เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 24
  พิมพ์  
อ่าน: 18103 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 12:44


เรื่อง "พิธีถวายบังคมฯ" กับการยกเลิกธรรมเนียม "หมอบคลาน" ไม่น่าจะโยงเข้ามาเกี่ยวข้องกัน

ราชสำนักไม่เคยประกาศยกเลิก รูปแบบการถวายบังคมฯ ตามโบราณราชประเพณีแต่อย่างใด
ในงานพระราชพิธีที่สำคัญราชสำนักท่านจัดเต็มมาโดยตลอด
มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสม แต่รูปแบบการถวายบังคมฯ ตามโบราณราชประเพณียังคงถูกใช้มาตลอด

ที่จุฬาฯจัดให้นิสิตใหม่ เป็น"พิธีถวายบังคมฯ" เป็นโอกาสพิเศษที่ไม่ได้ทำทุกวัน และเข้าใจว่าไม่ได้บังคับให้ต้องทำ
การแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของชาวจุฬาฯ โดยถวายบังคมหมู่ตามรูปแบบโบราณราชประเพณี
เป็นการสืบทอดศิลปะวัฒนธรรม ไม่ใช่สิ่งเสียหาย
ไม่ใช่การบังคับกดขี่ตามที่กลุ่มบุคคลบางพวกในจุฬาฯ กล่าวอ้าง

ตามปกติ นักศึกษา และ บุคลากรจุฬาฯ ที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นก็ไม่ได้ทำการ "ถวายบังคมฯ" พระราชอนุสาวรีย์ฯ กันทุกวัน
บางคนคำนับ บางคนยกมือไหว้ บางคนเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้บังคับกันอยู่แล้ว
เฉพาะงาน "พิธีถวายบังคมฯ" จึงจัดให้นักศึกษามาร่วมพิธีฯ
แต่ถ้าท่านอธิการบดีจุฬาฯ กับกลุ่มผู้บริหารจะเริ่มทำเป็นแบบอย่าง ให้ผู้บริหารจุฬาฯถวายบังคมพระบรมรูปกันทุกเช้าแล้วมีผู้ต่อต้าน ก็ค่อยว่ากันอีกที
เรื่องนี้ คนภายในจุฬาฯ นั่นแหละครับเล่นกันเอง

ส่วนเหตุในการยกเลิกธรรมเนียม "หมอบคลาน" เพื่อให้เกิดความเสมอภาคกับนานาประเทศ
ไม่ได้เป็นการให้ยกเลิกขนบธรรมเนียมที่สำคัญในพระราชพิธีต่างๆ แต่อย่างใด

เข้าใจว่าปัจจุบันในชั้นประถมศึกษายังมีการสอนให้เด็กทราบความแตกต่างระหว่าง "การถวายบังคมฯ" กับ "หมอบคลาน"


บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 12:56


พระราชบัญญัติฯดังกล่าวได้ถูกผ่อนปรน ไม่ได้บังคับใช้ครอบจักรวาลโดยไม่ดูบริบทอื่นๆ เหมือนกับที่รัฐบาลในยุคหลังๆได้ใช้อำนาจ

๏ ข้อ ๓ สมเดจพระจ้าอยู่หัว เสดจพระราชดำเนิน ไปทางสถลมารค์ ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่จะมาคอยดูกระบวน เสดจพระราชดำเนินก็ดี จะทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅจะทรงพระที่นั่ง อย่างหนึ่ง อย่างใดก็ดี เมื่อเวลาเสดจพระราชดำเนิน มาถึงน่าผู้ที่ยืนคอยดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินอยู่นั้น ให้คนเหล่านั้น ก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ห้ามมิให้นั่ง มิให้ยืน ดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินบนชานเรือน บนน่าต่างเรือน แลบนที่สูง ที่ไม่ควรจะนั่ง จะยืน ถ้าทรงม้า ทรงรถ ไม่มีกระบวนนำกระบวนตามเสดจพระราชดำเนิน




บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10902



ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 13:06

เรื่อง "พิธีถวายบังคมฯ" กับการยกเลิกธรรมเนียม "หมอบคลาน" ไม่น่าจะโยงเข้ามาเกี่ยวข้องกัน

ราชสำนักไม่เคยประกาศยกเลิก รูปแบบการถวายบังคมฯ ตามโบราณราชประเพณีแต่อย่างใด

เข้าใจว่าปัจจุบันในชั้นประถมศึกษายังมีการสอนให้เด็กทราบความแตกต่างระหว่าง "การถวายบังคมฯ" กับ "หมอบคลาน"

"การถวายบังคม" และ"การหมอบคลาน" นั้นต่างกัน แต่ตามประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ให้เปลี่ยนวิธีเป็นแบบใหม่นอกจาก"การหมอบคลาน" ยังรวมถึง"การถวายบังคมตามโบราณราชประเพณีด้วย"

แลธรรมเนียมที่หมอบคลานนั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนยืนเปนเดิน ธรรมเนียมที่ถวายบังคมแลกราบไหว้นั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนก้มสีสะ ธรรมเนียมที่ยืนที่เดินแลก้มสีสะนี้ใช้ได้เหมือนกับธรรมเนียมที่หมอบคลานถวายบังคมแลกราบไหว้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10902



ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 13:22


พระราชบัญญัติฯดังกล่าวได้ถูกผ่อนปรน ไม่ได้บังคับใช้ครอบจักรวาลโดยไม่ดูบริบทอื่นๆ เหมือนกับที่รัฐบาลในยุคหลังๆได้ใช้อำนาจ

๏ ข้อ ๓ สมเดจพระจ้าอยู่หัว เสดจพระราชดำเนิน ไปทางสถลมารค์ ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่จะมาคอยดูกระบวน เสดจพระราชดำเนินก็ดี จะทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅจะทรงพระที่นั่ง อย่างหนึ่ง อย่างใดก็ดี เมื่อเวลาเสดจพระราชดำเนิน มาถึงน่าผู้ที่ยืนคอยดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินอยู่นั้น ให้คนเหล่านั้น ก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ห้ามมิให้นั่ง มิให้ยืน ดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินบนชานเรือน บนน่าต่างเรือน แลบนที่สูง ที่ไม่ควรจะนั่ง จะยืน ถ้าทรงม้า ทรงรถ ไม่มีกระบวนนำกระบวนตามเสดจพระราชดำเนิน

คุณคนโคราชต้องอ่านตลอดจนหมดความ  ยิงฟันยิ้ม

๏ ข้อ ๓ สมเดจพระเจ้าอยู่หัว เสดจพระราชดำเนิน ไปทางสถลมารค์ ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่จะมาคอยดูกระบวน เสดจพระราชดำเนินก็ดี จะทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅจะทรงพระที่นั่ง อย่างหนึ่ง อย่างใดก็ดี เมื่อเวลาเสดจพระราชดำเนิน มาถึงน่าผู้ที่ยืนคอยดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินอยู่นั้น ให้คนเหล่านั้น ก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ห้ามมิให้นั่ง มิให้ยืน ดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินบนชานเรือน บนน่าต่างเรือน แลบนที่สูง ที่ไม่ควรจะนั่ง จะยืน ถ้าทรงม้า ทรงรถ ไม่มีกระบวนนำกระบวนตามเสดจพระราชดำเนิน ผู้ซึ่งอยู่บนเรือนแลบนที่สูงไม่ทันรู้ว่าเสดจพระราชดำเนิน แต่ภอแลเหนว่าเปนรถพระที่นั่ง ฤๅม้าพระที่นั่งก็ให้ยืนขึ้น ถวายคำนับ ห้ามมิให้นั่ง มิให้หมอบเปนอันขาด แลในเวลาที่เสดจพระราชดำเนินทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅทรงพระที่นั่งอย่างใด มาในทางสถลมารค์ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดไปบนหลังม้าฤๅไปบนรถ ภบปะกระบวนนำเสดจพระราชดำเนิน ก็ให้หยุดม้า หยุดรถริมทาง ถ้าเสดจพระราชดำเนินมาถึงตรงหน้าแล้วให้ถอดหมวกก้มสีสะ ถวายคำนับอยู่บนรถบนหลังม้า ไม่ต้องลงจากรถ จากหลังม้า ต่อเสดจพระราชดำเนินไปสิ้นกระบวนแล้ว จึ่งให้ออกเดินรถ เดินม้าต่อไป ถ้าเสดจพระราชดำเนิน ทางชลมารค์ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่อยู่แพ อยู่เรือนริมน้ำ ให้ยืนขึ้นก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ถ้ามาด้วยเรือภบกระบวน เสดจพระราชดำเนิน ถ้าเรือเลกยืนไม่ได้ ก็ให้ถอดหมวกก้มสีสะ ถวายคำนับในเรือไม่ต้องยืน ถ้าเปนเรือใหญ่ควรจะยืนได้ ก็ให้ยืนขึ้นถวายคำนับตามธรรมเนียม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 14:13

ภาพนี้เป็นภาพหนึ่งในเสด็จประพาสต้น   
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ประทับนั่งอยู่กลางภาพ โปรดสังเกตท่าของผู้ติดตามซึ่งน่าจะเป็นข้าราชบริพาร  ว่าเขานั่งเฉยๆ หรืออยู่ในท่ากึ่งหมอบ


บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 15:55


สงสัยผมต้องไปสมัครเรียนกฎหมายเพิ่มเติมให้เข้าใจมากขึ้น
จะได้มีความรู้มา discuss กับคุณหมอเพ็ญได้มากกว่านี้
ตอนนี้เอาแบบชาวบ้านอ่านกฎหมายก่อนนะครับ

ตัวกฎหมายมีปัญหาการบังคับใช้ครับ จึงมีการผ่อนปรนฯ ไม่ดึงดันบังคับไปหมด เช่น
ใน preamble บอกว่าจะไม่บังคับใจผู้ใด
แต่ในพระราชบัญญัติฯ กำหนดให้ยืนรับเสด็จในทุกกรณีที่สามารถยืนได้
ถ้าบ่าวไพร่ยังนั่งหรือหมอบคลานอยู่ ให้บังคับยืน บังคับให้เดิน

๏ ข้อ ๔ ข้าราชการเมื่อจะเข้าไป ในพระบรมมหาราชวัง แลจะออกจากพระบรมมหาราชวัง ฤๅจะไปกิจธุระแห่งหนึ่งแห่งใดก็ดี ถ้าภบท่านผู้มีบันดาศักดิ์ที่ได้เคยทำคำนับยำเกรงตามธรรมเนียมเก่าฉันใด ก็ให้ทำคำนับยำเกรง อย่างธรรมเนียมใหม่ให้เหมือนกัน ธรรมเนียมที่ยืนเหมือนกับนั่ง เหมือนกับหมอบ ธรรมเนียมที่เปิดหมวกก้มสีสะ เหมือนกับกราบไหว้อย่างแต่ก่อนนั้น ถ้าผู้หญิงจะไปในที่เฝ้าแลภบท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องเปิดหมวก เปนแต่ก้มสีสะลงคำนับ เมื่อกระทำคำนับแล้ว หมวกนั้นจะเปิดก็ได้ ไม่เปิดก็ได้ แลผู้คนข้าทาษที่ใช้ การงานอยู่ในบ้านเรือนนั้น ก็อย่าให้ท่านผู้ที่เปนเจ้าเปนนาย บังคับให้ข้าทาษหมอบคลาน ให้บังคับให้ข้าทาษใช้ยืน ใช้เดินตามพระราชบัญญัติ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้ตั้งไว้นี้ ให้พระบรมวงษานุวงษข้าราชการฝ่ายทหาร พลเรือนฝ่ายน่าฝ่ายในพระบรมมหาราชวังพระราชวังบวร ให้กระทำตามพระราชบัญญัติ์ ประกาศนี้จงทุกประการ

ประกาศมา ณ วันอาทิตย เดือน ๑๒ แรม ๑๒ ค่ำ ปีรกาเบญจศก   ฯะ 


หลักฐานจากภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ราษฎรมานั่งรับเสด็จกันเป็นหมู่คณะ ทั้งๆที่จะบังคับให้ยืนก็ได้ แต่ราชการไม่บังคับฯ
เมื่อมีการผ่อนปรน ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นที่ชัดเจนแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอ้างฯว่าควรบังคับใช้กฏหมายนั้นในปัจจุบัน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 16:21

ผมต้องยอมรับก่อนว่า ยังไม่ได้อ่านกฎหมายที่ อ.เพ็ญชมพู กรุณานำมาแสดงนะครับ ฉะนั้น นี่ เป็นความเห็นส่วนตัวโดยแท้ๆเลย

ผมเห็นว่า ในสมัยอยุธยา จนถึงต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อมีคณะฑูตจากประเทศตะวันตก เดินทางมาเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ของเรา ก็จะพบกับขุนนางไทย หมอบอยู่กับพื้น ซึ่งฝรั่งมองว่า ไม่งาม ฉะนั้น จึงมีการปรัเปลี่ยนธรรมเนียมการเข้าเฝ้านี้ใหม่ ให้ดูงามตามวิถีตะวันตกให้มากขึ้น

จุดนี้ผมมีข้อสังเกตว่า ถ้ากลับแสนยานุภาพทางทหารกัน คือถ้าสมมุติในเวลานั้น สยามเป็นชาติมหาอำนาจ แบบว่า มีเรือปืนเป็นร้อยๆลำ มีอาวุธปืนไฟทันสมัย มีกองทหารเรือนล้าน มีอาณานิคมทั่วโลก ในขณะที่อังกฤษ ดัช ฝรั่งเศษ เป็นประเทศน้อย ยังใช้หอกใช้ดาบต่อสู้กันอยู่

ผมถามว่า ในโลกสมมุติของผมนี้ ทูตจากประเทศพวกนั้น เมื่อมาเข้าเฝ้ากษัตริย์ไทย จะกล้าติธรรมเนียมไทย ว่าไม่งามหรือไม่ครับ
ตัวผมเอง ผมขอเดาว่า "ไม่" โดยเทียบเคียงจากในเวลาที่ฑูตไทย ไปเฝ้าพระจักรพรรดิจีน ฑูตไทยก็ไม่ติธรรมเนียมการเข้าเฝ้าของจีนเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าผมพูดอีกนัยหนึ่งว่า ธรรมเนียมที่ว่างามนี้ มีที่มาจากอำนาจทหารหนุนหลัง ก็พูดได้เหมือนกันใช่หรือไม่?

ถ้าอย่างนี้ นายเนติวิทย์ ที่พูดว่า ไม่ชอบทหาร หรือการใช้อำนาจอย่างทหาร ไฉนสนับสนุนแนวคิด Might is Right นี้ได้หละครับ       
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1310


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 15 พ.ค. 17, 19:40

การยกเลิกการหมอบกราบในสมัย ร.5 คงไม่ใช่เพราะฝรั่งมีปืนหนุนหลัง แต่เป็นพระประสงค์ให้พิธีการเข้าเฝ้าของไทยดูเป็นสากลขึ้น เพราะเราต้องรับแขกบ้านแขกเมืองมากขึ้น การแสดงความเคารพแบบสูงสุดที่เราเคยใช้ กลายเป็นเรื่องที่แปลกในสายตาฝรั่ง ร.5 และเป็นไปในทางที่ไม่ดีนักในสายตาต่างชาติ ดังนั้นจึงทรงให้ยกเลิกธรรมเนียมนี้และหันมาใช้แบบฝรั่งที่สากลกว่า  เหมือนๆ กับการใส่เสื้อเข้าเฝ้า การปรับปรุงระบบราชการ ฯลฯ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำเพื่อให้เราสากลขึ้นเท่านั้น และเริ่มทำมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แล้ว


แต่ที่ผมเข้าใจการยกเลิกคือการยกเลิก ในการเข้าเฝ้าไม่จำเป็นต้องหมอบ ถือว่าใช้การถวายบังคมแบบที่ท่าน อ.เพ็ญฯยกมาก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าใครจะใช้การหมอบกราบอย่างเดียว โดยเฉพาะในทางส่วนพระองค์ไม่ใช่ในพระราชพิธีคงไม่ได้ไปห้ามขนาดนั้น และด้วยขนบธรรมเนียมไทยที่เราอยากแสดงความเคารพอย่างสูงสุด ถ้ามีโอกาสเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่รวมถึงผมจะเลือกใช้การหมอบกราบแน่นอน  แถมหมอบกราบด้วยความปลื้มปิติด้วย


ส่วนที่คุณนริศยังย้อนแย้งไปถึงเรื่องที่ทางตะวันตกใช้การยืนและที่ไทยทำตามเพราะมีอำนาจทางทหารหนุน ไฉนเนติวิทย์จึงยอมรับหลักการได้คงไม่ตรงประเด็นนัก  และถ้าถกกันถึงประเด็นนี้ผมว่ามันเลยไปไกลแล้ว เพราะประเด็นของเนติวิทย์อยู่ที่ ใครใคร่หมอบกราบก็ทำไป แต่ใครจะใช้การยืนถวายความเคารพก็ควรมีสิทธิ์จะทำได้ นั่นคือให้ทางเลือกในการถวายความเคารพ  และคัดค้านการบังคับให้ทุกคนต้องหมอบกราบอย่างเดียว ประเด็นอยู่ตรงนี้ ส่วนวิธีการเคลื่อนไหวที่ใช้ยังไม่เหมาะสมจนสร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆ คน ก็เป็นสิ่งที่เนติวิทย์ต้องรับฟังและปรับวิธีการต่อไป


อีกเรื่องที่อยากบอกเล่า คือการสอนจะให้ใครซักคนซาบซื้งในพระมหากรุณาธิคุณโดยเฉพาะคนหัวดื้อนั้น  ผมไม่เชื่อว่าพิธีกรรมอย่างการให้ไปหมอบกราบพระบรมรูปจะได้ผล เมื่อปลายเดือนที่แล้วผมได้ไปเยี่ยมชมโครงการพระราชดำริที่เขาชะงุ้ม ราชบุรี ก่อนหน้าแม้ผมจะได้เห็นพระราชกรณียกิจต่างๆ จากข่าวมากมาย ซาบซึ้งในระดับหนึ่ง แต่สิ่งเหล่านี้ดูจะไกลตัวผมคนเมืองยิ่งนัก จนได้ไปเขาชะงุ้น จนท ได้บรรยายให้เห็นสภาพภูเขาก่อนที่ในหลวงจะเสด็จมาว่าพื้นที่นี้มันแห้งแล้งขนาดไหน แบบว่าไม่มีต้นไม้ซักคน ดินแข็งเป็นหินเพาะปลูกไม่ได้ จนในหลวงเสด็จมา ทรงบอกว่าจะปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่นี้ ทรงริเริ่มการปรับปรุงดิน โดยใช้หญ้าแฝกปรับสภาพดิน ปล่อยให้ป่าเติบโตตามธรรมชาติ ผ่านไป 30 ปี พื้นที่นี้กลับมาเขียวชอุ่มชุ่มชื้นแม้ในหน้าร้อน  เพาะปลูกได้  พระราชกรณียกิจที่ผมดูในทีวีมาตลอดชีวิต ไม่ได้สร้างความซาบซึ้งเท่ากับการได้มาเห็นผลพวงความสำเร็จจากสิ่งที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้ในเวลาแค่ครึ่งวันนั้นเลย ตอนนั่งรถนำชมสถานที่ไป ตามันชื้นๆ ขึ้นมาเวลานึกว่าพระองค์ไม่อยู่อีกแล้ว  จริงๆ ถ้าจุฬาฯ อยากให้พวกเด็กหัวดื้อได้ซาบซึ้งกับพระมหากรุณาธิคุณ ต้องจัดทัวร์พามาดูของจริงแบบนี้
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 16 พ.ค. 17, 15:24


คราวนี้มาดูว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ยกเลิกมิให้ชาวบ้านทำการการถวายบังคมฯ แล้วหรือไม่



ตั้งแต่นี้สืบไป พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งจะเฝ้าทูลอองธุลีพระบาทในพระที่นั่ง และที่เสดจออกแห่งหนึ่งแห่งใด จงประพฤติตามพระราชบัญญัติที่ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดไว้เปนข้อบัญญัติสำหรับข้าราชการต่อไป จงทุกข้อทุกประการ จึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ สมันตพงษพิสุทธ มหาบุรุศย์รัตโนดม ผู้สำเรจราชการแผ่นดิน ตั้งเปนข้อพระราชบัญญัติไว้ สำรับแผ่นดินต่อไป ดังนี้

พระราชบัญญัติ์
  

๏ ข้อ ๑ ว่า พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง เมื่อจะเข้าเฝ้าทูละอองธุลีพระบาทในพระที่นั่ง ฤๅที่เสดจออกแห่งใด ๆ ก็ดี เมื่อเดินเข้าไปถึงน่าพระที่นั่งแล้ว ให้ก้มสีสะถวายคำนักครั้งหนึ่ง แล้วจึ่งเดินไปยืนที่ตำแหน่งของตนเฝ้า เมื่อไปถึงที่ยืนเฝ้าแล้ว ให้ก้มสีสะถวายคำนับอีกครั้งหนึ่ง แล้วยืนให้เรียบร้อยเปนปรกติ ห้ามมิให้เดินไปเดินมา แลยืนหันหน้าหันหลังในเวลาที่เสดจออก แลมิให้ยืนเอามือไพล่หลังแลท้าวเอว แลเอามือไปท้าวผนังแลเสาฤๅที่ต่าง ๆ และสูบบุหรี่ หัวเราะ พูดกันเสียงดัง ต่อน่าพระที่นั่ง ให้ยืนให้เรียบร้อยเปนลำดับตามบันดาศักดิ์ผู้ใหญ่ผู้น้อย ถ้ามีกิจราชการที่จะต้องกราบบังคมทูลพระกรุณา แล้วให้เดินออกมาจากที่เฝ้า ยืนตรงน่าพระที่นั่ง ก้มสีสะถวายคำนับแล้วจึ่งกราบบังคมทูลพระกรุณา เมื่อสิ้นข้อความ ที่กราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว ให้ก้มสีสะลงถวายคำนับ จึ่งให้เดินถอยหลังมาที่ยืนเฝ้าอยู่ตามเดิม ถ้าจะถวายหนังสือฤๅสิ่งของ สิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อพระหัถ สมเดจพระเจ้าอยู่หัว แล้วให้ถือสองมือ เดินตรงเข้าไป ถึ่งหน้าพระที่นี่งภอสมควร ก้มสีสะลงถวายคำนับก่อน จึ่งถวายของนั้นต่อพระหัถ ถ้าถวายของนั้นเสรจแล้ว ให้เดินถอยหลัง ถ้าเปนที่ใกล้ให้ถอยหลัง ๓ เก้า ฤๅ ๕ เก้าภอสมควร ถ้าเปนที่ไกล ให้ถอยหลังออกมา ๗ เก้า จึ่งกลับหน้าเดินไปยืนตามที่ ถ้าจะมีพระบรมราชโองการดำรัสด้วยผู้หนึ่งผู้ใดที่ยืนอยู่ในที่เฝ้านั้น ก็ให้ผู้นั้นยืนคงอยู่ตามที่ ก้มสีสะถวายคำนับแล้ว จึ่งรับพระบรมราชโองการ เมื่อรับพระบรมราชโองการ กราบบังคมทูลสิ้นข้อความแล้วก็ให้ก้มสีสะลงถวายคำนับ อนึ่งพระบรมวงษานุวงษแลข้าทูลอองธุลีพระบาท ผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ที่ได้เข้ามายืนเฝ้า ในเวลาที่เสดจออกอยู่นั้น ถ้ามีพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานเก้าอี้ให้นั่งจึ่งนั่งได้ ห้ามมิให้นั่งลงกับพื้น แลนั่งบนเก้าอี้ ฤๅนั่งที่แห่งใด ๆ ตามชอบใจ ในเวลาที่เสดจออกต่อน่าพระที่นั่ง แลผู้ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดให้นั่งเก้าอี้เฝ้าอยู่นั้น นั่งให้เปนปรกติ ห้ามมิให้ยกเท้าขึ้นภับบนเก้าอี้ แลไขว่ห้างเหยียดเท้าตะแคงตัว ทำกิริยาหาความสบายให้เกินกิริยา ที่นั่งเปนปรกติเปนอันขาด เมื่อเวลาเสดจขึ้นก็ให้ ยืนขึ้นถวายคำนับ ให้พร้อมกัน แต่แขกเมืองประเทศราช เมื่อจะเฝ้าทูละอองธุลีพระบาท ให้ทำกิริยาคาระวะ ตามเพศบ้านเมืองของตนก่อน เมื่อทรงพระกรุณาโปรดให้ยืน จึ่งยืนได้


ตามความเข้าใจของชาวบ้านอย่างผม อ่านแล้วพระราชบัญญัตินี้ใช้เฉพาะ พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ไม่รวมชาวบ้าน
ในวรรคที่อาจหมายรวมถึงชาวบ้านด้วย ท่านใช้คำว่า ข้าทูลอองธุลีพระบาท ผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ซึ่งท่านไม่ได้ยกเลิกการถวายบังคมฯ แต่อย่างใด
โดยเฉพาะ แขกเมืองประเทศราช ให้ทำกิริยาคารวะ ตามเดิม ก่อนที่จะสามารถยืนได้

ในย่อหน้าต่อ ๆ มา มีการแยก ข้าราชการ ราษฎร ข้าทาส ออกจากกันชัดเจน

ดังนั้น การที่ชาวบ้านจะถวายบังคมฯ จึงไม่เกี่ยวกับการยกเลิกธรรมเนียมหมอบคลานฯ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้แต่อย่างใดครับ
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 343


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 16 พ.ค. 17, 15:57


ให้บังคับให้ข้าทาษใช้ยืน ใช้เดินตามพระราชบัญญัติ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้ตั้งไว้นี้ ให้พระบรมวงษานุวงษ ข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนฝ่ายน่าฝ่ายในพระบรมมหาราชวังพระราชวังบวร ให้กระทำตามพระราชบัญญัติ์ ประกาศนี้จงทุกประการ

ประกาศมา ณ วันอาทิตย เดือน ๑๒ แรม ๑๒ ค่ำ ปีรกาเบญจศก   ฯะ  



การถวายบังคมฯ โดยชาวบ้านธรรมดา ไม่เคยถูกยกเลิกเลย
แต่รัฐไทย ราชการไทยไม่เคยคาดหวังว่า ในอนาคตชาวบ้านธรรมดาจะสามารถถวายบังคมพร้อมเพรียงกันได้เป็นหมู่คณะ
แล้วจะมีคนประท้วงขอทำตามอย่างข้าราชการบ้าง

แล้วปัจจุบัน ข้าราชการฯ ทำไมต้อง ถวายบังคมฯ ?
คำตอบง่ายๆ คือ มีกำหนด กฏ ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ชัดเจนในระเบียบข้าราชการที่บังคับใช้ในปัจจุบัน
ถ้าข้าราชการคนใดทำอุตริ หัวหมออ้างโน่นอ้างนี่ ทำผิดไปจากคนอื่น มีโทษร้ายแรงถึงไล่ออก
เพราะฉะนั้นชาวบ้านธรรมดาไม่ต้องไปเรียกร้องสิทธิเหมือนข้าราชการเขา เขาไม่บังคับว่าต้องทำ หรือไม่ต้องทำอยู่แล้ว
แต่ถ้าอยู่ในพิธีที่คนส่วนใหญ่เขาตั้งใจทำ แล้วคนไม่กี่คนตั้งใจจะออกท่าทางสวนกระแสก็ควรพิจารณาตนเอง ไม่น่าจะมีคนสรรเสริญเยินยอกันไปได้




บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10902



ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 09:52

ดังนั้น การที่ชาวบ้านจะถวายบังคมฯ จึงไม่เกี่ยวกับการยกเลิกธรรมเนียมหมอบคลานฯ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้แต่อย่างใดครับ

วิธีการถวายบังคมไม่ว่าจะเป็นของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป  ถูกยกเลิกเสมอกันหมดตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้

แลธรรมเนียมที่หมอบคลานนั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนยืนเปนเดิน ธรรมเนียมที่ถวายบังคมแลกราบไหว้นั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนก้มสีสะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10902



ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 09:57

แล้วปัจจุบัน ข้าราชการฯ ทำไมต้อง ถวายบังคมฯ ?
คำตอบง่ายๆ คือ มีกำหนด กฏ ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ชัดเจนในระเบียบข้าราชการที่บังคับใช้ในปัจจุบัน

คุณคนโคราชพอจะแสดง "ระเบียบปฏิบัติของข้าราชการในการถวายบังคม" ได้ไหม ?
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10902



ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 10:04

เรื่องน้องเนติวิทย์และความคิดของเขาน่าจะเป็นเรื่องยาว กราบเรียนท่านอาจารย์ใหญ่พิจารณาแยกเป็นกระทู้ใหม่ตั้งแต่ความคิดเห็นที่ ๔๓ ของท่านอาจารย์ใหญ่กว่า ชื่อกระทู้อาจจะเป็น ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์ หรืออย่างอื่นตามที่เห็นสมควร

เรื่องความคิดแหวกแนวของน้องเนเน่ยาวตามคาด เฉพาะประเด็นวิธีการถวายบังคมยาวถึง ๕๒ ความคิดเห็นแล้ว ถ้าหากวิสัชนากันทุกประเด็นคงเกินร้อยแน่นอน

หากผู้สนใจเรื่องจิตร ภูมิศักดิ์ เปิดกระทู้เข้ามาอ่าน คงสับสนเป็นแน่แท้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10902



ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 11:37

ขอบพระคุณอาจารย์ใหญ่ที่ได้แยก
"ความคิดแหวกแนวของน้องเนเน่"
ออกมาเป็นกระทู้ใหม่ได้ฮาเฮ
จะโอเคหรือไม่ได้พูดจา

ไปอยู่ที่"ระเบียงกวี"นี้สงสัย
ไยไม่ไป"ทันกระแส"แน่กว่าหนา
ลำบากใช้กาพย์กลอนสนทนา  ยิงฟันยิ้ม
ก่อนจะลาอีกครั้งนอบขอบพระคุณ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 17 พ.ค. 17, 11:46

ขอโทษที  ไม่ได้ฝึกวรยุทธด้านแยกกระทู้มานานเป็นปี 
เลยลงห้องไม่ถูกค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 24
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.086 วินาที กับ 19 คำสั่ง