เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 21
  พิมพ์  
อ่าน: 14149 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 150  เมื่อ 14 ส.ค. 17, 21:05

๓. ในขณะที่การสอบสวนยังไม่ได้เริ่มขึ้น แต่ข้อความในคำสั่งที่ลงนามโดยรองอธิการบดีกลับส่อว่าผู้บริหารจุฬาฯ เห็นว่านิสิตเป็นฝ่ายกระทำความผิด ทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง ดังข้อความที่ว่า “ด้วยเกิดเหตุการณ์และข่าวต่าง ๆ ใน social media ที่ส่งผลต่อชื่อเสียงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีใช้สถานที่ราชการในการจัดประชุมโดยไม่รับอนุญาตและการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมโดยเจตนาเดินออกจากแถวขณะประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน […] คณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิตจึงเห็นควรให้มีการสอบสวนพิจารณาการกระทำดังกล่าว […] เพื่อจัดให้มีคำสั่งลงโทษ”

ถึงแม้ผู้บริหารของจุฬาฯ มองว่าการกระทำของสมาชิกสภานิสิตทั้ง ๘ คนทำให้จุฬาฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ผู้คนจำนวนมากที่ได้เห็นคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ดังกล่าว กลับเห็นว่าการกระทำของอาจารย์จำนวนหนึ่งต่างหากที่ทำให้จุฬาฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง

๔. ผู้คนจำนวนมากในสังคมได้เห็นหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว หากการตัดสินของจุฬาฯ ขัดแย้งกับหลักฐานที่ปรากฏ ไม่เพียงแต่จะส่งผลให้ผู้บริหารจุฬาฯ ถูกพิพากษาจากสังคม แต่จะส่งผลต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างสำคัญ ในทางกลับกัน แม้จุฬาฯ ได้ประกาศว่าอธิการบดีได้มอบหมายให้สภาคณาจารย์แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจรรยาบรรณของอาจารย์ผู้ปรากฏเป็นข่าว แต่สื่อมวลชนและสังคมจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการจะเลือกปฏิบัติต่อกรณีนี้หรือไม่ ฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจุฬาฯ พึงพิจารณาเรื่องนี้อย่างมีสติรอบด้านและเที่ยงธรรม

จึงเรียนมาด้วยความหวังว่าในยุคที่พื้นที่สิทธิเสรีภาพในสังคมไทยหดแคบลงทุกขณะ มหาวิทยาลัยจะยังเป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้สมาชิกของประชาคมได้มีสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานเหลืออยู่บ้าง

ด้วยความนับถือ
คณาจารย์และนักวิชาการไทย
๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๐

รายชื่อแนบท้าย นักวิชาการ ๑๒๘ คน

https://www.facebook.com/ThaiAcademicNetworkforCivilRights/posts/840130929483614
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 151  เมื่อ 15 ส.ค. 17, 07:05

บวกนักวิชาการจากอเมริกาอีกท่านหนึ่ง Professor Dr. Noam Chomsky  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 152  เมื่อ 15 ส.ค. 17, 11:33

สำหรับพิธีไหว้ครูที่คุณธสาครพูดถึง หากเราทราบความเป็นมาแล้ว จะทราบว่าพิธีนี้ผิดเพี้ยนไปจากพิธีดั้งเดิมอย่างไร

สุจิตต์ วงษ์เทศอธิบายไว้ในบทความเรื่อง ครูมนุษย์กับศิษย์ ไหว้ครูผีที่ตายไปแล้ว

ไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่บรรดาครูปัจจุบัน(ซึ่งเป็นมนุษย์) กับเหล่าลูกศิษย์ ทั้งที่กำลังเรียนอยู่และที่จบไปแล้ว ร่วมกันแสดงคารวะกราบไหว้บูชาครูผี ซึ่งเป็นครูในอดีตที่ตายไปแล้ว อาจอยู่ในฐานะของเจ้า, เทพ, เทวดา เช่น พระอีศวร ฯลฯ ก็ได้ โดยยกย่องครูอาวุโสคนหนึ่ง ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารระหว่างครูผีกับผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมด (ขอย้ำว่าไหว้ครูสมัยก่อนไม่ใช่ลูกศิษย์ไหว้ครูปัจจุบันเหมือนเดี๋ยวนี้)

ครูผี ในที่นี้ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ อธิบายนานแล้วว่าเป็นสัญลักษณ์ของหลักการทางนามธรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งเชื่อถือกันสืบมานานนักหนาว่าสิงอยู่ในเครื่องมือทำมาหากิน เช่น ผีครก, ผีสาก, ผีนางด้ง, ฯลฯ รวมทั้งเครื่องมือร้องรำทำเพลง เช่น เทริด, หน้ากาก (พราน), ตะโพน, ฆ้องวง, ฯลฯ พิธีเลี้ยงผีของคนในชุมชนชาวบ้าน แล้วผีลงหรือผีเข้า ก็เป็นอย่างเดียวกับเข้าทรง, ลงทรง ในพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์และดนตรี  เมื่อรับแบบแผนพราหมณ์สมัยหลัง ก็ยกย่องพิธีพราหมณ์เข้ามาประสมประสานให้ศักดิ์สิทธิ์ ดังเห็นในพิธีไหว้ครู, ครอบครูดนตรีและนาฏศิลป์ ซึ่งมีเข้าทรงด้วย

สังคมไทยในอดีตไม่เคยมีประเพณีประจำปีให้ลูกศิษย์ลูกหาพากันกราบก้มประนมกรไหว้ครูปัจจุบัน เพราะคนแต่ก่อนเห็นว่าครูปัจจุบันเป็นมนุษย์ขี้เหม็น ยังมีโลภ-โกรธ-หลง-โกง-กิน ไม่น่าเคารพก็มาก ไม่รู้ว่าคนที่ลูกศิษย์กำลังกราบไหว้อยู่นั้น แท้จริงในกมลสันดานเป็นอย่างไร มีเบื้องหลังมืดดำอย่างไรก็ไม่รู้

ไหว้ครู ทุกวันนี้เป็นประเพณีประดิษฐ์สร้างใหม่ (ก่อน/หลัง พ.ศ. ๒๕๐๐) โดยกระทรวงศึกษาธิการให้ลูกศิษย์ (ซึ่งอายุน้อย) เป็นรุ่นลูกหลานไหว้ครูปัจจุบัน ด้วยการคุกเข่าแล้วคลานเข่าถือดอกไม้ธูปเทียนคลานเข้าไปไหว้ครู เหมือนเข้าเฝ้าเจ้านายในรั้ววัง และเหมือนกราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หรือพระสงฆ์ผู้ทรงศีล

แต่ในใจลูกศิษย์คิดยังไง? ครูไม่มีวันรู้

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ไหว้ครูที่ตายไปแล้ว ไม่ไหว้ครูเป็น ๆ  โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ  เช่นกัน
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 341


ความคิดเห็นที่ 153  เมื่อ 15 ส.ค. 17, 11:50


From wikipedia :

Fred Halliday stated that by the start of the 21st century, Chomsky had become a "guru" for the world's anti-capitalist and anti-imperialist movements.

อาจารย์เพ็ญชมพูกำลังยกขบวนรายชื่อเครือข่ายนักวิชาการฝ่ายต่อต้านอำนาจรัฐนิยม
มาอ้างเหตุสนับสนุนสาวกหนุ่มที่กำลังจะขึ้นเขียงตามข่าว

ลองดูรายชื่อ
คณาจารย์และนักวิชาการไทย
7. เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
49. ประภัสสร์ ชูวิเชียร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
60. พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
61. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
62. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
70. ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
97. สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
100. สายชล สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
102. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
107. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
112. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตนายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เดาได้ว่าใจความของหนังสือจะออกมาด้านไหน

เหมือนกับกลับไปกระทู้คู่ขนาน กลุ่มเดียวกับที่นิยมอ่านหนังสือของธงชัย วินิจจะตระกูล
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 341


ความคิดเห็นที่ 154  เมื่อ 15 ส.ค. 17, 12:02


สุจิตต์ วงษ์เทศอธิบายไว้ในบทความเรื่อง ครูมนุษย์กับศิษย์ ไหว้ครูผีที่ตายไปแล้ว

ไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่บรรดาครูปัจจุบัน(ซึ่งเป็นมนุษย์) กับเหล่าลูกศิษย์ ทั้งที่กำลังเรียนอยู่และที่จบไปแล้ว ร่วมกันแสดงคารวะกราบไหว้บูชาครูผี ซึ่งเป็นครูในอดีตที่ตายไปแล้ว อาจอยู่ในฐานะของเจ้า, เทพ, เทวดา เช่น พระอีศวร ฯลฯ ก็ได้ โดยยกย่องครูอาวุโสคนหนึ่ง ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารระหว่างครูผีกับผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมด (ขอย้ำว่าไหว้ครูสมัยก่อนไม่ใช่ลูกศิษย์ไหว้ครูปัจจุบันเหมือนเดี๋ยวนี้)
...
สังคมไทยในอดีตไม่เคยมีประเพณีประจำปีให้ลูกศิษย์ลูกหาพากันกราบก้มประนมกรไหว้ครูปัจจุบัน เพราะคนแต่ก่อนเห็นว่าครูปัจจุบันเป็นมนุษย์ขี้เหม็น ยังมีโลภ-โกรธ-หลง-โกง-กิน ไม่น่าเคารพก็มาก ไม่รู้ว่าคนที่ลูกศิษย์กำลังกราบไหว้อยู่นั้น แท้จริงในกมลสันดานเป็นอย่างไร มีเบื้องหลังมืดดำอย่างไรก็ไม่รู้

ไหว้ครู ทุกวันนี้เป็นประเพณีประดิษฐ์สร้างใหม่ (ก่อน/หลัง พ.ศ. ๒๕๐๐) โดยกระทรวงศึกษาธิการให้ลูกศิษย์ (ซึ่งอายุน้อย) เป็นรุ่นลูกหลานไหว้ครูปัจจุบัน ด้วยการคุกเข่าแล้วคลานเข่าถือดอกไม้ธูปเทียนคลานเข้าไปไหว้ครู เหมือนเข้าเฝ้าเจ้านายในรั้ววัง และเหมือนกราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หรือพระสงฆ์ผู้ทรงศีล


เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่สุจิตต์ ตั้งใจที่จะลืมหลักฐานที่ชัดเจน อ้างประวัติศาสตร์อย่างผิด ๆ
(ไหว้ครู ทุกวันนี้เป็นประเพณีประดิษฐ์สร้างใหม่ ?)
ขอยก ปฐม ก กา มาให้พิจารณากันอีกที
           นะโมข้าจะไหว้             วระไตรระตะนา

                   ใส่ไว้ในเกศา                  วระบาทะมุนี

                   คุณะวะระไตร                  ข้าใส่ไว้ในเกษี

                   เดชะพระมุนี                    ขออย่ามีที่โทษา

                   ข้าขอยอชุลี                    ใส่เกษีไหว้บาทา

                   พระเจ้าผู้กรุณา                 อยู่เกศาอย่ามีภัย

                   ข้าไหว้พระสะธรรม             ที่ลึกล้ำคัมภีร์ใน

                   ได้ดูรู้เข้าใจ                     ขออย่าได้มีโรคา

                   ข้าไหว้พระภิกษุ                ที่ได้ลุแก่โสดา

                   ไหว้พระสะกินาคา               อะระหาธิบดี

                   ข้าไหว้พระบิดา                 ไหว้บาทาพระชนนี

                   ไหว้พระอาจารีย์                 ใส่เกศีไหว้บาทา

                    ข้าไหว้พระครูเจ้า               ครูผู้เฒ่าใส่เกศา

                    ให้รู้ทวิชา                        ไหว้บาทาที่พระครู

                    จะใคร่รู้ที่วิชา                    ขอเทวามาค้ำชู

                    ที่ใดข้าไม่รู้                       เล่าว่าดูรู้แลนา


                      ไชโยขอเดชะ                    ชัยชนะแก่มารา

                    ระบือให้ลือชา                    เดชะสามาไชโย

                    ไชโยขอเดชะ                    ชัยชนะแก่โลโภ

                    โทโสแลโมโห                   อย่าโลเลโจ้เจ้ใจ

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 155  เมื่อ 16 ส.ค. 17, 09:38

กาพย์ยานีที่คุณครูยกมานี้อยู่ในหนังสือแบบเรียนภาษาไทยประถม ก กา ไม่ทราบชื่อผู้แต่ง เป็นหนังสือร่วมสมัยแต่งในสมัยรัชกาลที่ ๓ เช่นเดียวกับประถมมาลาซึ่งแต่งโดยพระเทพโมฬี วัดราชบูรณะ และกาพย์พระไชยสุริยาของสุนทรภู่ เป็นธรรมเนียมของการแต่งหนังสือแต่โบราณที่ก่อนจะเข้าเนื้อเรื่องต้องมีบทไหว้สิ่งที่เคารพก่อน คือ ไหว้พระรัตนตรัย บิดามารดา ครู และเทวดา

ประถมมาลาเริ่มด้วยบทนี้

ข้า ฃ ยชะลี             พระมุนีมีมะหา
คุณะกะรุณา            แลปฤชาล้ำโลไกย    
ปรานีมานำหมู่         ประชาสู่ศิวาไลย
ไหว้ธำม์ที่อำไพ        นำเวไนยละโลกีย์
ข้าไซ้ก็ไหว้พระ         อะริยะเจ้ากูชี
ร้าฆ่าหมู่ราคี           บบาบีก่ทำกำม์
ใครยภ้ด่าว่า           บนำพาภใจจำ
กระลีและกระลำ       ภระนำนิราคลา
ข้า ฃ เดโชไชย        วระไตรยใส่เกษา
ข้าผู้ระจะนา            ไภยพาธาอย่ายายี
ข้า ฃ คาระวะ          บิตุระชะนะนี
ไหว้ครูผู้กระวี          ฃ ข้ามีเดโชไชย

เดชะพระเดชา         พระจุธาทิปะไตย
ฃ ข้านิราไกล          ทระไภยอย่าพาธา
ฃ เดชะสิริ              พระอาทิไทธาดา
หะริมะหิมา             เจ้าศุภไลยศุลี
สุราสุระไกร             เทพไทย์ในราษี
มะเหษระมี             ให้ข้านี้นฤไภย

กาพย์พระไชยสุริยาเริ่มด้วย

สาธุสะจะขอไหว้     พระศรีไตรสรนา
พ่อแม่แลครูบา       เทวดาในราศี

บทสั้น ๆ แต่เก็บความได้ครบถ้วน  ยิงฟันยิ้ม

ภาพจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc/2009/03/13/entry-1


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 156  เมื่อ 16 ส.ค. 17, 09:40

ครูในสมัยก่อนที่จะมีโรงเรียนก็คือพระสงฆ์  พ่อแม่ก็จะนำลูกไปฝากตัวเรียนกับพระ  พระยาอนุมานราชธน (เสฐียรโกเศศ) เล่าถึงพิธีตอนนี้ไว้ในหนังสือชีวิตชาวไทยสมัยก่อนและการศึกษาเรื่องประเพณีไทย ว่า

"เมื่อพ่อแม่ของเด็กไปพูดจาขอฝากบุตรเรียนหนังสือกับพระสงฆ์องค์ไรเป็นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงวันดีซึ่งนับเป็นศุภโยคดิถีตามที่กำหนดไว้ในตำราซึ่งพระท่านบอกให้ทราบ พ่อแม่ก็นำลูกของตนไปฝากพระ พร้อมทั้งจัดหาดอกไม้ธูปเทียน (ถ้ามี) เป็นเครื่องสักการะ จัดใส่พานหรือภาชนะอย่างอื่นที่สมควรกัน รวมทั้งพานหมากพลูเป็นเครื่องเคารพด้วย นำไปถวายพระซึ่งจะเป็นอาจารย์ของเด็ก เป็นการขึ้นไหว้ครู เพราะตามประเพณีไทย เมื่อจะเริ่มศึกษาเล่าเรียนวิชาไร ต้องทำพิธีขึ้นครูเสียก่อน การเรียนนั้นจึงจะขลัง

ดอกไม้ที่นำไปบูชาครูมักใช้ดอกมะเขือและดอกเข็มพร้อมทั้งมีหญ้าแพรกด้วยหยิบมือหนึ่ง เอาเคล็ดเพื่อแรงอธิษฐานว่า ขอให้ปัญญาแตกเหมือนหญ้าแพรกดอกมะเขือ เพราะของสองสิ่งนี้เจริญงอกงามเร็ว และขอให้ปัญญาแหลมเหมือนดอกเข็ม แล้วแถมท้ายว่า ให้เค็มเหมือนเกลือ เมื่อพระผู้เป็นอาจารย์รับธูปเทียนและดอกไม้แล้ว เด็กก็กราบลงเพื่อขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ แล้วพระนำดอกไม้ธูปเทียนนั้นไปปักหรือตั้งและจุดบูชาพระพุทธรูป กล่าวคำขออำนาจพระพุทธานุภาพให้คุ้มครองเด็กและประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้ต่อไปโดยลำดับ

เรื่องไหว้ครู ถ้าว่าโดยสาระอันเป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีไหว้ครู ก็มีง่าย ๆ เพียงเท่านี้ ที่มามีระเบียบการไหว้ครูต่าง ๆ กันและมีลักษณะสลับซับซ้อนและยุ่งยากดังที่มีอยู่ในสมัยหลัง ก็เป็นเรื่องของวิวัฒนาการ ถ้าจะให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไปก็ตกอยู่ในหลักที่ว่า เมื่อภาวะสังคมเปลี่ยนแปลงไป การปรับปรุงก็ต้องเกิดมีขึ้น ถ้าคนหนึ่งไม่ปรับปรุง ก็ต้องมีคนอื่นปรับปรุงใหม่อยู่วันยังค่ำ"

ที่คุณสุจิตต์ว่าพิธีไหว้ครูในปัจจุบันนี้เป็นประเพณีสร้างใหม่ก็ไม่ผิด เพราะกระทรวงศึกษาธิการในสมัยที่ ม.ล. ปิ่น มาลากุล เป็นอธิบดีกรมสามัญศึกษา ได้กำหนดระเบียบพิธีไหว้ครูให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติเป็นแบบเดียวกัน ได้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่ภาคต้นปีการศึกษา ๒๔๘๖ โดยมีรูปแบบพิธีกรรมแบบที่คุณสุจิตต์ว่าไว้นั่นแล  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 341


ความคิดเห็นที่ 157  เมื่อ 16 ส.ค. 17, 13:11


An expert is a man who has made all the mistakes
which can be made, in a narrow field.

Niels Bohr

 เจ๋ง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 158  เมื่อ 22 ส.ค. 17, 13:20

"ด้วยความเคารพคุณเนติวิทย์ เรื่องมันใหญ่กว่าการยืนหรือการหมอบคลาน คุณกำลังสู้กับความไม่เสมอภาคในสังคมไทย ซึ่งมีเหตุมาหลายทิศหลายทาง พิธีกรรมของจุฬาฯ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งที่ช่วยจรรโลงความไม่เสมอภาคเอาไว้ แต่เป็นเศษเสี้ยวที่สำคัญพอสมควร ส่วนใหญ่ที่ใหญ่มาก ๆ ของชาวจุฬาฯ พอใจจะเป็นส่วนหนึ่งของ “เสาหลักของแผ่นดิน” เพราะในสังคมที่เขามีชีวิตอยู่ ย่อมทำให้ได้เปรียบกว่าไม่ได้เป็น ผมเชื่อว่า รวมถึงเพื่อน ๆ ของคุณเนติวิทย์ซึ่งกำลังกล่อมเกลาตัวเองไปยืนในจุดที่ได้เปรียบนั้นด้วย"

ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์

https://www.matichonweekly.com/featured/article_49662
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 329


ความคิดเห็นที่ 159  เมื่อ 22 ส.ค. 17, 17:51

ตอนที่ผมเป็นนักเรียนกฎหมายใหม่ๆ กฎหมายแพ่งมาตราแรกๆ ที่ผมเรียน คือมาตราที่บัญญัติว่า "การใช้สิทธิแห่งตนก็ดี การชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต" ภาษาละตินเรียกหลักนี้ว่า BONA FIDES ภาษาอังกฤษว่า Good faith

ความหมายของมาตรานี้เรียบง่าย แต่มันธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของสังคม เพราะแม้คนเราทุกคนจะมีสิทธิ มีเสรีภาพ แต่การจะใช้สิทธิและเสรีภาพนั้น ต่อผู้อื่น คุณก็ต้องมีเจตนาที่สุจริตด้วย สอดคล้องกับหลักกฎหมายในอีกมาตราหนึ่งที่ว่าด้วยการ "ละเมิด" โดยบัญญัติว่า "การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย"

ผมไม่รู้เหมือนกันว่า คุณคนนั้น เขามี Good Faith ในการกระทำของเขาหรือเปล่านะครับ แต่กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา คนเราสามารถแสดงจุดยืนทางความคิดของตนเองโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นได้หรือไม่ ผมคิดว่าทำได้ถ้าคนๆ นั้นมี Good faith และเขาคิดจะทำ

ความไม่เสมอภาค ในสังคมมีหลายอย่าง ในฐานะนักรัฐศาสตร์ เขาควรไปต่อสู้เพื่ออะไรที่มีค่ามากกว่านั้นหรือเปล่า การมาต่อสู้เพื่อให้มหาวิทยาลัยของตนเอง เลิกเคารพผู้ก่อตั้ง หรือลดระดับของการแสดงความเคารพผู้ก่อตั้งลง มันมีประโยชน์อะไร และถ้าขนาดมองว่า การให้ความเคารพต่อผู้ก่อตั้งสถานศึกษา เป็นความไม่เสมอภาค ผมก็งงๆ ว่า นี่เป็นไม่เสมอภาคระหว่างใครกับใครหรือ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 329


ความคิดเห็นที่ 160  เมื่อ 22 ส.ค. 17, 18:05

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงคำว่ายุติธรรม อาจจะใกล้เคียงกับคำว่าเสมอภาคหรือเปล่าก็ไม่รู้ คือ คำว่ายุติธรรมนั้น มี 2 อย่าง คือการปฏิบัติต่อสิ่งที่มีสาระสำคัญเหมือนกัน อย่างเท่าเทียมกันประการหนึ่ง และการปฏิบัติต่อสิ่งที่มีสาระสำคัญไม่เหมือนกัน อย่างไม่เท่าเทียมกันอีกประการหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น
คนสองคน มาตรฐานการทำงานใกล้เคียงกัน ทำงานมา 5 ชั่วโมงเท่ากัน สองคนนี้ ต้องได้ค่าตอบแทนที่ใกล้เคียงกัน นี้เรียกว่ายุติธรรม (ถ้าในมุนของการกำหนดค่าตอบแทน ก็อาจพูดได้ว่า มีการกำหนดอัตราค่าตอบแทนที่เสมอภาคกัน)
แต่ถ้า คนสองคน ทำงานมา 5 ชั่วโมงเท่ากัน มาตรฐานการทำงานใกล้เคียงกัน แต่สองคนนี้ ต้องได้ค่าตอบแทนไม่เท่ากัน อย่างนี้ก็คือ ไม่ยุติธรรม
กลับกัน ถ้า คนที่ 1 ทำงาน 5 ชั่วโมง คนที่ 2 ทำงาน 10 ชั่วโมง แต่สองคนนี้ได้ค่าตอบแทนเท่ากัน นี่ไม่เสนอภาคแล้วครับ นี่ก็คือความไม่ยุติธรรมเหมือนกัน

ฉันใด ฉันนั้น ถ้าคนๆหนึ่ง (ผมไม่ใช้คำว่า พระองค์หนึ่งเพราะต้องการเน้นว่า เป็นมนุษย์เหมือนกัน) ทำคุณงามความดีมาอย่างมาก แต่คุณบอกว่า สมควรแสดงความเคารพต่อเขา เท่าคนธรรมดาสามัญ แล้วบอกว่า อย่างนี้เสมอภาค ผมก็งงดิครับ เพราะความคิดแบบนี้นี่แหละ ที่ไม่ยุติธรรม ไม่เสมอภาค รวมทั้งไม่ Good Faith ด้วย ความคิดนี้จึงเป็นแค่ความคิดที่มุ่งเอาชนะคะคาน หาหลักหาแก่นสารอะไรไม่ได้

ในความคิดผม ผมเห็นว่า เรื่องนี้ ใหญ่กว่าการยืนหรือการหมอบคลาน แต่เป็นเรื่องระหว่าง เจตจำนงที่สุจริต กับ ความคิดไร้ระเบียบ น่าแปลกใจมากๆ ที่มีคนเชียร์ความไร้ระเบียบนั้นอยู่หลายคนเลย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 161  เมื่อ 25 ส.ค. 17, 10:23

เนติวิทย์พบคุณอานันท์ ปันยารชุนในงาน Amartya Sen Lecture Series ของสมาคมเคมบริดจ์  คืนวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐

เนติวิทย์ถามคุณอานันท์ว่า

"คุณอานันท์ก็รู้เรื่องที่ผมโค้งคำนับพระบรมรูปสองรัชกาล  ถ้าสมมติคุณอานันท์เป็นผู้บริหารฯ จะจัดการผมยังไง"

คุณอานันท์ ตอบว่า

"จะไปจัดการอะไร คุณไม่ได้ทำอะไรผิด  ผมไม่ได้เห็นด้วยกับคุณ แต่มันมีวิธี handle ที่ดีกว่า  แต่คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ผมจะไปจัดการคุณทำไม  มันสิทธิของคุณ"

https://www.facebook.com/Ananthakasiti/posts/10212514556071894


บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 436

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 162  เมื่อ 25 ส.ค. 17, 22:06

อาจารย์เพ็ญชมพูครับ ผมก็เห็นด้วยกับนายอานันท์นะครับ ที่ท่านบอกว่าเนติวิทย์ไม่ได้ทำผิดในการโค้งคำนับพระบรมรูป  การโค้งคำนับไม่ได้ผิดอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อเนติวิทย์ถามเช่นนี้ ท่านก็ตอบได้ตรงคำถามนะ

ผมนี่สมัยละอ่อนก็ชอบไปเตะบอลที่สนามหน้าพระบรมรูปฯอยู่บ่อยๆ เดินผ่านก็ยกมือไหว้ หรือถ้ามือถือลูกฟุตบอล ถังน้ำแข็ง ก็จะผงกหัวคำนับเป็นการแสดงความเคารพอยู่เสมอๆ

จริงๆถ้าเนติวิทย์ถามให้ตรงประเด็นที่ถกเถียงกัน (ซึ่งตอนนี้ถูกข่าว น้ำในหูไม่เท่ากัน กลบไปแล้ว) ก็ควรถามว่า "การที่ผมไปแสดงออกในงานพิธีการอย่างที่ผ่านมานั้น ถ้าคุณอานันท์เป็นผู้บริหารจะจัดการกับผมอย่างไร"
ผมว่าคุณอานันท์ก็คงคิดหนักเหมือนกันนะถ้าจะตอบ 55555
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 436

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 163  เมื่อ 31 ส.ค. 17, 17:42

จุฬาฯ’ ปลด ‘เนติวิทย์’ ออกจากตำแหน่งประธาน-พร้อม4สมาชิกสภานิสิตแล้ว


https://www.matichon.co.th/news/648777

ก้อปเนื้อหามาลงไม่เป็นครับ เลยได้แต่อ้างอิง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 164  เมื่อ 31 ส.ค. 17, 18:35

ประกาศของจุฬาฯค่ะ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 21
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.075 วินาที กับ 19 คำสั่ง