เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 29 30 [31]
  พิมพ์  
อ่าน: 30260 พระมหาเถระเจ้าอุทุมพร พระวิบากของพระองค์ในปัจจุบันกาล
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 450  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 11:44

ขอบคุณครับ นั่นส่วนหนึ่ง แต่ในคำบรรยายจริงมีกล่าวถึงพระองค์ทรงย้ายมาจำพรรษาที่วัดโยเดีย และพาราไบ้คที่เราคุยกันไปแล้วพอสมควร
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 451  เมื่อ 23 ก.พ. 18, 21:23

ขอแสดงความยินดีกับคณะของคุณวิจิตรนะครับที่ได้สานงานต่อ ยิ่งมีงานเสวนาทางวิชาการแบบนี้ยิ่งน่ายินดี ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ผมเห็นว่ามาถูกทางแล้วครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 452  เมื่อ 24 ก.พ. 18, 07:53

ขอบคุณคุณม้าที่กลับเข้ามาแสดงความเห็นครับ
ความจริงในห้าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่ขุดเจอโบราณวัตถุหลักฐาน จะมีเสวนาทางวิชาการบ่อยมาก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปในครรลองเดียวกันอย่างชัดเจน

สำหรับความก้าวหน้าทางหน้างาน ถ้าพี่วิจิตรไม่ล้มเจ็บด้วยโรคติดเชื้อในปอด หมอสั่งหยุดทำงานเด็ดขาด ให้นอนอย่างเดียวเพื่อรักษาตัว ก็คงจะแล่นไปอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างแล้ว นี่ผ่านมาร่วมเดือนได้ข่าวว่าหายดีหมออนุญาตให้ไปได้ ก็กำลังจะเดินทางไปในวันสองวันนี้

หากมีข่าวคืบหน้าอย่างไร ผมจะนำมารายงานต่อไป หวังว่ากระทู้นี้จะสมบูรณ์แบบตั้งแต่แรกเริ่มโครงการจนจบลงด้วยดีครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 453  เมื่อ 01 มี.ค. 18, 16:02

ความคืบหน้าของโครงการล่าสุด

Timeline ก่อนหน้านี้

อ้างถึง
๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๙  The Global New Light of Myanmar ออกข่าวว่า รัฐบาลท้องถิ่นมัณฑะเลย์ประกาศว่าโครงการอนุรักษ์สถูปกษัตริย์ไทยบนเนินลินซินที่มีความขัดแย้งกันนั้น จะดำเนินการต่อหลังจากรัฐบาลทั้งสองประเทศได้ปรึกษากันแล้ว

๒๔ เมษายน ๒๕๖๐ นายอองโกลิน ตัวแทนของหลวงพ่อษิตะกู ได้ยื่นขอประดิษฐานพระธาตุและปรับปรุงพระสถูปต่อ เพื่อให้ประชาชนได้เคารพบูชา และอนุรักษ์โบราณสถานที่ทรุดโทรมใกล้พังทลาย  ต่อทางการเขตมัณฑะเลย์

๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ผู้ว่าการเขตมัณฑะเลย์ ได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงานบริหารเมืองอมรปุระ  ให้รวบรวมความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองตามประเด็นดังกล่าว

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐   สำนักงานบริหารเมืองอมรปุระเปิดประชุม ผู้ปกครองท้องถิ่น และหมู่บ้าน ที่ประชุมสรุปว่า ให้ผู้อำนวยการเมืองถามความคิดเห็นจากมหาเถระสมาคม ส่วนผู้อยู่อาศัยในเมืองไม่มีการคัดค้าน

๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ ผู้อำนวยการเมืองอมรปุระทำหนังสือถึง มหาเถระสมาคมของพม่า ขอทราบความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว

๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๐   มหาเถระสมาคมเขตเมืองของอมระปุระ ได้ตอบหนังสือกลับว่า มหาเถระสมาคมไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ จึงแจ้งความเห็นว่าผู้เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการต่อได้ตามกฏหมายและหลักเกณฑ์

๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐   สำนักบริหารเมืองอมรปุระ ทำหนังสือถึงสำนักบริหารเขตมัณฑะเลย์ทราบว่า การดำเนินการปรับปรุงพระสถูป และอนุรักษ์โบราณสถาน ที่ลินซินกง เพื่อให้ประชาชนได้เคารพบูชา ทำได้โดยปฏิบัติตามกฎหมาย มหาเถระสมาคมเมืองและผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองไม่มีการคัดค้าน

๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๐   สำนักงานบริหารเขตมัณฑะเลย์จัดประชุมระหว่างผู้บริหารเขตมัณฑะเลย์ และเมืองอมระปุระทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งราษฎรอาวุโส ผู้แทนชุมชน โดยอนุญาตให้นายอองโกลิน ตัวแทนของหลวงพ่อษิตะกูเข้าร่วมด้วย โดยประธานที่ประชุมแจ้งว่า ประชาชนในท้องถิ่นและมหาเถระสมาคมไม่คัดค้านเรื่องดังกล่าว โดยให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่ประธานเองมีความเห็นว่า ควรต้องมีการพบปะพูดคุยและขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนา รัฐบาลสาธารณรัฐเมียนมาร์กับฝ่ายไทย  ในเรื่องการดำเนินการปรับปรุงเจดีย์และการบำรุงรักษาอาคารโบราณสถาน ซึ่งจะมีการบริจาคจากกองทุนของไทย

๕ กันยายน  ๒๕๖๐   นายอองโกลิน ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนา หากคณะนำโดยเอกอัครราชทูตอาเซียน ฯพณฯ ประดาป พิบูลสงคราม (Thai Representative for ASEAN connectivity Coordinating Committee Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary of Thailand) จะขอเข้าพบ  

๑๑  กันยายน  ๒๕๖๐  รองเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนาทำหนังสือตอบนายอองโกลินมาว่าสามารถทำได้

๒๙ กันยายน ๒๕๖๐ คณะทำงานฝ่ายไทยนัดปรึกษาหารือ

ตุลาคม ๒๕๖๐ เดือนแห่งความอาลัย  คนไทยไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน

ต่อจากข้างต้น

พฤศจิกายน  ๒๕๖๐  หลังจากงานออกพระเมรุแล้ว  นายประดาป พิบูลสงคราม ผู้แทนของคณะทำงานสมาคมสถาปนิกสยามได้ไปพบอธิบดีกรมเอเซียใต้ กระทรวงต่างประเทศคนปัจจุบัน  เพื่อเล่าความเป็นมาของโครงการและความเห็นของผู้ว่าการเขตมัณฑะเลย์ ที่ต้องการให้ฝ่ายไทยเข้าพบพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนาของเมียนมาร์ในเรื่องดังกล่าว  โดยขอให้กระทรวงต่างประเทศให้ความเห็นชอบให้ตน หรือผู้ใดผู้หนึ่งไปดำเนินการในเรื่องนี้

หลังจากรอทั้งเดือนธันวาคม ก็ไม่มิได้มีความคืบหน้ากระทรวงต่างประเทศ แต่มีข่าวว่า เป็นเพราะนายดำรง ใคร่ครวญ อดีตรองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศในปี ๒๕๕๕ ผู้เริ่มต้นเรื่องนี้ได้ถูกย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ บัดนี้ครบเทอม ๔ ปีแล้ว ได้รับคำสั่งให้กลับมาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  จึงต้องการรอให้คุณดำรงกลับมาเป็นผู้ประสานงานในเรื่องนี้ต่อด้วยตนเอง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 454  เมื่อ 01 มี.ค. 18, 16:16

ในขณะเดียวกันทางด้านพม่า ซึ่งทางสมาคมวัฒนธรรมเจ้าฟ้าดอกเดื่อและหลวงพ่อษิตากู  หลังจากให้นายอองโกลินเป็นผู้แทน ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนา ตั้งแต่เดือนกันยายน  ๒๕๖๐ ก็มิได้นิ่งเฉย แต่ได้พยายามกดดันฝ่ายรัฐบาลพม่าตลอดมา ยกตัวอย่างโครงการที่คนไทยไปช่วยบูรณะจิตรกรรมฝาผนังในวิหารวัดมหาเต็งดอจี รัฐสะกาย อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ในขณะที่พม่าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเดียว แล้วมุ่งประเด็นว่า  ความล่าช้าของโครงการอนุสรณ์สถานพระมหาเถระเจ้าอุทุมพรทำให้รัฐมัณฑะเลย์เสียโอกาส  เพราะทางไทยแนชั่นแนลเฮอริเทจฟันด์ผู้บริจาคเห็นว่าโครงการทำๆหยุดๆ ทางการให้ใบอนุญาตมาแล้วก็ออกใบระงับชั่วคราวโดยไม่แจ้งเหตุผล ได้แต่ฝากความเห็น ทำให้ทางโครงการจึงต้องคืนเงินที่เหลือให้กองทุนไทยไปหมดแล้ว

เรื่องนี้ไปได้ผลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนา ในกรุงเนปิดอว์ ผู้ให้ความสนใจและสั่งให้ศึกษาปัญหา พบความอันสำคัญว่า พื้นที่อันเป็นโบราณสถาน หรือศาสนสถานที่เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมทั้งประเทศ  ความจริงแล้วสิทธิ์ขาดตามกฏหมายขึ้นอยู่กับกรมโบราณคดี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เนปิดอว์เมืองหลวง มีอำนาจบริหารจัดการได้ทั่วทั้งประเทศ  เขาจึงติดต่อมายังตัวแทนหลวงพ่อษิตากู  และนายอูวินหม่อง โดยเริ่มเจรจากันตั้งแต่ธันวาคม ปลายปีที่แล้ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 455  เมื่อ 01 มี.ค. 18, 16:18

มกราคม ๒๕๖๑   สมาคมวัฒนธรรมเจ้าฟ้าดอกเดื่อติดต่อผู้แทนสมาคมสถาปนิกสยาม ถึงความเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนเงินทุนในการบูรณะโบราณสถานต่อตามโครงการ  ซึ่งฝ่ายไทยตอบไปว่า ในฐานะผู้บริจาค  ถ้าฝ่ายพม่าพร้อมที่จะกลับมาดำเนินโครงการต่อ  ต้องมีความชัดเจน มิฉะนั้นฝ่ายไทยคงไม่นำเงินกลับไปทำให้
  
ข้อที่ ๑ ของความชัดเจนคือ ภาครัฐของพม่าจะต้องเข้ามาร่วมกับอูวินหม่อง  สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมของพม่า ที่ได้รับการยอมรับนับถือทั้งในพม่าและต่างประเทศ  โดยกรมโบราณคดีของพม่าจะต้องเข้ามาเป็นผู้จัดการโครงการร่วมกับอูวินหม่อง  
ข้อนี้  ฝ่ายพม่าไม่มีปัญหาเพราะเป็นความต้องการอยู่แล้ว  หากการดำเนินงานอยู่ภายใต้กรมโบราณคดี ก็จะมีสิทธิ์เต็มที่ตามกฏหมาย ก็ไม่ต้องไปขออนุญาตท้องถิ่นอีกไม่ว่ามัณฑเลยหรืออมรปุระ  แต่จะขอให้มีชื่อนายวิจิตร ชินาลัย เป็นหนึ่งในผู้บริหารจัดการโครงการนี้ ขึ้นป้ายร่วมกับชาวพม่าคนอื่นๆด้วย

ข้อที่ ๒ โครงการนี้จะต้องใช้ชื่อว่า โครงการอนุสรณ์สถานพระมหาเถระเจ้าอุทุมพร เหมือนเดิม  
สำหรับเรื่องนี้ไม่มีปัญหา

ข้อที่ ๓ การกระทำทั้งหลายทั้งปวง จะต้องทำโดยกรมโบราณคดีพม่า ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบ และเมื่องานก่อสร้างเสร็จแล้ว จะทำพิธีมอบให้หลวงพ่อษิตากู เป็นเจ้าของโครงการ ดูแลรับผิดชอบในการบริหารจัดการต่อ  หากว่ากรมโบราณคดีจะเข้ามาร่วมในการบำรุงรักษาก็ว่ากันไป  หรือหากจำเป็นต้องใช้งบประมาณในส่วนงอกของโครงการ ก็ให้แจ้งให้ฝ่ายไทยทราบในภายหลัง  

เงื่อนไขเหล่านี้  ฝ่ายพม่ารับได้หมดและขอเร่งให้ดำเนินงานได้ต่อเลย  

กุมภาพันธุ์ ๒๕๖๑  กรมโบราณคดีพม่าได้ส่งคนเข้ามา จ้างคนงานมาระดมถางวัชพืชดายหญ้า รื้อป้ายเก่าต่างๆออก (ตามภาพที่ผมนำมาลงก่อนหน้า) แล้วยกป้ายขึ้นมาใหม่ว่าเป็นโครงการของกรมโบราณคดี  รอรับคณะของฝ่ายไทยที่จะไปลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่

สภาพพื้นที่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561

รูปถ่ายที่เห็นใด้รับจากคณะขององค์กร Home run ที่ใด้เข้าเยี่ยมชมโครงการการ อนุรัษ์ปฏิสังขรณ์เพื่อให้เป็น "อนุสรณสถานพระมหาเถระเจ้าอุทุมพร " ซึ่งเพิ่งจะใด้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่อใด้ จากกรมโบราณคดีรัฐบาลเนปิดอร์และรัฐบาลท้องถิ่นรัฐมัณฑะเลย์ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เองหลังจากโครงการถูกแจ้งให้ระงับการปฏิบัติการเป็นการชั่วคราวมาตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2559

ในช่วง 1ปี 8เดือนที่ผ่านมาซึ่งมีทั้งพายุฝน มีน้ำท่วมอย่างหนัก พื้นที่ทั้งหมด 2.5 ไร่ กลับไปเป็นป่าเช่นเดิม เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมเต็มไปหมดมองอะไรไม่เห็น เต็มไปด้วยงูนานาชนิด
ต้องขอบคุณทีมงานของ U Win Moung และ เจ้าหน้าที่จากกรมโบราณคดีประเทศพม่าที่ช่วยกันเร่งรีบกำจัดวัชพืชและเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดจนสอาดใด้ภายใน10 วันที่ผ่านมา

โชคดีเป็นอย่างมากที่เจดีย์ทรงโกศ เราตีโครงไม้ยึดใว้อย่างแข็งแรงตั้งแต่ต้นปี 2559 ไม่เช่นนั้นคงล้มไปแล้วจากพายุฝนและน้ำท่วมใหญ่และแผ่นดินไหวที่ผ่านมาในบริเวณนี้  การดำเนินการต่อตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคงต้องเริ่มที่เจดีย์ทรงโกศองค์นี้แหละเพราะเป็น symbolic ของ " สถานที่ ที่เชื่อกันมานมนานแล้วว่าเป็น สถานที่ ที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ และมีการบรรจุพระบรมอัฐิใว้ในบริเวณนี้ ตามระบุใว้ใน Parabike ของพม่า

* ภาพพระเจดีย์หมายเลข 3 ซึ่งใด้ขุดค้นพบภาชนะทรงบาตรประดับกระจกตั้งบนพานแก้วแว่นฟ้า เมื่อกำจัดวัชพืชแล้วใด้พบว่า มีดอกบานไม่รู้โรยบานอยู่ที่ฐานพระเจดีย์ ท่ามกลางวัชพืชที่ปกคลุมเต็มไปหมด

ต้องขอบคุณ คณะ Home run ที่กรุณาส่งภาพมาให้ผมเมื่อเช้านี้ ซึ่งผมอยากจะ Share กับเพื่อนๆที่ ห่วงใย สนใจและติดตามเรื่องโครงการนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2555 ให้ทราบสถานะภาพของโครงการนี้ ณ วันนี้และเดี๋ยวนี้ครับ


วิจิตร ชินาลัย


คคห. ๔๔๑
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 456  เมื่อ 01 มี.ค. 18, 16:29

๒๗ กพ ๖๑ วิจิตรและคณะเดินทางไปพม่า

๒๘ กพ ๖๑ คณะทำงานจากสมคมสถาปนิกสยาม ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐของพม่า ผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชน และผู้แทนกลุ่มอนุรักษ์มรดกของแผ่นดินพม่าร่วมกับสมาคมวัฒนธรรมเจ้าฟ้าดอกเดื่อ  ซึ่งได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อษิตากู องค์อุปถัมภ์สมาคมฯ  เพื่อดำเนินการโครงการนี้ซึ่งจะเป็น ผู้ที่จะดำเนินการและควบคุมการซ่อมแซมอนุรักษ์โบราณสถานในโครงการ โดยที่ประชุมสรุปคาดการณ์จะให้เสร็จสี้นสมบูรณ์ก่อนฤดูฝนที่จะมาถึงในปีนี้ 


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 457  เมื่อ 01 มี.ค. 18, 16:38

ผู้เข้าร่วมประชุมทางฝ่ายพม่าได้แก่
 
อูเอหล่วย (U Aye Lwin)  รอง ผอ.สำนักโบราณคดีประจำรัฐมัณฑะเลย์  กระทรวงวัฒนธรรมประเทศพม่า  ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากส่วนกลางให้มีหน้าที่กำกับดูแลการอนุรักษ์ซ่อมแซมเจดีย์และโบราณสถานแห่งนี้   ให้เป็นไปตามมาตรฐานพม่าและสากลจนเสร็จสิ้นงาน โดยจะเข้ามาควบคุมการซ่อมแซมโครงการนี้ด้วยตนเอง

อูวินหม่อง (U Win Maung) สถาปนิกอาวุโสและนักอนุรักษ์โบราณสถานและศาสนสถานที่มีชือเสียงที่สุดในประเทศพม่า และจะเข้าควบคุมการดำเนินงานร่วมกับกรมโบราณคดีจนเสร็จสี้นงาน

มิกกี้ ฮาร์ท (Mr.Myint Hsan Heart) สถาปนิกอาวุโสชาวพม่า นักประวัติศาสตร์  นักโบราณคดี  นักอ่านศิลาจารึกภาษา พม่ามอญเขมรไทยพยู  มีชื่อเสียงมากในพม่าและในต่างประเทศ เป็นผู้ควบคุมการประสานงานของโครงการนี้จนเสร็จสิ้น


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 458  เมื่อ 01 มี.ค. 18, 16:47

ภาพถ่ายเมื่อวานนี้ครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 459  เมื่อ 30 เม.ย. 18, 07:09

แม้วีดีโอคลิ๊ปนี้จะมาล่าช้าสักหน่อย แต่จะทำให้ผู้สนใจได้เห็นภาชนะที่บรรจุ และพระอัฐิธาตุที่ต้นพบภายในนั้นอย่างชัดเจน ซึ่งชิ้นหนึ่งเป็นกระดูกกรามล่าง หากมีการค้นคว้าต่ออย่างเป็นทางการ(ซึ่งไม่ใช่ภารกิจของสมาคมสถาปนิกสยามแล้ว) ก็อาจจะนำพระทันตธาตุที่ค้นพบคราวเมื่อกรุพระศิลปอยุธยาในวัดใกล้ๆกันนั้นแตกภายหลังจากเหตุการณ์นี้ ก็จะได้ข้อพิสูจน์ที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 29 30 [31]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.033 วินาที กับ 19 คำสั่ง