เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 772 ปริศนารักนางพญา:ควีนวิคตอเรียกับจอห์น บราวน์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 07 ส.ค. 17, 09:20

   มีนักเรียน 2 คนแล้ว  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

   ชีวิตสมรสแสนสุขของควีนวิคตอเรียมาถึงจุดสิ้นสุดกระทันหันในปี 1861 เมื่อพระองค์และพระสวามีมีพระชนม์ 42 พรรษา   เจ้าชายอัลเบิร์ตประชวรด้วยพระโรคไข้ไทฟอยด์    ตอนแรกก็เหมือนท้องเสียธรรมดา  แต่อาการก็หนักลง เพราะแพทย์หลวงรักษาไม่ถูกอาการ   พระราชินีเองก็ทรงเชื่อหมอหลวงว่าพระอาการไม่หนักหนาอะไร   จนกระทั่งเจ้าชายมีพระอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว แล้วสิ้นพระชนม์ไปอย่างปุบปับ
   อาการของพระราชินีนาถคือ ทรง"ช็อค" ไปกับการสูญเสียครั้งใหญ่หลวง    ทรงทำพระทัยไม่ได้อยู่ยาวนานหลายปี    ความโทมนัสเห็นได้จากลายพระหัตถ์ที่มีไปถึงเจ้าฟ้าหญิงวิคตอเรียพระราชธิดาองค์ใหญ่ที่เสกสมรสไปกับเจ้าฟ้าชายรัสเซีย

   " แม่ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร  ไม่รู้จะช่วยตัวเองให้รอดจากทุกข์แสนสาหัสอย่างนี้ได้ด้วยวิธีไหน   ในเมื่อตลอดชีวิต แม่พึ่งพิงเสด็จพ่อของลูกมาตลอด ในทุกเรื่อง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ท่าน  ตั้งแต่เลือกจะถ่ายรูปแบบไหนอย่างไร  จะสวมเสื้อชุดไหนหรือหมวกใบไหน  ล้วนแล้วแต่เสด็จพ่อเห็นชอบทั้งสิ้น"


บันทึกการเข้า
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 07 ส.ค. 17, 10:23

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม มาเจ้าค่ะ ท่านครู
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 07 ส.ค. 17, 12:29

มาสาย แต่เข้าเรียนเป็นประจำสม่ำเสมอนะคะ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 14 ส.ค. 17, 18:51

     หลังจากสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายอัลเบิร์ต     พระราชินีวิคตอเรียทรงอยู่ในอาการเศร้าโศกอย่างหนัก   อย่างแรกคือทรงชุดดำอย่างแม่ม่าย และไว้ทุกข์อยู่อย่างนี้ไปจนตลอดพระชนม์ชีพ    อย่างที่สอง ทรงมีพระบัญชาให้มหาดเล็กของเจ้าชายปฏิบัติหน้าที่เหมือนเจ้าชายยังมีพระชนม์อยู่  คือตอนเช้า ให้เชิญน้ำสรงเข้ามาในห้องบรรทมของเจ้าชาย พร้อมกับฉลองพระองค์   ตอนค่ำก็กลับเข้ามาเพื่อเอาฉลองพระองค์ไปเก็บแล้วนำฉลองพระองค์ชุดนอนมาผลัดเปลี่ยนวางไว้แทน    ทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน 
     จากนั้น  พระราชินีทรงขังพระองค์เงียบเชียบอยู่ในพระราชวัง  ไม่เสด็จออกให้ประชาชนได้เห็นอีกนานนับปี   บางครั้งก็ทรงแปรพระราชฐานไปอยู่ที่พระตำหนักออสบอร์น บนเกาะไวต์  ซึ่งเจ้าชายอัลเบิร์ตเป็นผู้ออกแบบตกแต่งเอง    แต่ไม่ปรากฎพระองค์ต่อสาธารณชน   แม้แต่เสด็จไปเปิดรัฐสภา ก็ใช้เวลาถึง 5 ปีหลังจากนั้น
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 400

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 15 ส.ค. 17, 09:26

ดูจากความคิดที่ 11 เป็นภาพถ่ายหมู่จริงๆหรือเอามาแปะรวมกันครับ แต่ละคนในภาพมองกันไปคนละทางเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 15 ส.ค. 17, 20:30

ตัดแปะรวมกันค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 16 ส.ค. 17, 14:10

    ความอาลัยรักและว้าเหว่เดียวดายของควีนวิคตอเรียที่มากมายเหลือพรรณนาได้  ดำเนินมาอีกหลายปี จนประชาชนเริ่มรวมตัวกันประท้วงที่ทรงเก็บองค์เองไม่ออกสู่สาธารณะ     ควีนจึงเริ่มปรากฏองค์อีกครั้งหนึ่ง   ทำหน้าที่ต่อประเทศชาติอย่างดีที่สุดเท่าที่แม่ม่ายวัยไม่ถึง 50 จะทำได้
    ในช่วงเวลานี้เอง  ที่ชายผู้หนึ่งเริ่มมีบทบาทในราชสำนัก โดยไม่มีใครคาดฝันมาก่อน

    เขาผู้นั้นชื่อจอห์น บราวน์ อายุอ่อนกว่าควีน 7 ปี  เป็นชายชาวสก๊อตผู้ถือกำเนิดอย่างชาวบ้านธรรมดา    ตัวเขาและพี่ๆน้องๆอีกหลายคนสมัครเข้ามาเป็นคนรับใช้ในพระราชวังบัลมอรัลในสก๊อตแลนด์ซึ่งเป็นสมบัติของควีนและเจ้าชายอัลเบิร์ต       ด้วยการทำหน้าที่อย่างดีไม่มีที่ติ  บราวน์กลายเป็นมหาดเล็กคนโปรดของเจ้าชาย   
    เมื่อเจ้าชายสิ้นพระชนม์  และควีนเก็บพระองค์อยู่ที่พระตำหนักออสบอร์นบนเกาะไวต์หลายต่อหลายปี   ก็มีการโอนมหาดเล็กจากพระราชวังบัลมอรัลในรับใช้ต่อที่พระตำหนักออสบอร์นด้วย   บราวน์จึงได้มาเป็นมหาดเล็กส่วนพระองค์ของควีน  มีหน้าที่จูงม้า นำทางพระองค์เมื่อเสด็จออกทรงม้า    ตลอดจนดูแลระแวดระวังภยันตรายต่างๆ   เขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเช่นเดียวกับที่เคยปฏิบัติต่อเจ้าชาย
    มีเรื่องเล่าว่า การที่บราวน์ได้มาเป็นมหาดเล็กที่ควีนโปรดจะใช้สอยและไว้วางพระทัยเป็นพิเศษ     เป็นเพราะเขาสามารถเป็น "ร่างทรง" ประกอบพิธีให้ทรงติดต่อกับวิญญาณของเจ้าชายได้      แต่เรื่องนี้ก็เล่ากันแบบ 'ฟังเขามาเล่าต่อ' อีกที  ไม่ขยายรายละเอียดกันมากกว่านี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 16 ส.ค. 17, 14:11

จอห์น บราวน์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 16 ส.ค. 17, 18:56

   ในเมื่อควีนโปรดปรานใช้สอยมหาดเล็กนายนี้   เขาก็ชักนำให้ทรงคลายจากอาการระทมทุกข์ กลับคืนมาสู่ชีวิตปกติอีกครั้ง เช่นไปขี่ม้า วาดรูปงามๆในชนบท   เสด็จออกสู่สาธารณะตามเดิม  ทำให้บรรดาข้าราชบริพารที่เฝ้าดูพระอาการของควีนด้วยความวิตกกังวลมาแต่แรกเริ่มเบาใจ  และพอใจที่บราวน์ทำหน้าที่ได้อย่างขยันขันแข็ง  รับผิดชอบงานดีมาก  ไม่เบื่อหน่าย ไม่อู้งาน  ไม่ทำตัวให้กรมวังตำหนิติเตียนได้   นอกจากนี้เขายังเคยช่วยชีวิตพระราชินีเอาไว้ด้วยการเสี่ยงตายโดดเข้าจับคนร้ายที่ใช้ปืนยิงหมายปลิดพระชนม์ชีพ เมื่อเสด็จออกสาธารณะ
   แต่ความพอใจของราชสำนักดำเนินไปได้ไม่นาน  ก็เปลี่ยนเป็นความอึดอัดขัดข้องในอีกรูปแบบ    เมื่อตระหนักว่าพระราชินีวิคตอเรียโปรดปรานมหาดเล็กคนนี้มากเกินไปเสียแล้ว   เช่นไม่ว่าอะไรก็ทรงแล้วแต่บราวน์     นายบราวน์สามารถบงการได้ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยเช่นให้ทรงผ้าห่มหนาๆเสด็จออกไปยามอากาศหนาวชื้น เพราะเกรงจะเป็นหวัด   ไปจนเรื่องใหญ่เช่นไม่ว่าใครจะขอเข้าเฝ้าพระองค์ท่าน ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี  ปรินซ์ออฟเวลส์พระราชโอรสผู้เป็นรัชทายาท  ไปจนกรมวังชั้นผู้ใหญ่ ต้องผ่านด่านคือนายบราวน์เสียก่อน    ถ้านายคนนี้ไม่ให้เข้าเฝ้าก็อด
     วิธีตอบของนายบราวน์ก็ห้วนๆ ทื่อๆ  ไม่ประนีประนอม  คือบอกตรงๆว่า
   "พระราชืนียังไม่โปรดให้เข้าเฝ้า"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 16 ส.ค. 17, 19:13

    ในเมื่อจอห์น บราวน์ ชักจะหย่ายเกินตัวขึ้นมาทุกทีจนจะคับพระราชวังอยู่รอมร่อ  ศัตรูเขาก็เพิ่มจำนวนขึ้นมาก   คนสำคัญที่สุดคือปรินซ์ออฟเวลส์พระราชโอรสองค์ใหญ่     ผู้ซึ่งต่อมาทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7
    ปรินซ์ออฟเวลส์พระองค์นี้ เป็นพระราชโอรสที่ไม่เป็นที่ถูกพระทัยสมเด็จแม่เอาเลย เมื่อเทียบกับเจ้าพี่เจ้าน้ององค์อื่นๆ  ทั้งเจ้าชายก็เป็นที่รักของประชาชน    เหตุผลคือทรงมีคุณสมบัติเกือบทุกอย่างตรงกันข้ามกับเจ้าชายอัลเบิร์ตพระบิดา      เจ้าชายอัลเบิร์ตทรงเป็นผู้ชายที่ประพฤติองค์ดีงาม เคร่งครัดอยู่ในความถูกต้อง  ไม่โปรดงานเลี้ยงรื่นเริง ไม่ดื่ม ไม่แม้แต่จะสูบบุหรี่  ไม่เจ้าชู้   ซื่อสัตย์แต่กับพระราชินีองค์เดียวทั้งๆแวดล้อมด้วยนางกำนัลงามๆนับไม่ถ้วน     ชอบทำแต่งานให้ประเทศชาติ    ส่วนพระโอรสนั้นตรงกันข้าม  ทรงชอบเฮฮาปาร์ตี้  ชอบความบันเทิงเริงรมย์ในทุกประเภทโดยเฉพาะหญิงงาม  พระชายาคือเจ้าหญิงอเลกซานดราต้องหวานอมขมกลืนมาตลอด   พระราชินีทรงฟังข่าวที่มากระทบหูทีไรก็กริ้วไปทีละหลายๆวัน
     ดังนั้นเมื่อเจ้าชายเสด็จมาเฝ้าตามหน้าที่  จึงอดไม่ได้ที่จะเกิดมีกัณฑ์เทศน์จากฝ่ายแม่ และคำแก้ตัวบ้างเถียงบ้างจากทางฝ่ายลูก   จบลงแบบเหนื่อยจนราข้อกันไป   ทำให้ควีนทรงมีพระอารมณ์เสียตกค้างไปอีกหลายๆวัน
    จอห์น บราวน์รู้ดีว่าปรินซ์ออฟเวลส์มาเข้าเฝ้าทีไร ก็เหมือนหอบพายุติดตัวมาด้วย     แม้เสด็จกลับไปแล้วก็ยังทิ้งพายุเอาไว้กับพระมารดา ซึ่งไม่ดีต่อพระสุขภาพของพระองค์ท่าน    เขาจึงแสดงความเป็นปรปักษ์ด้วยอย่างเปิดเผย    แกล้งไม่ให้เข้าเฝ้าบ้าง ให้รออยู่นานๆเป็นชั่วโมงบ้าง  พูดกระทบกระแทกให้เข้าหูบ้าง     ปรินซ์ออฟเวลส์ก็เลยชิงชังมหาดเล็กคนนี้ชนิดเข้าไส้
บันทึกการเข้า
sirinawadee
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ วันนี้ เวลา 13:08

มาเรียนแล้วค่ะ แหะๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.067 วินาที กับ 20 คำสั่ง