เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 1468 เจ้าพระยาธรรมาธิกรณฯ ในอดีต
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 26 ก.ค. 17, 12:52

พักเที่ยง  เลี้ยงขนมจีนน้ำพริกชาววัง ให้เข้ากับบรรยากาศค่ะ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 30 ก.ค. 17, 13:17

    ในรัชกาลที่ 2 มีเจ้าพระยาธรรมาฯ 2 ท่าน คือเจ้าพระยาธรรมาฯ(สด) ที่ต่อเนื่องมาจากรัชกาลที่ 1    และอีกท่านเข้าใจว่ามารับตำแหน่งแทนเมื่อท่านแรกถึงแก่อนิจกรรมแล้ว คือเจ้าพระยาธรรมาธิบดี(เทศ)
      ก่อนขึ้นถึงตำแหน่งเสนาบดีวัง ท่านเคยเป็นพระยาเพ็ชร์บุรีมาก่อน      ทางสายเลือดท่านเป็นหลานชายสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 ท่านผู้นี้จึงอยู่ในราชินิกุล ณ บางช้าง   
     ท่านอยู่ในตำแหน่งนี้จนสิ้นรัชกาล


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 31 ก.ค. 17, 11:02

ห่างหายไปซะนาน แวะมาทานขนมจีนครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 03 ส.ค. 17, 13:12

มาถึงรัชกาลที่ 4    เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี  ในรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5  เป็นพี่น้องสกุลเดียวกัน คือ "สนธิรัตน์" 
สกุลนี้สืบมาจากเจ้าพระยารัตนาพิพิธ (สน)   ซึ่งเป็นข้าหลวงเดิมในรัชกาลที่ 1 ต่อมาได้เป็นที่สมุหนายก อยู่มาจนถึงปลายแผ่นดินรัชกาลที่ 1   
เจ้าพระยารัตนาพิพิธมีบัตรชายหญิงหลายคน   มี 2 คนได้เป็นเจ้าพระยาธรรมาฯ ทั้งคู่ คือ เจ้าพระยาธรรมาฯ(เสือ) ในรัชกาลที่ 4  และเจ้าพระยาธรรมาฯ(ลมั่ง)ในรัชกาลที่ 5

เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดีอีกท่านหนึ่งในปลายรัชกาลที่ 4  ก่อนจะถึงเจ้าพระยาธรรมาฯ(ลมั่ง สนธิรัตน์) คือเจ้าพระยาธรรมาฯ(บุญศรี)เดิมเคยเป็น พระยาพิพัฒโกษา ปลัดทูลฉลองกรมท่า (กระทรวงต่างประเทศในปัจจุบัน) เป็นข้าหลวงเดิมที่โปรดปรานในรัชกาลที่ 3 
ท่านผู้นี้เป็นเชื้อสายเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ แต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา   ว่ากันว่าสืบเชื้อสายจากพราหมณ์เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย เข้ารับราชการในประเทศไทยตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา
เจ้าพระยาธรรมาธิรณาธิบดี (บุญศรี)  ต่อมาเมื่อชราได้รับพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯเปลี่ยนราชทินนามเป็น “เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี”  ถึงแก่อสัญกรรม เมื่ออายุ ๘๖ ปี ท่านผู้นี้เป็นต้นสกุล ‘บุรณศิริ’

ถ้าใครผ่านไปทางถนนอัษฎางค์หลังกระทรวงกลาโหม  คงเห็นวัดบุรณศิริ  ตามประวัติบอกว่า กรมหมื่นเสนีเทพ (พระองค์เจ้าอสุนี) พระโอรสในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เป็นผู้สร้างวัดขึ้นแต่ยังค้างอยู่ จนกระทั่เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี ) ดำเนินการสร้างต่อจนเสร็จ ในสมัยรัชกาลที่ 4  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า วัดศิริอำมาตยาราม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น วัดบุรณศิริมาตยาราม
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 04 ส.ค. 17, 10:34

 ในรัชกาลที่ 5  พระยามหาอำมาตย์(ลมั่ง สนธิรัตน์)  น้องชายเจ้าพระยาธรรมาฯ(เสือ สนธิรัตน์) ได้เลื่อนเป็นเจ้าพระยาธรรมาธิกรณบดี 
  จากนั้นก็ถึงเจ้าพระยาธรรมาธิกรณบดีคนสุดท้ายในรัชกาลที่ 6   หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล
  ม.ร.ว. ปุ้ม เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์(พระนามเดิม หม่อมเจ้าขจร มาลากุล พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)  กับหม่อมทับ มาลากุล ณ อยุธยา
  ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล เริ่มรับราชการในกรมทหารรักษาวัง เป็นจมื่นจงภักดีองค์ขวา  ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อยๆจนได้เป็นมหาเสวกเอก  พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6  ได้รับสถาปนาเป็นเจ้าพระยา มีสมญาจารึกในสุพรรณบัฏว่า เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี ศรีรัตนมณเฑียรบาล บรมราโชประการกิจจาภิรมย์ สรรโพดมราชธุรานุประดิษฐ ธรรมสุจริตวิบุลย์ มาลากุลวิวัฒน์ บำรุงรัตนราชประเพณี นิตยภักดีนฤปนารถ อันเตบุริกามาตย์มหานายก อรรคเสวกนนทิพาหมุรธาธร กิตติขจรเสนาบดี ศรีรัตนไตรยสรณธาดา อุดมอาชวาธยาไศรย อภัยพิริยบรากรมพาหุ

 


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30372

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 04 ส.ค. 17, 10:39

      ในรัชกาลที่ 7 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475  กระทรวงวังก็มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการบริหารงานหลายอย่างด้วยกัน   เช่นเปลี่ยนชื่อ "กระทรวงวัง" เป็น "ศาลาว่าการพระราชวัง" แต่พอปีต่อมา พ.ศ. 2476 ก็กลับมามีฐานะเป็นกระทรวงขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พุทธศักราช 2476 และมี "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง" เป็นเจ้ากระทรวง แทนตำแหน่งเสนาบดี
     เป็นอันสิ้นสุดตำแหน่งเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาบดี แต่เพียงนี้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.062 วินาที กับ 19 คำสั่ง