เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 21 22 [23] 24
  พิมพ์  
อ่าน: 17353 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 330  เมื่อ 11 มิ.ย. 18, 14:44

องค์กรชื่อฝรั่งนี้มีสำนักงานอยู่ที่ลาดพร้าว เขตจตุจักรนี้เองค่ะ  เป็น NGO ไทย

แอมเนสตี้คือใคร ?

https://www.amnesty.or.th/about-us/


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 331  เมื่อ 11 มิ.ย. 18, 14:55

ดูนี่ค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 332  เมื่อ 11 มิ.ย. 18, 14:58

https://www.amnesty.or.th/latest/news/1201/

นอกจากนั้นจากมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเข้ามามีบทบาทในการทำงานสิทธิมนุษยชน จึงได้เพิ่มตำแหน่งกรรมการเยาวชนอีก 1 ตำแหน่ง

ทำให้ในปีนี้มีสมาชิกให้ความสนใจลงสมัครกรรมการถึง 9 ท่าน ได้แก่ ตำแหน่งประธาน  2 ท่าน กรรมการ  3 ท่าน และกรรมการเยาวชน 4 ท่าน

อ่านรายละเอียดได้จากลิ้งค์ข้างบนว่ามีสมัครกันกี่คน ตำแหน่งมีกี่ตำแหน่ง และใครบ้าง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 333  เมื่อ 13 ก.ย. 18, 10:59

อ่านข่าวความคิดแหวกแนวของน้องฮาร์เปอร์แล้ว นึกถึงน้องเนเน่ขึ้นมาในบัดดล  ยิงฟันยิ้ม

จิตรมีความคิดแหวกแนวแบบนี้หรือ คุณหมอเพ็ญ?


ฮาร์เปอร์ นีลสัน เด็กหญิงวัย ๙ ปี ถูกทำโทษด้วยการกักบริเวณในช่วงเวลาอาหารกลางวันเมื่อวันที่ ๗ กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากเธอไม่ยอมยืนตรงเคารพธงชาติ เพื่อประท้วงอย่างสันติว่าเพลงชาติออสเตรเลียที่มีเนื้อหาที่ผิดไปจากความจริง โดยเธออธิบายว่า เพลงชาติออสเตรเลียมีชื่อว่า Advance Australia Fair ซึ่งหมายความว่า คนขาวของออสเตรเลียเหนือกว่าคนอื่น และท่อนหนึ่งของเพลงชาติระบุว่า ‘เรายังอายุน้อย’ ถือเป็นการละเลยความจริงที่ว่า ชนพื้นเมืองที่อยู่ที่ออสเตรเลียมาก่อนคนขาวมามากกว่า ๕๐,๐๐๐ ปีแล้ว



ฮาร์เปอร์เปิดเผยว่า เธอรู้สึกว่าโรงเรียนพยายามจะริบอำนาจของเธอ และการทำโทษทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ เพราะเธอทำทุกอย่างก็เพื่อต่อสู้เพื่อความเสมอภาคและอำนาจที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน และการตัดสินใจว่าจะประท้วงเพลงชาติออสเตรเลียก็เป็นการตัดสินใจของเธอเอง และเธอได้หารือกับพ่อแม่แล้ว

นายมาร์ค นีลสัน พ่อของฮาร์เปอร์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์กล่าวว่า การทำโทษฮาร์เปอร์ได้สร้างความตระหนักเรื่องการเหยียดเชื้อชาติในสถาบันรัฐ และเขาสนับสนุนความเห็นของลูกสาวอย่างเต็มที่ เขามองว่า ฮาร์เปอร์ได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่ยึดถือสิ่งที่เธอเชื่อว่าถูกต้อง เขาจึงยิ่งภาคภูมิใจในตัวลูกมากขึ้น

ด้านนายแซม วัตสัน ผู้อาวุโสของชุมชนอะบอริจินในบริสเบนแสดงความยินดีกับครอบครัวนีลสันว่าพวกเขาเลี้ยงลูกให้ฉลาดและคล่องแคล่ว และเด็กคนนี้จะโตขึ้นไปทำสิ่งยิ่งใหญ่ในชีวิต เขาคิดว่า ฮาร์เปอร์ฉลาดและกล้าหาญที่จะชี้ให้คนอื่นเห็นว่า ออสเตรเลียไม่ใช่ประเทศที่เพิ่งเกิดและเสรี ทั้งที่เธอสามารถจะร้องเพลงนี้ตามน้ำไปได้ แต่เธอเลือกที่จะบอกว่าเธอไม่เชื่อสิ่งที่อยู่ในเนื้อเพลง

อย่างไรก็ตาม บางคนก็ออกมาต่อต้านจุดยืนของฮาร์เปอร์ โดยนายพอลีน แฮนสัน ส.ว.ออสเตรเลียกล่าวว่า เขาจะเตะก้นฮาร์เปอร์ เพราะเธอไม่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติ และเธอถูกล้างสมองให้เดินผิดทาง เขาจึงโทษว่าที่เป็นความผิดของพ่อแม่ที่สนับสนุนเด็ก

https://www.voicetv.co.th/read/H1A8AI8um
http://www.komchadluek.net/news/foreign/343350
http://www.abc.net.au/news/2018-09-12/national-anthem-protest-school-brisbane/10235792


บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 364


ความคิดเห็นที่ 334  เมื่อ 13 ก.ย. 18, 11:18

คำว่า "ประเทศ" ของน้องคนนี้ เป็นคนละมิติกับคำว่า "ประเทศ" ของนักวิชาการไทยบางท่านเลยนะครับ
ของเรา บางท่านพยายามบอกว่า เวลาเราพูดถึงการรบระหว่าง ไทย-พม่า-เขมร ในอดีต จริงๆแล้ว มันไม่ใช่ไทบรบพม่า เพราะตอนนั้นยังไม่มี "รัฐชาติ" ที่เรียกว่าประเทศไทย หรือประเทศพม่า บางท่านไปไกลถึงว่า ไม่เคยมีการกู้เอกราช เพราะโดยแนวคิดจักพรรดิราชสมัยโบราณ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเอกราช หรือต่อให้มี ก็ไม่ได้หมายถึง Freedom อย่างในปัจจุบันนี้ อะไรไปโน่น

ส่วนน้องคนนี้ เธอพยายามเอา ดินแดนที่มีผู้คนชาวอะบอริจิน มารวมกับคำว่า "ประเทศออสเตรเลีย" ด้วยการพยายามบอกว่า แผ่นดินที่มีชาวอะบอริจิน ตลอดจนถึงชาวพื้นเมืองดั้งเดิมอาศัยอยู่นั้นหนะ คือประเทศออสเตรเลียมาตั้งนานแล้ว อืม.... คิดตรงกันข้ามเลยเห็นไหมครับ

อีกประการ ผมไม่แน่ใจว่า ระหว่างการพยายามพูดว่า
1) ประเทศออสเตรเลีย เพึ่งเกิดขึ้นเมื่อคนขาวเข้ามา
2) ประเทศออสเตรเลีย มีมาตั้งนานแล้ว แม้ในยุคที่ชนพื้นเมืองครอบครองดินแดนนี้อยู่ ก็ยังสมควรจะเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่าเป็นประเทศออสเตรเลีย
อย่างไหนถือว่าเป็นการขยายของเขตของการอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของมากกว่ากัน

อุปมา (สมมุตินะครับ อย่าแจ้งจับผมในข้อหาแบ่งแยกดินแดนนะครับ) นี่ถ้าผมพูดว่า ประเทศไทยมีภาคเหนือมาตั้งนานแล้ว แม้ในสมัยที่ราชวงศ์มังรายยังปกครองเชียงใหม่ พื้นที่ตรงนั้น ก็สมควรจะเรียกว่า ภาคเหนือของประเทศไทย ได้

แบบนี้ไม่รู้ว่าคนเชียงใหม่จะชอบผม เหมือนที่ชนพื้นเมืองออสเตรเลียขอบน้องท่านนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ         
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 335  เมื่อ 13 ก.ย. 18, 17:55

คำว่า "ประเทศ" ของน้องคนนี้ เป็นคนละมิติกับคำว่า "ประเทศ" ของนักวิชาการไทยบางท่านเลยนะครับ

ฮาร์เปอร์ นีลสัน เด็กหญิงวัย ๙ ปี อธิบายว่า เพลงชาติออสเตรเลียมีชื่อว่า Advance Australia Fair ซึ่งหมายความว่า คนขาวของออสเตรเลียเหนือกว่าคนอื่น และท่อนหนึ่งของเพลงชาติระบุว่า ‘เรายังอายุน้อย’ ถือเป็นการละเลยความจริงที่ว่า ชนพื้นเมืองที่อยู่ที่ออสเตรเลียมาก่อนคนขาวมามากกว่า ๕๐,๐๐๐ ปีแล้ว

ด้านนายแซม วัตสัน ผู้อาวุโสของชุมชนอะบอริจินในบริสเบน คิดว่า ฮาร์เปอร์ฉลาดและกล้าหาญที่จะชี้ให้คนอื่นเห็นว่า ออสเตรเลียไม่ใช่ประเทศที่เพิ่งเกิดและเสรี

ความจริงคือ น้องฮาร์เปอร์กล่าวถึง "คน" คือชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย แต่คุณแซม วัตสันชาวอะบอริจิน มาตีความเอาเองว่าน้องพูดถึงประเทศ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 336  เมื่อ 13 ก.ย. 18, 18:27

ประเด็นที่น้องฮาร์เปอร์ประท้วงเรื่องเพลงชาติออสเตรเลียที่มีเนื้อหาที่ผิดไปจากความจริง โดยกล่าวว่าประเทศออสเตรเลียไม่ได้มีเพียงคนผิวขาวเท่านั้นหากยังมีชาวอะบอริจินเป็นชนร่วมชาติอยู่ด้วย เป็นประเด็นเดียวกับที่ น้องเนเน่กล่าวถึงเนื้อหาในเพลงชาติไทย ซึ่งกล่าวว่า

ผมคิดว่า ควรจะมีการเปลี่ยนเนื้อเพลงชาติไทย ได้แล้ว
หรือไม่ถ้าจะรักษาให้สภาพแบบนี้ไม่ยุ่งยาก ก็เลิกบังคับกันซะทีเถอะ
เรื่องร้อง ไม่ร้อง มันพ้นยุค มันล้าสมัย มันไม่สมเหตุผล

“ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ไท/ไต ยวน ลาว ลื้อ มลายู มอญ ขะแมร์ กูย แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำ แคะ จาม ชวา ซาไก มอแกน ทมิฬ ปาทาน เปอร์เซีย อาหรับ ฮ่อ พวน ไทยใหญ่ ผู้ไท ขึน เวียด ยอง ลั๊วะ/ละว้า ม้ง เย้า กะเหรี่ยง ปะหล่อง มูเซอร์ อะข่า กำหมุ มลาบรี ชอง ญากูร์ บรู โอรังลาอุต ฝรั่ง (ชาติต่าง ๆ) แขก (ชาติต่าง ๆ) ลูกครึ่ง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ” กว่า ๕๐ ชนชาติและภาษา”


เนเน่คงได้ความคิดนี้มาจาก อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ  อันเป็นความคิดเดียวกับจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งกล่าวในหนังสือ  "ความเป็นมาของคำ สยาม, ขอม, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ" หน้า ๓๖๓


บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 364


ความคิดเห็นที่ 337  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 09:49

ผมก็ยังมีประเด็นอยู่นะครับ
อ้างถึง
ท่อนหนึ่งของเพลงชาติระบุว่า ‘เรายังอายุน้อย’

ประเด็นแรกนะครับ "เรา" คือใครหรือครับ ในเนื่อเพลง คำว่า "เรา" ในที่นี้ คือ รัฐชาติสมัยใหม่ที่ชื่อว่าออสเตรเลีย ไม่ใช่หรือครับ ก็เพราะว่า นี่คือเพลงชาติ คำว่า "เรา" ในที่นี้คงมิได้หมายความถึง "เนื่อแผ่นดิน" ที่ถูกคนขาวตั้งชื่อในภายหลังว่า ทวีปออสเตรเลีย เพราะจะเป็นการประหลาดหากจะตีความว่า "ประเทศ" มีอายุเท่าเนื้อแผ่นดินซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศ เนื่อความท่อนนี้ มีความหมายเพียงว่า "รัฐชาติของเราเพึ่งก่อตั้งขึ้น" ซึ่งก็น่าจะถูกต้องแล้วนี่ครับ

ถ้าตีความอย่างถ้าน้องว่า กรุงรัตนโกสินทร์ก็ต้องมีอายุหลายหมื่นปี เท่าอายุของขั้นตะกอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาหละครับ รัตนโกสินทร์ศก คงต้องรื่อออกมานับใหม่ เพราะละเลยความเป็นจริง ที่ว่า มี "รัตนโกสินทร์"  อยู่ตรงนี้มาก่อนตั้ง "กรุงรัตนโกสิทนร์ "หลายหมื่นปีแล้ว ซึ่งตรรกแบบนี้ แปลกประหลาดมากครับ

เมื่ออายุของเนื้อแผ่นดิน ไม่อาจถูกเหมารวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุของรัฐชาติได้ คนที่อาศัยอยู่ในเนื้อแผ่นดินนั้นๆ ก่อนการกำเนิดของรัฐชาติ ย่อมไม่อาจจะถือเป็นคนชาติมาตั้งแต่ต้นได้ จะถือว่าเป็นได้ก็เมื่อมีรัฐชาติกำเนิดขึ้นแล้วเท่านั้น ดังนั้น

อ้างถึง
น้องฮาร์เปอร์กล่าวถึง "คน" คือชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย
ก่อนการกำเนิดของรัฐชาติที่ชื่อว่าออสเตรเลีย คนเหล่านั้นจึงไม่ใช่คนพื้นเมืองออสเตรเลีย แต่เป็น "คน" ที่อาศัยอยู่ในเนื้อแผ่นดิน ซึ่งในภาษาของพวกเขาอาจมีชื่อเรียกดินแดนนั้นว่าอย่างอื่น ที่ไม่ใช่ "ออสเตรเลีย" อันทึ่จริง คำว่า ออสเตรเลีย ไม่ใช่ภาษาของพวกเขาด้วยซ้ำ

ดังนั้น การที่น้องจะเหมาเอาว่า พวกเขาคือ คน "ของ" ออสเตรเลียมาตั้งแต่แรกแล้ว ก็คือความคิดยึดครองไม่ใช่หรือครับ แถมยึดครองหนักกว่าเดิมด้วย เพราะ ขนาดแม้แต่ในห้วงเวลาที่คนขาวยังไม่มาสร้างรัฐชาติที่นี่ ก็ยังจะสมควรนับว่า คนพื้นเมืองเหล่านี้ ก็ถือเป็นคนของออสเตรเลียมาตั้งแต่แรกแล้ว

ถ้ามองในมุมนี้นะครับ น้องเขามีปัญหากับเนื้อร้องของเพลงชาติ เพราะ มันไม่ยิ่งใหญ่พอครับ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 364


ความคิดเห็นที่ 338  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 10:08

สำหรับเรื่องชื่อประเทศ
ในสมัยโบราณ ก่อนแนวคิดรัฐชาติสมัยใหม่เผยแพร่เข้ามาในภูมิภาคนี้ เราไม่เคยมีการตั้งชื่อประเทศกันนี่ครับ เรานิยมตั้งชื่อตามศูนย์กลางอำนาจการปกครอง ถ้าศูนย์กลางการปกครอง อยู่ที่เมืองชื่อ พระนครศรีอยุธยา อาณาจักร อันเป็นปริมณฑลแห่งอำนาจของพระมหากษัตริย์เจ้ากรุงศรีอยุธยา ก็เรียกชื่อไปตามนั้น 

แต่เวลาเรียก "คน" เราก็เรียกกันตามถิ่นกำเนิด ผมเกิดที่พิจิตร ผมก็เป็นคนพิจิตร คนที่เกิดพิษณุโลก ก็เป็นคนพิดโลก เกิดอยุธยา ก็เป็นคน ยุดยา ดั่งนี้เป็นต้น ซึ่งผมก็ไม่แน่ในจริงๆต้องกราบขออภัยนะครับ เราเคยเรียกตนเองกันว่า คนเผ่าไท หรือคนไต หรือเปล่า

ทีนี้ ถ้าเราจะเรียกใครสักคนว่า เป็นคนพิจิตร เราก็ดูแค่ว่า เขาเกิดที่นั้นใช่ไหม วงศ์วานว่านเครื่อมาจากที่นั้นใช่ไหม แบบที่เรียกกันว่า "ฝังรกราก" กันไว้ที่ตรงนั้นใช่ไหม ไม่ใช่พวกที่โยกย้ายถิ่นฐานมาจากที่อื่นแน่นะ ก็เท่านั้นเองนี่ครับ หรือแม้แต่คนที่โยกย้ายมา ถ้าอยู่นานพอสมควรแล้ว ก็สามารถเรียกตนเองว่าเป็นคนที่นั้นๆ ก็ได้ทุกวันนี้ ที่พิจิตรก็มีคนเชื้อสายญวน ที่ติดตามท่านโฮจิมินมาตั้งรกรากอยู่เป็นตำบลเลย ถามว่า คนเหล่านี้เรียกตัวเองว่า "คนพิจิตร" ได้ไหม ก็ต้องได้อยู่แล้ว จริงไหมครับ 

ผมไม่เห็นต้องไปตั้งรังเกียจเลยว่า คำว่า "คนพิจิตร" ล้าสมัย ไม่สอดคล้อง เพราะในจังหวัดพิจิตร มี ไท/ไต ยวน ลาว ลื้อ มลายู มอญ ขะแมร์ กูย แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำ แคะ จาม ชวา ซาไก มอแกน ทมิฬ ปาทาน เปอร์เซีย อาหรับ ฮ่อ พวน ไทยใหญ่ ผู้ไท ขึน เวียด ยอง ลั๊วะ/ละว้า ม้ง เย้า กะเหรี่ยง ปะหล่อง มูเซอร์ อะข่า กำหมุ มลาบรี ชอง ญากูร์ บรู โอรังลาอุต ฝรั่ง (ชาติต่าง ๆ) แขก (ชาติต่าง ๆ) ลูกครึ่ง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ” กว่า ๕๐ ชนชาติและภาษา อาศัยอยู่ด้วย (เอ่อ อาจจะไม่เยอะขนาดนี้นะครับผมแค่ยกตัวอย่าง)

ฉันใดฉันนั้น เวลาพูดถึง "คนไทย" จำเป็นต้องแยกเชื้อชาติด้วยหรือครับ ผมก็ไม่เข้าใจ   
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 364


ความคิดเห็นที่ 339  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 10:13

ประการสุดท้าย ความทันสมัย

ผมก็ไม่ทราบนะครับ ว่าจะต้องให้ทันสมัยสักขนาดไหน ชื่อบ้าน นามเมือง ส่วนใหญ่ล้วนมีที่มา ซึ่งถ้าไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน จะเสียงบประมาณไปเปลี่ยนมันทำไม

ถ้าจะเอาความทันสมัย อยุธยา อันมีความหมายว่า เมืองซึ่งไม่อาจต่อรบด้วยได้ ก็คงต้องเปลี่ยนชื่อแล้ว เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงซึ่งเมืองนี้เคยพ่ายแพ้มาแล้วหลายครั้ง เชียงใหม่ ก็ไม่ใหม่แล้ว อุบลราชธานี ไม่ได้เป็นราชธานีของนครรัฐไหน ฯลฯ

แบบนี้ จะสบายใจนักวิชาการท่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ 
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 340  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 12:09

(๑)ประเด็นแรกนะครับ "เรา" คือใครหรือครับ ในเนื่อเพลง คำว่า "เรา" ในที่นี้ คือ รัฐชาติสมัยใหม่ที่ชื่อว่าออสเตรเลีย ไม่ใช่หรือครับ

(๒) [อ้างถึง - น้องฮาร์เปอร์กล่าวถึง "คน" คือชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย] ก่อนการกำเนิดของรัฐชาติที่ชื่อว่าออสเตรเลีย คนเหล่านั้นจึงไม่ใช่คนพื้นเมืองออสเตรเลีย แต่เป็น "คน" ที่อาศัยอยู่ในเนื้อแผ่นดิน 



(๑) เรา ในเนื้อเพลงหมายถึง คนขาว ซึ่งน้องฮาร์เปอร์ข้องใจว่าทำไมไม่นับชนพื้นเมืองเข้าไปด้วย

(๒) คนที่น้องกล่าวถึงคือ คนขาว และ ชนพื้นเมือง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 341  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 12:13

(๑) เราเคยเรียกตนเองกันว่า คนเผ่าไท หรือคนไต หรือเปล่า

(๒) เวลาพูดถึง "คนไทย" จำเป็นต้องแยกเชื้อชาติด้วยหรือครับ ผมก็ไม่เข้าใจ  

(๑) จากหนังสือ  "ความเป็นมาของคำ สยาม, ขอม, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ"  หน้า ๒๙๗

จิตร ภูมิศักดิ์ อ้างข้อความจากหนังสือ "ราชอาณาจักรสยาม" ของ เดอ ลาลูแบร์ ทูตฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ซึ่งเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพระนารายณ์ ระหว่าง พ.ศ. ๒๒๒๙-๒๒๓๑ (de La Loubere, Du Royaume de Siam, Tome I, Amsterdum, 1691, pp. 15-17.  ภาษาไทยดู จดหมายเหตุลาลูแบร์, กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงแปล, ฉบับพิมพ์คุรุสภา ๒๕๐๕, เล่ม ๑ หน้า ๒๓-๒๕.)

ชื่อ เซียม (siam) นั้น ไม่เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวเซียม คำนี้เป็นคำหนึ่งในบรรดาคำที่พวกโปรตุเกสในอินเดียใช้กัน, และก็เป็นคำที่ยากจะค้นหารากเหง้าที่มาของมันได้  

ชื่อจริงของชาวเซียมแปลว่า ฟรองซ์

ชาวเซียมนั้นเรียกตัวเองว่า ไท (Tai), หมายความว่า อิสระ, ตามความหมายของคำในภาษาของเขาซึ่งยังมีความหมายเช่นนั้นมาจนทุกวันนี้  ชาวเซียมมีความภูมิใจที่ใช้คำนี้เช่นเดียวกันกับบรรรพบุรุษของเราซึ่งใช้นามว่า ฟรองซ์ (Franc) เมื่อได้กอบกู้อิสระภาพของชาวกอลให้หลุดพ้นจากอำนาจครอบครองของโรมันมาได้  

(๒)  คำว่า ไทย/ไท/ไต เป็นคำเรียกตามเชื้อชาติ  เนเน่จึงตะขิดตะขวงในเนื้อเพลงชาติไทยตอนหนึ่งที่ว่า "ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย" จึงตั้งคำถามว่า "แน่ใจหรือมีแต่ไทย" ซึ่งความจริงประเทศไทยก็มีชนหลายเชื้อชาติอย่างที่เนเน่/อาจารย์ชาญวิทย์/จิตร ภูมิศักดิ์ว่า

อาจารย์ชาญวิทย์จึงใช้ความจริงข้อนี้ในการรณรงค์ให้เปลี่ยนชื่อประเทศไทยกลับไปเป็นประเทศสยาม ซึ่งมีความหมายดังที่จิตร ภูมิศักดิ์อธิบาย

สยาม หมายถึงดินแดนเป็นเอกภาพอันหนึ่ง ซึ่งภายในดินแดนนี้ มีประชาชนหลายเชื้อชาติรวมกันเป็นเจ้าของ นั่นคือ สยาม เป็นชื่อของรัฐประชาชาติรัฐหนึ่งโดยเด็ดขาด. และมิได้เป็นชื่อเฉพาะของชนชาติใดชนชาติเดียว. ไม่ว่าเขาจะเป็นชนเชื้อชาติเขมร, ลาว, มอญ, กะเหรี่ยง, มลายู, ส่วย, ไทย ฯลฯ ทุกคนมีศักดิ์และสิทธิ์ในฐานะเป็นประชาชนชาวสยาม อย่างเท่าเทียมกัน. นี่คือความหมายและสำนึกใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเกิดแห่งรัฐประชาชาติ.
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 342  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 12:41

เป็นสัจธรรมดังที่ อังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) นิพนธ์ไว้

๏โลกนี้มิอยู่ด้วย         ดวงมณี เดียวนา 

ทรายและสิ่งอื่นมี         ส่วนสร้าง 

ปวงธาตุต่ำกลางดี        ดุลยภาพ 

ภาคจักรพาลมิร้าง        เพราะน้ำแรงไหน๚ะ๛


๏ ภพนี้มิใช่หล้า          หงส์ทอง เดียวเลย

กาก็เจ้าของครอง         ชีพด้วย 

เมาสมมุติจองหอง        หินชาติ 

น้ำมิตรแล้งโลกม้วย      หมดสิ้นสุขศานต์๚ะ๛


บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 364


ความคิดเห็นที่ 343  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 14:35

อ้างถึง
(๑) เรา ในเนื้อเพลงหมายถึง คนขาว ซึ่งน้องฮาร์เปอร์ข้องใจว่าทำไมไม่นับชนพื้นเมืองเข้าไปด้วย

ถ้าตีความเช่นนี้ น้องฮาเปอร์ก็คิดผิดครับ เพราะ
1) ถ้า เราหมายถึงคนขาว เมื่อเอาคำว่า "คนขาว" ไปแทนที่คำว่า "เรา" เนื่อเพลงท่อนนั้น ก็ต้องร้องว่า "คนขาวอายุยังน้อย" ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะคนขาว หรือเผ่าพันธุ์คอเคซอยด์ หรือเอาแค่ที่มาของชาวตะวันตกในออสเตรเลีย คือคนอังกฤษ ก็มีอยู่มานานแล้ว คนขาวไม่ใช่เพึ่งมีกำเนิดขึ้นในโลกพร้อมๆ กับการกำเนิดของประเทศออสเตรเลีย ดังนั้น จะพูดว่า "เผ่าพันธ์คนขาวยังมีอายุน้อย" ไม่ได้

และถ้าน้องฮาเปอร์มีความคิดว่า "ก็เพราะเหตุนี้ไง เนื้อร้องท่อนนั้นมันถึงได้ไม่ถูกต้อง" ก็แสดงว่า ปัญหาอยู่ที่เพลงไม่ยิ่งใหญ่พอนั่นแหละครับ

2) แต่ถ้าปัญหาอยู่ที่ คำว่า "เรา" หมายถึงเฉพาะ "คนขาว" เท่านั้น ไม่รวมคนพื้นเมืองเข้าไปด้วย
ลองเอาคำว่า "คนขาวและคนพื้นเมือง" เข้าไปแทนที่คำว่า "เรา" ในเนื่อเพลง "คนขาวและคนพื้นเมืองอายุยังน้อย" ..... ใช่หรือครับ คนขาวจะมีความเป็นมานานเท่าไหร่ไม่รู้หละ แต่ท่านก็พูดเองว่า ชนพื้นเมืองอยู่ที่นี่มานานแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมคนขาวกับชนพื้นเมือง ถึงได้มีอายุน้อย เหมือนกันได้

ถ้าลากเอาคนพื้นเมืองไปอยู่ในความหมายของ "เราอายุยังน้อย" ด้วย ก็เท่ากับกดคนพื้นเมืองให้มีอายุน้อยตามคนขาวไปด้วยสิครับ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 364


ความคิดเห็นที่ 344  เมื่อ 14 ก.ย. 18, 14:52

สำหรับประเทศเรา ถ้าสมมุติเปลี่ยนชื่อประเทศกลับเป็นสยามได้จริง น้องผมก็คงมีประเด็นอยู่ดีแหละครับ เพราะ
อ้างถึง
ชาวเซียมนั้นเรียกตัวเองว่า ไท (Tai), หมายความว่า อิสระ, ตามความหมายของคำในภาษาของเขาซึ่งยังมีความหมายเช่นนั้นมาจนทุกวันนี้

ดังนั้น เซียม - สยาม ก็คือ ไท
 
ถ้าพื้นฐานความคิดคือ ชื่อรัฐ ห้ามเอาชื่อเผ่าพันธ์เผ่าเดียวมาตั้ง ไม่ว่าจะชื่อ ไทย(ไท) หรือ สยาม(เซียม) ผลก็เท่ากันแหละครับ เพราะ ที่นี่ไม่ได้มีแต่ชาวสยาม(เซียม) ยังมี ยวน ลาว ลื้อ มลายู มอญ ขะแมร์ กูย แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำ แคะ จาม ชวา ซาไก มอแกน ทมิฬ ปาทาน เปอร์เซีย อาหรับ ฮ่อ พวน ไทยใหญ่ ผู้ไท ขึน เวียด ยอง ลั๊วะ/ละว้า ม้ง เย้า กะเหรี่ยง ปะหล่อง มูเซอร์ อะข่า กำหมุ มลาบรี ชอง ญากูร์ บรู โอรังลาอุต ฝรั่ง (ชาติต่าง ๆ) แขก (ชาติต่าง ๆ) ลูกครึ่ง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ” กว่า ๕๐ ชนชาติและภาษา อาศัยอยู่ด้วย

ถ้าทำใจได้ว่า
อ้างถึง
สยาม หมายถึงดินแดนเป็นเอกภาพอันหนึ่ง ซึ่งภายในดินแดนนี้ มีประชาชนหลายเชื้อชาติรวมกันเป็นเจ้าของ นั่นคือ สยาม เป็นชื่อของรัฐประชาชาติรัฐหนึ่งโดยเด็ดขาด. และมิได้เป็นชื่อเฉพาะของชนชาติใดชนชาติเดียว. ไม่ว่าเขาจะเป็นชนเชื้อชาติเขมร, ลาว, มอญ, กะเหรี่ยง, มลายู, ส่วย, ไทย ฯลฯ ทุกคนมีศักดิ์และสิทธิ์ในฐานะเป็นประชาชนชาวสยามอย่างเท่าเทียมกัน. นี่คือความหมายและสำนึกใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเกิดแห่งรัฐประชาชาติ

แล้วเหตุใดจะทำใจเสียว่า
ประเทศไทย หมายถึงดินแดนเป็นเอกภาพอันหนึ่ง ซึ่งภายในดินแดนนี้ มีประชาชนหลายเชื้อชาติรวมกันเป็นเจ้าของ นั่นคือ ประเทศไทย เป็นชื่อของรัฐประชาชาติรัฐหนึ่งโดยเด็ดขาด. และมิได้เป็นชื่อเฉพาะของชนชาติใดชนชาติเดียว. ไม่ว่าเขาจะเป็นชนเชื้อชาติเขมร, ลาว, มอญ, กะเหรี่ยง, มลายู, ส่วย, ไทย ฯลฯ ทุกคนมีศักดิ์และสิทธิ์ในฐานะเป็นประชาชนของประเทศไทยอย่างเท่าเทียมกัน. นี่คือความหมายและสำนึกใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเกิดแห่งรัฐประชาชาติ
ไม่ได้เล่าครับ
 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 21 22 [23] 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.076 วินาที กับ 20 คำสั่ง