เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 22 23 [24]
  พิมพ์  
อ่าน: 18543 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 345  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 17:26

ถ้า เรา หมายถึงคนขาว เมื่อเอาคำว่า "คนขาว" ไปแทนที่คำว่า "เรา" เนื่อเพลงท่อนนั้น ก็ต้องร้องว่า "คนขาวอายุยังน้อย" ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะคนขาว หรือเผ่าพันธุ์คอเคซอยด์ หรือเอาแค่ที่มาของชาวตะวันตกในออสเตรเลีย คือคนอังกฤษ ก็มีอยู่มานานแล้ว คนขาวไม่ใช่เพึ่งมีกำเนิดขึ้นในโลกพร้อมๆ กับการกำเนิดของประเทศออสเตรเลีย ดังนั้น จะพูดว่า "เผ่าพันธ์คนขาวยังมีอายุน้อย" ไม่ได้

คำว่า "เรายังอายุน้อย" (We are young.) นั้นหมายถึงอายุการตั้งรกรากของคนผิวขาว (ชาวอังกฤษ) ซึ่งเริ่มต้นโดยการขนส่งนักโทษมายังแผ่นดินออสเตรเลียเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๓๓๑ หรือ ๒๓๐ ปีมาแล้ว
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 346  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 17:31

ดังนั้น เซียม - สยาม ก็คือ ไท

ตรงนี้คุณนริศต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คำว่าสยามเริ่มจากคนต่างชาติที่นำมาใช้เรียกคนไทย คนไทยทั่วไปเรียกตนเองว่า "ไทย" มาตลอด มีบ้างที่นักปราชญ์ราชบัณฑิตใช้คำว่าสยาม+ภาษาบาลี เรียกดินแดนของคนไทย

จากหนังสือ  "ความเป็นมาของคำ สยาม, ขอม, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ"  หน้า ๓๔๕ - ๓๕๘

ทางเอกสารของไทยเราเอง คำ สามเทสะ หรือ สยามเทสะ ที่เก่าแก่ที่สุดที่พบแล้ว มีปรากฏอยู่ในหนังสือ "รัตนพิมพวงศ์" หรือตำนานพระแก้วมรกต ซึ่งพระพรหมราชปัญญาแห่งกรุงศรีสัชนาลัยสุโขทัยแต่งขึ้นเป็นภาษาบาลีเมื่อ พ.ศ. ๑๙๗๒ ซึ่งในหนังสือนั้นใช้ปนกันทั้งรูป สาม และ สฺยาม

หนังสือ "ชินกาลมาลีปกรณ์" อันเป็นวิทยานิพนธ์ทางประวัติพุทธศาสนาในล้านนาที่สำคัญเรื่องหนึ่ง, ซึ่งภิกษุรัตนปัญญาแต่งขึ้นเป็นภาษาบาลีเมื่อ พ.ศ. ๒๐๕๙ ก็ได้กล่าวชัดเจนว่าในยุค พ.ศ. ๑๗๐๐-๑๘๐๐ นั้น สยามเทสะ คือบริเวณสุโขทัย, คำแปลจากภาษาบาลี ดังนี้

"นับจำเดิมแต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพานมาถึงศักราชได้ ๑๗๙๘  มีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระนามว่า โรจนราช ได้เสวย์ราชย์ในกรุงสุโขทัย ณ สยามประเทศ (สยามเทเส) ในชมพูทวีปนี้"............

ในคำนำลักษณะพระธรรมศาสตร์ ของกฎหมายตราสามดวง ซึ่งรัชกาลที่ ๑ ได้ให้รวบรวมสะสางเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๗ นั้น เรียกเมืองไทยทั้งหมดว่า สยามประเทศ (ในภาคบาลีใช้สามเทส) และเรียกภาษาไทยว่า สยามภาษา (ในภาคบาลีใช้ สามภาสา)  

จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ คำว่า สยาม จึงถูกนำมาใช้เป็นชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ

คำ สยาม ที่ใช้เป็นชื่อเรียกอาณาจักรทั้งหมด โดยใช้เป็นทางการอย่างเด็ดขาด แทนคำว่า กรุงเทพมหานครฯ นั้น มาเริ่มในสมัยรัชกาลที่ ๔.  หลังจากสมัยรัชกาลที่ ๔ แล้ว คำ สยาม ก็ใช้เป็นชื่อของราชอาณาจักรไทยเรื่อยมา. รัชกาลที่ ๕ เมื่อลงพระนามก็มักใช้คำว่า สยามมินทร์ (ผู้เป็นใหญ่แห่งสยาม)

สยามใช้เป็นคำที่ใช้เรียกชื่อรัฐมาแต่ไหนแต่ไร ต่างจากคำว่า ไทย ซึ่งใช้เป็นคำเรียกเชื้อชาติ ซึ่งเพิ่งยกระดับเป็นคำเรียกชื่อประเทศมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ หรือเมื่อ ๗๙ ปีมานี้เอง

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/D/810.PDF


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 386


ความคิดเห็นที่ 347  เมื่อ 19 ก.ย. 18, 10:25

ขอบพระคุณครับ แต่ผมก็ยังมีประเด็นอยู่ครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้ครับ

อ้างถึง
คำว่า "เรายังอายุน้อย" (We are young.) นั้นหมายถึงอายุการตั้งรกรากของคนผิวขาว (ชาวอังกฤษ) ซึ่งเริ่มต้นโดยการขนส่งนักโทษมายังแผ่นดินออสเตรเลียเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๓๓๑ หรือ ๒๓๐ ปีมาแล้ว


ถ้าเช่นนี้ ผมเห็นพ้องด้วยแล้วครับ "เรา" คือช่วงเวลาตั้งแต่การตั้งรกรากของคนผิวขาว ซึ่งนับถึงปัจจุบัน มีระยะเวลาถึง 230 ปีล่วงมาแล้ว ซึ่งถ้าปักหลักอย่างนี้แล้ว

1) อายุของ "เรา" ย่อมเท่ากันกับอายุของรัฐชาติที่ชื่อออสเตรเลียนั้นเอง ดังนั้น เมื่อถ้อยคำนี้อยู่ใน "เพลงชาติ" ถ้อยคำนี้จึงยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่า "รัฐชาติออสเตรเลียเพึ่งก่อตั้งขึ้น" ข้อความนี้จึงถูกต้องแล้วครับ
 
2) และในเมื่อ "เรา" = "อายุการตั้งรกรากของคนผิวขาว" สิ่งที่มีอยู่ก่อนการตั้งรกรากของคนผิวขาวย่อมไม่อาจนับเป็นส่วนหนึ่งของ "เรา" ได้ การที่น้องฮาเปอร์ต้องการให้ "เรา" ขยายความออกไปครอบคลุมถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วก่อนหน้านั้น จึงไม่ถูกต้อง 

ฉะนั้น ถ้ามองด้วยมุมมองอีกทางหนึ่ง เนื้อเพลงกล่าวถูกแล้ว น้องฮาเปอร์เธอแค่พยายาม "เล่นคำ" แล้วสร้างปัญหาเท่านั้นเอง 
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 386


ความคิดเห็นที่ 348  เมื่อ 19 ก.ย. 18, 10:59

ประเด็นต่อมานะครับ

อ้างถึง
ตรงนี้คุณนริศต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คำว่า สยาม เริ่มจากคนต่างชาติที่นำมาใช้เรียกคนไทย คนไทยทั่วไปเรียกตนเองว่า "ไทย" มาตลอด มีบ้างที่นักปราชญ์ราชบัณฑิตใช้คำว่าสยาม+ภาษาบาลี เรียกดินแดนของคนไทย

ผมติดใจประเด็นนี้ครับ "คนไทยทั่วไปเรียกตนเองว่า "ไทย" มาตลอด" คนไทยทั่วไป ที่ท่านอาจารย์กล่าวถึงนี้ หมายความรวมถึง 
"ไท/ไต ยวน ลาว ลื้อ มลายู มอญ ขะแมร์ กูย แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำ แคะ จาม ชวา ซาไก มอแกน ทมิฬ ปาทาน เปอร์เซีย อาหรับ ฮ่อ พวน ไทยใหญ่ ผู้ไท ขึน เวียด ยอง ลั๊วะ/ละว้า ม้ง เย้า กะเหรี่ยง ปะหล่อง มูเซอร์ อะข่า กำหมุ มลาบรี ชอง ญากูร์ บรู โอรังลาอุต ฝรั่ง (ชาติต่าง ๆ) แขก (ชาติต่าง ๆ) ลูกครึ่ง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ” กว่า ๕๐ ชนชาติและภาษา..." ด้วยหรือไม่ครับ

ถ้า "ไม่" แสดงว่า ผู้ที่ถูกชาวต่างชาติเรียกว่า "สยาม" นั้น มิได้รวมถึงคนชาติอื่นที่อาศัยอยู่ร่วมกันในแผ่นดินนี้ด้วย อย่างนั้นใช่ไหมครับ

ทีนี้ เมื่อพูดถึง "แผ่นดิน" เวลาที่ชาวต่างชาติเขาพูดว่า "แผ่นดินสยาม" เขาหมายถึง แผ่นดินใดครับ หมายความรวมถึง แผ่นดินล้านนา มลายู ลังกาสุกะ ล้านช้าง เขมร ด้วยไหมครับ

ถ้าทั้งสองประเด็นตอบว่า "ใช่" ผมจะเห็นด้วยกับอาจารย์ทันทีครับ ว่า สยาม คือ คำกลางๆ ไม่ใช่คำเฉพาะที่ระบุถึงชนชาติใดชาติหนึ่งจริงๆ และเหมาะสมที่จะใช้เป็นชื่อประเทศได้ตามที่น้องผมอยากให้เป็น 

แต่ถ้าคำตอบว่า "ไม่" คำว่าสยาม ก็ยังคงมีสถานะเป็นคำที่ระบุชัด ถึงคนเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้จะ รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อสยาม หรือจะ รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย น้องผมกับท่านอาจารย์ชาญวิทย์ฯ ก็มีปัญหาอยู่ดีแหละครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 349  เมื่อ 20 ก.ย. 18, 10:42

ตอบเอ๋ยตอบถ้อย  ยิงฟันยิ้ม

และในเมื่อ "เรา" = "อายุการตั้งรกรากของคนผิวขาว" สิ่งที่มีอยู่ก่อนการตั้งรกรากของคนผิวขาวย่อมไม่อาจนับเป็นส่วนหนึ่งของ "เรา" ได้ การที่น้องฮาเปอร์ต้องการให้ "เรา" ขยายความออกไปครอบคลุมถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วก่อนหน้านั้น จึงไม่ถูกต้อง 

น้องฮาร์เปอร์ต้องการให้ "เรา" = คนผิวขาว + คนพื้นเมือง ถ้ามองในแง่หลักการสร้างความสมานฉันท์ของชนในชาติน่าจะถูกต้อง หลายคนอาจจะถูกใจ แต่หลายคนอาจจะไม่ถูกใจ ก็แล้วแต่ทัศนคติของแต่ละบุคคล
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 350  เมื่อ 20 ก.ย. 18, 10:47

เรื่องของ ไทย-สยาม

ผมติดใจประเด็นนี้ครับ "คนไทยทั่วไปเรียกตนเองว่า "ไทย" มาตลอด" คนไทยทั่วไป ที่ท่านอาจารย์กล่าวถึงนี้ หมายความรวมถึง 
"ไท/ไต ยวน ลาว ลื้อ มลายู มอญ ขะแมร์ กูย แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำ แคะ จาม ชวา ซาไก มอแกน ทมิฬ ปาทาน เปอร์เซีย อาหรับ ฮ่อ พวน ไทยใหญ่ ผู้ไท ขึน เวียด ยอง ลั๊วะ/ละว้า ม้ง เย้า กะเหรี่ยง ปะหล่อง มูเซอร์ อะข่า กำหมุ มลาบรี ชอง ญากูร์ บรู โอรังลาอุต ฝรั่ง (ชาติต่าง ๆ) แขก (ชาติต่าง ๆ) ลูกครึ่ง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ” กว่า ๕๐ ชนชาติและภาษา..." ด้วยหรือไม่ครับ

อย่าลืมว่า "ไทย" คือเชื้อชาติ ในสมัยก่อนนั้นคนไทยก็ไม่นับคนเชื้อชาติอื่นเป็นคนไทยอยู่แล้ว ที่เห็นได้ชัดคือคนจีน มีคำเรียกชื่อคนจีนโดยใช้คำแสดงเชื้อชาติเป็นเรื่องปรกติ

จีนกุน จีนจูหลาย จีนกิมสุย จีนเองท่าย จีนกี่เซี่ยน จีนเอียนเบี่ยน ล้วนเป็นชื่อตัวต่อท้ายคำว่าจีน แต่มีบางครั้งก็มีแซ่รวมกับชื่อต่อท้ายเช่น จีนเฮ่าจุ้ย

ขอสรุปดังนี้จะดีไหม
คำคนไทยเรียกจีนถิ่นสยาม
ใช้นำหน้าว่าจีนก่อนออกนาม
ชื่อตัวตามใช่แซ่แน่แท้เทียว

คนจีนก็คงเรียกตัวเองว่า จีน เช่นกันทำนองเดียวกับชนเชื้อชาติอื่น ก็คงเรียกตนว่าเป็นคนเชื้อชาตินั้น ๆ 

การใช้ชื่อ "สยาม" เป็นนามประเทศจึงเป็นวิธีการหนึ่งตามความคิดของ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เพื่อ "หลักการณ์ของความสมานฉันท์ การยอมรับในความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษาและอัตลักษณ์วัฒนธรรม และประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน"

เรื่องนี้ก็เช่นกันหลายคนอาจจะเห็นด้วย หลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน คงห้ามกันไม่ได้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 351  เมื่อ 20 ก.ย. 18, 10:52

ทีนี้ เมื่อพูดถึง "แผ่นดิน" เวลาที่ชาวต่างชาติเขาพูดว่า "แผ่นดินสยาม" เขาหมายถึง แผ่นดินใดครับ หมายความรวมถึง แผ่นดินล้านนา มลายู ลังกาสุกะ ล้านช้าง เขมร ด้วยไหมครับ

คำว่า "สยาม" หรือ "เสียม" ที่ชาวต่างชาติในสมัยโบราณเรียกหมายถึง คนไทย แผ่นดินสยามจึงหมายถึงดินแดนของคนไทย อาจจะหมายถึงอาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรอยุธยา หรือดินแดนอื่นที่มีคนไทยปกครอง

มีอักษรจารึกบนภาพที่ผนังระเบียงนครวัดที่นักโบราณคดีตีความต่าง ๆ นานาว่าหมายถึงอะไร คือคำว่า "สฺยำกุกฺ" จิตร ภูมิศักดิ์อธิบายความหมายของคำ ๆ นี้ว่า

สฺยำกุกฺ เป็นการเขียนที่ถูกต้องที่สุดในสำเนียงเขมร และเมื่อแปลเป็นไทยก็ควรเป็น เสียมกก (ชาวเสียมแห่งลุ่มแม่น้ำกก) หรืออาจเขียนรักษารูปศัพท์จารึกไว้นิด ๆ ก็ได้ว่า เสียมกุก (ชาวเสียมแห่งลุ่มแม่น้ำกุกนที)

เสียมกก หรือ เสียมกุก ฟังดูไม่คุ้นหูไทย แต่เมื่อเขมรเรียกชนชาติไท-ไตว่า เสียม เขาก็ต้องเรียกชาวเสียมที่ลุ่มน้ำนี้ว่า เสียมกก; เหมือนพม่าเรียกคนไตว่า ชาน ก็ต้องเรียกคนไตแห่งลุ่มแม่น้ำเมา หรือไตเมา ว่า ชานเมา หรือ เมาชาน, ถ้าให้เขมรเรียกคนไตที่นี่บ้าง ก็ต้องเรียก เสียมเมา หรือ เซียมเมา เหมือนอย่างเรียกไทใหญ่ว่า เสียมธม  


ความหมายของคำในภาษาอาจแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

บันทึกการเข้า
superboy
ชมพูพาน
***
ตอบ: 132


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 352  เมื่อ 20 ก.ย. 18, 20:25

ร้องเพลงชาติกันดีกว่าครับ ดนตรีมักจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างกับเราเสมอ  ยิ้ม

คำร้อง ขุนวิจิตรมาตรา
ทำนอง พระเจนดุริยางค์
แต่งเมื่อ พ.ศ. 2475

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง      ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า
สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา      ร่วมรักษาเอกราษฎร์ชนชาติไทย
บางสมัยศัตรูจู่มารบ                              ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่
ตะลุยเลือดหมายมุ่งผดุงผะไท              สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา

อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย      น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราษฎร์คือกระดูกที่เราบูชา              เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสสระเสรี                      ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินของไทย      สถาปนาสยามให้เทิดชัยไชโย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 353  เมื่อ 21 ก.ย. 18, 08:38

เพลงชาติเพลงนี้ถือเป็นเพลงต้องห้าม เพราะมีคำว่า "ยึดอำนาจ" อันเป็นคำแสลง (ที่ไม่ใช่ สแลง)ในทุกสมัย  ยิงฟันยิ้ม



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 354  เมื่อ 21 ก.ย. 18, 10:05

ต่อมาจึงแก้ไขเนื้อร้อง ได้เป็นเวอร์ชั่น พ.ศ. ๒๔๗๗ นำมาใช้อย่างเป็นทางการ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 355  เมื่อ 21 ก.ย. 18, 11:00

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2477/D/1553.PDF


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 386


ความคิดเห็นที่ 356  เมื่อ 21 ก.ย. 18, 11:26

ขอบพระคุณอีกครั้งครับ ผมขออนุญาตร้องอีกเพลงหนึ่งละกันนะครับ

ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละสิ้นเเล
เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงาม

หากสยามยังอยู่ ยั้งยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ได้ฤา
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย

หาก "
อ้างถึง
สยาม หมายถึงดินแดนเป็นเอกภาพอันหนึ่ง
โดยไม่สนใจชาติพันธุ์ดั้งเดิมจริงแล้วไซร้ เมื่อ "สยาม" พินาศลง ชาติพันธุ์ใดจะยังคงอยู่ได้ฤา สกุลไหนๆ ก็คงมอดม้วยหมดพร้อมสกุลไทยนั่นแหละครับ

ดังนั้น ถ้าพิจารณาตามนี้ สยาม = ไทย จึงเป็นสิ่งเดียวกัน ไม่มีความแตกต่างเลยครับ ผมเลยไม่เข้าใจว่า คนที่รังเกียจคำว่า "ไทย" ไฉน จะยอมรับคำว่า "สยาม" ได้  

อีกประการ ทุกวันนี้เราก็ไม่เคยแบ่งแยกว่า "คนชาติ" ต้องเป็นคนเผ่าไท/ไต เท่านั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด สิทธิเสรีภาพของปวงชาชาวไทย ก็ให้สิทธิคนเชื้อชาติอื่นๆ ไม่ต่างจาก "คนไท" เลย แสดงให้เห็นว่า ประเทศของเรา ก้าวข้ามเรื่องเผ่าพันธุ์พื้นฐานดั้งเดิมไปตั้งนานแล้ว เราให้สิทธิแก่ทุกชาติพันธุ์และปฏิบัติต่อทุกชาติพันธุ์ราวกับว่า ทุกคนเป็น "คนไท" ทั้งสิ้น นี่ไม่ใช่การสร้างความสมานฉันต์อยู่แล้วหรอกหรือครับ

วันดีคืนดี ก็มีคนสร้างวาทะกรรม "ไทย = ไท/ไต only" ขึ้นมา เพื่อจุดประเด็นว่า ชนชาติอื่นๆ ยังไม่เป็น "ไทย" คำว่า ไทย จึงเลวร้ายมาก เพราะหมายถึงพวกข้าพวกเดียว  
 
แต่ การกล่าวตู่ว่า ชนชาติอื่นๆ เป็น "สยาม" ถ้าใช้คำว่าสยามแล้ว พวกเธอจะกลายเป็นพวกเราโดยสมบูรณ์นะจ๊ะ ฯลฯ  น้อยกว่ากันตรงไหน (ผู้ก่อความไม่สงบทางใต้เขาเรียกเราว่า "นักล่าอาณานิคมสยาม" อยู่เนี่ยครับ ถ้าเขายอมรับว่า เขาเป็นสยาม ไม่ใช่ไทย เขาคงไม่ว่าเราอย่างนั้นมังครับ)      

 
  
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 386


ความคิดเห็นที่ 357  เมื่อ 21 ก.ย. 18, 11:30

ผมไม่แน่ใจว่าเหมาะสมหรือไม่ หากไม่เหมาะสมขอให้ลบทิ้งได้เลยนะครับ

อ้างถึง
Dalam erti penjajahan keamanan perkataan Siam. Akan diserahkan kepada lutut Siam selama-lamanya. Tetapi keamanan dalam pengertian Patani. Peace diletakkan pada fakta

แปล

คำว่าสันติภาพตามความหมายของนักล่าอาณานิคมสยาม คือการยอมคุกเข่าสยบต่อสยามตลอดไป แต่สันติภาพตามความหมายของชาวปาตานี คือสันติภาพที่วางอยู่บนฐานความเป็นจริง

 
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 386


ความคิดเห็นที่ 358  เมื่อ 21 ก.ย. 18, 11:45

มีนักวิชาการบางท่านมองว่า
คำว่า 'penjajah Siam' (เปินฌาฌัฮ เสียม ; คำที่บีอาร์เอ็นใช้ในการแถลง) คือ "เจ้าปกครองสยาม" หรือ "ผู้ยึดครองสยาม" คงไม่ใช่ระดับคำ "นักล่าอาณานิคมสยาม"

ที่มา : https://www.isranews.org/content-page/67-south-slide/21737-บีอาร์เอ็นอาจไม่ได้เรียกไทย-นักล่าอาณานิคมสยาม.html

แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นได้อย่างหนึ่งคือ คำว่า "สยาม" ไม่สามารถใช้เป็นคำรวมเรียกทุกชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนพื้นดินตรงนี้ได้ทั้งหมด บางพวกก็ตั้งหลักไว้ว่า ตนไม่ใช่พวกสยาม 

เพื่อให้สอดคล้องกับต้นกระทู้ ผมไม่แน่ใจว่า น้องเนติวิทย์ ทราบเรื่องนี้หรือไม่ และถ้าทราบ น้องมีแนวทางอย่างไร หากฝ่ายโน้น กล่าวหาว่า การเปลี่ยนชื่อรัฐกลับเป็นสยาม ก็เพื่อยืนยันสถานะ penjajah "ผู้ยึดครอง"

เทียบกับการบอกว่า ไม่มีแล้วสยาม ไม่มีแล้วปัตตานีดารุสซาราม ไม่มีแล้วลังกาสุกะ เราทั้งผองคือ ไทยแลนด์ ด้วยกันทั้งนั้น

แบบไหนสมานฉันท์กว่ากันหรือครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10919



ความคิดเห็นที่ 359  เมื่อ 21 ก.ย. 18, 13:14

ปัญหาเรื่องสี่จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วยหลายปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราถกกันอยู่คือเรื่องของ "ลัทธิคลั่งชาติ"

ลัทธินี้ไม่ส่งผลดีต่อใครไม่ว่าเขาหรือเรา


ถ้าคนไทยก็คิดจะรวบเอารัฐชานซึ่งเป็นพวกไทใหญ่ และไตลื้อสิบสองปันนา ตลอดไปจนถึงผู้ไทในเวียดนามเหนือ; ชาวลาวก็คิดจะรวบเอาภาคอีสานของไทย; ชาวเขมรก็คิดจะรวบเอาดินแดนฟากใต้แม่น้ำมูล; ชาวพม่าก็คิดจะรวบเอาดินแดนกะเหรี่ยงทางด้านตะวันตก; ชาวมลายูก็คิดจะรวบเอาดินแดนสี่จังหวัดภาคใต้ของไทย และหลาย ๆ ประเทศก็เป็นไปในทำนองนี้, โลกจะเป็นอย่างไร? ก็ต้องทำสงครามเพราะลัทธิคลั่งชาติกันเรื่อยไป และก็ไม่มีวันจะตกลงอะไรกันได้.

เอกภาพของรัฐหรือสังคมเกิดจากพื้นฐานเศรษฐกิจและความไหวตัวทางการเมือง มิได้เกิดขึ้นจากหรือกำหนดขึ้นจากเชื้อชาติ นี่เป็นความจริงที่เราจะต้องปลูกฝัง. เรื่องที่คิดจะกำหนดเอกภาพของรัฐหรือสังคมขึ้นจากเชื้อชาตินั้น เป็นเรื่องของความเพ้อฝันที่ไม่อาจเป็นจริง และไม่เคยเป็นความจริงมาก่อนเลยในอดีต. ความคิดอย่างนั้นขัดต่อความจริงของชีวิต เพราะชีวิตในสังคมรวมศูนย์กันด้วยเศรษฐกิจและการเมือง มิใช่ด้วยเชื้อชาติ. ความคิดอย่างนั้นรังแต่จะก่อให้เกิดความหายนะแก่มนุษยชาติทุกเชื้อชาติ ดังเช่นลัทธินาซีของฮิตเลอร์เคยก่อมาแล้วในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเท่านั้น.

รัฐประชาชาติกำหนดขึ้นด้วยเอกภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และเอกภาพแห่งดินแดน, มีเอกภาพทางภาษา กล่าวคือมีภาษาที่มีลักษณะทั่วไป ภาษาหนึ่งเป็นภาษากลาง, และมีเอกภาพทางวัฒนธรรม คือมีวัฒนธรรมที่มีลักษณะทั่วไปกระแสหนึ่ง เป็นวัฒนธรรมหลักของรัฐ. องค์ประกอบของรัฐประชาชาติทั้งห้านี้จะละทิ้งเสียประการใดประการหนึ่งมิได้. ฉะนั้นในขณะที่ศึกษาเรื่องราวของแต่ละชนชาติ ซึ่งมีภาษาเป็นของตนเอง และมีวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นเป็นของตนเองนั้น ก็จะเลยเถิดจนลืมเอกภาพทั้งห้าประการ, เกิดลัทธิคลั่งชาติหรือคลั่งท้องถิ่น (Provincialism) ขึ้น ไม่ได้เป็นอันขาด !


บางส่วนจากบทความเรื่อง "ชนชาติ ภาษา และรัฐ" ของจิตร ภูมิศักดิ์

https://www.baanmaha.com/community/threads/4158-ผลงานบางส่วนของท่านจิตร-ภูมิศักดิ์-1
https://www.baanmaha.com/community/threads/4158-ผลงานบางส่วนของท่านจิตร-ภูมิศักดิ์-1?goto=nextnewest
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 22 23 [24]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 20 คำสั่ง