เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 608 ญาติกา – ชาวจีนในไทยกับเส้นทางสายไหมและมุสลิมในจีน
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



 เมื่อ 19 ส.ค. 17, 21:34

ข้าพเจ้ามีคนรู้จักท่านหนึ่งเป็นชายหนุ่มเชื้อสายจีน แต่ว่าก็ไม่ได้จะดูเป็นจีนเท่าใดนัก มองไปมองมาคล้ายๆมีเชื้อสายตะวันตกเนื่องด้วยมีจมูกโด่ง ตากลมโต ผมหยักศก แถมสีไม่ดำมาก ยามต้องแดดจะมีสีอ่อน ว่าไปก็ดูคล้ายกับนักแสดงไทยเชื้อสายอิตาลีคนหนึ่ง เขาเป็นลูกครึ่งชาติใดนะ จะเป็นอเมริกา หรือยุโรป หรือว่าจะเป็นญาติห่างๆกับดาราคนดัง แล้วสืบเชื้อสายอิตาลี
แต่ที่ว่ามาทั้งหมดนี้หาใช่ไม่ ชายหนุ่มผู้นี้เป็นได้อธิบายให้ข้าพเจ้าฟังว่า เขาลูกจีน หลานจีนแท้ๆ พ่อแม่ปู่ย่าตายายจากประวัติสกุลล้วนสืบเชื้อสายมาแต่เมืองแต้จิ๋วประเทศจีน แซ่ก๊วย หรือแซ่กัว (郭:guo) ในภาษาจีนกลาง เขาเล่าว่าครอบครัวเขาทางปู่จะมีลักษณะเด่นในครอบครัวคือ บางคนจะมีผมสีอ่อน สันจมูกโด่ง บางคนจะมีขนตามร่างกายเยอะมาก ผิดจากลูกจีนหลานจีนทั่วไป ฟังเช่นนี้แล้วก็ให้สงสัยว่า แล้วหน้าประหนึงคนฝรั่งนี้มาจากไหน ฤาต้นตระกูลจะมีเชื้อชาติใดมาแต่ประเทศจีน



บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 19 ส.ค. 17, 21:36

ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี เป็นแหล่งรวมคนจากทั่วโลกก็ว่าได้ จะว่าไป ประเทศจีนพึ่งปิดประตูรับคนต่างชาติ โดยเฉพาะชาติตะวันตกจริงๆจังช่วงราชวงศ์หมิง ถึงราชวงศ์ชิงตอนปลาย หลังจากนั้นก็เริ่มเปิดกว้างขึ้นใหม่ในยุคสาธารณรัฐ ก่อนจะปิดประตูอีกครั้งช่วงเปลี่ยนเป็นประเทศที่ปกครองด้วย กระทั่งสุดท้ายก็มาเปิดอีกรอบในยุคทศวรรษที่ ๑๙๘๐ พร้อมๆกับนโยบายเปิดประเทศ
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกถ้าจะมีชนชาติหลายชนชาติผสมผสานอยู่ในประเทศจีน และกลายเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีลักษณะพิเศษ ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นชาวจีนเชื้อสายโปรตุเกสในมาเก๊า กับอีกกลุ่มหนึ่งที่จำนวนมาก และเด่นเป็นเอกเทศมานานจนดูคุ้นตาคือชาวมุสลิม

ชาวมุสลิมในจีนนั้นเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง คนเหล่านี้เข้ามาสู่จีนพร้อมๆกับการค้าเส้นทางสายไหมทางทะเลที่คนกลุ่มนี้จะมาตั้งถิ่นฐานแถวมณฑลกวางตุ้ง เมืองกวางเจา (广州)หรือมณฑลฮกเกี้ยน เมืองเสวียนโจว(泉州)ใน นอกจากนี้แล้วยังเข้ามาอีกหลายครั้งจากทางเหนือพร้อมๆกับการเข้ามาของราชวงศ์หยวนช่วงศตวรรษที่ ๑๓ กระทั่งราชวงศ์หมิงก็ยังเข้ามาเรื่อยๆ


บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 19 ส.ค. 17, 21:38

กลุ่มที่เข้ามาใน มณฑลฮกเกี้ยน เมืองเสวียนโจว(泉州) มีอยู่สายตระกูลหนึ่งที่สืบเชื้อสายได้ไปไกลจนถึงสมัยราชวงศ์หยวน และพบสุสานต้นตระกูลในปี ๑๙๗๔ เป็นหินสลักพร้อมชื่อภาษาเปอร์เซีย เขียนว่า “lbn Qds Daqqaq Nam” และภาษาจีน นั้นคือ”อี เปิน คู่ ซือ เต๋อ กวาง ก่ง น่าหมู่ ” (伊本•库斯•德广贡•纳姆) ภายหลังคนในตระกูลนี้ได้เปลี่ยนนามสกุลจากภาษาเปอร์เซีย เป็นภาษาจีน โดยนำคำว่าคูซ หรือออกเสียงภาษาจีนว่า “คูซือ” มาเป็นแซ่ก๊วย หรือกัว (郭)ในภาษาจีนกลาง เนื่องจากคำๆนี้ ที่ออกเสียงใกล้เคียงกัน ซึ่งแซ่ที่ว่านี้เป็นแซ่ที่ชาวจีนฮั่นใช้อยู่เหมือนกัน แต่ก็ถือว่าไม่เป็นไร ยืมใช้กันได้ เพราะว่าชาวมองโกล ชาวแมนจูภายหลังก็มีการใช้แซ่นี้เป็นแซ่ภาษาจีนของตนเหมือนกัน

คนในแซ่ที่สืบเชื้อสายมาจากต้นตระกูลมุสลิม จะมีที่อยู่หลักในบริเวณทางใต้ บริเวณมณฑลฮกเกี้ยน เรื่อยไปจนถึงบริเวณมณฑลกวางตุ้ง แถบเขตหมินหนานที่ชาวแต้จิ๋วอาศัยอยู่กันหนาแน่น คนเหล่านี้หลายสาขาก็ยังคงเป็นมุสลิมอยู่เช่นเดิม แต่ว่าบางกลุ่มก็เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นตามความเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมในประเทศจีน



บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 19 ส.ค. 17, 21:41

นอกจากมุสลิมในเขตทางใต้จริงๆแล้วยังมีอีกหลายกลุ่มกระจายไปทั่วจีน และมาจากหลายแหล่ง อาทิ ในนานกิงมีออยู่กลุ่มหนึ่งมาจากเอเชียกลางเชื้อสาย สืบเชื้อสายเติร์ก คนเหล่านี้มาตั้งแต่ครั้งราชวงศ์หยวน และราชวงศ์หมิง ตามลำดับคนพวกนี้ไม่ได้มากับเส้นทางสายไหมทางทะเลย แต่มากับเส้นทางสายไหมทางบกที่ผ่านหุบเขาต่างๆนานา

ทุกวันนี้ชาวมุสลิมก็ยังมีลูกหลานอยู่ในหนานกิง โดยใช้แซ่ว่าแซ่หม่า (马) หรือภาษาแต้จิ๋วออกเสียงว่าแซ่เบ้ แปลว่าม้า และถือเป็นตระกูลมุสลิมกลุ่มใหญ่ในหนานจิง ข้าพเจ้ารู้จักทายาทคนคนหนึ่งหน้าตาดีมาก ตากลมโต จมูกโด่ง ผมหยักศก ผิดจากคนจีนทั่วไปที่รู้จัก แต่ที่เด่นที่สุดนอกความจากหน้าตาดีแล้วเห็นจะเป็นหนวดเครา และขนที่เยอะมากเมื่อเทียบกับชาวจีนฮั่น ซึ่งเพื่อนอธิบายว่าก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนในตระกูลที่สืบเชื้อสายของมุสลิม
กลับไปที่ชาวไทยเชื้อสายจีนแต่หน้าคล้ายฝรั่งที่ข้าพเจ้ากล่าวในข้างต้น สันนิษฐานว่าบรรพบุรุษของคนรู้จักของข้าพเจ้าท่านนี้คงได้จะได้อพยพจากเขตดังเดิมในมณฑลฮกเกี๊ยน เมืองเสวียนโจว มาอยู่มณฑลกวางตุ้งเมืองแต้จิ๋ว ก่อนอพยพมายังประเทศไทยอีกทีตามกระแสการอพยพที่มีตลอดช่วงศตวรรษที่ ๑๙ และ ๒๐ แม้ลูกหลานอาจจะลืมเลือนเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับบรรพบุรุษของตน แต่ว่าลักษณะเด่นในพันธุกรรมของชาวเปอร์เซียก็ยังคงดำรงอยู่ในผิวพรรณ ดวงตาที่กลมโต สันจมูกที่โด่ง และผมสีอ่อนที่หยักศกสวยงาม

แม้กาลเวลาจะผ่านมาแล้วเกือบ ๗๐๐ กว่าปีก็ตาม


บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 19 ส.ค. 17, 21:42

ยังจำฮัน ปิง คนนี้กันได้ไหมครับทุกท่าน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 19 ส.ค. 17, 22:06

จำได้แม่นยำค่ะ   ยังนึกว่าคุณ ฮั่นปิง ที่ดิฉันเรียกหาญบิงจนชิน คงจะคร่ำเคร่งอยู่กับการเรียนจนไม่มีเวลาเข้าเรีอนไทย
ตอนนี้ เป็นอย่างไรบ้าง   ยังอยู่ในจีนหรือว่ากลับมาประเทศไทยแล้วคะ

บรรพบุรุษของเพื่อนของคุณหาญบิงคนนี้คงไม่ได้แต่งงานข้ามเผ่าพันธุ์กันมากนัก ตลอด 700 ปี  จึงยังคงลักษณะเด่นของบรรพชนไว้ได้

บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 19 ส.ค. 17, 22:17

ยังอยู่ประเทศจีนเหมือนเดิมครับ คร่ำเคร่งกับปริญญาเอก

แอบมีเพจเฟสบุ๊คเล็กๆของตัวเองชื่อว่า "นางใน" เขียนเกี่ยวกับนางในราชวงศ์ชิงโดยเฉพาะ

ช่วงหนึ่งอยู่จีนเข้าไม่ได้เลยห่างหายไปนาน วันนี้กลับมาลองเข้าใหม่ เลยมาเขียนกันใหม่

ล่าสุดนี้คุณสุทธิชัย หยุ่นพึ่งสัมภาษณ์ไป

คิดถึงหน้าสามารถเจอได้แวบๆทางนี้ครับ

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 20 ส.ค. 17, 10:37

         เข้าใจมาตลอดว่า คุณเซเล็บหาญ ออกงานอีเวนท์ตลอดจนไม่มีเวลาแวะมาเยือนเรือนไทยแล้ว

Walking the Cabbage  遛白菜計畫 (hanbingart.com)


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 20 ส.ค. 17, 10:51

จำได้คร่าวๆ ว่าในสมัยเฉียนหลงฮ่องเต้ทรงมีพระสนมท่านหนึ่งอันเป็นที่รักมาก มีคุณสมบัติเนื้อหอมและเป็นชาวมุสลิม ซึ่งทำให้ไทเฮาไม่ทรงโปรดและมีตำหนักพระนางเนื้อหอมสร้างไว้ที่พระราชวังหยวนหมิงหยวน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 20 ส.ค. 17, 11:09

ยินดียิ่งต้อนรับเพื่อนกลับเรือนเก่า
กลับสู่เหย้าเรือนของเราเคยเล่าขาน
กลับมาเล่าเรื่องหลากหลายในตำนาน
จีนเชี่ยวชาญ"หาญปิง"อยู่คู่เรือนไทย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 20 ส.ค. 17, 11:30

ข้าพเจ้ามีคนรู้จักท่านหนึ่งเป็นชายหนุ่มเชื้อสายจีน แต่ว่าก็ไม่ได้จะดูเป็นจีนเท่าใดนัก มองไปมองมาคล้ายๆมีเชื้อสายตะวันตกเนื่องด้วยมีจมูกโด่ง ตากลมโต ผมหยักศก แถมสีไม่ดำมาก ยามต้องแดดจะมีสีอ่อน ว่าไปก็ดูคล้ายกับนักแสดงไทยเชื้อสายอิตาลีคนหนึ่ง เขาเป็นลูกครึ่งชาติใดนะ จะเป็นอเมริกา หรือยุโรป หรือว่าจะเป็นญาติห่างๆกับดาราคนดัง แล้วสืบเชื้อสายอิตาลี

อาจจะสืบเชื้อสายมาจากทหารโรมันในกองทัพของมาร์คัส ไลซิเนียส แครสซัส (Marcus Licinius Crassus) ที่ไปโผล่ที่เมืองจีน ?

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/11/K7242552/K7242552.html
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 21 ส.ค. 17, 11:03

ลูกหลานทหารโรมัน ?

บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 421

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 21 ส.ค. 17, 14:16

ชาวรัสเซียทางตะวันออกไกลเช่นวลาดิวอสต๊อก ก็หน้าตี๋ๆหมวยๆเยอะครับ
บันทึกการเข้า
heha
มัจฉานุ
**
ตอบ: 61


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 14 ต.ค. 17, 19:41

รออ่านต่อครับ มุสลิมในจีนและซินเจียงเป็นอะไรที่ไม่รู้เบื่อ

ครั้งหนึ่งเดือนมิถุนายน ผมเดินทางจากแคชการ์ตัดขึ้นเหนือ
เพื่อไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ บนถนนเส้นที่กล่าวขานกันว่าสวยทีสุด
ในประเทศจีน แล้วก็ไม่ผิดหวัง กระโจมมองโกล ฝูงจามรี และทุ่ง
หญ้าเลี้ยงสัตว์กว้างใหญ่ไพศาล สลับกับป่าสน และขุนเขา

ดอกท้อ ดอกบ๊วย แอปริคอท และดอกหม่อน บานตั้งแต่เมษายน
ครั้นถึงมิถุนายนผลไม้เต็มต้นบนทางเท้าสองข้างทาง เด็กๆ ปีนต้นไม้
เราทำท่าขอ คนข้างบนก็โยนลงมาให้ มากมายเหลือเฟือ น่า
สนุกและตื่นเต้นเพราะทั้งชีวิตเจอแต่มะม่วง

ผมถามทางไปร้านอาหารอร่อย สาวน้อยนางหนึ่งมีน้ำใจ
พาไปปากซอยเพื่อชี้ให้ดู ผมพูดกับเธอว่ารู้สึกไม่ดีเลย
ที่เดินทางมาตั้งไกลเพื่อดูดอกไม้สีม่วง เธอตอบว่า
"We all do."
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง