เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
อ่าน: 984 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10486



ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 12:07

ขอโทษที  ไม่ได้ฝึกวรยุทธด้านแยกกระทู้มานานเป็นปี  
เลยลงห้องไม่ถูกค่ะ

วรยุทธอาจารย์ใหญ่ไวหนักหนา
กระทู้มา"ทันกระแส"ได้แลเห็น
ไม่ต้องใช้กาพย์กลอนเปิดประเด็น
จะคอมเม้นต์อย่างไรได้สบาย
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 273


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 14:48


วิธีการถวายบังคมไม่ว่าจะเป็นของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป  ถูกยกเลิกเสมอกันหมดตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้


แน่ใจว่าผมกับคุณหมอเพ็ญชมพูต้องเรียนกฎหมายเบื้องต้นมาคนละตำรา ที่ขัดแย้งกันแน่นอน

ในประกาศเป็นอารัมภบท เหตุผลที่มาของการออกพระราชบัญญัติ ในประกาศก่อนคำว่า "พระราชบัญญัติ์" ไม่ใช่ส่วนบังคับใช้
และไม่ได้ให้รายละเอียดที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างชัดเจน ท่านว่าอย่าเอามาอ้างจะเป็นเหตุเถียงกันไม่รู้จบ

ตัวพระราชบัญญัติ กำหนดรายละเอียดการบังคับใช้เป็น ๔ มาตรา หลักที่บังคับใช้
แต่ละข้อจะให้รายละเอียดชัดเจนว่าบังคับใช้กับใครและกรณีใด ซึ่งยังมีปัญหาในทางปฏิบัติในรายละเอียดอีกหลายประการ

ในประเด็นเข้าเฝ้าฯ หน้าพระที่นั่งล้วนเกี่ยวข้องกับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย
เฉพาะในเรื่อง การถวายบังคมฯ (รวมใน มาตรา ๑)
ชาวบ้าน ราษฎร ข้าทาส บริวาร หัวคะแนน แม่ค้า ลิเก เด็กวัด เจ้าอาวาส ทายก ฯลฯ ไม่ได้ถูกบังคับด้วย
เพราะไม่ใช่ผู้ที่สามารถเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว
การถวายบังคมฯ โดยชาวบ้านจึงไม่เคยถูกยกเลิก
(การถวายพระพร โดยพระสงฆ์หน้าพระที่นั่งเห็นชัดเจนว่า ไม่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัตินี้)

ที่ชัดๆ อีกอย่างคือ มาตรา ๑ มิได้ยกเลิกการถวายบังคมฯ โดยแขกประเทศราช
ถ้าการถวายบังคมฯ ถูกยกเลิกในส่วนอารัมภบทที่มาของกฏหมายแล้ว แขกเมืองประเทศราชต้องยืนคารวะไม่ใช่นั่งคารวะ

แขกเมืองประเทศราช เมื่อจะเฝ้าทูละอองธุลีพระบาท ให้ทำกิริยาคาระวะ ตามเพศบ้านเมืองของตนก่อน เมื่อทรงพระกรุณาโปรดให้ยืน จึ่งยืนได้

ในสมัยนั้น ข้าราชการผู้บังคับใช้กฎหมายไม่เคยหวังว่าชาวบ้านจะได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดหน้าพระที่นั่งฯ อยู่แล้ว
ป่วยการที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ว่าจะต้องให้ชาวบ้านทำโน่น นี่นั่น เหมือนอย่างข้าราชบริพารในพระราชสำนัก

ปัจจุบันใครจะปฏิบัติอย่างไร ให้ถูกต้อง ต้องยึดระเบียบการตามธรรมเนียมแบบแผนของสำนักพระราชวังครับ
สำนักพระราชวังได้ปรับธรรมเนียม การปฏิบัติตนของผู้เข้าเฝ้าฯ ในปัจจุบันลงตัวแล้ว
ข้าราชการจะปฏิบัติตนโดยอิสระตามใจชอบ อ้างกฎหมายผิดๆไม่ได้ เขามีระเบียบ วินัยราชการบังคับไว้ตายตัว
เป็นเรื่องถึงขั้นไล่ออกได้ง่ายๆ

ส่วนนักศึกษา ถ้าจะเทียบในสมัยนั้นเป็น ลูกหลานชาวบ้าน อยู่ในกลุ่มราษฏร
ชัดเจนว่าไม่ถูกบังคับในมาตรา ๑ ราชการท่านไม่ได้ยกเลิกการถวายบังคมฯ โดยราษฎรอยู่แล้ว

บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 273


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 15:00


สำหรับท่านที่จะร่วมเผยแพร่แนวคิดที่ว่าการหมอบกราบเป็นสิ่งล้าหลัง เหยียบย่ำความเป็นมนุษย์
ลองติดตามภารกิจของ Pope Francis ดูครับ ก่อนและหลังจากภาพนี้ท่านทำอะไร
สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็น ก็เกิดขึ้นได้
ฝรั่งไม่ได้คิดว่าการคุกเข่า ก้มลงศรีษะจรดพื้นจะทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ลดลงเลย
ถ้าเรารู้ว่ากำลังทำอะไร เพื่ออะไร


บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 273


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 15:31

คุณคนโคราชพอจะแสดง "ระเบียบปฏิบัติของข้าราชการในการถวายบังคม" ได้ไหม ?

เอาที่ไม่ค่อยบังคับกันมาก เป็นวินัยของข้าราชการครู คนจนผู้มีศักดิ์ศรี

วินัยข้าราชการครู

(มาตรา 65) ข้าราชการต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามถือว่า ผู้นั้นกระทำผิดวินัยจะต้องได้รับโทษ
(มาตรา 82) ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริมและดูแลระมัดระวังให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติตามวินัย
               ถ้ารู้ว่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาคนใดกระทำผิดวินัย จะต้องดำเนินการทางวินัยทันที
               ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผู้นั้นกระทำผิดวินัย

(มาตรา 68) ต้องสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามกฏหมาย ระเบียบของทางราชการ และมติคณะรัฐมนตรีให้เกิดผลดี
                หรือความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่ และระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ

                ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี
                อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง

(มาตรา 71)  ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วย กฏหมายและระเบียบของทางราชการ
                การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไปปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบ ด้วยกฏหมายและระเบียบของทางราชการ
                อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง

(มาตรา 74)  ต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ

(มาตรา 78)  ต้องไม่กระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์ อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

(มาตรา 81)  ต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว


ประกาศ ระเบียบและแบบธรรมเนียมโดยสำนักพระราชวัง ถือเป็นระเบียบของทางราชการ ที่ข้าราชการครูจะต้องยึดถือปฏิบัติ
ห้ามหัวหมอตีความเองแล้วประพฤติผิดไปจากหมู่เหล่า จะโดนติฉินนินทา ท่านรับรองว่าจะโดนสอบสวนผิดวินัยหลายมาตรา

ข้อพึงปฏิบัติในการเข้าเฝ้า

....
การนั่ง...
การยืน...
การเดิน...
การทำเอางาน...

การทำความเคารพ
...
การถวายคำนับ...
การถอนสายบัว...

การถวายบังคม
       เปนราชประเพณีในการแสดงความเคารพถวายแดพระมหากษัตริยและ
สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในงานพระราชพิธีสําคัญ รวมทั้งพระบรมรูปหรือพระบรม
ราชานุสาวรีย เชน งานรัฐพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต เปนตน การถวายบังคม ขั้นตอน
ปฏิบัติดังนี้  
    -คุกเขาลงที่พื้น แลวนั่งลงบนสนเทา ปลายเทาตั้ง ลําตัวตรง บุรุษนั่งแยกเขาพองาม
สวนสตรีนั่งเขาชิด
   - วางมือทั้งสองคว่ําลงบนหนาขาเหนือเขาทั้งสองขาง
   - เริ่มถวายบังคมโดยจังหวะแรกใหยกมือขึ้นประนมในระดับต่ํากวาอกเล็กนอย
     ใหปลายมือตั้งขึ้น แขนแนบลําตัวไมกางศอก
   - ยกมือที่ประนมขึ้นพรอมกับโนมตัวไปขางหนาเล็กนอย ใหปลายนิ้วหัวแมมือทั้งสอง
     ขางจรดหนาผาก ศีรษะและลําตัวเฉพาะสวนบน เหนือเอวเอนไปขางหนาพองาม
     เงยหนาขึ้นเล็กนอย ทั้งนี้ใหสายตาจับตามนิ้วหัวแมมือไปตลอด
   - ลดมือลงตามเดิมมาประนมอยูต่ํากวาอกเล็กนอยตามจังหวะแรก (ตามขอ 3) แลว
      กระทําตามขั้นตอนเชนเดิม ( ตามขอ 4-5 ) ใหครบ 3 ครั้ง
    - เมื่อถวายบังคมครบ 3 ครั้ง และจบลงที่จังหวะแรกในขอ 3 จึงลดมือลงวางคว่ํา
       เหนือเขาทั้งสองขาง ( ไมตองกมลงกราบ )
    - เสร็จแลวลุกขึ้นยืนตรง

การหมอบกราบ...
การทำวันทยหัตถ์...






บันทึกการเข้า
heha
อสุรผัด
*
ตอบ: 42


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 20:33

น้องเน รู้สึกคลื่นเหียรเนื้อเพลงชาติอะไรกันนักกันหนา
ไล่อ่านทีละบรรทัด ก็ไม่เห็นเนื้อหาตรงไหนเว่อจนน่าหมั่นไส้ หรืออวยสะเด็ด
ประเทศไทยประกอบด้วยชนหลายเผ่า ดำรงอยู่ได้เพราะสามัคคี
ชาติไทยรักสงบ วันไหนต้องไปรบก็ไม่หวั่น ยอมสละเลือดปกป้องประเทศเพื่อให้ชนะ

ทุกชาติมีเพลงปลุกใจทั้งนั้น เพื่อรวมใจให้เป็นหนึ่ง
สมัยเมื่อผมเป็นเด็กเรียนภาษาจึนกลาง
มีเพลงปลุกใจมากมาย เช่น หว่อ ไอ้ เป่ย จิง เทียน อัน เหมิน
แปลว่าฉันรักเทียนอันเหมินที่ปักกิ่ง
เนื้อเพลงอวยท่านประธานเหมาด้วย
ยิ่งประเทศที่มีร้อยเผ่ามารวมกัน การปกครองต้องรวมใจให้ได้จึงจะรอด

เนเน่ไม่เอาสักอย่าง ทหารก็จะไม่เป็น เอาเปรียบไปหน่อยมั้ย








บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 273


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 18 พ.ค. 17, 13:47


คำถามวันนี้ การไหว้ถูกยกเลิกโดย พรบ.นี้หรือไม่ ? (กรณีสุภาพสตรีไปพบผู้ใหญ่)




บันทึกการเข้า
superboy
มัจฉานุ
**
ตอบ: 69


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 18 พ.ค. 17, 20:55

ยังไม่เคยติดตามน้องเนอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ก็เลยไม่รู้ว่าน้องเขาทำอะไรอย่างไรกันแน่ ขอนั่งหลังห้องอ่านไปก่อนเรื่อย ๆ นะครับ ช่วงนี้งานเข้าทุกวันสี่ทุ่มหลับปุ๋ยตลอด  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 287


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 19 พ.ค. 17, 09:51

เอ๊ะ มีกระทู้แยกแล้ว

สอง-สามวันมานี้ ผมมานั่งลำดับความคิดดูแล้ว ผมเห็นว่า เนติวิทย์เขากำลังสนุกกับการสวมบทบาทเป็นนักการเมืองครับ ซึ่งอาจจะเป็นความชอบ หรือความถนัดของเขา เมื่อเขาบ่มเพาะความสามารถนี้ขึ้นมาจนสูงกว่าคนทั่วไปในวัยเดียวกัน เมื่อเขาลงสนามเลือกตั้ง ไม่แปลกอะไรเลยครับ ที่เขาจะชนะผู้สมัครรายอื่นที่อยู่ในวัยเดียวกันได้

ปัญหาก็คือ นักการเมืองนั้น ไม่ใช่ว่ามีสกิลเลือกตั้งอย่างเดียวแล้วจะไปรอดถูกไหมครับ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ควบตำแหน่งบริหารด้วย เช่น เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี เป็นประธานสภานิติบัญญัติ เป็นบอร์ดคณะกรรมการหรือกรรมาธิการชุดต่างๆ ต้องแสดงความสามารถในการบริหารด้วย

การเป็นนักการเมืองประเภทเจ้าความคิด ปากคมปากกล้า ปะฉะดะ กับนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามได้อย่างถึงพริกถึงขิง ก็เป็นมีสันการเมืองอยู่ แต่ประเทศชาติจะไปไม่รอดถ้ามีแต่นักการเมืองแบบนี้ ผมก็ได้แต่หวังว่า เนติวิทย์เขาจะไม่พัฒนาตนเอง ให้กลายไปเป็นนักการเมืองสายนั้น ซึ่งบทพิสูจน์ก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เพราะวันนี้เขามีตำแหน่งเป็นนายกสภานิสิตแล้ว เขาต้องแสดงความสามารถในการบริหาร และโชว์ผลงานในหน้าที่ออกมา ถ้าเอาแต่เสนอของแปลก แล้วไม่ทำงาน อนาคตการเมืองของก็ไม่ยืดยาวหรอกครับ 

   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10486



ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 19 พ.ค. 17, 10:45

ประกาศ ระเบียบและแบบธรรมเนียมโดยสำนักพระราชวัง ถือเป็นระเบียบของทางราชการ ที่ข้าราชการครูจะต้องยึดถือปฏิบัติ
ห้ามหัวหมอตีความเองแล้วประพฤติผิดไปจากหมู่เหล่า จะโดนติฉินนินทา ท่านรับรองว่าจะโดนสอบสวนผิดวินัยหลายมาตรา

กฎหมายมีศักดิ์และลำดับชั้น คุณมีชัย ฤชุพันธ์ นักกฎหมายคนสำคัญ ท่านเรียงลำดับไว้ดังนี้ รัฐธรรมนูญ  พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ (ประมวลกฎหมายเป็นการออกโดยพระราชบัญญัติ) พระราชกำหนด สำหรับพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ ฯลฯ  ยังถกเถียงกันอยู่ในหมู่นักวิชาการว่าเป็นกฎหมายหรือไม่

ดังนั้นประกาศ ระเบียบและธรรมเนียมใด ๆ ซึ่งขัดพระราชบัญญัติย่อมไม่มีผลใช้บังคับ หากเพื่อนครูคนใดของคุณครูคนโคราชทำผิดระเบียบข้างบน ลองอ้างเรื่องนี้ดู   ยิงฟันยิ้ม

คุณนริศในฐานะเป็นนักกฎหมาย มีความเห็นเช่นไร
บันทึกการเข้า
paganini
พาลี
****
ตอบ: 379

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 19 พ.ค. 17, 14:38

ผมนำเสนอไปแล้วว่า

การหมอบกราบไหว้ พระบรมรูปทรงม้า พระบรมรูปสองรัชกาล เป็นการกระทำแบบเดียวกับที่เราหมอบกราบพระพุทธรูป รูปเคารพ หรือแม้กระทั่งการเคารพศพ ดังนั้นมิได้เป็นการเสียหาย เสื่อมเสียหรือด้อยอารยธรรมใดๆ ชาวคริสต์ยังคุกเข่าอ้อนวอนพระเยซู ชาวมุสลิมคุกเข่าก้มตัวลงสวดมนต์ละหมาด

ส่วนการที่อ้างว่าเป็นพระราชประสงค์ของในหลวง ร.5 ที่จะไม่ให้ทำการหมอบกราบทำความเคารพแบบหมอบกราบ นั่นคือห้ามต่อการทำความเคารพต่อบุคคลเช่น พระเจ้าแผ่นดิน พระราชวงศ์เท่านั้น โดยให้เปลี่ยนเป็นการคำนับ ถอนสายบัวแทน ทุกวันนี้จะเห็นได้จากข่าวในพระราชสำนัก (ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่นเข้าเฝ้าให้ทรงเจิมหน้าผาก ฯลฯ) หรือการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

เนติวิทย์เอามาอ้างอย่างมั่วซํ่ว นิสิตจุฬาหมอบกราบไหว้พระบรมรูปฯก็เป็นเรื่องการกราบรูปเคารพ
ถ้าเนเน่บอกว่าการหมอบกราบพระบรมรูปฯเป็นสิ่งไม่ถูกต้องก็ควรจะต่อต้านการหมอบการทุกรูปแบบไปด้วยนะครับ ไม่งั้นถือว่าไม่ได้มีแนวคิดมั่นคงจริง ได้แค่ยกมาเพื่อเกรียนชาวบ้านเท่านั้น

นี่ได้ข่าวว่าอีกไม่กี่วันนิสิตเก่าใหม่ของจุฬานัดกันไปกราบพระบรมรูป ผมเดาว่าต้องการแสดงพลังเพื่อแอนตี้เนเน่ ผมเป็นเนเน่คงดีใจที่ตัวเองมี power ขนาดนี้



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30202

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 20 พ.ค. 17, 11:45

ข้างล่างนี้คือคำพูดของเนติวิทย์เมื่อตัวเองได้เป็นประธานสภานิสิต     แต่ดูเหมือนจะมีใครคนหนึ่งในจุฬาออกมาแย้งว่า ไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภานิสิตที่จะทำอย่างนี้    ยังหาข่าวไม่เจอค่ะ 
แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่า เนติวิทย์เข้าใจบทบาทหน้าที่ของประธานสภานิสิตไปในทางไหน


บันทึกการเข้า
paganini
พาลี
****
ตอบ: 379

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 20 พ.ค. 17, 15:51

ประเด็นที่เนติวิทย์นำเสนอเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้อง ต้องไม่มีความรุนแรง ไม่กดขี่ ผมเห็นด้วยนะครับ และสนับสนุนว่าควรเป็นเช่นนั้น ว่าแต่รุ่นพี่รุ่นน้องในจุฬาฯ ปัจจุบันนี้มีรุนแรงและกดขี่หรือเปล่า?

ที่จริงเรื่องแบบนี้ เนติวิทย์สามารถแสดงความเห็นและ รณรงค์ได้เองโดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งแห่งหนอันใด สมมุติว่าเด็กจุฬาคนไหนไม่เห็นด้วยกับการรับน้องที่ใช้การข่มขู่ ก็ไปถือป้าย ยกป้ายประท้วง แสดงความคิดผ่านเวปบอร์ด เวที หรือไม่ก็ไปเปิดไฮปาร์คที่ตึกจุลฯ ก็สามารถกระทำได้อยู่แล้ว

ได้ตำแหน่งแล้วค่อยมาประกาศแบบนี้ นอกจากไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภาฯแล้ว ยังไม่มีอำนาจใดๆอีกด้วย


ขออนุญาตแบ่งปันประสบการณ์ขำๆ นิดหน่อยครับ
สมัยที่ผมยังละอ่อน เอ๊าะๆ อยู่ปี 1 เป็นเฟรชชี่ รุ่นพี่ก็จะเรียกรวมพลกันทุกเย็น วันหนึ่งเขาให้พวกเราเข้าแถวเดินเป็นคู่ๆชายหญิงแล้วไปหยุดหน้าต้นไม้ต้นหนึ่งหน้าตึกจุลฯ เรียกว่าต้น canon ball รุ่นพี่บอกว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีต้นเดียวในประเทศไทย ฯลฯ ดังนั้นต้องให้รุ่นน้องก้มลงกราบต้นไม้นี้ทีละคู่ จากนั้นหัวแถวก็เริ่มต้นในการก้มกราบ ผมเองอยู่กลางๆแถวก็ลังเลว่าจะเอาไงดี แน่นอนว่าไม่เชื่อถือพวกรุ่นพี่นี่หรอก คิดว่าเขาแกล้งเรามากกว่า แต่จะเดินออกจากแถว ก็กลัวรุ่นพี่ด่า เขาขู่ไว้เยอะครับว่าถ้าไม่ร่วมกิจกรรมจะไม่มีใครคบ ฯลฯ สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเดินออกจากแถว ที่น่าแปลกใจคือรุ่นพี่ที่คุมอยู่ใกล้ๆ ไม่เห็นจะว่าไรผมเลย สงสัยผมหน้าโหดมั้ง ฮ่าๆ ก็เวลาเดินออกผมมองหน้าเขา แล้วทำหน้าเหมือนกับว่า มา มา มาเอาเรื่องผมเลย ผมเดินออกไปได้ไม่ไกล ปรากฏเสียงโหวกเหวกตามหลังมาตรงจุดที่เขากำลังกราบต้นไม้ มีอาจารย์ท่านหนึ่งถึงกับจอดรถแล้วเดินเข้ามาด่าพวกรุ่นพี่ ว่าให้ทำอะไรแบบนี้ได้อย่างไร เป็นนักเรียนสายวิทย์เสียเปล่า ฯลฯ จนวงแตกสลายตัวไปเลยปริยาย และตั้งแต่นั้นผมไม่ไปร่วมและไม่กล้าไปร่วมงานรับน้องคณะอีกเลย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10486



ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 23 พ.ค. 17, 09:25

ขออนุญาตเข้าซอย ชวนชมพรรณพฤกษากันสักหน่อย

สมัยที่ผมยังละอ่อน เอ๊าะๆ อยู่ปี 1 เป็นเฟรชชี่ รุ่นพี่ก็จะเรียกรวมพลกันทุกเย็น วันหนึ่งเขาให้พวกเราเข้าแถวเดินเป็นคู่ๆชายหญิงแล้วไปหยุดหน้าต้นไม้ต้นหนึ่งหน้าตึกจุลฯ เรียกว่า ต้น canon ball รุ่นพี่บอกว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีต้นเดียวในประเทศไทย ฯลฯ ดังนั้นต้องให้รุ่นน้องก้มลงกราบต้นไม้นี้ทีละคู่

หากอาจารย์ทวี ศ. เคยเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์เมื่อประมาณ ๓๐-๔๐ ปีก่อน คงเคยเห็น ต้นสาละลังกา อยู่หน้าอาคารธุรการคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ  ตอนนี้คิดว่าถูกย้ายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นต้นเดียวกับต้นข้าง ๆ ศาลาพระเกี้ยวหรือไม่



เป็นต้นไม้ชนิดที่สองที่จำได้ว่าอยู่ในจุฬาฯ รองมาจากต้นจามจุรี (ศรีจุฬา)
ผมและชาววิดยาจะเรียกต้นไม้นี้ว่า "แคนนอลบอล" ครับ เคยถูกย้ายมาปลูกหน้าอาคารมหามกุฏ ตรงข้ามศาลาพระเกี้ยว ปัจจุบันถูกย้ายกลับไปปลูกด้านข้างของตึกขาว อยู่คนละด้านกับที่เดิมครับ

ต้นลูกปืนใหญ่ (cannon ball) ที่คุณผกานินิพูดถึงคงเคยอยู่ตรงนี้


สมัยที่เรียนอยู่ ยังไม่เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10486



ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 23 พ.ค. 17, 09:48

คุณเทาชมพูยกตัวอย่างคำพูดแสดงความเห็นของเนเน่ในฐานะ (ว่าที่) ประธานสภานิสิตฯ

แต่ดูเหมือนจะมีใครคนหนึ่งในจุฬาออกมาแย้งว่า ไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภานิสิตที่จะทำอย่างนี้    ยังหาข่าวไม่เจอค่ะ  

ผู้ที่แย้งคงไม่ได้อ่านระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.  ๒๕๒๙ (ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน) ข้อ ๑๙.๕ ระบุว่าสภานิสิตมีอำนาจและหน้าที่เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

http://www.sa.chula.ac.th/wp-content/uploads/2016/05/ระเบียบสโมสรนิสิต.doc
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 273


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 23 พ.ค. 17, 11:59


ผู้ที่แย้งคงไม่ได้อ่านระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.  ๒๕๒๙ (ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน) ข้อ ๑๙.๕ ระบุว่าสภานิสิตมีอำนาจและหน้าที่เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

http://www.sa.chula.ac.th/wp-content/uploads/2016/05/ระเบียบสโมสรนิสิต.doc

เป็นระเบียบที่แปลกมาก

หมวดที่ 6
สภานิสิต
ส่วนที่ 1
องค์ประกอบ
    ข้อ 17. ให้สภานิสิตมีสมาชิก 2 ประเภท ดังนี้
   17.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่นิสิตที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากนิสิตของแต่ละคณะ คณะละสามคน และขณะดำรงตำแหน่งต้องไม่เป็นนิสิตใหม่
   17.2 สมาชิกสมทบ ได้แก่ นิสิตใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากนิสิตใหม่ของแต่ละคณะ คณะละหนึ่งคน และขณะดำรงตำแหน่งต้องเป็นนิสิตใหม่
    ข้อ 18. ในกรณีเลือกตั้งสมาชิกสามัญแล้ว ได้สมาชิกสามัญไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญตามข้อ 17.1 ให้ถือว่าปีนั้นไม่มีสภานิสิต
    ถ้าเลือกตั้งแล้วได้สมาชิกสามัญตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป แต่ยังไม่ครบจำนวนให้เลือกตั้งซ่อม
...
    ข้อ 23. ให้รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตเรียกประชุมสามัญครั้งแรก หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปของสภานิสิตภายในกำหนดเวลา15วัน นับตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งตามวาระ
    ให้อธิการบดีเป็นผู้เปิดประชุมสามัญครั้งแรกของสภานิสิต
    ในการประชุมสามัญครั้งแรกให้รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราวในที่ประชุม เพื่อดำเนินการเลือกตั้งประธานสภานิสิต
    เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วให้ประธานสภานิสิตทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อดำเนินการเลือกตั้งรองประธานสภานิสิตคนที่หนึ่ง รองประธานสภานิสิตคนที่สองและเลขาธิการสภานิสิต
...

ข้อ 30. เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่นในระเบียบนี้ การลงมติของสภานิสิตให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญของสภานิสิตที่เข้าประชุม ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

...
ข้อ 35. ผู้ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิสิตตามข้อ 17 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
   35.1 เป็นสมาชิกสามัญของสโมสร
   35.2 ไม่เป็นนิสิตสภาพวิทยาทัณฑ์
   35.3 ไม่เป็นนิสิตที่เคยถูกลงโทษตัดคะแนนความประพฤติสะสมตั้งแต่ยี่สิบคะแนนขึ้นไป
   35.4 ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรบริหาร
...
ส่วนที่ 5
การแต่งตั้งและการดำรงตำแหน่ง
    ข้อ 37. ให้คณะเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งต่อฝ่ายกิจการนิสิตภายในห้าวัน นับแต่วันเลือกตั้งและให้ฝ่ายกิจการนิสิตเสนอต่ออธิการบดีเพื่อประกาศแต่งตั้งภายใน10วันนับแต่วันเลือกตั้ง
    ข้อ 38. ให้สมาชิกสามัญของสภานิสิตที่ได้รับการเลือกตั้งดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกินหนึ่งปีนับแต่ วันที่ 1 เมษายน และสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป
    ข้อ 39. สมาชิกสมทบของสภานิสิตที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นับแต่วันที่มหาวิทยาลัย ประกาศแต่งตั้ง และสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป


ส่วนที่ 6
การพ้นจากตำแหน่ง
    ข้อ 40. สมาชิกสภานิสิตพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังนี้
   40.1 ถึงคราวออกตามวาระ
   40.2 ตาย
   40.3 ลาออก
   40.4 ขาดคุณสมบัติตามข้อ 35



สรุปว่าสมาชิกสมทบของสภา สามารถเป็นประธานสภานิสิตได้
ไม่มีสิทธิออกเสียง แต่ถูกเลือกโดยรุ่นพี่ที่เป็นสมาชิกสามัญ งานนี้ ไม่ธรรมดา
มีวาระถึง มีนาคมปีหน้า  
Good Luck
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.099 วินาที กับ 20 คำสั่ง