เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 17
  พิมพ์  
อ่าน: 20713 พระพุทธเจ้าอยู่หัวในความทรงจำของผม
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3738


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 07:49

คุณ NAVARAT.C คงจะจำได้และบรรยายได้ดี ได้อรรถรสมากกว่าผม   รวมทั้งภาพภายในห้องเก็บศาสตราวุธต่างๆในห้องใต้บันใดทางขึ้นชั้นสองของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ต่อมาผู้เข้าร่วมพิธีในขบวนพยุหยาตราฯทั้งหลาย ก็ได้รับพระราชทานเหรียญเป็นที่ระลึก ยังความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 08:31


ที่ผมประทับใจที่สุดอีกประการหนึ่งในวันนั้นก็คือ อาหารมื้อกลางวันที่ทรงพระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาผู้ที่อยู่ในขบวน ง่ายมากและอร่อยมากๆอีกด้วย  แกงเขียวหวานเนื้อราดข้าวและปลาตะเพียนแดดเดียวทอดอีกหนึ่งตัว อร่อยมากจริงๆครับ

แหมผมว่าจะไม่เอ่ยแล้วเชียว กลัวคนอ่านจะรู้ไต๋ว่าพวกเราไม่ค่อยจะได้กินอะไรอร่อยๆที่โรงเรียน ผมน่ะติดใจแพนงเนื้อไข่พะโล้ ไปคราวใดก็ขอรับพระราชทานซะสามจานทุกครั้ง จึงไม่หมดเรี่ยวหมดแรง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 08:33

ในชีวิตได้เคยมีบุญเห็นองค์จริงของในหลวง2 ครั้งค่ะ
ครั้งแรก อายุสักสิบสอง เป็นงานพระราชทานเพลิงศพคุณตาซึ่งในหลวงเสด็จมาพระองค์เดียว
จำได้ว่าถูกคุณป้าจับตัวไปตัดชุดไทย เพื่อใส่ตอนเข้าแถวรับเสด็จเวลาที่หน้ารถพระที่นั่งมาจอดเทียบ
ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นพระพักตร์แบบใกล้ชิดมาก คือห่างเมตรเดียวเป็นความคิดแบบเด็กๆ (กราบพระบาทขอพระราชทานอภัย) "ในหลวงหล่อจัง"
พระพักตร์ท่านอิ่มเอิบเปี่ยมด้วยเมตตา ทรงยิ้มนิดๆแบบที่เห็นในทีวี

เรื่องของคุณ Rattananuch ทำให้นึกขึ้นมาได้ ผมเคยเฝ้าพระองค์ท่านในงานพระราชทานเพลิงศพพระผู้ใหญ่องค์หนึ่งที่เมรุหลวง หน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อถึงเวลาช่วงที่แขกเริ่มทยอยกันมานั้น เกิดลมแรงแบบพายุ ฝนตั้งเค้าจะตกหนักอยู่ ครั้นส่วนใหญ่มานั่งหนาตาบนพลับพลาแล้ว ฝนก็เทลงมาแบบฟ้ารั่ว เจ้าภาพเริ่มวิตกกังวลเมื่อใกล้จะถึงเวลาเสด็จพระราชดำเนิน ฝนก็ยังไม่มีท่าทีจะหยุด

ผมเคยอ่านเรื่องที่  ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนถึงบุญญาภินิหารของพระพุทธเจ้าอยู่หัวไว้ ประมาณว่า คราวเสด็จพระราชดำเนินเยื่ยมราษฎรเมืองเพชรบุรีครั้งนั้น ทางราชการปลูกปะรำรับเสด็จใหญ่หน้าศาลากลางสองหลัง ขณะนั้นฝนได้ตกหนักที่สุด ราชองครักษ์ให้เตรียมกางกลดถวาย แต่พระองค์ทรงยับยั้งและตรัสว่า "ก็เขาเปียกได้ เราก็เปียกได้" แล้วก็เสด็จพระราชดำเนินออกไป ฝนหยุดตกทันที  “นี่เอาผมไปสาบานที่ไหนก็ได้นะ เห็นมากับตา แปลกจริงๆไม่มีฝนเลย พอเสด็จฯเข้าปะรำโน้นพอลับพระองค์ ฝนก็ตกจั๊กๆอย่างเก่าอีกที พวกตามเสด็จฯไม่ต้องพูดละ เปียกโชกไปหมดทุกคนหนีไม่ทัน แม้แต่องค์สมเด็จพระราชินีนาถยังทรงเปียก เมื่อเสด็จพระราชดำเนินคล้อยตาม นี่ก็เห็นกันมาทุกคน และยังมีอีกมากมายเล่าไปก็ไม่หมด"

ใครอ่านแล้วไม่เชื่อคำสาบานของท่านก็ชั่ง แต่ผมก็เห็นกับตาเหมือนกัน ฝนยังตกไม่ขาดเม็ดขณะรถพระที่นั่งลุยน้ำกระจายมาเทียบช่องทางเสด็จขึ้นพลับพลา พนักงานกั้นกลดถวายน้ำฝนไม่ต้องพระองค์ ตามกำหนดการนั้น จะเสด็จประทับยังพระเก้าอี้เพียงชั่วครู่แล้วจะเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเมรุเพื่อพระราชทานเพลิงเลย

พอพนักงานกั้นกลดด้านหน้าพร้อม ฝนก็ขาดเม็ด เสด็จพระราชดำเนินลงจากพลับพลาขึ้นเมรุแล้วทรงประกอบพิธีพระราชทานเพลิง เสร็จแล้วเสด็จลง ระหว่างประทับบนพลับพลาให้เจ้าภาพเข้าเฝ้า พระองค์ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้แขกที่มาในงานขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์บนเมรุ ช่วงนี้ก็มีเวลาประมาณสักครึ่งชั่วโมง ทุกคนรีบอาศัยพระบารมีในขณะที่ฝนหยุดตกนี้ขึ้นไปทำกิจให้สำเร็จ

เมื่อถึงกำหนดเวลาเสด็จกลับ ทรงลุกขึ้นยืน ทุกคนถวายคำนับ ทรงคำนับตอบยังกลุ่มพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วเสด็จลงจากพลับพลา พอรถพระที่นั่งเคลื่อนพ้นประตูวัดเท่านั้นเอง แขกเหรื่อทุกคนก็แย่งกันกลับก่อนที่ฝนจะเทลงมาอีก
ก็ตามคาดครับ รอดไปได้แบบไม่เปียกก็สักส่วนเดียว ที่เปียกปอนก็คงมี แต่ที่ยอมรอบนพลับพลาให้ฝนที่พรำๆลงมาอีกให้หยุดก็มีไม่น้อย

เดี๋ยวถึงจังหวะอันควรแล้ว ผมจะเล่าเรื่องความอัศจรรย์เช่นนี้พร้อมหลักฐานประกอบอีกครั้ง โปรดอดใจรอ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 09:14

เข้ามายืนยันความอัศจรรย์ที่ว่านั้น  เพราะเจอมาเองเช่นเดียวกันค่ะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 09:19

เล่าหน่อยครับ ๆ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 10:41

รอฟังครับ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
Naris
พาลี
****
ตอบ: 312


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 11:39

รอด้วยครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 12:49

เข้ามายืนยันความอัศจรรย์ที่ว่านั้น  เพราะเจอมาเองเช่นเดียวกันค่ะ

รอคุณ NAVARAT.C เล่าก่อนค่ะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3738


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 01 พ.ย. 16, 18:01

ระหว่างที่รอคุณ NAVARAT.C  ก็ขอแทรกเรื่องของฟ้าฝนในวันพระราชพิธีพืชมงคลที่ท้องสนามหลวง ซึ่งเท่าที่จำได้ก็จะต้องมีฝนจะตกคลุมพื้นที่พระราชพิธีทุกครั้งในวันนั้น
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 02 พ.ย. 16, 08:14

ปกติวันพืชมงคลจะกำหนดในต้นฤดูฝนอยู่แล้ว โอกาสที่ฝนจะตกจึงมีมาก ฝนจะตกในวันนั้นจึงไม่แปลก ความแปลกจะอยู่ที่ระหว่างมีการเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพระราชพิธี ฝนหากตกก่อนหน้าก็จะหยุด ไม่มีการเปียกปอนเละเทะให้เสียความศักดิ์สิทธิ์ เสด็จกลับแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง

เรื่องนี้ประจักษ์พยานมีแยะเพราะมีการถ่ายทอดพระราชพิธีออกอากาศทุกปี  เราคนดูจะเห็นแต่ภาพสวยงาม

ผมจะขอข้ามเรื่องนี้ไปว่าเป็นกรณีย์ๆตาม Timeline นะครับ ไปอยากย้อนไปย้อนมา

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 02 พ.ย. 16, 08:40

ผมผ่านชีวิตมัธยมมาอยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีโอกาสได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททุกปีในวันพระราชทานปริญญาบัตร วันทรงดนตรี และวันบอลล์ประเพณีซึ่งพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแข่งขันและพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะด้วยพระองค์เอง แต่เรื่องราวเหล่านั้นมีผู้เขียนถึงมากมายอยู่แล้ว ผมไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง

ที่อยากจะเล่าเป็นความทรงจำพิเศษ เฉพาะเด็กถาปัดมีโอกาสได้เข้าไปทำงานถวาย อย่างเช่นในปีที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเค้นท์ เสด็จมาเป็นแขกของพระองค์เป็นครั้งที ๒
เจ้าหญิงอังกฤษองค์นี้เป็นพระธิดาในพระอนุชาของสมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จผู้เป็นพระราชบิดาในสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง โดยทรงมีศักดิ์เป็นพระภคินีเธอ  เจ้าหญิงอเล็กซานดราทรงประทับพระทัยในพระพุทธเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ครั้งแรกที่เสด็จมาเยือนในปี ๒๕๐๒  ครั้งนั้นพระราชนิพนธ์เพลงชื่อ Alexandra พระราชทาน (ต่อมาเพลงนี้มีเนื้อร้องภาษาไทย ชื่อเพลง แผ่นดินของเรา)  และเนื่องจากทรงชื่นชอบเมืองไทยมาก จึงเสด็จมาเยือนทั้งหมดถึง ๗ ครั้ง ครั้งที่ผมไปมีบทบาทเกี่ยวข้องกับเขาด้วยเป็นการเสด็จครั้งที่ ๒  ในปี ๒๕๑๐ เมื่อผมอยู่สถาปัตย์จุฬาเป็นปีที่ ๒ แล้ว
บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 02 พ.ย. 16, 09:10

เสียดายที่ตัวเองเกิดไม่ทันจะได้เห็นงานต่างๆเหล่านั้นค่ะ จำได้ว่าตอนเด็กๆอยากเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพราะจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในบรรดาญาติพี่น้องมีพี่คนหนึ่งได้เรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาเอารูปรับปริญญามาให้ดูเราก็อยากจะเรียนที่นี่แบบเขา เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากได้มีโอกาสรับปริญญาจากพระหัตถ์ในหลวงแบบเขาบ้าง พยายามตั้งใจเรียนจะสอบเข้าม.เชียงใหม่ให้ได้ สมัยก่อนม.เชียงใหม่จะจัดงานรับปริญญาที่ศาลาอ่างแก้ว(เป็นศาลาโถงแบบเปิดโล่ง) แต่เมื่อเราโตพอที่จะเข้ามหาวิทยาลัยก็โปรดให้สมเด็จพระเทพฯแทนพระองค์มานานหลายปีแล้ว ตอนเด็กๆจำได้ว่าอิจฉาพวกชาวเขาชาวดอยจริงๆได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิด คิดว่าเขามีบุญกว่าเราอีกนะเนี่ย
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 02 พ.ย. 16, 09:11

คนไทยทุกคนรู้สึกเช่นเดียวกันครับ

บังเอิญว่าผมโชคดี อยู่ในยุคที่เป็น Golden period พระพุทธเจ้าอยู่หัวยังทรงหนุ่ม พระพลามามัยแข็งแรง ผมจำได้แม้กระทั่งกล้ามเนื้อท่อนแขนของพระองค์ท่านที่โผล่พ้นจากจีวรคราวทรงผนวช แม่พาผมไปเฝ้ารับเสด็จอยู่ข้างลาดพระบาท ที่จะเสด็จพระราชดำเนินลงจากพระตำหนักไปยังพระอุโบสถ
เมื่อถึงเวลา ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นุ่งผ้าโจงสีแดงสวมเสื้อราชประแตนขาว จะเดินประสานมือไว้ข้างหน้า นำเสด็จมาตามลาดพระบาท พระพุทธเจ้าอยู่หัวยามเป็นพระภิกษุท่านสุกปลั่งดังสีทองตามศัพท์ที่ชาวบ้านเรียกว่าสีจีวรขับ

ปีนั้นผมยังไม่ได้เข้าวชิราวุธเลย ถ้าไม่ย้อนไปกล่าวถึงอาจหมดโอกาส

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 02 พ.ย. 16, 09:36

ยามเมื่อทรงแข็งแรงนั้น ท่านประกอบพระราชกรณียกิจทุกอย่างโดยไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย ทั้งงานที่แบกรับพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ไว้และงานอดิเรกที่พระองค์ในฐานะปุถุชนจะทรงชื่นชอบ
กล่าวได้ว่า แม้คนส่วนใหญ่จะเห็นพระองค์ในพระอิริยาบทเคร่งขรึม ขนาดไปเล่าขานจนฝรั่งเขียนหนังสือให้ชื่อเรื่องว่า The King Never Smiles แต่ผมเป็นราษฎรส่วนน้อยที่มีบุญวาสนา ได้เฝ้าชมพระบารมีในพระอิริยาบทที่ทรงสบายๆ พระพักตร์จะมีรอยแย้มพระสรวลอยู่เสมอๆ

คนที่ทันยุคพระเจ้าอยู่หัวยังทรงงานหนักนั้น ไม่มีใครไม่รักพระองค์ นอกจากพวกจิตไม่ปกติซึ่งมีอยู่น้อยนิดจนหาเปอร์เซนต์มิได้
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 02 พ.ย. 16, 10:14

พระเจ้าอยู่หัวทรงจัดงานเลี้ยงรับรองเจ้าหญิงอเลกซานดร้าแบบส่วนพระองค์ที่ศาลาผกาภิรมย์  ซึ่งเป็นอาคารเอนกประสงค์ของโรงเรียนจิตรลดาที่ปรับปรุงใหม่ ผิดหูผิดตาจากเมื่อคราวที่ผมไปเต้นระบำแขกมากมาย ห้องสรงส่วนพระองค์ย้ายไปแล้ว  ตามกำหนดการนั้น  ระหว่างเสวยพระกระยาหารค่ำท่ามกลางแขกรับเชิญอื่นๆประมาณสิบกว่าโต๊ะ จะมีการแสดงบัลเล่ต์บนเวทีเรื่องมโนราห์ถวายทอดพระเนตร เพลงที่ใช้ในบัลเล่ต์เรื่องนี้ทั้งหมดเป็นคีตนิพนธ์ของพระพุทธเจ้าอยู่หัว

บัลเล่ต์เรื่องมโนราห์นี้ได้ถูกจัดแสดงหน้าพระที่นั่ง หารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบนเวทีใหญ่มาสองครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นแบบย่อ คือเอาฉากสำคัญที่นางมโนาห์กับพี่น้องมาเล่นน้ำในสระอโนดาษ แล้วถูกพรานบุญจับไปถวายพระสุธนเท่านั้น
ผู้แสดงเป็นนักบัลเลต์สมัครเล่นระดับอาชีพทั้งหมด นางเอกเปลี่ยนมาเป็น(ท่านผู้หญิง)วราพร ในวัยสาวปิ๊ง พระสุธนใครแสดงนั้นชื่อท่านผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาผมไปนานแล้ว ส่วนตัวผมได้รับบทเป็น “น้ำตก” สองคนกับเพื่อน ผลัดกันคนละ ๕ นาที ตั้งแต่การแสดงเปิดฉากจนปิดฉากหนักกว่าผู้แสดงทุกคนบนเวที บทนี้ไม่ต้องซ้อม มาแล้วก็เล่นได้เลย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 17
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.059 วินาที กับ 19 คำสั่ง