เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 23
  พิมพ์  
อ่าน: 15954 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
Naris
พาลี
****
ตอบ: 336


ความคิดเห็นที่ 270  เมื่อ 26 ม.ค. 18, 14:42

กฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่มีการกำหนดระยะเวลาไว้ สามารถแบ่งได้เป็นสองลักษณะด้วยกันครับ อย่างแรกเรียกว่าระยะเวลาบังคับ (délai imperatif) หมายถึง ระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด ถ้าไม่ทำภายในกำหนดระยะเวลา ย่อมมีผลทำให้เสียสิทธิ หรือทำให้การกระทำนั้นเสียไป ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้
 
อย่างที่สองเรียกว่า ระยะเวลาเร่งรัด (délai indicatif) หมายถึง ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำอะไรสักอย่างภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ถ้าทำไม่เสร็จในกำหนดก็ยังทำต่อไปได้ ไม่เสียไป เหมือนแบบแรกครับ เหตุผลที่มีการกำหนดระยะเวลาอย่างนี้ไว้ เพราะโดยสภาพการบริหารงานภาครัฐที่อาจทำเร็วไม่ได้ หรือเรื่องบางเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิทธิของคนเยอะๆ ถ้าไปกำหนดว่า หมดเวลาคือศูนย์เลยก็อาจเกิดปัญหาได้ (อย่างเรื่องนี้ ถ้าให้ระยะเวลาแบบแรก ก็ต้องถือว่าหมดเวลาแล้ว พิจารณาอุทธรณ์ต่อไปไม่ได้ ผลเสียก็จะตกแก่เนติวิทย์เอง เพราะก็จะกลายเป็นว่า เนติวิทย์ผิดจริงตามคำวินิจฉันในครั้งแรก)

อย่างไรก็ดี ถึงกฎหมายจะบอกว่า สามารถทำต่อไปได้ แต่ถ้าทำช้าเกินไป ไม่เสร็จเสียที อันนี้ถือเป็นเหตุให้คนที่เสียหายสามารถไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาหรือดำเนินการให้เสร็จภายในกำหนดระยะเวลาได้ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ครับ

กรณีนี้ เกิดกำหนดมาพอสมควรแล้ว น้องเขามีสิทธิเต็มที่เลยที่จะไปฟ้องคดี ซึ่งหากน้องเขาจะไปใช้สิทธิตรงนี้ ผมก็สนับสนุนครับ เพราะเป็นวิถีทางที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคนที่อยากเป็นนักการเมืองควรจะกระทำ ฝ่ายจุฬาฯ ก็ต้องไปชี้แจงในศาลว่าที่ล่าช้าเป็นเพราะสาเหตุใด แฟร์ๆครับ ดีกว่าเที่ยวส่งจดหมายไปฟ้องอาจารย์ฝรั่งให้เขากลับมาต่อว่าสำนักเรียนของตนให้ต้องเสื่อมเสียเป็นไหนๆ อ่ะครับ
บันทึกการเข้า
srinaka
อสุรผัด
*
ตอบ: 37


ความคิดเห็นที่ 271  เมื่อ 27 ม.ค. 18, 14:59

กฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่มีการกำหนดระยะเวลาไว้ สามารถแบ่งได้เป็นสองลักษณะด้วยกันครับ อย่างแรกเรียกว่าระยะเวลาบังคับ (délai imperatif) หมายถึง ระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด ถ้าไม่ทำภายในกำหนดระยะเวลา ย่อมมีผลทำให้เสียสิทธิ หรือทำให้การกระทำนั้นเสียไป ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้
 
อย่างที่สองเรียกว่า ระยะเวลาเร่งรัด (délai indicatif) หมายถึง ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำอะไรสักอย่างภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ถ้าทำไม่เสร็จในกำหนดก็ยังทำต่อไปได้ ไม่เสียไป เหมือนแบบแรกครับ เหตุผลที่มีการกำหนดระยะเวลาอย่างนี้ไว้ เพราะโดยสภาพการบริหารงานภาครัฐที่อาจทำเร็วไม่ได้ หรือเรื่องบางเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิทธิของคนเยอะๆ ถ้าไปกำหนดว่า หมดเวลาคือศูนย์เลยก็อาจเกิดปัญหาได้ (อย่างเรื่องนี้ ถ้าให้ระยะเวลาแบบแรก ก็ต้องถือว่าหมดเวลาแล้ว พิจารณาอุทธรณ์ต่อไปไม่ได้ ผลเสียก็จะตกแก่เนติวิทย์เอง เพราะก็จะกลายเป็นว่า เนติวิทย์ผิดจริงตามคำวินิจฉันในครั้งแรก)

อย่างไรก็ดี ถึงกฎหมายจะบอกว่า สามารถทำต่อไปได้ แต่ถ้าทำช้าเกินไป ไม่เสร็จเสียที อันนี้ถือเป็นเหตุให้คนที่เสียหายสามารถไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาหรือดำเนินการให้เสร็จภายในกำหนดระยะเวลาได้ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ครับ

กรณีนี้ เกิดกำหนดมาพอสมควรแล้ว น้องเขามีสิทธิเต็มที่เลยที่จะไปฟ้องคดี ซึ่งหากน้องเขาจะไปใช้สิทธิตรงนี้ ผมก็สนับสนุนครับ เพราะเป็นวิถีทางที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคนที่อยากเป็นนักการเมืองควรจะกระทำ ฝ่ายจุฬาฯ ก็ต้องไปชี้แจงในศาลว่าที่ล่าช้าเป็นเพราะสาเหตุใด แฟร์ๆครับ ดีกว่าเที่ยวส่งจดหมายไปฟ้องอาจารย์ฝรั่งให้เขากลับมาต่อว่าสำนักเรียนของตนให้ต้องเสื่อมเสียเป็นไหนๆ อ่ะครับ


เด็กนิสิต ถูกครูอันธพาลรัดคอ สถาบันทำเฉยไม่จัดการผู้ร้าย พอชาวโลกเห็นภาพทราบเรื่อง เขาเลยติเตียนเอาแบบสุภาพชน ท่านทั้งหลายนอกจากไม่เก็ทแล้ว ยังคิดแต่ว่าเด็กมันจ้องทำลายสถาบัน ไปพาฝรั่งมาทำลายบ้านตัวเอง...
ผมไม่ก้าวล่วงเรื่องพิธีการ แต่มีคนถูกหาว่าผิด 2ฝ่าย ฝ่ายเด็กถูกลงโทษ ฝ่ายครูได้รับการปกป้อง คนทั้งโลกก็คงสงสัย ไมได้เข้าใจในตรรกะการปกป้องสถาบันแบบโบราณ คล้ายคดีจิตร ..

เป็นเด็กคนอื่นคงซิ่วไปเรียนที่อื่นไปแล้ว แต่เด็กกลุ่มนี้เขากล้าสู้ ยอมทนแรงกดดัน น่าจะถือว่ารักสถาบันนี้เข้ากระดูก ลุงๆ ป้าๆ ยาย ทวด ที่จบไปนานแล้ว จะไม่ลองคิดเมตตาเด็กรุ่นหลาน รุ่นเหลน กันบ้างหรือ ที่เขาจะใช้สิทธิ์ของเขาต่อสู้ในสิ่งที่เขาคิดว่าไม่ยุติธรรม
อย่าลืมว่าสถาบันไม่มีชีวิต ที่ใช้อำนาจจัดการอะไรอยู่นั้นคือคน ซึ่งได้ถูกจ้าง(ย้ำว่าจ้าง และให้เงินเดือน)มาบริหาร ...สถาบันจุฬา ยังคงสง่างามเสมอ ที่ฝรั่งเขาว่ามานั้น คงว่าคนที่ใช้อำนาจที่ขาดคุณธรรม คนดีๆ เขาจะไปว่าทำไม

ลุงป้า ถ้ารักสถาบันจริง ก็ต้องช่วยกันดูแล อย่าให้พวกนี้เที่ยวรังแกลูกชาวบ้านเขา ขอบคุณครับ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 272  เมื่อ 27 ม.ค. 18, 19:13

ดิฉันไม่รู้รายละเอียดขั้นตอนการทำงานของจุฬา      ว่าไปถึงไหนแล้ว
ก่อนจะตำหนิติเตียนเขา ก็อยากได้ข้อเท็จจริงเสียก่อนค่ะ ว่าเขาสอบสวนออกมาได้ความอย่างไรบ้าง
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 336


ความคิดเห็นที่ 273  เมื่อ 29 ม.ค. 18, 10:21

มันไม่ยังงั้นสิพี่ศรี
คือถ้าเด็กมันอยู่เฉยๆ แล้วอยู่ดีๆผู้ใหญ่มันไปรัดคอ ไปกระโดดเตะเด็กแบบไม่มีเหตุผล ไอ้อย่างงั้นสิถึงจะว่า ผู้ใหญ่ผิด ถ้าเป็นแบบนี้แล้วสำนักเรียนผมปกป้องผู้ใหญ่หละก็ ผมจะไปร่วมโห่กับพี่ศรีด้วย

แต่นี่ มันใช่ยังงั้นหรือเปล่าพี่ ในความเป็นสถาบันเก่าแก่ยาวนาน เราก็มีธรรมเนียมของเราอยู่ บางอย่างอาจจะดีงานอยู่แล้ว บางอย่างอาจจะเคยดีงาม วันนี้จะดีงามอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหาย บางอย่างก็ควรแก้ไขเพราะพ้นสมัยแล้ว (เช่น ระบบว๊าก ห้องเชียร์ ที่พูดงี้ ผมนี่ก็เคยโดยว๊าก และเคยพี่ว๊าก ผมรู้ดีว่า ในยุคผมมันใช้ได้ แต่ยุคนี้ใช้ไม่ได้ ก็ควรเลิกไป ซึ่งหลายๆคณะก็เลิกไปแล้ว)

ทีนี้ ธรรมเนียมการถวายบังคมพระปิยมหาราช ผู้ซึ่งเป็นผู้สถาปนาสำนักเรียนแห่งนี้ พี่ว่ามันเลวร้ายตรงไหน อันนี้พี่ต้องตอบผมให้ได้ ถ้าพี่ตอบไม่ได้ พี่จะอธิบายถึงความชอบธรรมที่น้องเนติวิทย์ทำไม่ได้ ไอ้ครั้นจะบอกว่า ไม่อยากถวายบังคม อยากจะโค้งคำนับ พี่ก็ต้องตอบอีกว่า ทำไมมันถึงจะถวายบังคมไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมถวาย ถ้าตอบได้ว่า เหตุใดจึงไม่ยอมถวาย พี่ก็ต้องตอบอีกว่า ถ้าไม่ยอมถวายแล้วมาร่วมพิธีทำไม และ ถ้ามาร่วมพิธีแล้ว ไม่ยอมถวาย จะยืนไม่ถวายอยู่ในเต็นท์ได้หรือไม่ ทำไมต้องชักแถวกันออกมาด้านหน้า แล้วถ้าคิดจะออกมาทำความเคารพในแบบที่ตนเองเชื่อถือ รอให้เสร็จพิธีค่อยออกมาไม่ได้หรือ ทำไมต้องออกมาระหว่างพิธีด้วย   
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 336


ความคิดเห็นที่ 274  เมื่อ 29 ม.ค. 18, 10:48

ผมเห็นพี่พูดคำว่า อันธพาล ในความเห็นพี่ อันธพาลแปลว่าอะไรหรือครับ คนที่พยายามจะรักษาความสงบเรียบร้อยของงานงานหนึ่ง กับคนที่พยายามป่วนงานๆหนึ่ง ไฉนคนที่พยายามรักษาความเรียบร้อยกลับกลายเป็นอันธพาล แต่คนป่วนกลับกลายเป็นวีรบุรุษไปซะได้

พี่พูดเรื่องชาวโลกทราบเรื่อง พี่ว่า เขาทราบเรื่องแบบไหนพี่ ก็อย่างที่ผมบ่นไปคราวที่แล้ว เขาทราบเรื่องอย่างชัดเจนกันหรือเปล่า รู้ที่มาที่ไปกันทุกอย่างแล้วหรือเปล่า หรือฟังความข้างเดียวแล้ววิจารณ์เลย และถ้าฝรั่งพวกนี้ (พี่อย่าใช้คำว่าชาวโลกพี่ เพราะผมก็ชาวโลก พี่ก็ชาวโลก ทุกคนก็เป็นชาวโลก คำว่าชาวโลกมีความหมายกว้างมากกว่าแค่ฝรั่ง 20 คนเยอะพี่) รู้ข้อเท็จจริงถ้วนถี่แล้ว ยังมองว่า ทำตัวไม่เคารพพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง (พระปิยมหาราช) ได้ขนาดนี้ยังถือเป็นเสรีภาพ ผมว่าผมรู้สึกเหมือนโดนฝรั่งดูถูกหนะพี่ หรือพี่ว่าไง ที่ฝรั่งมันมองว่า King ของเอ็ง จะเคารพหรือไม่เคารพก็ได้ ยิ่งไม่เคารพสิดี เป็นอารยะ พี่ศรีว่า แบบนี้โอเค ผมก็ไม่รู้จะว่าไงหละพี่   

พี่บอกว่า เด็กเขาต่อสู้ในสิ่งที่เขาคิดว่า ไม่ยุติธรรม ในความเห็นพี่ ยุติธรรมมันต้องเป็นไงหละพี่ อย่างแรก ยุติธรรม มันต้องเที่ยงตรง เป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย เป็นงั้นป่ะพี่ ถ้าใครทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย ไอ้คนนั้นมันก็ต้องรับผิดชอบชดใช้ ถึงจะเป็นธรรมป่ะพี่ พี่ว่างั้นมั๊ย เพราะงั้น เมื่อน้องนี่มันป่วนพิธี ทำให้เกิดความเสียหาย การที่น้องถูกลงโทษมันไม่เป็นธรรมตรงไหนพี่ ถ้าพี่ถือบันทัดฐานอย่างนี้ แล้วประเทศชาติ แล้วสังคมจะอยู่ไงพี่ ต่างคนก็ต่างติดหลักการของตนเองขึ้นมา ไม่ต้องสนใจกติกาสังคม จากนั้น เมื่อโดนสังคมลงโทษก็ร้องแรกแหกกระเฌอว่าถูกละเมิดสิทธิ ทั้งๆที่ตัวหนะละเมิดสิทธิคนอื่นเขาก่อน

ผมถามพี่จริงๆนะ พี่ว่า นิสิตคนอื่นๆเขามีสิทธิที่ได้ได้เข้าร่วมพิธีอย่างสงบเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือเปล่าครับ หรือว่า ไม่มี และเมื่อเขาถูกละเมิดสิทธิ เขาสามารถปกป้องสิทธิของตนเองด้วยวิธีการใดได้บ้างครับ ถ้ามหาวิทยาลัยไม่ลงโทษคนละเมิด ถือว่า เป็นธรรมกับนิสิตคนอื่นๆหรือไม่ครับ 
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 336


ความคิดเห็นที่ 275  เมื่อ 29 ม.ค. 18, 11:29

พี่ยังพูดถึงคำว่า คุณธรรม พี่มองว่า คุณธรรมต้องเป็นประมาณไหนครับ การที่สถาบันลงโทษคนที่ทำลายความเรียบร้อยในพิธี มันจะถือว่า ขาดคุณธรรมตรงไหนพี่ ตรงกันข้าม หากสถาบันไม่กล้าทำอะไรนิสิตกลุ่มนี้ ก็แปลว่า พวกนี้มีอภิสิทธิสิพี่ มันก็คล้ายๆกับมาเฟียที่สามารถทำอะไรก็ได้ โดยที่ตำรวจไม่กล้ายุ่ง หรือพี่มองว่า การที่ตำรวจไม่ยุ่งกับมาเฟีย คือตำรวจมีคุณธรรมหละพี่

และสุดท้าย พี่พูดคำว่า รังแก ไอ้รังแกนี้มันต้องเป็นไงครับ การที่ตำรวจจับคนร้าย ทหารยิงพ่อค้ายาเสพติดตาย ถือว่า ตำรวจทหารรังแกคนร้ายไหมพี่ คือ ผมไม่ได้ว่าน้องมันเป็นคนร้ายนะครับ เดี๋ยวดราม่า ผมแค่จะบอกว่า คนที่มันทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ผิดจรรยาบรรณเนี่ย เมื่อมันถูกลงโทษตามกระบวนการ ไอ้ยังงี้เขาไม่เรียกรังแกครับ อย่างข่าว ผอ.มีอะไรกับเด็ก ม.2 จนถูก สพฐ. สั่งพักราชการ อย่างเนี้ย พี่ว่า ผอ. ท่านนี้ถูกรังแกไหม ถ้ามีตำรวจคนหนึ่งมีพฤติกรรมรีดไถ พอถูกจับได้ ถูกลงโทษปลดออกไล่ออก อิแบบนี้ ถือว่าตำรวจถูกรังแกไหมพี่

ผมว่า ไม่ว่าคิดยังไงเรื่องนี้มันก็ไปไม่รอด และไม่เหมือนกรณีของจิตรฯ ด้วย แม้ว่าน้องมันอยากเลียนแบบให้เหมือนก็ตาม เพราะกรณีของจิตร เขาถูกเล่นงานเพราะความแตกต่างทางความคิด คือ มันอาจจะเป็นแบบ A หรือ แบบ B ก็ได้ไงพี่ ทั้ง A ทั้ง B มันถูกทั้งคู่ จิตรเขาเลือกแบบ B เลยถูกคนเลือกแบบ A เล่นงานเอา มันถึงไม่เข้าท่าเพราะมันเป็นเรื่องแตกต่างกันทางความคิด แต่กรณีนี้ มันเป็นเรื่องของความถูกความผิดเลยพี่ ความถูกก็คือ โอเค น้องมันจะถวายความเคารพด้วยวิธีใดก็เรื่องของมัน แต่ได้เรื่องผิดก็คือ มันเลือกถวายความเคารพในแบบที่เขาชอบ ผิดเวลา ผิดกาละเทศะ ผิดสถานะ ผิดคุณธรรมด้วยมั้งบางที เพราะงั้น เมื่อทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ประเด็นคือน้องมันไม่ยอมไงพี่ ถึงได้เป็นเรื่อง      

แล้วพี่ยังจะไปให้ท้ายน้องมันอีก ผมก็ไม่เข้าใจพี่ศรีจริงๆเลยครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 276  เมื่อ 30 ม.ค. 18, 20:32

น้องเนมีกิจกรรมใหม่มาให้พี่ๆเชียร์อีกแล้ว
http://www.naewna.com/politic/317614

จากกรณีฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน กับ นายรังสิมินต์ โรม และพวกรวม 7 คน โดยอ้างมีการยุยงปลุกปั่นให้มาชุมนุมทำกิจกรรมต่อต้าน คสช. บนสกายวอล์คย่านปทุมวัน โดยมีชื่อของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ติดร่างแหเป็น 1 ใน 7 คนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาด้วยนั้น

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม นายเนติวิทย์ ได้โพสต์แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก “Netiwit Chotiphatphaisal” โดยระบุว่า โดยส่วนตัวไม่ได้อยู่กลุ่มใดทั้งสิ้น และที่ไปร่วมงานในวันนั้น เพราะต้องการไปฟังเหมือนทุกครั้งที่เวลาไปจะไม่ได้พูดอะไร และที่ไปครั้งนี้ก็เหมือนกับประชาชนอีกหลายคนที่อยากตรวจสอบการทุจริตและถามถึงสัญญาเลือกตั้ง หากมีเหตุทำให้ต้องสั้นๆ ไม่ได้ตระเตรียม​ใดๆ ไม่ได้แชร์ว่าจะเข้าร่วมอะไร

“แต่ถ้าหากสิทธิ​พลเมืองในการตั้งคำถามกับคนที่เอาเงินภาษีของประชาคนไทยไปใช้ไม่ได้ บอกอีกอย่าง ทำอีกอย่าง ถ้าถามเสียงดังๆ จะถูกเล่นงาน ผมคงไม่อาจจะปล่อยให้ประเทศนี้ตกอยู่ภายใต้การนำของคนเช่นนี้ไม่ได้ คนรุ่นผมจะลำบากจากเคราะห์​กรรมแน่ๆ จากมรดกการทุจริต และการตระบัดสัตย์​เช่นนี้ ดังนั้นการจะเล่นงานผมครั้งนี้ ผมไม่กลัวใดๆ ดีเสียอีกว่า อย่างน้อยผมคนนึงก็ปกป้องประเทศชาติ​ของเรา ผมมีความรู้สึกอย่างเดียวว่าเป็นเกียรติ​ที่จะอยู่ใน 7 รายชื่อนี้ด้วย (กรุณาอย่า กด เสียใจ ไม่มีอะไรประเสริฐ​เท่ากับการทำหน้าที่พลเมืองคนหนึ่​ง​ของชาติ)​”


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 277  เมื่อ 31 ม.ค. 18, 10:02

แต่ถ้าหากสิทธิ​พลเมืองในการตั้งคำถามกับคนที่เอาเงินภาษีของประชาคนไทยไปใช้ไม่ได้ บอกอีกอย่าง ทำอีกอย่าง ถ้าถามเสียงดัง ๆ จะถูกเล่นงาน ผมคงไม่อาจจะปล่อยให้ประเทศนี้ตกอยู่ภายใต้การนำของคนเช่นนี้ไม่ได้ คนรุ่นผมจะลำบากจากเคราะห์​กรรมแน่ ๆ จากมรดกการทุจริต และการตระบัดสัตย์​เช่นนี้

นิสิตนักศึกษา             คือแนวหน้าประชาชน
ครองสิทธิ์อิทธิพล         พิทักษ์ผลประโยชน์ไทย

หลักการคือประทีป        เชิดชูชีพพิภพใส
สังคมที่สมใจ              ย่อมมีได้ด้วยมือเรา


รวี  โดมพระจันทร์
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 278  เมื่อ 01 ก.พ. 18, 08:39

เข้ามาลงชื่อว่ายังตามอ่านอยู่นะครับ  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 279  เมื่อ 01 ก.พ. 18, 10:12

จุดยืนน่าชื่นชม           ช่างเหมาะสมนักศึกษา
เกียรติภูมิของจุฬา       เป็นแนวหน้าประชาชน


สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงขอแสดงความกังวลต่อการละเลยหลักนิติรัฐ ในการล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่มีจุดยืนเห็นต่างจากรัฐบาล ทั้งยังกังวลต่อการใช้อำนาจรัฐที่มีอยู่ มาบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนที่แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นการเลื่อนการจัดเลือกตั้งออกไป รวมถึงกรณีที่ประชาชนตั้งคำถามต่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ควรเป็นสิทธิและเสรีภาพโดยพื้นฐานของประชาชนชาวไทยที่สามารถกระทำได้

ท้ายที่สุด สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอยืนหยัดในการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวไทยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนถึงข้อห่วงใยต่าง ๆ จากหลายภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก “ภาคประชาชน” ด้วยเจตนารมณ์ที่ยึดถือกันเป็นหลักเสมอมาว่าจะธำรงไว้ซึ่ง “เกียรติภูมิจุฬาฯ” อันเป็น “เกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 280  เมื่อ 01 ก.พ. 18, 14:32

ดีแล้ว  ไปทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
ดีกว่าทำลายประเพณี เหยียบย่ำจิตใจของคนที่เขาอยู่มาก่อน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 281  เมื่อ 01 ก.พ. 18, 17:15

การใช้เสรีภาพในการแสดงออกนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ประชาชนย่อมมีสิทธิในการแสดงออกและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในฐานะผู้บริหารภาษีของประชาชน สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่าควรมีการสนับสนุนและเปิดกว้างต่อความคิดเห็นที่หลากหลาย รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐควรให้การเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 282  เมื่อ 02 ก.พ. 18, 14:47

สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขอให้มีการยุติการตั้งข้อกล่าวหากับ นักกิจกรรมที่เข้าร่วมกิจกรรม "นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช." ซึ่งเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ได้รับรองไว้ซึ่งเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ อีกทั้งเป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง ดังที่ได้กล่าวไว้ ณ ข้างต้น

ทั้งนี้ รัฐบาลและคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ต้องทบทวนบทบาทของตนเองจากการกระทำดังกล่าวและไม่ละเมิดต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอันเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรอง ให้เป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนดให้ ” สิทธิมนุษยชน ” เป็นวาระแห่งชาติ ตามคำประกาศวาระแห่งชาติ : สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย ๔.๐ แล้วจะเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
srinaka
อสุรผัด
*
ตอบ: 37


ความคิดเห็นที่ 283  เมื่อ 03 ก.พ. 18, 07:53

...ไปเที่ยวต่างประเทศหลายวัน เพิ่งได้อ่านความคิดเห็นของคุณลุงริด ขอขอบคุณที่ท่านตอบโต้ด้วยความสุภาพ เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้หลักผู้ใหญ่ครับ ผมไม่ขอก้าวล่วง กำลังจะไปเที่ยวภาคอีสานต่อ ขอไปศึกษาทำความเข้าใจกับ การสูญพันธู์ของไดโนเสาร์ ดูวิถีคำชะโนด และตามรอยบ้องไฟพญานาคครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 284  เมื่อ 10 ก.พ. 18, 09:30

ล่าสุดเรื่องของเนเน่กับจุฬาฯ ถึงศาลปกครองแล้ว

เมื่อวานนี้ (๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑) เนเน่และผองเพื่อนเดินทางไปยังศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นฟ้องจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินและคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาล เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนโดยเร็วที่สุดเพื่อมีคำสั่งทุเลา ไม่ให้คำสั่งทั้ง 3 ฉบับมีผลบังคับใช้ไปก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เพื่อให้ผู้ฟ้องคดีได้รับคะแนนความประพฤติกลับคืนมาและเข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิสิตตามเดิมเป็นการชั่วคราว โดยคำร้องส่วนหนึ่งระบุว่า
 
นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ กับพวกรวม ๘ คน ได้ยื่นฟ้องจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจำนวน ๓ ฉบับ ได้แก่ คำสั่งเพิกถอนคำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ ๔๙๒๘/๒๕๖๐ เรื่อง ลงโทษตัดคะแนนความประพฤตินิสิต ฉบับลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐, คำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ ๔๙๒๙/๒๕๖๐ เรื่อง ให้สมาชิกสภานิสิตสามัญพ้นจากตำแหน่ง และคำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ ๐๔๐๘/๒๕๖๑ เรื่อง แก้ไขคำสั่งลงโทษตัดคะแนนความประพฤตินิสิต
 
โดยขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาทให้แก่นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ กับพวกรวม ๘ คน จากกรณีการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับข้างต้น ซึ่งถือเป็นการกระทำละเมิดและทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติยศต่อผู้ฟ้องคดีทั้ง ๘ คน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 23
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง