เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 18
  พิมพ์  
อ่าน: 11267 ความคิดแหวกแนวของเนติวิทย์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 12 พ.ค. 17, 19:19

อยากฟังจากผู้ใหญ่อย่างดร.ประกอบนี่แหละค่ะ


ฮิฮิ โดนการบ้านซะแล้ว


ประเด็นหนึ่งที่เนติวิทย์โดนหนัก คือการไม่ยอมหมอบกราบพระบรมรูป ร.5 แล้วยังเดินออกมาเสียอีก ซึ่งกลายเป็นการลบหลู่
ถ้าผมสามารถพบปะเนติวิทย์ได้ ผมคงบอกว่าการทำแบบนี้เป็นสิ่งที่กระทบกระเทือนความรู้สึกผู้ที่เคารพอย่างมาก เพราะเป็นเหมือนการลบหลู่ไม่ให้เกียรติ
ถ้าอยากเข้าร่วมแต่ไม่อยากหมอบกราบ ก็ควรจะไปอยู่ริมๆ แถวตั้งแต่แรก ไม่ใช่รอคนจนอื่นหมอบแล้วเดินลุกโท่งๆ ออกมาจากตรงกลาง
และการแสดงความเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับพิธีนี้ ก็ต้องใช้มธุรสวาจาให้มากขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่กระทบสะเทือนความรู้สึกผู้อื่น

แต่ถ้าโดนเนติวิทย์เถียงว่า ถ้าทำแบบที่ผมบอก มันอาจจะล้มเหลวในแง่การเรียกให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจ
สุดท้ายจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือทางเลือกให้คนที่ไม่อยากหมอบกราบ ผมก็ต้องรับฟัง เพราะมันอาจจะจริงตามนั้น
และจากกระแสเรื่องนี้ ทำให้ผมได้ข้อมูลมาว่า พิธีกรรมนี้เป็นของใหม่ เพิ่งเริ่มมีมาเมื่อประมาณราวปี 2540 นี่เอง
ต้องถามชาวจุฬายุคก่อนหน้า ว่าสมัยท่านไม่เห็นต้องไปหมอบกราบพระบรมรูป แต่ทำไมท่านยังเคารพศรัทธาเสด็จพ่อ ร.5 ได้
ในความคิดส่วนตัวของผม ผมเชื่อว่าสิ่งที่ดีจริง เป็นที่รักอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาพิธีกรรมเข้ามาครอบและบังคับทุกคนให้รู้สึกรักมากกว่าเดิมก็ได้


หรือเรื่องการเกณฑ์ทหาร ผมก็เห็นด้วยกับเนติวิทย์ เพราะเราไม่ได้อยู่ในช่วงสงคราม ทำไมไม่ปรับเพิ่มสวัสดิการ จูงใจให้คนเป็นทหารแทน
การละเมิดสิทธิ์ผู้น้อย การนำแรงงานทหารไปใช้ผิดประเภท ฯลฯ มันมีอยู่จริง ทำไมกองทัพไม่ปรับตรงนี้


ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน เช่นท่านวสิษฐ เดชกุญชร ออกมาบอกว่าเนติวิทย์เป็นเสื้อแดง ทำไมกราบคุณสุดารัตน์ได้ ทั้งที่จริงไม่ใช่ เป็นภาพนายการุณ
อีกทั้งเนติวิทย์จะชื่นชอบเสื้อแดงหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาโจมตี  ท่านมาโจมตีแบบนี้แล้วเงียบ ผมมองว่าท่านเสียผู้ใหญ่
หรือบางท่านบอกเนติวิทย์ก้าวร้าว คำพูดคำจาบางทีฟังไม่ได้ผมก็เห็นด้วย การแสดงออกหลายๆ ครั้งน่าตำหนิ
แต่ในอีกด้านนายกรัฐมนตรีเรา เป็นผู้ใหญ่กว่าเยอะ มีทั้งอำนาจทั้งวัยวุฒิ เวลาให้สัมภาษณ์ทั้งกราดเกรี้ยว มึงมาพาโวย วะเว้ย แบบไหนน่าตำหนิกว่ากัน???
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 12 พ.ค. 17, 20:09

เปิดโอกาสให้ท่านอื่นๆแสดงความเห็นได้ค่ะ     ดิฉันจะฟังอย่างเดียวก่อน
อยากฟังความเห็นที่หลากหลาย    คนที่เข้ามาอ่านจะได้มีตัวเลือก สำหรับพิจารณาก่อนตัดสิน
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 12 พ.ค. 17, 20:38

ขอแทรกนิดนึงครับ
ในสมัยก่อนเราต้องหมอบกราบแล้วก็คงอยู่ในท่านั้นตลอดเวลาที่อยู่เบื้องหน้าพระเจ้าแผ่นดินใช่มั้ยครับ
ผมเข้าใจเอาเองว่าในหลวง ร.5 ทรงยกเลิกการหมอบคลาน ก็มิได้แปลว่าห้ามกระทำ เพียงแต่สามารถเลือกได้ว่าจะหมอบกราบหรือยืนคำนับก็ได้ ไม่เหมือนก่อนหน้านั้นที่เป็นกฎที่ต้องหมอบคลานอย่างเดียว
ปัจจุบันผมยังเห็นหลายท่านทำเช่น เข้าเฝ้าในหลวง ก้มลงหมอบกราบแล้วยืนขึ้น หรือนั่งเสมอกับพระองค์ท่าน โดยไม่ต้องหมอบราบกับพื้นขณะกราบทูลเช่นเมื่อก่อน

ดังนั้นเรื่องการหมอบกราบก็เป็นเหมือนกับทางเลือกที่ผู้ทำความเคารพ เลือกที่จะกระทำ และไม่ใช่ความผิด (ซึ่งหลายๆคนพยายามบอกว่ามันผิด)
ถ้าเนติวิทย์ต้องการเปลี่ยนให้ยืนคำนับทั้งหมด ก็คงต้องไปคุยกันเองว่าอยากจะทำแบบไหน ถามเพื่อนๆจุฬาหรือยัง?

เราทำความเคารพพระบรมรูป 2 รัชกาลด้วยการกราบเพราะเรารู้สึกสำนึกในพระคุณของพระองค์ท่านทั้งสองก็เลยคิดว่าการยืนโค้งคำนับมันน้อยไป
หากมนุษย์เราต้องการที่จะแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนด้วยกริยาท่าทางที่ขัดตาขัดใจบางคน มันก็เป็นเรื่องของสิทธิ จะมาบอกว่าเห้ยอย่าทำเลย ก็ไม่ควร

จะทำความเคารพเป็นหมู่คณะ ก็ควรจะตกลงกันเองให้จบก่อน
ไม่ใช่ว่าเข้าร่วมพิธีแล้วเดินออก นั้นเป็นการแสดงออกที่แย่มาก เพราะถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับการหมอบกราบก็ไม่ควรมาร่วมพิธีแต่แรก
(หรือโดนบังคับมา? ถ้าไม่มาจะโดนทำโทษ?)

ที่จริงเรื่องการหมอบกราบและทำความเคารพนี่ อภิปรายกันได้อีกยาวเลยนะครับ ไม่รู้จะแอนตี้กันไปทำไม ในเมื่อฝรั่งยังคุกเข่าต่อหน้าพระเยซู อิสลามก็คุกเข่าสวดมนต์ ฯลฯ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 12 พ.ค. 17, 21:11

ภาพนี้คือภาพสมรสพระราชทาน   พระราชทานน้ำสังข์แก่คู่บ่าวสาว  ซึ่งหมอบอยู่เบื้องพระพักตร์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 12 พ.ค. 17, 21:30

ตอบคุณ paganini ค่ะ

การยกเลิกการหมอบคลานในสมัยรัชกาลที่ 5  ที่อ้างขึ้นมานั้น เป็นข้ออ้างที่เล่าไม่หมด    ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องที่มีที่มาที่ไป  คือสยามอยู่ในยุคที่เสี่ยงกับการล่าอาณานิคมของฝรั่ง    ข้ออ้างข้อหนึ่งในการยึดประเทศเข้าเป็นอาณานิคม คือหาเหตุว่าล้าหลัง ไม่เจริญ  ขนบธรรมเนียมประเพณีก็ไม่ดีไม่งาม   สยามจึงต้องปรับปรุงประเทศเป็นการใหญ่  รวมทั้งยกเลิกประเพณีหมอบคลาน ที่เคยทำกันเป็นระเบียบบังคับมาก่อน
แต่การยกเลิกนั้นคือยกเลิกเฉพาะทางราชการ    ขุนนางเข้าเฝ้าในท้องพระโรงไม่ต้องหมอบก้มหน้าอย่างสมัยต้นรัตนโกสินทร์อีก   เรื่อยมาจนทุกวันนี้ คุณผกานินีคงเห็นข่าวในราชสำนักว่าเมื่อบุคคลในคณะรัฐบาล  ข้าราชการชั้นสูง ฯลฯ เข้าเฝ้า  ก็ยืน หรือนั่งเก้าอี้หากพระเจ้าอยู่หัวประทับนั่ง       แม้เมื่อเสด็จไปเยี่ยมราษฎร  คนเข้าเฝ้าตามตำแหน่งเช่นเจ้าหน้าที่ข้าราชการก็ยืนตรง    ส่วนชาวบ้านนั่ง  ไม่ต้องหมอบ
ส่วนด้านอื่นๆที่ไม่ใช่ราชการ ยังมีการหมอบกันอยู่เช่นบ่าวสาวเข้ารับพระราชทานน้ำสังข์  ก็ยังถือตามประเพณีเดิม ดังในรูปที่นำมาลงให้ดู

การถวายบังคมพระบรมรูป  ไม่ใช่ระเบียบราชการ แต่เป็นธรรมเนียมประเพณีที่ชาวจุฬาทำกันมานานแล้ว    ก่อนหน้ามีพระบรมรูปสองรัชกาล  นิสิตก็ไปถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า     
สมมุติว่ามีนิสิตสักคนหนึ่งไม่สะดวกที่จะถวายบังคมจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม  เขาก็มีทางเลือกคือไม่ไป    ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมาก   ปฏิบัติได้โดยไม่มีใครมาหักคะแนน หรือไล่ออก   เพียงแต่มันไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 06:41

๑.
ผมเข้าใจเอาเองว่าในหลวง ร.5 ทรงยกเลิกการหมอบคลาน ก็มิได้แปลว่าห้ามกระทำ เพียงแต่สามารถเลือกได้ว่าจะหมอบกราบหรือยืนคำนับก็ได้ ไม่เหมือนก่อนหน้านั้นที่เป็นกฎที่ต้องหมอบคลานอย่างเดียว

๒.
แต่การยกเลิกนั้นคือยกเลิกเฉพาะทางราชการ    ขุนนางเข้าเฝ้าในท้องพระโรงไม่ต้องหมอบก้มหน้าอย่างสมัยต้นรัตนโกสินทร์อีก   เรื่อยมาจนทุกวันนี้ คุณผกานินีคงเห็นข่าวในราชสำนักว่าเมื่อบุคคลในคณะรัฐบาล  ข้าราชการชั้นสูง ฯลฯ เข้าเฝ้า  ก็ยืน หรือนั่งเก้าอี้หากพระเจ้าอยู่หัวประทับนั่ง       แม้เมื่อเสด็จไปเยี่ยมราษฎร  คนเข้าเฝ้าตามตำแหน่งเช่นเจ้าหน้าที่ข้าราชการก็ยืนตรง    ส่วนชาวบ้านนั่ง  ไม่ต้องหมอบ

ความเข้าใจทั้งสองประการข้างบนดูจะคลาดเคลื่อนกับความจริง ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ จุลศักราช ๑๒๓๕ (พ.ศ. ๒๔๑๖) เป็นกฎหมายตราเป็นพระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นการห้ามมิให้เข้าเฝ้าโดยการหมอบคลานและถวายบังคมโดยการกราบไหว้ ให้ใช้วิธียืนแล้วก้มศีรษะ เป็นการบังคับให้ทำทีเดียวมิใช่ให้เลือก แลบังคับทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนผู้ใหญ่ผู้น้อย ตลอดจนราษฎรทั้งปวงด้วย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 06:49

เพื่อให้ได้รายละเอียดในประกาศฯและพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตลอดจนเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ตรากฎหมายฉบับนี้ ชาวเรือนไทยสามารถอ่านได้ตามนี้

ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่
 

๏ ศุภมัศดุ จุลศักราช ๑๒๓๕ กุกุฏสังวัจฉระกะตกะมาศ กฤษณปักษ พาระสีดิถี รวิวาร ปริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเดจพระปริมนทรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุศยรัตนราชรวิวงษ วรุตมพงษบริพัต วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสดจออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมหัยสวริยพิมาน โดยสฐานอุตราภิมุข พระบรมวงษานุวงษ แลท่านเสนาบดีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือน เฝ้าพร้อมกันโดยลำดับ จึ่งมีพระบรมราชโองการมา ณ พระบัณฑูรสุรสิงหนาท ทรงประกาศ แก่พระบรมวงษานุวงษ แลข้าทูละอองธุลีพระบาท ผู้ใหญ่ผู้น้อย ให้ทราบทั่วกันว่า ตั้งแต่ได้เสดจเถลิงถวัลยราชสมบัติมา ก็ตั้งพระราชหฤไทย ที่จะทำนุบำรุงพระราชอาณาจักร ให้มีความศุขความเจริญแก่พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ทั้งสมณชีพราหมณ์ ประชาราษฎรทั้งปวงทั่วไป การสิ่งไรที่เปนการกดขี่แก่กันให้ได้ความยากลำบากนั้น ทรงพระดำริห์จะไม่ให้มีแก่ชนทั้งหลายในพระราชอาณาจักรต่อไป ด้วยได้ทรงพระราชดำริห์เหนว่า ในมหาประเทศต่าง ๆ ซึ่งเป็นมหานครอันใหญ่ในทิศตวันออกตวันตก ในประเทศอาเซียนี้ ฝ่ายตะวันออก คือประเทศจีน ประเทศญวน ประเทศยี่ปุ่น แลฝ่ายตะวันตก คือ อินเดีย และประเทศที่ใช้การกดขี่ให้ผู้น้อยหมอบคลานกราบไว้ต่อเจ้านายแลผู้มีบันดาศักดิที่เหมือนกับธรรมเนียมในประเทศสยามนั้น บัดนี้ ประเทศเหล่านั้นก็ได้เลิกเปลี่ยนธรรมเนียมนั้นหมดทุกประเทศด้วยกันแล้ว การที่เขาได้พร้อมกันเลิกเปลี่ยนธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้นั้น ก็เพราะเพื่อจะให้เหนความดีที่จะไม่มีการกดขี่แก่กันในบ้านเมืองนั้นอีกต่อไป ประเทศใดเมืองใดที่ได้ยกธรรมเนียมที่เปนการกดขี่ซึ่งกันแลกัน ประเทศนั้นเมืองนั้นก็เหนว่ามีแต่ความเจริญมาทุก ๆ เมือง


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 07:11

โดยมาก ก็ในประเทศสยามนี้ ธรรมเนียมบ้านเมืองที่เปนการกดขี่แก่กันอันไม่ต้องด้วยยุติธรรมนั้น ก็ยังมีอยู่อีกหลายอย่างหลายประการ จะต้องคิดลดหย่อนผ่อนเปลี่ยนเสียบ้าง แต่การที่จะจัดผลัดเปลี่ยนธรรมเนียม จะให้แล้วไปในครั้งเดียวคราวเดียวนั้นไม่ได้ จะต้องค่อยคิดเปลี่ยนแปลงไป ตามเวลาที่ควรแก่กาลที่จะเปลี่ยนแปลงได้ บ้านเมืองจึ่งจะได้มีความเจริญสมบูรณยิ่งขึ้นไป แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้ เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้นได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้ ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศต่อท่านผู้ที่เปนใหญ่นั้นก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตน แล้วจึ่งจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่ ธรรมเนียมอันนี้แล เหนว่าเปนต้นแห่งการที่เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉะนั้น จึ่งจะต้องละพระราชประเพณีเดิม ที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน แลธรรมเนียมที่หมอบคลานนั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนยืนเปนเดิน ธรรมเนียมที่ถวายบังคมแลกกราบไหว้นั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนก้มสีสะ ธรรมเนียมที่ยืนที่เดินแลก้มสีสะนี้ใช้ได้เหมือนกับธรรมเนียมที่หมอบคลานถวายบังคมแลกราบไหว้ บางทีท่านผู้ที่มีบันดาศักดิ์ซึ่งชอบธรรมเนียมที่หมอบคลานไว้ตามเดิมเหนว่าดีนั้น จะมีความสงไสยสนเท่ห์ว่า การที่เปลี่ยนธรรมเนียมหมอบคลาน ให้ยืนให้เดิน จะเปนการเจริญแก่บ้านเมืองด้วยเหตุไรก็ให้พึงรู้ว่าการที่เปลี่ยนธรรมเนียมใหม่เลิกหมอบคลานให้ยืนให้เดินนั้น เพราะจะให้เหนเปนแน่ว่า จะไม่มีการกดขี่แก่กัน ในการที่ไม่เปนยุติธรรมอีกต่อไป เมืองใดประเทศใดผู้ที่เปนใหญ่มิได้ทำการกดขี่แก่ผู้น้อย เมืองนั้นประเทศนั้นก็คงมีความเจริญเปนแน่ ตั้งแต่นี้สืบไป พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งจะเฝ้าทูลอองธุลีพระบาทในพระที่นั่ง และที่เสดจออกแห่งหนึ่งแห่งใด จงประพฤติตามพระราชบัญญัติที่ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดไว้เปนข้อบัญญัติสำหรับข้าราชการต่อไป จงทุกข้อทุกประการ จึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ สมันตพงษพิสุทธ มหาบุรุศย์รัตโนดม ผู้สำเรจราชการแผ่นดิน ตั้งเปนข้อพระราชบัญญัติไว้ สำรับแผ่นดินต่อไป ดังนี้

พระราชบัญญัติ์
 

๏ ข้อ ๑ ว่า พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง เมื่อจะเข้าเฝ้าทูละอองธุลีพระบาทในพระที่นั่ง ฤๅที่เสดจออกแห่งใด ๆ ก็ดี เมื่อเดินเข้าไปถึงน่าพระที่นั่งแล้ว ให้ก้มสีสะถวายคำนักครั้งหนึ่ง แล้วจึ่งเดินไปยืนที่ตำแหน่งของตนเฝ้า เมื่อไปถึงที่ยืนเฝ้าแล้ว ให้ก้มสีสะถวายคำนับอีกครั้งหนึ่ง แล้วยืนให้เรียบร้อยเปนปรกติ ห้ามมิให้เดินไปเดินมา แลยืนหันหน้าหันหลังในเวลาที่เสดจออก แลมิให้ยืนเอามือไพล่หลังแลท้าวเอว แลเอามือไปท้าวผนังแลเสาฤๅที่ต่าง ๆ และสูบบุหรี่ หัวเราะ พูดกันเสียงดัง ต่อน่าพระที่นั่ง ให้ยืนให้เรียบร้อยเปนลำดับตามบันดาศักดิ์ผู้ใหญ่ผู้น้อย ถ้ามีกิจราชการที่จะต้องกราบบังคมทูลพระกรุณา แล้วให้เดินออกมาจากที่เฝ้า ยืนตรงน่าพระที่นั่ง ก้มสีสะถวายคำนับแล้วจึ่งกราบบังคมทูลพระกรุณา เมื่อสิ้นข้อความ ที่กราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว ให้ก้มสีสะลงถวายคำนับ จึ่งให้เดินถอยหลังมาที่ยืนเฝ้าอยู่ตามเดิม ถ้าจะถวายหนังสือฤๅสิ่งของ สิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อพระหัถ สมเดจพระเจ้าอยู่หัว แล้วให้ถือสองมือ เดินตรงเข้าไป ถึ่งหน้าพระที่นี่งภอสมควร ก้มสีสะลงถวายคำนับก่อน จึ่งถวายของนั้นต่อพระหัถ ถ้าถวายของนั้นเสรจแล้ว ให้เดินถอยหลัง ถ้าเปนที่ใกล้ให้ถอยหลัง ๓ เก้า ฤๅ ๕ เก้าภอสมควร ถ้าเปนที่ไกล ให้ถอยหลังออกมา ๗ เก้า จึ่งกลับหน้าเดินไปยืนตามที่ ถ้าจะมีพระบรมราชโองการดำรัสด้วยผู้หนึ่งผู้ใดที่ยืนอยู่ในที่เฝ้านั้น ก็ให้ผู้นั้นยืนคงอยู่ตามที่ ก้มสีสะถวายคำนับแล้ว จึ่งรับพระบรมราชโองการ เมื่อรับพระบรมราชโองการ กราบบังคมทูลสิ้นข้อความแล้วก็ให้ก้มสีสะลงถวายคำนับ อนึ่งพระบรมวงษานุวงษแลข้าทูลอองธุลีพระบาท


บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 323


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 07:43


ที่คุณหมอเพ็ญชมพูยกมานี้เป็นกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้ผลครับ
กฎหมายบางอย่างไม่เคยใช้ยกเลิกประเพณีได้
บางอย่างทำให้วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไปจากเดิม กฎหมายที่ไม่ถูกบังคับใช้ในปัจจุบันมีเยอะมาก

กรณืนี้ถ้าจะบังคับใช้กกฎหมาย จะเป็นว่า บังคับคนไม่ให้หมอบกราบ ซึ่งผิดเจตนารมย์ของกฎหมายที่จะไม่บังคับพลเมืองให้กระทำการฝืนใจ ซึ่งก็เห็นกันว่ามีปัญหาบังคับใช้ตั้งแต่ในรัชสมัยของพระองค์แล้ว

ยังดีเรื่องนี้ไม่ลามไปเกี่ยวกับศาสนา บอกว่าหมอบกราบพระไม่ทันสมัยจะแย่เอาได้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 07:53

ผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ที่ได้เข้ามายืนเฝ้า ในเวลาที่เสดจออกอยู่นั้น ถ้ามีพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานเก้าอี้ให้นั่งจึ่งนั่งได้ ห้ามมิให้นั่งลงกับพื้น แลนั่งบนเก้าอี้ ฤๅนั่งที่แห่งใด ๆ ตามชอบใจ ในเวลาที่เสดจออกต่อน่าพระที่นั่ง แลผู้ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดให้นั่งเก้าอี้เฝ้าอยู่นั้น นั่งให้เปนปรกติ ห้ามมิให้ยกเท้าขึ้นภับบนเก้าอี้ แลไขว่ห้างเหยียดเท้าตะแคงตัว ทำกิริยาหาความสบายให้เกินกิริยา ที่นั่งเปนปรกติเปนอันขาด เมื่อเวลาเสดจขึ้นก็ให้ ยืนขึ้นถวายคำนับ ให้พร้อมกัน แต่แขกเมืองประเทศราช เมื่อจะเฝ้าทูละอองธุลีพระบาท ให้ทำกิริยาคาระวะ ตามเพศบ้านเมืองของตนก่อน เมื่อทรงพระกรุณาโปรดให้ยืน จึ่งยืนได้

๏ ข้อ ๒ พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัว เสดจพระราชดำเนินออก ประทับอยู่แห่งใด ๆ ก็ดี ข้าราชการแลมหาดเลกซึ่งเฝ้าทูลอองธุลีพระบาทอยู่ในที่นั้น ถึงเสดจออกประทับอยู่ช้าหลายชั่วโมง ก็ห้ามมิให้ข้าราชการ แลมหาดเลกที่ยืนเฝ้าอยู่นั้นนั่งลงในที่แห่งใด ๆ เปนอันขาด เว้นไว้แต่เปนที่กำบัง ลับพระเนตรสมเดจพระเจ้าอยู่หัวจึ่งนั่งได้ แลในเวลาที่เสดจออก ทรงประทับอยู่ณที่แห่งใด ๆ นั้น ข้าราชการแลมหาดเลก ยืนเฝ้าอยู่ในที่โดยลำดับแล้ว ผู้ซึ่งจะเข้ามาเฝ้าทูลอองธุลีพระบาทภายหลังที่มิได้มีราชการที่จะกราบบังคมทูลพระกรุณา ห้ามมิให้เดินผ่านน่าพระที่นั่ง แลเดินผ่านหน้าข้าราชการที่ยืนเฝ้าอยู่ก่อนนั้น ให้เดินหลีกเลี่ยง เข้ายืนตามตำแหน่งของตนที่ควรจะยืน เว้นไว้แต่ผู้ที่รับพระบรมราชโองการ จึ่งเดินผ่านหน้าเพื่อนข้าราชการไปมาได้

๏ ข้อ ๓ สมเดจพระจ้าอยู่หัว เสดจพระราชดำเนิน ไปทางสถลมารค์ ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่จะมาคอยดูกระบวน เสดจพระราชดำเนินก็ดี จะทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅจะทรงพระที่นั่ง อย่างหนึ่ง อย่างใดก็ดี เมื่อเวลาเสดจพระราชดำเนิน มาถึงน่าผู้ที่ยืนคอยดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินอยู่นั้น ให้คนเหล่านั้น ก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ห้ามมิให้นั่ง มิให้ยืน ดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินบนชานเรือน บนน่าต่างเรือน แลบนที่สูง ที่ไม่ควรจะนั่ง จะยืน ถ้าทรงม้า ทรงรถ ไม่มีกระบวนนำกระบวนตามเสดจพระราชดำเนิน ผู้ซึ่งอยู่บนเรือนแลบนที่สูงไม่ทันรู้ว่าเสดจพระราชดำเนิน แต่ภอแลเหนว่าเปนรถพระที่นั่ง ฤๅม้าพระที่นั่งก็ให้ยืนขึ้น ถวายคำนับ ห้ามมิให้นั่ง มิให้หมอบเปนอันขาด แลในเวลาที่เสดจพระราชดำเนินทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅทรงพระที่นั่งอย่างใด มาในทางสถลมารค์ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดไปบนหลังม้าฤๅไปบนรถ ภบปะกระบวนนำเสดจพระราชดำเนิน ก็ให้หยุดม้า หยุดรถริมทาง ถ้าเสดจพระราชดำเนินมาถึงตรงหน้าแล้วให้ถอดหมวกก้มสีสะ ถวายคำนับอยู่บนรถบนหลังม้า ไม่ต้องลงจากรถ จากหลังม้า ต่อเสดจพระราชดำเนินไปสิ้นกระบวนแล้ว จึ่งให้ออกเดินรถ เดินม้าต่อไป ถ้าเสดจพระราชดำเนิน ทางชลมารค์ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่อยู่แพ อยู่เรือนริมน้ำ ให้ยืนขึ้นก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ถ้ามาด้วยเรือภบกระบวน เสดจพระราชดำเนิน ถ้าเรือเลกยืนไม่ได้ ก็ให้ถอดหมวกก้มสีสะ ถวายคำนับในเรือไม่ต้องยืน ถ้าเปนเรือใหญ่ควรจะยืนได้ ก็ให้ยืนขึ้นถวายคำนับตามธรรมเนียม

๏ ข้อ ๔ ข้าราชการเมื่อจะเข้าไป ในพระบรมมหาราชวัง แลจะออกจากพระบรมมหาราชวัง ฤๅจะไปกิจธุระแห่งหนึ่งแห่งใดก็ดี ถ้าภบท่านผู้มีบันดาศักดิ์ที่ได้เคยทำคำนับยำเกรงตามธรรมเนียมเก่าฉันใด ก็ให้ทำคำนับยำเกรง อย่างธรรมเนียมใหม่ให้เหมือนกัน ธรรมเนียมที่ยืนเหมือนกับนั่ง เหมือนกับหมอบ ธรรมเนียมที่เปิดหมวกก้มสีสะ เหมือนกับกราบไหว้อย่างแต่ก่อนนั้น ถ้าผู้หญิงจะไปในที่เฝ้าแลภบท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องเปิดหมวก เปนแต่ก้มสีสะลงคำนับ เมื่อกระทำคำนับแล้ว หมวกนั้นจะเปิดก็ได้ ไม่เปิดก็ได้ แลผู้คนข้าทาษที่ใช้ การงานอยู่ในบ้านเรือนนั้น ก็อย่าให้ท่านผู้ที่เปนเจ้าเปนนาย บังคับให้ข้าทาษหมอบคลาน ให้บังคับให้ข้าทาษใช้ยืน ใช้เดินตามพระราชบัญญัติ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้ตั้งไว้นี้ ให้พระบรมวงษานุวงษข้าราชการฝ่ายทหาร


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 08:00

พลเรือนฝ่ายน่าฝ่ายในพระบรมมหาราชวังพระราชวังบวร ให้กระทำตามพระราชบัญญัติ์ ประกาศนี้จงทุกประการ

ประกาศมา ณ วันอาทิตย เดือน ๑๒ แรม ๑๒ ค่ำ ปีรกาเบญจศก   ฯะ  


บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 430

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 08:52

ขอบพระคุณอาจารย์เทาชมพู และอาจารย์เพ็ญชมพูครับ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 10:09

อ้างถึง
ข้อ ๓ สมเดจพระจ้าอยู่หัว เสดจพระราชดำเนิน ไปทางสถลมารค์ ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่จะมาคอยดูกระบวน เสดจพระราชดำเนินก็ดี จะทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅจะทรงพระที่นั่ง อย่างหนึ่ง อย่างใดก็ดี เมื่อเวลาเสดจพระราชดำเนิน มาถึงน่าผู้ที่ยืนคอยดูกระบวนเสดจพระราชดำเนินอยู่นั้น ให้คนเหล่านั้น ก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ห้ามมิให้นั่ง มิให้ยืน

ไม่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่รัชกาลที่ 6 และ 7 แล้วละค่ะ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 10:12

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 323


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 13 พ.ค. 17, 13:38


บังคับใช้ไม่ได้ผลตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ ๕ แล้วครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 18
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 19 คำสั่ง