าไปดู    ต่อมาร้านหนังสือค่อยๆหายไป อยากซื้อต้องไปงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมฯ หรือที่ไหนที่เขาออกร้าน
ถ้าไม่ได้ไปที่นั่นก็ซื้อหนังสือไม่ได้   หาอ่านเอาจากกูเกิ้ลง่ายกว่า
หนักๆเข้าเลยไม่ซื้อหนังสือ
ร้านหนังสือขายไม่ได้ ก็ปิดตัว   สำนักพิมพ์ก็หาที่จำหน่ายไม่ได้  พิมพ์น้อยลง  โรงพิมพ์ก็พลอยรับงานน้อยลงไปด้วย
หนักๆเข้า โลกหนังสือที่เรารู้จักก็จะค่อยๆเฟดไปจากชีวิตประจำวัน  มีแต่การอ่านจากหน้าจอเข้ามาแทน
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 462


ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 13 ม.ค. 18, 12:08

มันจะล้มเป็นโดมิโน่กันทั้งระบบค่ะ 
 
ห้องสมุดประชาชนต่างๆ จะกลายเป็นห้องสมุดหนังสือเก่า หรืออาจใช้เป็นที่จัดกิจกรรมอื่น
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 180


ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 13 ม.ค. 18, 19:03


ภาพนี้พอจะบอกอะไรได้ตรงกับหัวข้อกระทู้ไหมคะ


หัวกระทู้ = หนังสือหมดแผง (หนังสือเจ๊ง)
ภาพนี้.. = แผงหมด (แผงเจ๊ง)


อ่านข่าวย้อนหลัง ลางไม่ดี ตั้งเค้ามาสองสามปีแล้วครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 13 ม.ค. 18, 22:24

การอ่านจากหน้าจอเล็กอย่างมือถือ (หรือมินิไอแพด) กับการอ่านหนังสือเล่ม มันมีข้อจำกัดที่แบ่งแยกวิธีการอ่าน และความรู้สึกจากการอ่าน ชนิดแยกได้เป็นคนละแขนงคนละกิ่งกันเลยค่ะ
การอ่านหนังสือ ถ้าเป็นคนชอบอ่าน  อ่านยาวเท่าไรก็ไม่ถอย  ยิ่งยาวยิ่งสนุก  ข้อนี้แฟน "เพชรพระอุมา" คงยืนยันได้ว่าจริง
ตัวหนังสือบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าจะพาเราเข้าไปในโลกของจินตนาการ แม้ว่าอ่านสารคดี เราก็จะวาดภาพขึ้นมาจากตัวหนังสือ   ฝึกสมองและได้ความเพลิดเพลินทางอารมณ์ไปพร้อมๆกัน

แต่มือถือหรือเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กๆ  ตอบสนองข้อนี้ไม่ได้   ขนาดจอทำให้มันเหมาะที่จะใช้อ่านอะไรสั้นๆ ง่ายๆ ไม่ต้องประณีตละเลียดทีละน้อยเพื่อซึมซับเข้าไปในอารมณ์     มันก็เลยเหมาะกับบทสนทนาสั้นๆทางไลน์ หรือเมสเซนเจอร์   เหมาะจะดูภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ  ภาพถ่ายง่ายๆ ของเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง เพื่อดูว่าเขาทำอะไรอยู่ ไปเที่ยวไหน  ไม่ใช่ภาพถ่ายระดับงานศิลปะ

ต่อไปเมื่อหนังสือส่วนใหญ่อำลาแผง    เหลือมือถือที่หนุ่มสาวก้มหน้าดูกันทุกเวลาทุกโอกาส      รสชาติของการเสพวรรณกรรมจะหายไป  เหลือแต่การอ่านข่าวสั้นๆ  ส่งและรับข่าวคราวสั้นๆ คำพูดสั้นๆโต้ตอบกัน
ทุกอย่างสั้น ห้วน ง่าย ไปหมด 
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันก็จะสั้น ห้วน ง่าย แบบเดียวกัน

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 20 คำสั่ง