เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 1236 ความรู้สึกในวันออกพระเมรุ
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 29 ต.ค. 17, 09:14

อีกหนึ่งข้อความที่กินใจ

Pat Hemasuk
เราไม่ได้บอกว่านี่เป็นเพียงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แต่คนไทยทั้งประเทศกำลังบอกให้โลกทั้งใบรู้ว่า "เราคือใคร"
It wasn’t just a funeral. It was Thai people saying to the world, “This is who we are.”

นี่คือคำพูดที่กินใจของ คุณแดน บลาฮาสสกี้ นักเขียนชาวอเมริกันที่รักเมืองไทยออกมาตอบโต้ BBC สื่อของอังกฤษที่ออกมาวิจารณ์คนไทยและประเทศไทยที่ใช้เงินจำนวนมากไปเพื่องานพระราชพิธีนี้ ผมอยากจะย่อความ เรียบเรียงเรื่องราวจากที่คุณแดนเขียนเอาไว้ ที่นี่ครับ

http://newsorg.org/…/a-kings-funeral-and-a-chance-to-show-…/


***********************************************************************************************************************************

คนไทยเคารพพระเจ้าอยู่หัวในฐานะเทพเจ้าหรือ ?

เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดไปบ้างสำหรับสื่อตะวันตกที่เขียนว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลถูกมองเป็นเทพเจ้า เพราะเทพเจ้า(พระเจ้า)ในความหมายคริสเตียนของชาวตะวันตกกับเทพเจ้าของพุทธศาสนิกชนนั้นต่างกัน สำหรับคริสเตียนชาวตะวันตกแล้วอาจจะรู้สึกต่อต้านถ้ามีใครพูดออกมาแบบนั้น เพราะพระเจ้าของตะวันตกนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว และแยกออกมาจากมนุษย์ ไม่มีมนุษย์คนไหนจะคิดหวังที่จะเป็นพระเจ้าได้ แต่ในพุทธศาสนานั้นมองเทพเจ้า(พระเจ้า)ต่างกันออกไปเล็กน้อย มนุษย์นั้นสามารถสร้างบารมีหลายภาพหลายชาติจนมีความสมบูรณ์แบบใกล้เคียงกับเทพเจ้าได้ แต่ไม่ใช่เทพเจ้า และเรียกสภาวะนั้นว่า พระโพธิสัตว์ นั่นคือสิ่งที่คนไทยมองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลในแบบนั้น เป็นมนุษย์ที่ไม่ใช่เทพเจ้า ทรงเป็นพระโพธิสัตว์จากงานที่พระองค์ได้ทำให้กับประชาชน และไม่ใช่พระเจ้าตามแบบที่สื่อตะวันตกแปลออกมาตามความเข้าใจ


แล้วเรื่องประชาสัมพันธ์ล่ะ?

สื่อตะวันตกมองว่ากรที่พระเจ้าแผ่นดินของไทยนั้นเป็นที่รักของประชาชนได้นั้นมาจากการประชาสัมพันธ์ และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทหาร นั่นคือเรื่องที่เข้าใจผิด ถ้าจะถามว่าทรงเป็นที่รักของประชาชนไหม คำตอบคือ แน่นอนว่าใช่ ทรงมีการประชาสัมพันธ์ไหม คำตอบคือแน่นอน ไม่ต่างกับผู้นำประเทศอื่นๆ ราชวงค์ทุกราชวงค์ ผู้นำทางธุรกิจใหญ่ทุกคน ประธานาธิบดีทุกคน แล้วราชวงค์อังกฤษมีการประชาสัมพันธ์ไหม คำตอบคือมี แล้ว ปธน.ทรัมป์ล่ะมีไหม ก็ต้องตอบว่ามีแน่นอน ทั้งหมดก็เพื่อที่จะเพิ่มคุณค่าของสิ่งที่ทำไปแล้ว


แต่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลนั้น เป็นที่รู้กันว่าพระองค์รักสัตว์ ทรงเลี้ยงสุนัขจรจัดที่ชื่อคุณทองแดง ทั้งที่ทรงเลือกที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ดีเพียงใดก็ได้ตามต้องการ เรื่องนี้เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ และทรงเขียนหนังสือเรื่องนี้ที่มีคนอ่านจำนวนมากด้วย นี่คือการประชาสัมพันธ์ไหม แน่นอนว่าใช่ แต่การประชาสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เพื่อพระองค์เอง แต่เพื่อสังคมนั่นก็คือเมืองไทยมีปัญหาเรื่องหมาจรจัดจำนวนมาก โดยเฉพาะที่กรุงเทพ เมื่อประชาชนเห็นพระราชาของพวกเขาเลี้ยงคุณทองแดงหมาจรจัด พวกเขาก็ดูแลหมาจรจัดตามอย่างที่พระองค์ทรงทำ เริ่มบริจาคเงินเพื่อสถานรับเลี้ยงดูหมาจรจัด นั่นคือการยกระดับการรับรู้ของปัญหา และเริ่มต้นที่จะสะสางปัญหาหมาจรจัดในเวลาต่อมา


เรื่องค่าใช้จ่ายงานพระเมรุมาศจะว่าอย่างไร?

สื่อตะวันตกจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง BBC ได้วิจารณ์ว่าใช้เงินไป 90 ล้านเหรียญ หรูหราแบบไร้การศึกษา (คือ BBC จะด่าว่าใช้จ่ายแบบโง่ๆ It may seem lavish to the uninitiated)
แต่คนไทยทั้งหลายกลับไม่คิดเช่นนั้น ที่จะถวายพระเกียรติให้น้อยไปกว่านี้ คนไทยส่วนมากไม่เคยมีชีวิตอยู่กับพระมหากษัตริย์พระองค์อื่น และสำนึกว่าพระองค์คือพ่อของคนไทยทั้งปวง


แล้วทำไม(BBC)ไม่คิดถึงตอนที่เจ้าชายชาลส์แต่งงานกับเลดี้ไดอาน่าที่หมดเงินไป 110ล้านปอนด์ (มูลในเวลานั้น แต่ค่าเงินตอนนี้คงคูณสอง) แต่ทำไม BBC ไม่แตะเรื่องนี้ เมื่อครั้งที่มีงานพระศพของควีนมัม เฉพาะค่าขบวนรถก็หมดไป 111,00 ปอนด์แล้ว เมื่อครั้งที่จัดงานศพของวินสตัน เชอร์ชิลที่คนมาร่วมงานสามแสนคน รัฐบาลอังกฤษก็ออกเงินให้ เมื่อครั้งที่ควีนอลิซาเบธฉลองครองราชครบ 60 ปี มีขบวนเรือพันลำเข้าร่วมกับขบวนเรือหลวงในแม่น้ำเทมส์ ค่าใช้จ่ายในวันหยุดพิเศษครั้งนั้นเกือบจะชน 1.2 พันล้านปอนด์ (ราคาค่าเงินตอนนั้น) นอกจากงานเจ้าชายชาลส์แต่งงานกับเลดี้ไดอาน่า แล้วยังมีงานเจ้าชายวิลเลี่ยมกับแคธอรีน มิดเดลตัน ที่จัดไม่นานมานี้ หรือแม้ในงานศพของ ปธน.อเมริกัน JFK วอชิงตันต้องจ่ายไป 40 ล้านเหรียญ (ราคาเมื่อ 50กว่าปีก่อน) กลับไม่ใช่สาระที่เอามาตีออกสื่อ

แล้วลองย้อนกลับมาดูค่าใช้จ่าย 90 ล้านเหรียญที่ใช้ในงานนี้ ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะไม่สมเหตุผลแต่อย่างไรเลย


ในงานพระเมรุมาศได้แสดงออกที่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทยที่สั่งสมกันมา ศิลปินนับพันคนได้สร้างรูปจำลอง งานศิลปะ และนาฎศิลป์การแสดงที่งดงาม โดยเฉพาะการแสดงโขน ที่แสดงให้โลกได้เห็นว่าไทยมีศิลปะ-วัฒนธรรมที่มีมาแต่ครั้งเก่าก่อน

เราไม่ได้บอกว่านี่เป็นเพียงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แต่คนไทยทั้งประเทศกำลังบอกให้โลกทั้งใบรู้ว่า "เราคือใคร"



บันทึกการเข้า
ninpaat
มัจฉานุ
**
ตอบ: 69


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 29 ต.ค. 17, 09:23

ผมคิดว่า การให้แบบปิดทองหลังพระ นี่แหละครับ ที่พวกเขาไม่อยากให้มีได้จริงๆ

.........แต่บ้านเรามี.............
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 29 ต.ค. 17, 11:17

งานพิธีของผู้นำประเทศต่างๆใช้เงินมากกว่าของเราเยอะ อาจจะเป็นเพราะชาติใหญ่ทำไรก็ไม่ผิดมั้ง

ที่จริงคนที่ควรจะสนใจเรื่องนี้น่าจะเป็นเจ้าของเงิน ก็คือคนไทยที่เสียภาษีทั้งหลายนั่นแหละ แต่เชื่อว่าคนไทยเกือบทั้งหมดไม่เสียดายและคงจะเคืองรัฐบาลมากถ้าจัดงานได้ยิ่งใหญ่น้อยไปกว่านี้

จะว่าไปมูลค่าของการจัดงานน่าจะแพงกว่านีี้มากอาจจะหลายร้อยล้านหรือพันล้านดอลล่าร์เลยด้วยซ้ำหากคิดค่าแรงของจิตอาสาจำนวนรวมแล้วเป็นล้านคน ค่าอาหารที่ร้านค้าเอกชนทั้งหลายเอามาแจกกันฟรีๆตลอดปี ค่าป้ายถวายความอาลัย ค่าเดินทางของประชาชนที่มาร่วมในพระราชพิธี ฯลฯ แต่ทั้งหมดนี้รัฐบาลไม่ต้องจ่าย หรือถ้าจ่ายก็น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณทั้งหมด คำถามคือสิ่งเหล่านี้หาได้หรือไม่ในประเทศอื่นๆ?

สิ่งที่ได้รับกลับมาที่ชัดเจนที่สุดคือความสามัคคีของคนในชาติ การแสดงน้ำใจระหว่างประชาชนด้วยกัน การเสียสละเพื่อส่วนรวม ฯลฯ ช่วงเวลาการไว้อาลัยที่ยาวนาน 1 ปี(ยังมิค่อยจะนานพอ) ทำให้คนไทยทบทวนคำสอน พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร ของในหลวง ร.9 อย่างละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่พระองค์ท่านทรงไม่สามารถประกอบกรณียกิจได้เช่นเคยก็จะได้เรียนรู้ สิ่งเหล่านี้จะจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ไม่อาจซื้อหามาได้

ประสบการณ์ในช่วงการเดินทางไปกราบพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตฯ ผมได้เห็นความมุ่งมั่นอดทนของคนไทย การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และเมื่อสองสามวันก่อนเดินทางไปถวายดอกไม้จันทน์ในจังหวัดที่ผมอยู่ คิวยาวมากจนล้นออกมา คนหนุ่ม สาว คนแก่ มีทุกวัย ฝนตกลงมาหนักมากจนเปียกทั้งตัว ก็ไม่มีใครแตกแถว คนมีร่มก็แบ่งปันกับคนข้างๆ ผมเห็นบางคนเขาก็ให้ร่มแก่ผู้อ่อนแอกว่า ให้ร่มเด็ก คนแก่ ตัวเองยืนเปียก ฯลฯ ทำให้ผมนึกว่านี่แหละคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า "เย็นศิระเพราะพระบริบาล" 
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 31 ต.ค. 17, 19:43

ล่าสุดมีเพจชื่อ "ห่วยตูน"  เขาไปหาข้อมูลการใช้งบประมาณในงานพระราชพิธีฯมาได้แล้วครับ คิดรวมๆก็รัฐใช้ไปสุทธิประมาณ 27 ล้านดอลล่าร์ (หักจากที่ประชาชนบริจาคแล้ว) ไม่ถึง 90 ครับ
ผมจะคัดลอกเฉพาะที่เขาสรุปละกันนะครับ แต่ใน facebook ของเขาจะมีสำเนาของหนังสือราชการมาลงไว้ด้วย ท่านใดสนใจติดตามไปดูกันได้ครับ

*****************************************************************

ห่วยตูน added 5 new photos.
4 hrs ·

เรื่องเกี่ยวกับงบประมาณพระราชพิธีฯ
========================
ขอแก้ไขเพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ
.
27 ตุลาคม ครม อนุมัติกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท
http://cabinet.soc.go.th/doc_image/2559/993217806.pdf
.
22 ธันวา 59 อนุมัติเพิ่ม 1,000 รวมเป็น 2,000 ล้าน
และอนุมัติให้ กทม อีก 354 ล้าน รวม 2,354 ล้าน
http://cabinet.soc.go.th/doc_image/2559/993224755.pdf
.
29 สิงหาคม 60 อนุมัติเพิ่มอีก 1,000 ล้าน รวมเป็น 3,354 ล้าน
.
10 ตุลาคม 60 ของบเพิ่ม 203 ล้าน
แต่ เช็คแล้วเงินยังเหลืออยู่ 769 ล้าน จึงให้เบิกจากตรงนี้
http://cabinet.soc.go.th/doc_image/2560/9932625212.pdf
.
รวมแล้ว ใช้งบประมาณ ที่ราวๆ 2,788 ล้านบาท
.
ซึ่งก็น้อยมากอยู่ดี เมื่อเทียบกับงานพระราชพิธีที่สำเร็จออกมาทั่วประเทศ
.
และถ้าหักจาก
เงินร่วมถวาย บำเพ็ญพระราชกุศลจากประชาชน
อีก 889,545,100 บาท
.
ก็ = ใช้งบประมาณแผ่นดินไป 1898,454,900 ล้านบาท ครับ
.
ทำได้ขนาดนี้ อึ้งทั้งโลก
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 312


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 02 พ.ย. 17, 10:50

ส่วนตัวผมเองเห็นด้วยกับอาจารย์ทุกท่านครับ และมองว่า ข่าวการใช้เงินในพระราชพิธี เป็นเรื่องเหลวไหลครับ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

แต่ถ้าจะมองกันจริงๆ ผมขอแยกคำว่า "แพง" กับคำว่า "ใช้เงินมาก" ออกจากกันครับ ในความคิดผม แพง หรือไม่แพง เราดูกันที่ความคุ้มค่า ความสมเหตุสมผล ความเหมาะสม ส่วนการใช้เงินมากหรือไม่มาก เราดูกันที่จำนวนเม็ดเงินที่ใช้ ดังนั้น เราอาจพูดได้ว่า งานพระราชพิธีพระบรมศพฯ "ใช้เงินมาก" ก็ได้ เพราะเม็ดเงินใช้ในระดับพันล้าน คงไม่สามารถพูดได้หรอกครับว่า พันล้านนั้น ไม่มาก แต่... แต่ จะเรียกว่า "แพง" ได้หรือไม่นั้น ยังต้องพิจารณาจากเหตุผลอื่นๆประกอบด้วย

ซึ่งถ้าพิจารณาจาก เหตุผลในการจัดงาน เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติให้แก่พระมหากษัตริย์ ผู้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างหนักเพื่อประชาชนไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ พระเกียรตินี้ ควรมีราคาเท่าใด ไม่รู้เหมือนกัน นักข่าวสำนักไหนจะตีราคาได้บ้าง ถ้าไม่เอาพระเกียรติ เอาเฉพาะเนื่องานที่พระองค์ได้ทรงทำไว้มากาง เอามูลค่าจากงานเหล่านั้นมาเป็นฐานในการพิจารณา ถ้าจะวัดกันอย่างนี้ ผมว่า ต้องใช้เงินในการจัดงานพระราชพิธีฯ ได้อีกเยอะเลยครับ เพราะ 4000 โครงการนั้น สร้างมูลค่าไว้สูงมาก

ถ้าจะมองในเชิงความคุ้มค่า งานพระราชพิธีฯ นี้ ยังส่งดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ภาพของงานพระราชพิธีที่งดงามวิจิตร แสดงถึงความเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมยาวนาน ย่อมทำให้ชาวโลกอยากเดินทางมาสัมผัสกับประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำรายได้ให้กับคนไทยได้อีกมาก (ผมสามารถพูดได้หรือไม่ครับว่า แม้ในวันที่ทรงจากไปแล้ว พระบารมียังคงปกเกล้าสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างทางทำกิน ให้คนไทยอยู่เลย) เมื่อวานนี้เพึ่งเห็นประมาณการเงินสะพัดในเทศกาลลอยกระทง ก็พบว่า เยอะกว่าค่าใช้จ่ายในงานพระราชพิธีหลายเท่าแล้วครับ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 312


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 02 พ.ย. 17, 11:02

มองในด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าจะให้รัฐบาลออกเงินทำโครงการอนุรักษ์งานศิลปสาขาต่างๆให้คงอยู่ รัฐบาลจะต้องใช้เงินมากขนาดไหน แต่การที่งานพระราชพิธีฯ มีการระดมช่างฝีมือสาขาต่างๆมาร่วมงาน ทำให้ช่างฝีมือพื้นบ้านก็ดี ช่างหลวงก็ดี เกิดความภาคภูมิใจแบบสุดๆ และเมื่อนายช่างเหล่านั้นได้แสดงฝีมือออกมา ก็พบว่า งานของท่านเหล่านั้น งดงามแบบสุดๆ รวมความแล้ว เป็นช่างฝีมือนี่มันเท่ห์สุดๆ สิ่งเหล่านี้ สามารถดึงดูดใจให้คนรุ่นใหม่หันมาเป็นช่างฝีมือได้ งานนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

มองในมิติความมั่นคง ไม่รู้สิครับ ผมอาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้ แต่ถ้าผมเป็นใครสักคนที่คิดจะหาทางรุกรานประเทศไหนสักประเทศแถวๆนี้ แล้วผมเห็นภาพว่า คนไทยนี่เขารักกันได้ขนาดนี้ ผมจะคิดใหม่ว่า ผมควรเลือกยึดเมืองในประเทศไทยสักเมืองเป็นฐานหรือควรไปเลือกยึดเมืองในประเทศอื่นจะง่ายกว่า ถ้ามีใครสักคนคิดแบบนี้จริงๆ การที่ประเทศเราไม่ถูกยึด ไม่ต้องตั้งงบประมาณทางการทหาร ไม่ต้องส่งทหารซึ่งก็คือ ลูกๆหลานๆเรานั่นแหละ เข้าไปเสี่ยงชีวิตยึดเมืองคืนมา งานนี้ราคาเท่าไหร่

ด้านความมั่นคงภายใน ความสมานฉันต์ ที่รัฐบาลพยายามสร้างให้เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นให้เห็นมากมายในช่วง 1 ปี และเห็นเด่นชัดในช่วงงานพระราชพิธี ด้วยโครงการจิตอาสา เราได้เห็นคนทุกกลุ่มมาร่วมกันทำงาน ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปกติ ผมจะได้มาเก็บขยะร่วมกับทหารยศพันเอก ร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือร่วมกับนายตำรวจยศใหญ่ๆในงานไหนได้อีก และการที่คนเราได้ลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเอง เขาย่อมเกิดความรักความหวงแหน แบบอารมณ์ว่า "เนี่ย คลองนี้ กูนี้ลอกมาเองกับมือ เอ็งเป็นใครจะมาทำให้คลองกูน้ำเน่าเสีย" นี่คือความรู้สึกรักและหวงแหนชุมชน ซึ่งผมว่า เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชาติ ของอย่างนี้ ราคาเท่าไหร่
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 312


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 02 พ.ย. 17, 11:05

พูดแล้วก็ยาวครับ คือผมสรุปว่า ไม่ว่ามองด้านไหน สิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างงานพระราชพิธี ก็มีแต่มูลค่าที่สูงยิ่ง ทั้งมูลค่าที่คิดเป็นตัวเงินได้ และที่คิดเป็นตัวเงินไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าจะพูดว่า งานนี้ "ใช้เงินมาก" ก็อาจจะใช่ แต่ถ้าพูดว่า "แพง" ผิดแน่นอนครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.053 วินาที กับ 19 คำสั่ง