เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 24
  พิมพ์  
อ่าน: 16925 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 300  เมื่อ 12 ก.พ. 18, 20:32

ในฐานะที่ผมติดตามเนติวิทย์มานาน ในเรือนไทยนี่คล้าย ๆ จะมีแต่ผมกับซายาเพ็ญฯ ที่มีความคิดเห็นค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันเรื่องการเคลื่อนไหวของเด็กๆ กลุ่มนี้ หัวเดียวกระเทียมลีบกันไม่น้อย เป็นความเห็นที่ค่อนข้างสวนกระแสลุงป้าพอสมควร  ยิงฟันยิ้ม แต่สิ่งหนึ่งคือว่าถ้าไม่เผลอไผลไปจะไม่ทำคือการพยายามเถียงเอาชนะ หรือประชดประชันจนกว่าคนอื่นจะยอมเปลี่ยนความคิดมาทางผม เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร ต่างคนต่างความคิดต่างภูมิหลังต่างประสบการณ์ จะให้คิดเหมือนกันได้ยังไง ดังนั้นหลังจากแสดงความคิดเห็นไปแล้ว ลุงป้าท่านอื่นจะเห็นด้วย จะคัดค้าน ก็เป็นสิทธิ์ของลุงป้าทุกท่าน คิดไม่เหมือนกันก็อยู่ร่วมกันได้ ตามวิธีประชาธิปไตย เป็นการถกกันตามเหตุผลและมุมมองของแต่ละคน

แอบตามดราม่าเล็กๆ ในเรือนไทยมาสองสามวันแล้ว  ยิงฟันยิ้ม อ่านแล้วก็งงว่าคุณศรีนาคาต้องการอะไร ถ้าต้องการให้ลุงป้าทุกคนแสดงความเห็นจนกว่าจะถูกใจตรงใจตัวเอง อย่างนั้นก็คงไม่จบเรื่อง แถมลุงป้าในเรือนไทยนี่แต่ละท่านไม่ธรรมดากันทั้งนั้น เต็มเปี่ยมด้วยภูมิรู้ประสบการณ์และธนบัติ คนระดับนี้เวลาตำหนิใคร โดยเฉพาะตำหนิผู้ใหญ่ด้วยกันเช่นครูบาอาจารย์ท่านจะตำหนิแบบผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ตำหนิอะไรพร่ำเพรื่อ และการที่ท่านไม่ตำหนิออกมาตรงนี้ไม่ได้แปลว่าท่านเห็นด้วยหรือสนับสนุน เป็นสิทธิ์ของแต่ละท่านที่จะเน้นประเด็นไหนในเรื่องเหล่านี้ก็ได้ จะมาบังคับให้ท่านแสดงความเห็นจนกว่าจะถูกใจตัวคงไม่ได้

ปล. เดือนหน้าผมอายุครบ 26 แล้ว เลยเบญจเพศมานี๊ดดดดเดียว จัดได้ว่ายังไม่ถึงระดับลุงป้าแน่นอน
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10855



ความคิดเห็นที่ 301  เมื่อ 13 ก.พ. 18, 18:30

การเคลื่อนไหวของเด็กๆ กลุ่มนี้ หัวเดียวกระเทียมลีบกันไม่น้อย เป็นความเห็นที่ค่อนข้างสวนกระแสลุงป้าพอสมควร 

ท่านผู้ใหญ่ ท่านก็อยู่บนโลกใบนี้มานานพอแล้ว และท่านก็มีเวลาเพียงเล็กน้อยที่จะอยู่ต่อไป พวกเด็ก ๆ พวกเยาวชนรุ่นหนุ่มสาว เขามีเวลาข้างหน้าอันยาวนานที่จะต้องอยู่ในโลกนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นก็เป็นการชอบธรรมอย่างยิ่งที่เขาควรจะมีความคิดเห็น ในการจัดแจงประชาคมและโลกให้เป็นที่ผาสุกตามรสนิยมและทรรศนะของเขายิ่งกว่าบุคคลที่ใกล้จะอำลาโลกไปแล้วมิใช่หรือ

จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระที่จะเลือกวิถีชีวิตของเขาเถิด แต่ปล่อยหรือไม่ปล่อยก็เท่ากัน เพราะเขาคงแสวงหามันจนได้


กุหลาบ สายประดิษฐ์
๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๕
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 302  เมื่อ 13 ก.พ. 18, 19:04

มิใช่เลย
ถ้ายึดความคิดนี้อย่างตายตัว มิได้พิจารณาสิ่งอื่น เช่น สัมมาทิฏฐิ และมิจฉาทิฎฐิ ของบุคคลนั้น   การมอบความรับผิดชอบในโลกให้แก่บุคคล  โดยพิจารณาเฉพาะความเป็นหนุ่มสาวเป็นเกณฑ์ ก็เท่ากับยื่นอาวุธให้โดยไม่สั่งสอนวิธีใช้
อีกอย่าง พระพุทธศาสนาไม่เคยสอนให้พิจารณาความสั้นยาวของชีวิต ที่อายุบุคคล  เพราะความตายอาจจู่โจมมาได้ทุกเมื่อ   ทารกหรือหนุ่มสาวก็มีสิทธิ์ตายได้เร็วในทุกนาทีของชีวิตเช่นกัน  อาจตายก่อนพ่อแม่ปู่ย่าตายายก็ได้  พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 303  เมื่อ 14 ก.พ. 18, 10:57

ป.ล.  เกรงใจว่าคุณเพ็ญชมพู  ในกระทู้นี้ ดิฉันไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับคุณเสียเรื่อย    จึงขอบอกว่า ส่วนที่เห็นด้วยก็มี
คือข้อเขียนของศรีบูรพาข้างบนนี้    ดิฉันเช่ือว่า ถ้าแปลเป็นภาษาเกาหลีได้ แล้วส่งไปที่เกาหลีเหนือ   มีโอกาสมากที่ท่านผู้นำคิม จอง อึน จะเห็นด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10855



ความคิดเห็นที่ 304  เมื่อ 14 ก.พ. 18, 11:40

เกรงใจว่าคุณเพ็ญชมพู  ในกระทู้นี้ ดิฉันไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับคุณเสียเรื่อย

กรณีนี้เห็นด้วยกับคุณประกอบ  ยิงฟันยิ้ม

สิ่งหนึ่งคือว่าถ้าไม่เผลอไผลไปจะไม่ทำคือการพยายามเถียงเอาชนะ หรือประชดประชันจนกว่าคนอื่นจะยอมเปลี่ยนความคิดมาทางผม เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร ต่างคนต่างความคิดต่างภูมิหลังต่างประสบการณ์ จะให้คิดเหมือนกันได้ยังไง ดังนั้นหลังจากแสดงความคิดเห็นไปแล้ว ลุงป้าท่านอื่นจะเห็นด้วย จะคัดค้าน ก็เป็นสิทธิ์ของลุงป้าทุกท่าน คิดไม่เหมือนกันก็อยู่ร่วมกันได้ ตามวิธีประชาธิปไตย เป็นการถกกันตามเหตุผลและมุมมองของแต่ละคน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10855



ความคิดเห็นที่ 305  เมื่อ 15 ก.พ. 18, 09:53

พวกเด็ก ๆ พวกเยาวชนรุ่นหนุ่มสาว เขามีเวลาข้างหน้าอันยาวนานที่จะต้องอยู่ในโลกนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นก็เป็นการชอบธรรมอย่างยิ่งที่เขาควรจะมีความคิดเห็น ในการจัดแจงประชาคมและโลกให้เป็นที่ผาสุกตามรสนิยมและทรรศนะของเขา

ถึงเวลาเยาวชนคนหนุ่มสาว
บอกโลกเล่าเรื่องราวเขาต่อสู้
เพื่อสิทธิเสรีที่เชิดชู
ยกย่องผู้แกร่งกล้าหาญท้าทาย


มูลนิธิ Human Rights Foundation อันเป็นเวทีระดับโลกด้านสิทธิมนุษยชน ส่งจดหมายทางอีเมลเชิญให้เนติวิทย์เป็นหนึ่งในองค์ปาฐกงาน Oslo Freedom Forum ประจำปี ๒๐๑๘ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ออสโล ประเทศนอร์เวย์

"ผม (เนติวิทย์) ค่อนข้างแปลกใจปนดีใจปนตกใจที่ได้รับคำเชิญนี้ ผมไม่เคยไปเวทีอะไรแบบนี้มาก่อนเลยไม่ถนัดจะพูดภาษาอังกฤษยาว ๆ ซะด้วย อีกอย่างไม่คิดว่าตนเองจะเป็นที่รู้จัก​หรือมีคนเห็นสิ่งที่ทำอะไรนัก

การเดินทางนี้จะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าผมหวังว่าการเดินทางครั้งนี้คงจะได้พบปะผู้รักความเป็นธรรมจากทั่วโลก พูดเรื่องเมืองไทยยกย่องเพื่อน ๆ ผู้กล้าหาญ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และเป็นประโยชน์กับสังคมไทยและโลกเท่าที่เป็นไปได้
"

https://www.facebook.com/netiwit/posts/1693531644044192


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 350


ความคิดเห็นที่ 306  เมื่อ 15 ก.พ. 18, 10:31

เรื่องที่น้องเนติวิทย์ได้รับเชิญไปปาฐกถา ก็เป็นเรื่องน่ายินดีเหมือนกันนะครับ
อันที่จริงน้องก็เป็นคนเก่ง ในอนาคตอาจมีบทบาททางการเมืองที่มากกว่านี้ อาจเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากกว่านี้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่น้องต้องทำตอนนี้คือการสั่งสมประสบการณ์ มองแบบอย่างนักการเมือง นักคิด นักปรัชญาที่น่านับถือ อาจจะเป็นใครหละ ผมไม่ค่อยจะรู้จักเสียด้วย แต่ผมว่ามีแหละคนที่น่านับถือหนะ ซึ่ง... ซึ่ง... ไม่ใช่ลักษณะของการเล่นการเมืองแบบที่น้องเขาทำอยู่ในตอนนี้ ประเด็นผมอยู่ที่ตรงนี้

ในกระทู้นี้ มีความเห็นที่หลากหลายนะครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเรื่องที่ว่า พระบรมรูป เป็นเพียงเครื่องหมายแทนองค์ แต่ไม่ใช่องค์พระมหากษัตริย์ ดังนั้น โดยปัจเจกชน มนุษย์แต่ละคนใครจะเคารพด้วยวิธีการใด ก็ไม่เป็นปัญหา แม้แต่จะเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่เคารพก็ยังไม่มีปัญหาครับ เป็นสิทธิของผม แต่ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ สมมุติว่า ผมนั่งรถเมล์มา ผ่านหน้าพระรูป ผมไม่ได้ยกมือไหว้ แต่มีคนอื่นไหว้ ถ้า ผมจะหันไปด่าคนที่ไหว้ว่า ไหว้ทำไม ไอ้อย่างนี้ ผิดแล้ว เพราะผมมีสิทธิ เขาก็มีสิทธิเหมือนกัน ผมไม่ไหว้ แต่เขาอยากจะไหว้ ก็เป็นสิทธิของเขาซึ่งผมไปละเมิดไม่ได้ หรือกลับกัน ถ้าเขาจะมาด่าผม ว่าทำไมผมไม่ไหว้ ก็เป็นการละเมิดสิทธิผม ก็ทำไม่ได้เช่นกัน

ฉะนั้น ถ้าเรื่องนี้ เนติวิทย์ เดิมผ่านพระรูปเฉยๆ ไม่ไหว้ แล้ว โดนรุ่นพี่รุมด่า รุมประนาม โอเคเลย อันนี้ มาตามผมได้เลย ผมจะไปช่วย เนี่ยละเมิดสิทธิน้องโดยแท้   
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 350


ความคิดเห็นที่ 307  เมื่อ 15 ก.พ. 18, 10:55

แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่แบบที่ผมยกตัวอย่างนี้ แต่มันเป็นเรื่องของ "ในพิธี" และ เรื่อง "โดยตำแหน่ง" ซึ่งผู้ที่มีตำแหน่งควรต้องแยกให้ออกระหว่างเรื่องส่วนบุคคล กับเรื่องในทางหน้าที่

ผมยกตัวอย่าง มีเทวรูปพญานาค พ่อปู่อะไรก็ไม่รู้หละ ชาวบ้านเคารพนับถือกันมาก มาขอเลขขอหวยกันมากมาย โดย "ส่วนตัว" ผมมองว่า งมงาย พญานาคจะมีจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ แต่ถึงจะมีจริง พญานาคซึ่งมีสถานะกึ่งเทพ เคยมีศรัทธาแรงกล้าขนาดจะขอออกบวช แต่บวชไม่ได้ อย่างนี้ จะมาให้เลขให้หวยเบอร์ได้อย่างไร ผมไม่ศรัทธาด้วย ด้วยเหตุนี้ ตัวผม จึงไม่กราบ ไม่ไหว้ รูปพญานาคนั้น ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ ใครก็ไม่สามารถมาบังคับให้ผมกราบหรือไหว้รูปนั้นได้

แต่บังเอิญว่า ผมมี "ตำแหน่ง" เป็นนายอำเภอ ซึ่งรูปนาคนั้นก็อยู่ในอำเภอที่ผมดูแลอยู่ และชาวบ้าน กรรมการวัดเขาเชิญ "นายอำเภอ" ไปเป็นประธานงานทำบุญฉลองรูปพญานาคนั้น ในฐานะ นายอำเภอ ผมควรทำไงครับ ?
1) ผมทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องไปกราบไปไหว้รูปนาค ผมไม่อยากไป ผมก็ปฏิเสธไป หรือหากเห็นว่า ชาวบ้านจะเสียกำลังใจ ก็มอบหมายปลัดอำเภอท่านหนึ่งท่านใดไปแทนก็ได้
2) ผมตอบรับคำเชิญไป
ทีนี้ ถ้าผมเลือกที่จะไปแล้ว ขณะอยู่ในพิธี เขาทำอะไรกัน นายอำเภอก็ต้องทำตามป่ะครับ อยู่ดีๆ ในขณะที่เขาทำพิธีกัน นายอำเภอจะทะลึ่งลุกขึ้นมากลางงานแล้วอ้างว่า งมงาย พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนไว้ อะไรทำนองนี้ ขึ้นมาตอนนี้ ผมถามว่า มันเหมาะสมไหมหละครับ

แล้วถ้าชาวบ้านเขาร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด หรือกระทรวงมหาดไทย ให้ตั้งกรรมการสอบวินัยฐานทำให้เสือมเสียต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งเรื่องแนวนี้ จะเป็นวินัยไม่ร้ายแรง โทษที่ได้รับ อาจจะเป็น ตัดเงินเดือน หรือถ้าสูงสุดคือ ลดเงินเดือน ผมถามว่า ถ้าหลังจากถูกตัดเงินเดือนแล้ว นายอำเภก็เที่ยวส่งจดหมายไปหานักวิชาการฝรั่ง เพื่อหาพวกมาง้างกับผู้ว่าฯ หรือกระทรวงมหาดไทย พฤติกรรมแบบนี้ ยังควรจะได้เป็นนายอำเภออยู่ไหมครับ   

เรื่องของน้องเนติวิทย์ เป็นแบบนี้ครับ ผมถึงได้ไม่เข้าใจไงครับ ว่าเหตุใดถึงมีผู้มองว่า น้องทำถูก น้องไปอยู่ที่นั้น ในฐานะ "ประธานสภานิสิต" ไม่ใช่ในฐานะ "มนุษย์ที่ชื่อนายเนติวิทย์" น้องเอาความเห็นส่วนตัวกับตำแหน่งหน้าที่ราชการมาปนกัน และน้องเรียนรัฐศาสตร์ด้วย ในอนาคต โอกาสที่น้องจะได้เป็นข้าราชการสายปกครอง หรือแม้แต่เป็นนายอำเภอแบบที่ผมยกตัวอย่างนั้นก็ได้ แล้วถ้าถึงวันนั้น น้องทำตัวแบบนั้น ผมถามว่า ใครซวยครับ ผมไม่ซวยด้วยหรอกครับ เพราะอยู่วงนอก แต่นายอำเภอเนติวิทย์นั้นแหละ จะโดนชาวบ้านก่อม๊อบไล่

นี่ตัวอย่างยังยกแค่พญานาคนะครับ ถ้านายอำเภอไปทำงี้ในมัสยิด เพราะถือว่า ตัวไม่นับถืออิสลาม รับประกันความฮา 
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 308  เมื่อ 15 ก.พ. 18, 14:25

เมื่อติดตามเรื่องราวต่างๆ ของเนติวิทย์ ผมคิดว่าเนติวิทย์ไม่ใช่เด็กธรรมดาครับ  คนแบบนี้ในสังคมไทยไม่ได้มีออกมาบ่อย ๆ  ตั้งแต่สมัยมัธยม เป็นเด็กในไม่กี่คนที่กล้าตั้งคำถามที่ผู้ใหญ่หลายคนเคยตั้งไว้ในใจตอนเด็ก ๆ เหมือนกัน แต่เนติวิทย์กล้าตั้งออกมาดัง ๆ ท่ามกลางแรงเสียดทานมหาศาลที่เจ้าตัวและครอบครัวต้องแบกรับ ซึ่งถ้าเป็นคนธรรมดาอาจจะเลิกและปรับเปลี่ยนท่าทีหรือการเคลื่อนไหวไปแล้ว  แต่เนติวิทย์ยังคงแสดงบทบาทต่าง ๆ ให้เราได้เห็นและถกเถียงกัน 


แรงจูงใจใดบ้างที่มีอิทธิพลให้เนติวิทย์เป็นเนติวิทย์แบบนี้คงไม่อาจบอกได้ อาจจะเป็นได้ทั้งการต้องการอำนาจ การต้องการการยอมรับ แรงขับตามธรรมชาติของวัยรุ่น ความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม มีผู้ใหญ่กว่ายุยงเบื้องหลัง ฯลฯ จะรู้ได้อาจต้องมีการประเมินทางจิตวิทยา แต่การบทบาทและการเคลื่อนไหวของเนติวิทย์ที่ผ่านมาไม่ธรรมดา  ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์แต่มีการใช้เล่ห์เหลี่ยมในการเคลื่อนไหวด้วย มีการคิด  การวางแผน การเคลื่อนไหวเป็นลำดับชั้น เล่นเอาผู้หลักผู้ใหญ่ที่ประสบการณ์ วุฒิภาวะสูงกว่ารับมือกันลำบากเลย


วิธีการเคลื่อนไหวของเนติวิทย์ถูกหรือผิด คงหาข้อสรุปได้ยาก แม้แต่ผมเองบางอย่างก็เห็นด้วย บางอย่างก็ไม่เห็นด้วย ในฐานะบทบาทประธานสภานิสิตเนติวิทย์เลือกที่จะใช้บทบาทนั้นแสดงออกป่วนงาน เพื่อหวังผลทางการเมือง ถ้ามองในมุมคนที่ศรัทธาเลื่อมใสพิธีการหรือกลุ่มอนุรักษ์นิยม การแสดงออกของเนติวิทย์ผิด แต่ถ้ามองในแง่ของการสร้างกระแสหรือกลยุทธทางการตลาด สิ่งที่เนติวิทย์ทำประสบผล อย่างน้อย ๆ พิธีการนี้ในปีหน้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น  ดังนั้นจะตอบว่าถูกหรือผิด ขึ้นกับมุมมองของแต่ละคนจริง ๆ ที่จะตัดสิน  จะมุมมองอนุรักษ์นิยม หรือมุมมองแบบนักสิทธิมนุษยชน  ดังนั้นยังไงก็หาข้อสรุปไม่ได้ ฝรั่งอั้งม้อบางคนเค้าใช้มุมนักสิทธิฯ เค้าก็สนับสนุน คุณนริศมองตามจารีตและวิธีการปกครอง ก็ย่อมตำหนิ


เนติวิทย์มีการกระทำหรือการเคลื่อนไหวหลายอย่างที่ไม่เหมาะสม แต่ถ้าลองเปรียบเทียบกับเหล่าผู้นำประเทศของเรา หรือแม้แต่บทบาทของ รมต ศึกษาธิการ ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมามีแต่คนเบ้ปาก  นอกจากอำนาจที่มากกว่าเยอะ ตำแหน่งที่สูงส่งกว่ามาก ผมไม่เห็นว่าคนเหล่านี้มีวุฒิภาวะ หรือการดำเนินการอะไรที่ดีกว่าเนติวิทย์เลย ผู้ใหญ่บางคน พออ้าปากก็พ่นแต่ความวาจาทรามออกมา


แต่สำหรับคนอายุยี่สิบต้น ๆ  ในเวลาไม่กี่ปีมานี้ เนติวิทย์ได้สั่งสมประสบการณ์ทางการเมือง  การเคลื่อนไหว การจัดสมดุลย์อำนาจ การต่อรอง การบริหารจัดการ การใช้เล่ห์เหลี่ยม และภาวะการเป็นผู้นำชนิดที่ว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาหรือนานกว่านั้น ผมยังไม่เห็นเด็กคนไหนทำได้ขนาดนี้  จนถึงกับวันนี้ได้รับเชิญไปพูดบนเวทีระดับโลก นี่เป็นเรื่องไม่ธรรมดา ไม่ใช่โชคช่วย และไม่ได้ได้มาด้วยความราบลื่น เด็กคนนี้มีอนาคต


แต่ในอนาคต มีเมื่ออำนาจและผลประโยชน์ตามมา  อุดมการณ์อาจจะจืดจางลงไม่ต่างกับคนเดือนตุลาจำนวนไม่น้อยที่สุดท้ายก็ไม่ต่างกับนักการเมืองน้ำเน่าทั่วไป ผมคงรับประกันแทนเนติวิทย์ไม่ได้ ในอนาคตเนติวิทย์จะกลายเป็นนักการเมืองที่สามารถเปลี่ยนสังคม หรือถูกกลืนไปด้วยอำนาจและผลประโยชน์เหมือนนักการเมืองคนอื่น ๆ วันนี้อาจจะมีคนจำชื่อผู้นำนักศึกษายุค 14 ตุลาได้ แต่ถามว่าวันนี้ยังมีใครให้ความนับถืออยู่ไหมคงไม่ต้องตอบ   เนติวิทย์ในอนาคตอาจจะกลายเป็นแบบนั้นก็ได้  แต่ ณ วันนี้การติดตามข่าวหรือความสำเร็จต่าง ๆ ของเนติวิทย์เป็นอะไรที่ผมสนใจ ทั้งด้วยความหมั่นไส้ และความชื่นชมครับ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 309  เมื่อ 15 ก.พ. 18, 19:31


ลองค้นดูข่าวเก่าๆ บ้าง

https://news.sanook.com/1536235/

http://www.tnews.co.th/contents/196787

https://freedom.ilaw.or.th/case/806

จะเห็นว่าผู้มีอิทธิพลต่อเนติวิทย์คือใคร
คุณภาพห่างไกลจากจิตร ภูมิศักดิ์ เยอะมาก
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10855



ความคิดเห็นที่ 310  เมื่อ 16 ก.พ. 18, 09:10

ลองค้นดูข่าวเก่าๆ บ้าง

(๑) https://news.sanook.com/1536235/

(๒) http://www.tnews.co.th/contents/196787

(๓) https://freedom.ilaw.or.th/case/806

ข้อมูลเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอีกด้านหนึ่งซึ่งไม่มีอยู่ในแบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ไทย อาจทำให้เนเน่ช็อกพอสมควร  ตกใจ

(๑) https://news.sanook.com/1536235/

กษัตริย์นักรบไทยที่เรายกย่องกันยังโหดเหี้ยมมากกว่าก็มี เช่นการเผาฝีพายทีละหกพันคน หรือสั่งประหารชีวิตคนมากมาย  

เรื่องนี้คุณประกอบหรือคุณศรีสรรเพชญ์น่าจะให้รายละเอียดได้มากกว่านี้

(๓) https://freedom.ilaw.or.th/case/806

๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส. ศิวรักษ์ นักวิชาการอิสระอาวุโสร่วมอภิปรายในเวทีวิชาการหัวข้อ "ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการชำระและการสร้าง" จัดโดยกลุ่มสภาหน้าโดม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยระหว่างการอภิปรายสุลักษณ์พูดถึงประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรโดยระบุทำนองว่าการทำยุทธหัตถีอาจไม่มีจริง ต่อมามีนายทหาร คือ พล.ท.ผดุง นิเวศวรรณ และ พล.ท.พิทยา วิมะลิน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงครามในความผิดตามมาตรา ๑๑๒
 
ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๐ พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องสุลักษณ์ต่ออัยการศาลทหารกรุงเทพโดยอัยการทหารมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๑ เนื่องจากหลักฐานไม่พอฟ้อง

แม้แต่มียุทธหัตถีระหว่างพระนเรศวรและพระมหาอุปราชาหรือไม่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกัน

รองศาสตราจารย์ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ได้ถอดความพงศาวดารพม่าฉบับอูกาลา มีรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ตอนนี้ ระบุว่าไม่มีการชนช้างหรือยุทธหัตถีระหว่างพระนเรศวรและพระมหาอุปราชา แต่พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์เพราะถูกปืนยิง พระศพถูกอัญเชิญกลับสู่กรุงหงสาวดี

ครั้นทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชา ก็ไสพระคชาธารเข้ายังตำแหน่งที่จอมทัพพม่านั้นประทับอยู่โดยแรงเร็ว ฝ่ายเจ้าเมืองซามะโรครั้นเห็นพระนเรศวรขับพระคชาธารตรงรี่หมายเข้าชิงชนช้างประทับก็เปิดผ้าคลุมหน้าช้างพระหนะแห่งตนออก หมายมุ่งพุ่งสกัดช้างทรงองค์นเรศวร แต่ช้างตกน้ำมันเชือกนั้นกลับหันรีหันขวางแลกลับตัวเข้าแทงโถมเอาช้างทรงองค์อุปราชาโดยกำลังแรง พระมหาอุปราชาจึงจำต้องขับพระคชาธารเข้ารับไว้ ซึ่งช้างทรงองค์จอมทัพพม่าถึงจามสนั่น (ด้วยบาดเจ็บสาหัส) แลขณะนั้นข้างอยุธยาก็ระดมยิงปืนสวนทางมากระสุนถูกเอาองค์อุปราชาโดยถนัดจนสิ้นพระชนม์ซบกับคอคชาธาร คุเยงพละกลางช้างพระที่นั่งเห็นมหาอุปราชาต้องปืนใหญ่ (ปืนที่ยิงมหาอุปราชานั้นอูกาลาระบุว่า คือปืนชนิดเดียวกับที่เรียกว่า Jingal ในภาษาอังกฤษ) ก็เข้าพยุงพระศพไว้ และบังคับช้างเข้ากำบังในพุ่มไม้ ข้างพระนเรศวรยังไม่ทรงทราบว่ามหาอุปราชาหาพระชนม์ชีพไม่ จึงไม่ทรงขับพระคชาธารตามติดปะทะ เพียงยั้งรออยู่
.........................................

ฝ่ายข้าทหารใหญ่น้อยได้ฟังความตามตรัสก็เห็นคล้อย จึงต่อโลงใส่พระศพด้วยไม้มะม่วงอย่างเลิศ แลเอาปรอทกรอกพระศพแล้วก็จัดกระบวนรี้พลเชิญพระศพองค์อุปราชากลับคืนพระนคร เดือนมีนาคมก็บรรลุถึงหงสาวดี องค์ธรรมราชามหากษัตริย์ ครั้นสดับข่าวว่าพระราชาโอรสมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ชีพ และพระศพนั้นถูกอัญเชิญกลับคืนมาก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยอัครมเหสีราชมารดาออกรับพระศพ และลุเลิกพระศพเยี่ยงพระจักรพรรดิราช ห้อมล้อมด้วยช้างม้าไพร่พลสกลไกร การพระศพกระทำท่ามกลางความโศกเศร้าโศกาดูรยิ่ง ฯลฯ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 311  เมื่อ 16 ก.พ. 18, 10:16


ข้อมูลเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอีกด้านหนึ่งซึ่งไม่มีอยู่ในแบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ไทย อาจทำให้เนเน่ช็อกพอสมควร

(๑) https://news.sanook.com/1536235/

เรื่องนี้คุณประกอบหรือคุณศรีสรรเพชญ์น่าจะให้รายละเอียดได้มากกว่านี้


เรื่องพระนเรศฯนี่ ในฐานะคนชอบประวัติศาสตร์ที่อ่านหนัังสือประวัติศาสตร์มามากมายตั้งแต่เด็ก ๆ ผมก็ตั้งคำถามในใจเกี่ยวกับพระนเรศฯมานานมากแล้ว ว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ หรือเป็นผู้ปกครองที่เหี้ยมโหด แต่เนื่องจากประวัติศาสตร์แบบชาตินิยมที่เราถูกปลูกฝังมานานทำให้ได้แต่คิดหรือถามในใจ ไม่กล้าคิดออกมาดัง ๆ หรือแรง ๆ แบบเนติวิทย์ แต่ภาพลักษณ์ของพระนเรศฯในใจผมก็คงไม่ได้เหมือนกับผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศ ส่วนเรื่องน่ากลัวๆ ของพระนเรศฯ ผมว่าเนติวิทย์คงไม่ช็อคหรอก เพราะเจ้าตัวน่าจะรู้เรื่องพวกนั้นดี ไม่งั้นคงไม่วาจาแรง ๆ ออกมา

แต่วาจาแรงๆ ที่เนติวิทย์ใช้ แม้ได้ผลในแง่การสร้างกระแสและความสนใจ แต่ด้วยความแรงและความหยาบคายจนกลายเป็นอคติ ทำให้ล้มเหลวในการสื่อสาร
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 312  เมื่อ 16 ก.พ. 18, 11:13


ในประวัติศาสตร์ มหาราชนักรบพระองค์ใด ไม่เป็นผู้ปกครองที่เด็ดขาด (เหี้ยมโหด ?) มีบ้างไหม
ผมนังนึกไม่ออกครับ
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 313  เมื่อ 16 ก.พ. 18, 12:42


ท่านใดสนใจและมีเวลาว่าง
อาจลองค้นดูว่า Human Rights Foundation จอมจุ้นจ้านนี่เป็นต้นเหตุให้คนเกาหลีเหนือถูกฆ่าตายไปกี่คนแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 314  เมื่อ 16 ก.พ. 18, 15:26

ส.ศิวรักษ์: ร. 10 คือ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงปิดทองหลังพระ”

"พระมหากษัตริย์ผู้ทรงปิดทองหลังพระ" คือความรู้สึกของ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ต่อพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ในวันที่เขารอดพ้นจากข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่ออดีตบูรพกษัตริย์ ภายหลังทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา จนได้รับ "พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม" ยุติคดี 112

"ส.ศิวรักษ์" นักคิดนักพูดฝีปากกล้า ในวัย 85 ปี ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นฝ่าย "กษัตริย์นิยม" ผ่านชีวิตใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีมา 4 รัชกาล พร้อมการถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในหลายยุคสมัยทางการเมืองถึง 5 ครั้ง

ส.ศิวรักษ์ เชื่ออัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้องคดีหมิ่นพระนเรศวรฯ เพราะ "พระบารมีปกเกล้าฯ"
ไทยเดินหน้าจัดการคดีหมิ่นฯ ไม่สนเสียงเรียกร้องนานาชาติ
10 พระราชดำรัสของรัชกาลที่ 10
ในช่วงของการปกครองเผด็จการทหารบางยุค สุลักษณ์ถึงกับต้องพาตัวเองออกนอกประเทศ หนีภัยอำนาจที่ใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เล่นงานเขา ขณะเดียวกันเขาคือแกนนำคนสำคัญ ที่ออกมาเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในรอบหลายสิบปี จนมาในปี 2561 เป็นอีกครั้งที่ "ปัญญาชนสยาม" ผู้นี้ พูดถึงการปฏิรูปกฎหมายข้อนี้

"พระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ท่านทรงมีความยุติธรรม ท่านรู้เรื่องอะไรแล้ว ถ้าถึงพระเนตรพระกรรณ ท่านจะทำสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์สุขของราษฎร" สุลักษณ์ กล่าวกับบีบีซีไทย ที่บ้านพักย่านบางรัก เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่มีตัวเขาและผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าเฝ้าฯ ในวันที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์จากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปลายปีที่แล้ว

เผยนาทีเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี

1 ธ.ค. ไม่เพียงเป็นวันเข้ารับพระราชทานปริญญา แต่ตรงกับวันสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เขาจึงเลือกนำไม้ตะพดที่ตกทอดมาจากเจ้านายพระองค์นี้ติดตัวไปในพิธีการสำคัญ

"ผมถือไม้ตะพดสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ไปเข้าเฝ้าฯ วันนั้นเจ้าพนักงานบอกผมว่าถือไม้ตะพดเข้าไปไม่ได้ ทุกคนต้องถอดรองเท้า ผมก็ถอดรองเท้าเข้าไป คนอื่นคลานเข้าไปล่วงหน้า 3-4 คน พอถึงผม ผมกราบบังคมทูลฯ ข้าพระพุทธเจ้าฯ ขอพระราชทานพระราชานุญาตไม่หมอบคลาน ถ้าลงคลาน ข้าพระพุทธเจ้าลุกขึ้นไม่ได้…ท่านรับสั่งไม่ต้อง... รับสั่งเรียกผม 'อาจารย์' เลย... อาจารย์ไม่ต้อง" สุลักษณ์เล่า

หลังจากนั้นพระองค์ทรงรับสั่งเรียกมหาดเล็กนำเก้าอี้ให้สุลักษณ์นั่ง เป็นตอนนั้นเองที่ความแรกของสุลักษณ์ได้ถูกนำขึ้นกราบบังคมทูล

"กราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ตามที่พระราชทานพระราชานุญาตให้พวกจิตอาสากับข้าราชบริพารขุดคูคลองต่าง ๆ นั้น เป็นพระเดชพระคุณหาที่สุดมิได้ ไพร่ฟ้าชื่นชมมาก ท่านตรัส 'โอ้ ชอบเหรอ ชอบเหรอ' " สุลักษณ์ถ่ายทอดช่วงเวลาสั้น ๆ ในวันนั้น

พระราชอำนาจในการแนะนำรัฐบาล

ถ้อยคิดหนึ่งที่สุลักษณ์ กล่าวถึงบทเรียนจากคดีทางการเมืองในวันหลุดพ้นจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คือ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจในการแนะนำรัฐบาลได้

"การมีพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัยนั้น ย่อมทรงเป็นที่พึ่งของผู้ที่แสวงหาความเป็นธรรมในบ้านเมืองได้" นั่นเป็นหลักการที่เขายืนยันผ่านข้อเขียนบนเพจเฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa หลังอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้องคดีหมิ่นฯ

"พระองค์ท่านมีพระราชอำนาจที่จะแนะนำรัฐบาลได้ แนะนำแล้ว ไม่เชื่อท่านก็ได้ แต่ก็เคราะห์ดี เขาก็เกรงพระบรมเดชานุภาพ เขาสั่งยุติคดีผม" สุลักษณ์กล่าวกับบีบีซีไทย

อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ

http://www.bbc.com/thai/thailand-43023880
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.051 วินาที กับ 20 คำสั่ง