เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 13772 ฤาจะหมดแผงเข้าไปทุกทีทุกที
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 09 ธ.ค. 17, 21:26

๑) อาจเป็นได้ทั้งสองทางค่ะ 
๒) โรงพิมพ์ทำธุรกิจ   สินค้าคือหนังสือ  สินค้าตัวใหม่ ยี่ห้อไม่เป็นที่รู้จัก  เจ้าของธุรกิจก็ต้องคิดหนักหน่อยว่าจะผลิตขายดีไหม เพราะคนแบกกำไรขาดทุนคือตัวเขาเอง  ไม่ใช่ตัวคนสร้างสินค้าขึ้นมา
ถ้าสินค้าเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้ว  ยี่ห้อรับประกันได้ ผลิตรุ่นใหม่ออกมาก็ย่อมมีแนวโน้มว่าจะขายได้อีก   เหมือนรถยนต์ ถ้ายี่ห้อนี้ติดตลาด ผลิตรุ่นไหนออกมาก็เชื่อว่าขายได้   แต่ถ้าเป็นรถยนต์ยี่ห้อใหม่ไม่มีใครรู้จัก    บริษัทจัดจำหน่ายคงคิดหนักหน่อยละค่ะ

งานเขียนสมัยก่อนมีคอมพิวเตอร์  ต้องพิมพ์ทีละเยอะๆถึงจะคุ้มกับการลงทุน  แต่พอคอมพิวเตอร์เข้ามา ถือแผ่นดิสก์(เดี๋ยวนี้คงเป็นอะไรที่เล็กกว่านั้น) ไปจ้างพิมพ์ พริ้นท์ออกมาจากต้นฉบับ จะสั่งจำนวนมากน้อยเท่าใดก็ได้
บางคนก็เลยทำเอง เรียกว่าหนังสือทำมือ ค่ะ  ไม่ทราบเคยได้ยินหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 174


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 09 ธ.ค. 17, 23:11


บางคนก็เลยทำเอง เรียกว่าหนังสือทำมือ ค่ะ  ไม่ทราบเคยได้ยินหรือเปล่า


เคยได้ยินครับ แต่ไม่ทราบความหมาย คิดว่าเป็นหนังสือที่เปิดแล้วมีอะไรโผล่ขึ้นมา
เฃ่น บ้านตุ๊กตา สัตว์ เหมือน 3 มิติครับ

Technology wipes out the weak in favor of the strong!
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 10 ธ.ค. 17, 09:37

หนังสือทำมือคืออะไร?   หนังสือทำมือคือหนังสือที่เราขีด ๆ เขียน ๆ เอาเอง   ทำต้นฉบับเอง   ซีร็อกเอง  เย็บเล่มเอง  โดยไม่ผ่านโรงพิมพ์  โดยไม่มีรูปแบบตายตัวที่แน่นอน   ขึ้นอยู่กับความสร้างสรรค์ของผู้จัดทำ   หนังสือทำมือนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักอยากเขียน   ที่พยายามอยากจะเผยแพร่งานเขียน - ความคิดสู่สาธารณชน   ซึ่งแน่นอนที่นักอยากเขียนเหล่านั้นเป็นผู้ที่ซึ่งมีอิสระในการถ่ายทอดทุกความรู้สึกผ่านมันสมองและสองมือ  โดยปราศจากกฏเกณฑ์และเป็นอิสระจากการถูกควบคุมทางกลไกของการตลาดด้านสิ่งพิมพ์   หนังสือทำมือเริ่มจากคนกลุ่มเล็ก ๆ และขยายวงกว้างแทรกซึมไปในมุมหนึ่งของสังคม   เป็นอีกกระแสหนึ่งที่น่าจับตา
https://www.gotoknow.org/posts/110740




บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 10 ธ.ค. 17, 09:40

จำนวนพิมพ์หนังสือ อาจไม่ต้องพิมพ์มากๆ เพื่อให้ต้นทุนถูกลงอย่างเมื่อก่อน  แต่เป็นการพิมพ์แบบพรีออเดอร์ คือร้านค้าต้องการหนังสือจำนวนเท่าใด ก็สั่งมาที่สำนักพิมพ์   สนพ.ก็พิมพ์ไปตามจำนวนนั้น
ถ้าหนังสือเกิดขายดี ก็จะมีการสั่งมาอีก    แต่ถ้าขายไม่ดี ก็หยุดอยู่แค่นั้น  ไม่มีหนังสือค้างสต๊อค หรือมีก็น้อยมาก 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 16:25

“ดำรง พุฒตาล” เตรียมประกาศข่าวสำคัญท่ามกลางเสียงลือ ‘คู่สร้างคู่สม’ ลาแผงอีกฉบับ
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม มีการเปิดเผยถึงการเตรียมประกาศข่าวสำคัญของนิตยสารคู่สร้างคู่สม โดยนายดำรง พุฒตาลในรายการมองรอบด้าน สุดสัปดาห์ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ TNN24 ช่อง 16 เวลา 17.05-18.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเกิดกระแสข่าวว่านิตยสารดังกล่าวจะปิดตัวลง โดยจะวางแผงฉบับสุดท้ายในวันที่ 20 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งผู้อ่านส่วนหนึ่งได้เข้าไปสอบถามในช่องแสดงความคิดเห็นของเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘คู่สร้างคู่สม (ประเทศไทย) จำกัด’ แต่ยังไม่มีคำตอบ

นอกจากนี้ ในโลกโซเชียล ยังมีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊ก Nitipan Tangnopparat ของนายนิติพันธ์ ตั้งนพรัตน์ ทายาทร้านหนังสือเก่าแก่ของจังหวัดพิษณุโลก อย่าง ‘เสียงทิพย์ บุ๊คเซ็นเตอร์’ ซึ่งโพสต์ข้อความว่า

“เรื่องช็อคอันดับท็อปๆของปีนี้ คู่สร้างคู่สม กล่าวอำลา เป็นหัวที่คิดว่าจะไปเป็นคนสุดท้าย ทำไมทำกันหยั่งนี้”

เมื่อข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้แสดงความคิดเห็นว่ารู้สึกใจหาย และเสียอย่างมาก โดยส่วนหนึ่งระบุว่า ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากเป็นนิตยสารเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ‘มติชนออนไลน์’ ได้สอบถามไปยัง นายตาลเด่น พุฒตาล บุตรชาย ได้รับคำตอบเบื้องต้นว่า ขอให้นายดำรง พุฒตาล เป็นผู้ชี้แจง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถติดต่อนายดำรงได้

กระทั่ง ล่าสุด มีการประกาศว่านายดำรง พุฒตาล จะเปิดเผยข่าวสำคัญของคู่สร้างคู่สม ผ่านช่อง TNN24 ดังที่กล่าวมาแล้ว

ส่วนข่าวสำคัญที่ว่านี้ จะเป็นข่าวช็อคของคนไทยทั้งประเทศหรือไม่ ต้องติดตาม.

https://www.prachachat.net/spinoff/entertainment/news-86148
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 174


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 17:24


2) ผมสังเกตว่านิตยสารที่เป็นเรื่องเป็นราว อยู่ไม่ได้ (อาจเพราะราคาสูง)
แต่นิตยสารที่เล็งกลุ่มแม่บ้านและนักอ่านระดับชาวบ้านกลับอยู่ได้ (ราคาราวยี่สามสิบบาท)
ดังนั้นราคาน่าจะเป็นปัจจัยตัวหนึ่ง



ผมคิดว่าคู่สร้างคู่สมจะลาจากเป็นปกสุดท้ายเสียอีก
ราคาเบา อ่านเพลินทุกหน้า
มีคนเอาหนังสือมือสอง (ของแม่เขา) ปกนี้มาขายเล่มละ 5 บาท
ผมยังซื้อมา 10 เล่ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 17:32

ใครๆก็คิดยังงั้นค่ะ  กลุ่มเป้าหมายของคสคส กว้างขวางมาก  ราคาทำให้เข้าได้ถึงฐานล่าง เนื้อหาสาระก็อ่านกันได้ทุกกลุ่ม
ถ้าจะต้องยุติลงไปจริงๆ ก็ทำนายได้ว่าอนาคตของนิตยสารไทยบนแผ่นกระดาษเห็นจะจบแล้ว

แต่...มองในอีกแง่หนึ่ง คนอ่านก็ยังอ่านข่าวสาระและบันเทิงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น

หลังจากอ่านข่าวและคอลัมน์ออนไลน์มาพักหนึ่ง ดิฉันพบว่ากลับไปอ่านในหน้ากระดาษไม่ได้ มันกลายเป็นข่าวตกยุคไปแล้ว แม้แค่วันเดียว
สรุปว่าไม่ทันใจ  เพราะเราอ่านข่าวคืบหน้าจนรู้ผลของข่าวแล้ว ขณะที่ข่าวในหน้ากระดาษยังแค่เกาะประเด็นหน้าแรก   

ส่วนการบันเทิง ก็มีอีกแบบที่นิตยสารทำไม่ได้คือการสื่อสารสองทางในโซเชียลมิเดีย    เราคุยกับนักร้องดาราคนโปรดได้โดยตรง ด้วยการส่งข้อความไปหา ไปกดไลค์ ฯลฯ ไม่ต้องผ่านหน้ากระดาษคอลัมน์     ข้อนี้ทำให้การสื่อสารมีชีวิตชีวากว่าแบบเดิมมากค่ะ
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 174


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 17:37

ในเมื่อปิดกันไปมากๆ ในแผงไม่มีไรให้อ่าน
คนที่ทนอยู่ทนพิมพ์ อาจถูกหวยจังเบอร์ ขายดิบขายดีขึ้นมาก็ได้นะครับ
สังเกตไหมครับวันตรุษวันสารท โต้รุ่งแม่ค้าไม่มา
คนที่มาขาย ผัดไมทันเชียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 20:20

ก็อยากจะให้เป็นอย่างนั้นค่ะ  เป็นรางวัลสำหรับเจ้าที่อดทนอยู่เป็นลำดับสุดท้าย

ไปอ่านพบข้อเขียนของคุณ Buak Bangbuathong ใน FB  น่าสนใจ เขียนแบบคนวงใน  เลยลอกมาให้อ่านกันค่ะ

นิตยสารปิดตัว
.
มีเรื่องนึงที่อยากจะแลกเปลี่ยนความเห็นกันนะฮะ คือ ทุกครั้งที่มีหนังสือ/นิตยสารปิดตัว จะมีคอมเมนต์/ความเห็นตามมาหลากหลาย และมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความเห็นว่า เสียดาย ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะหลายคนก็โตขึ้นมาพร้อม ๆ กับการอ่านนิตยสารบางเล่มที่ปิดตัวไป บางเล่มก็เป็นนิตยสารที่พ่อหรือแม่อ่านประจำ อะไรงี้
.
ขนาดคนอ่านยังเสียดาย คนทำนี่ยิ่งโคตรเสียดาย ไม่มีใครอยากปิดหรอกครับ ของใครเป็นยังไงไม่รู้ แต่ของผมที่เคยทำมาตั้งแต่ยังไม่ออกเล่มแรกเลยนี่นะ รักเหมือนลูกอ่ะ (ไม่ได้สิ ไม่มีลูก เดี๋ยวจะว่าไม่อิน ต้องบอกว่ารักเหมือนพดด้วงอ่ะ)
.
ไม่อยากปิด แล้วปิดทำไม?
.
มันยังงี้ครับ (อันนี้ใครรู้แล้วสไลด์ข้ามไปได้เลยครับ) นิตยสารเล่มนึงจะมีรายได้หลักมาจากสองทางด้วยกัน คือ ยอดขายแผง+สมาชิก และโฆษณา ซึ่งโดยรวม ๆ เฉลี่ยของวงการสัดส่วนรายได้จะอยู่ที่ประมาณ ๒๐/๘๐ คือ ยอดขายแผง+สมาชิก ได้ ๒๐% อีก ๘๐% มาจากโฆษณา (เล่มที่ผมเคยทำนี่สัดส่วนยอดขายแผงสูงกว่านี้หน่อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราขายแผงและสมาชิกได้เยอะ หรือว่าเราขายโฆษณาได้น้อยกันแน่ นี่กูจะขำ หรือเศร้าดี 5555) และถ้าเล่มไหนที่หัวใหญ่ มีพลังเยอะ ก็อาจจัดอีเวนต์เป็นรายได้เพิ่มอีกทาง
.
ทีนี้เมื่อซักสามหรือสี่ปีก่อนมันเริ่มมีจุดเปลี่ยน คนซื้อนิตยสารลดลง จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่แต่ละบุคคล ผมเคยตั้งโพสต์ถามเพื่อน ๆ ใน fb นี่แหละว่า ใครที่ยังซื้อนิตยสารเป็นประจำอยู่บ้าง? คำตอบที่ไม่แปลกใจเลยคือ เหลือน้อยมากนะฮะ ที่ยังซื้อนี่ส่วนใหญ่ก็ซื้อพวก National Geographic ให้ลูกอ่าน หรือซื้อเพื่อเก็บไว้อ่านเอง แต่ก็ยังไม่ได้อ่านนะ ขนาดผมเองเป็นคนทำหนังสือ เมื่อก่อนซื้อประจำหลายเล่มยังลดมาเรื่อย ๆ เล่มที่ซื้อประจำล่าสุดคือ Monocle กับ offscreen และตอนนี้ก็ไม่ได้ซื้อทุกเล่มแล้ว เลือกซื้อแค่บางเล่มที่สนใจก็พอ อยากอ่านนะแต่มันอ่านไม่ทัน
.
พอยอดขายลดลงยอดสมาชิกลดลง (เท่ากับว่ารายได้หายไปทางนึงแล้วนะ) เอเจนซี่หรือแบรนด์ต่าง ๆ ที่ลงโฆษณาก็ไม่รู้ว่าจะเสียเงินซื้อแอดลงไปให้ลิงที่ไหนอ่านนะครับ นี่ยังไม่นับรวมถึงเรื่องการวัดผลที่ได้จากการลงแอดอีกนะ เรื่องนี้สื่อสิ่งพิมพ์โดนสื่อออนไลน์ตีกระจุยเลย ออนไลน์นี่วัดผลได้ จับกลุ่มแยกเซ็กเมนต์ได้ ทำโน่นได้ ทำนี่ได้ ลูกค้าชอบมาก ซึ่งก็ไม่แปลกที่เงินที่จะมาลงในสิ่งพิมพ์จะถูกย้ายไปสื่ออื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
.
พอฟังแบบนี้ก็จะมีคอมเมนต์ว่า ปรับตัวสิ ลดต้นทุนสิ ไปออนไลน์สิ เปลี่ยนเป็น free copy สิ ฯลฯ
.
ผมว่าสื่อสิ่งพิมพ์ทุกเจ้าก็เห็นนะครับ และก็รู้ด้วยว่าต้องปรับตัว แต่ทีนี้แต่ละคนมันมีกำลังไม่เท่ากัน บางเล่มที่เขาปริ่ม ๆ น้ำอยู่ เจอคลื่นแรงหน่อยเขาก็ไม่ไหว ก็จากไปก่อน บางเล่มมองออกว่าต้องไปออนไลน์ แต่ถ้าจะทำให้ดีต้องลงทุนอีกเยอะ เขาก็อาจจะคิดว่า งั้นกูพอดีกว่า ยังเหลือเงินติดไม้ติดมือบ้าง บางเล่มทำออนไลน์ไปแล้ว แต่รายได้มันมาไม่ทันกับโฆษณาที่หายไป สู้อยู่สักพักแล้วไม่ไหวก็จากไปเหมือนกัน
.
หรือถ้าจะให้เปลี่ยนไปเป็น free copy ฝากลมหายใจไว้กับโฆษณาอย่างเดียว บางคนก็ไม่สะดวกใจที่จะอยู่ในระบบแบบนั้นนะครับ รวมถึงบางเล่มทำมาหลายสิบปีผ่านยุครุ่งเรืองมา เก็บเกี่ยวมามากแล้ว เจ้าของอายุมากอยากวางมือ ลูกหลานก็ไม่มีใครมาทำต่อ งั้นก็เลิกดีกว่า แบบนี้ก็มี
.
ที่เล่ามานี่ไม่ได้จะบอกว่า คนอ่านผิดที่ไม่ยอมซื้ออ่านนะครับ อย่าเข้าใจแบบนั้นเป็นอันขาด ในภาพรวมมันยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกมาก แต่เนื่องจากนี่ไม่ใช่วิทยานิพนธ์เรื่องสื่อสิ่งพิมพ์ก็เลยหยิบแค่บางส่วนมาเล่าเท่าที่เห็นและมีประสบการณ์ตรงนะครับ
.
ใครคิดเห็นยังไงก็แชร์กันได้ครับ...
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 174


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 12 ธ.ค. 17, 22:03

https://pantip.com/topic/35092194


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
heha
ชมพูพาน
***
ตอบ: 174


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 13 ธ.ค. 17, 10:10

คสคส circulation ไม่น้อยนะครับ 2 แสนเล่ม เดือนออกสามครั้ง
น่าจะยังมีกำไร แต่คงไม่หวือหวาเหมือนก่อน
บันทึกการเข้า
tita
พาลี
****
ตอบ: 253


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 13 ธ.ค. 17, 10:37


ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับคู่สร้างคู่สม

"เกิดกระแสข่าวลือในโลกโซเชียลมีเดียหลังมีข่าวว่านิตยสาร ‘คู่สร้างคู่สม’ เตรียมจะปิดตัว โดยจะวางแผงฉบับสุดท้ายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Nitipan Tangnopparat” หรือนายนิติพันธ์ ตั้งนพรัตน์ ทายาทร้านเสียงทิพย์ บุ๊ก เซนเตอร์ ในจังหวัดพิษณุโลก ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า “เรื่องช็อกอันดับท็อปของปีนี้ “คู่สร้าง คู่สม” กล่าวอำลา เป็นหัวที่คิดว่าจะไปเป็นคนสุดท้าย ทำไมทำกันหยั่งนี้” สะเทือนวงการนิตยสารความรู้ทั่วไปที่มีราคาย่อมเยาราคาบนปก 30 บาท ของบริษัท คู่สร้างคู่สม (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีนายดำรง พุฒตาล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (เลือกตั้ง) 6 ปี และเป็นผู้ผลิตพิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์เป็นเจ้าของ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ว่านิตยสารคู่สร้างคู่สมกำลังเตรียมจะปิดตัวลง โดยจะวางแผงฉบับสุดท้ายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลฯ อย่างหนัก ทั้งนี้ ด้านนายดำรงขอเป็นผู้ชี้แจงเองผ่านรายการ ‘มองรอบด้าน สุดสัปดาห์’ ในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยอนาคตสำคัญของนิตยสาร ‘คู่สร้างคู่สม’

สำหรับ “นิตยสารคู่สร้างคู่สม” วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2523 ในราคา 8 บาท เป็นนิตยสารที่พัฒนามาจากรายการโทรทัศน์และวิทยุที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมผู้ฟังมาก่อน โดยได้ ทาริกา ธิดาทิตย์ นักแสดงชื่อดังในสมัยนั้นมาขึ้นปกฉบับปฐมฤกษ์ ส่วนปกล่าสุดที่วางจำหน่ายไปเมื่อ 10 ธันวาคมที่ผ่านมาได้ ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์ มาขึ้นปก โดยมีคอลัมน์ดูดวงเป็นคอลัมน์โปรดของใครหลายคน หากนับถึงตอนนี้เท่ากับว่าคู่สร้างคู่สมจะมีอายุครบรอบ 37 ปีในปีใหม่ที่จะถึงนี้"

ที่มา https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000125200


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 13 ธ.ค. 17, 10:46

ถ้าหากว่าคสคส. ยังอยู่ยกคงกระพัน   คุณดำรงคงไม่เตรียมแถลงเป็นเรื่องใหญ๋ทางทีวีในวันที่ 16 มั้งคะ
เพราะถ้ามีข่าวลือว่าหนังสือจะเลิก ทั้งๆยังตีพิมพ์จำหน่ายตามปกติ  ผู้บริหารต้องรีบชี้แจงเพราะข่าวในทางลบย่อมมีผลต่อยอดขายและสปอนเซอร์มาก
คงต้องรีบบอกทันทีว่าไม่จริง   ไม่รั้งรอจนวันที่ 16
บันทึกการเข้า
tita
พาลี
****
ตอบ: 253


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 13 ธ.ค. 17, 10:56

โอย ขอโทษนะคะ  เพิ่งเห็นว่าโพสข้อมูลซ้ำกับที่คุณเทาชมพูโพสเมื่อวาน  วันก่อนก็เหมือนกับโพสรูปซ้ำกับท่านอื่นด้วย

นี่เป็นปัญหาหลักของดิฉันเลยค่ะในการอ่านข้อมูลจากแท็บเล็ตหรือมือถือ  คือมักเปิดข้ามโดยไม่รู้ตัว  เพราะกดผิด หรืออ่านไม่ครบ  เพราะตัวหนังสือเล็กเกิน

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32491

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 13 ธ.ค. 17, 11:13

ไม่เป็นไรค่ะ คุณ tita  นำลงก็ดีค่ะ คนอ่านได้ไม่ต้องเปิดย้อนไปหน้าก่อนๆ ติดตามเรื่องได้เลย

https://positioningmag.com/1149933
เปิดรายได้ “ดิฉัน คู่สร้าง-คู่สม” ในวันที่ “แม็กกาซีน” ต้องปิดตัวลง

ท่ามกลาง “สื่อดิจิทัล” มาแรง การเติบโตก้าวกระโดด และทรงอิทธิพล “ทำลาย”(Disrupt) หลายธุรกิจให้ระส่ำ หนึ่งในนั้นคือ “ธุรกิจสิ่งพิมพ์” ซึ่งได้เห็นการ “ปิดตัว” ของแม็กกาซีนหลายหัว โดยเฉพาะในปี 2559 ได้เห็นแม็กกาซีนที่อายุ 10 ปีขึ้นไป ต้องอำลาแผงเป็นแถบๆ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารแฟชั่น  VOLUME นิตยสาร Image  นิตยสาร Cosmopolitan นิตยสารวัยรุ่นหัวนอก Seventeen นิตยสาร WHO ที่นำเสนอเรื่องราวของเหล่าเซเลบรตี้เมืองไทย นิตยสารสกุลไทย นิตยสารพลอยแกมเพชร แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์บ้านเมือง เป็นต้น

สื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้ล้วนอยู่คู่กับสังคมไทยและผู้อ่านมานาน แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจาก “ดิจิทัล” ที่โหดซัดธุรกิจจนปรับตัวไม่ไหว ยังเผชิญพิษเศรษฐกิจ “ลูกค้าที่เคยซื้อสื่อโฆษณาแม็กกาซีน” หนังสือพิมพ์ลดลงต่อเนื่องช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยลบ 2 เด้งทำให้ผู้ประกอบการต้อง “กลืนเลือด” และท้ายที่สุด เมื่อไม่ไหวต้องโบกมืออำลาแผง

บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด(KWP) อ้างอิงรายงานจากกรุ๊ปเอ็ม ระบุสถานการณ์ของผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค(คอนซูเมอร์)ใช้จ่ายเม็ดเงินโฆษณาซื้อสื่อแม็กกาซีนลดลงต่อเนื่องในช่วง 8 ปี

ปี 2553 มูลค่าการซื้อสื่ออยู่ที่ 4,999 ล้านบาท
ปี 2554 มูลค่าเพิ่มเป็น 5,146 ล้านบาท
ปี 2555 มูลค่าลดเหลือ 4,842 ล้านบาท
ปี 2556 มูลค่าลดเหลือ 4,721 ล้านบาท
ปี 2557 มูลค่าลดเหลือ 4,171 ล้านบาท
ปี 2558 มูลค่าลดเหลือ 3,642 ล้านบาท
ปี 2559 มูลค่าลดเหลือ 2,558 ล้านบาท
ปี 2560 มูลค่าลดเหลือ 1,600 ล้านบาท
แนวโน้มปี 2561 คาดว่าการซื้อสื่อโฆษณาผ่านแม็กกาซีนจะลดเหลือ 1,440 ล้านบาท
ส่วนแม็กกาซีน 2 รายที่ปิดตัวลงไป อย่าง “ดิฉัน” ของบริษัท แอ็ดวานซ พับลิชชิ่ง จำกัด ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานอยู่ในภาวะ “ขาดทุน” อย่างต่อเนื่อง
ปี 2559 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 65 ล้านบาท ลดลง 16.78% ขาดทุนกว่า 34 ล้านบาท ลดลง 132.16%
ปี 2558 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 78 ล้านบาท ลดลง 13.81% ขาดทุนกว่า 14 ล้านบาท ลดลง 159.84%
ปี 2557 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 91 ล้านบาท ลดลง 15.47% ขาดทุนกว่า 5 ล้านบาท ลดลง 721.47%
ขณะที่ปี 2555- 2556 บริษัทมีรายได้หลัก 100 ล้านบาท มีกำไรสุทธิหลักล้าน และลดเหลือหลักแสนบาทตามลำดับ

ส่วนบริษัท คู่สร้าง-คู่สม (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของ “คู่สร้าง-คู่สม”

ปี 2560 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 125 ล้านบาท หดตัว 37.49% กำไรสุทธิกว่า 38 ล้านบาท หดตัวลง 40.18%
ปี 2559 มีรายได้รวมกว่า 200 ล้านบาท หดตัว 32.28% กำไรสุทธิกว่า 64 ล้านบาท ลดลง 36.21%
ปี 2558 มีรายได้รวมกว่า 296 ล้านบาท หดตัว 12.08% กำไรสุทธิกว่า 100 ล้านบาท ลดลง 10.69%
ตัวเลขผลประกอบการที่ “ลดลง” กำไรเป็น “ตัวแดง” ทุกปี ทางออกสุดท้ายที่ผู้ประกอบการต้องเลือกคือการ “ปิดตัว” ซึ่งเชื่อว่าการปรับตัวของตลาดยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ตราบใดที่ผู้บริโภคลดการซื้อ เสพสื่อสิ่งพิมพ์ อนาคตอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงบนแผงหนังสืออีกก็เป็นได้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง