เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
อ่าน: 5679 ร้อยกรอง ๑๓ ตุลา ๒๕๕๙
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 08:36

           ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ นายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในประกาศ
สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันสำคัญของชาติไทย โดยกำหนดให้วันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปี
เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถ
บพิตร, วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ

(khaosod.co.th)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 08:38

          ศิลปะแสงเงาติดตั้ง                บนผนังอาคารนั่น


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 08:40

น้อมระลึกถึงราชัน                            เวลาวันสวรรคต

           ๑๕.๕๒                            เมื่อแสงต้องเงาปรากฏ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 08:41

พระสาทิสลักษณ์งามงด                     จดจำได้ไม่มีเลือน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 08:43

        Shadow art ประติมากรรมแสงเงา ผลงานของอาจารย์ประจำของคณะสถาปัตย์ มช. ที่นำโดย
ดร.บุรินทร์ ธราวิจิตรกุล, อาจารย์กานต์ คำแก้ว และ อาจารย์วรงค์ วงศ์ลังกา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 08:45

เฟซบุค Burin Tharavichitkun อาจารย์คณะสถาปัตย์ มช. บันทึกว่า....

ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. เรายังไม่เคยหยุดจ้อง...
.
15.52 น. ของวันที่ 13 ต.ค. เป็นช่วงเวลาแห่งความจริงที่ทำให้เราแทบสิ้นใจ
ตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา ยังไม่มีซักวันที่เราจะหยุดคิดถึงช่วงบ่ายของวันนั้น
.
ขณะเดียวกัน นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา...
ก็ยังไม่มีซักวันเดียวที่เราจะหยุดจ้องมองผนังผืนนั้นของตึกสถาปัตย์ ม.ช.
ผนังก่ออิฐโชว์แนวที่ถูกแสงสีทองทอดตัวอย่างเงียบสงบในช่วงบ่ายของทุกวัน
เรานั่งจ้องมองผนังผืนนี้ด้วยกันทุกวัน ด้วยหัวใจเดียวกัน

หัวใจที่บอกเราว่าเวลา 15.52 ของวันที่ 13 ต.ค. ท่านไม่ได้จากเราไปไหน
เทวดาเพียงแค่กลับสวรรค์ กลับไปอยู่บ้านจริงๆ ของท่าน
ท่านอยู่เปื้อนดินเพื่อเรานานไป นานจนเราเผลอคิดไปว่าพื้นดินคือบ้านของท่าน
ท่านแค่ทิ้งกายที่เปราะบาง กลับไปเป็นแสงนำทางชีวิตให้เราจากผืนฟ้า
.
เรายังไม่หยุด
ที่จะทำให้ช่วงบ่าย 3-4 โมงของทุกวัน เกิดเป็นความหมายใหม่
เราจะทำให้ชั่วขณะที่เราจะเสียขวัญ เสียกำลังใจที่สุดในชีวิต ให้กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญของเรา
.
เป็นชั่วขณะที่ท่านจะกลับมาใกล้เรา
มาปรากฎตัวอย่างช้าๆ ณ ผนังผืนนั้นของเรา
มาปลอบประโลมและเรียกขวัญให้กลับมาสู่เรา
มาบอกให้เราลุกขึ้น และก้าวไปข้างหน้า
ก้าวไป อย่างที่ท่านเคยทำให้ดู ยามที่ท่านต้องอยู่กลางแดดและยิ้มสู้เพื่อพวกเรา
.
เราจะไม่หยุดจ้องที่ผนังผืนนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เราจะจ้องมองด้วยสายตาของนักสร้างสรรค์
เราจะจ้องจนกว่าภาพนั้นจะปรากฎตัว
เราจะทำให้ได้ ให้สมกับที่เป็นเรา
ขอพลังจงอยู่กับทุกคนครับ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 08:46

และ Shadow Art ประติมากรรมแสงเงา อีกหนึ่งชิ้นจากเฟซ ชมเฌย

         แสงเงาจากหมายเลขเก้า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30241

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 08 ก.พ. 17, 09:42

.


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 13 มี.ค. 17, 10:46

           เมื่อวันที่ ๕ มี.ค. ๒๕๖๐ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ แห่งญี่ปุ่น
ได้เสด็จฯ ถึงประเทศไทย และเสด็จฯ ไปยังพระที่ดุสิตมหาปราสาท ทรงสดับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และ
ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
           จากนั้น เสด็จฯ ออกไปยังอาคารสำนักราชเลขาธิการ ทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุด
แสดงความเสียพระราชหฤทัย


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 13 มี.ค. 17, 10:47

      การเสด็จพระราชดำเนินประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินี
มิชิโกะแห่งญี่ปุ่นครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่าง ๒ พระราชวงศ์ที่มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน
โดยเฉพาะคำลงนามแสดงความอาลัยของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งถูกเปิดเผยโดย วสันต์ วณิชชากร ช่างภาพสำนัก
ข่าวเอพี  ว่า
      
          ....The time has come for us to say “sayonara”
          サヨナラ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 13 มี.ค. 17, 10:48

            ข้อความนี้พ้องกับเนื้อร้องเพลง The Japanese Farewell Song เพลงเก่าปี 1955 ผลงาน
การประพันธ์คำร้องอังกฤษโดย Freddie Morgan ทำนองโดย Hasegawa Yoshida
(คนละเพลงกับ Sayonara จากหนังฮอลลีวู้ดชื่อ Sayonara เช่นกัน)

เพลงนี้จากเสียงนักร้องในตำนาน Sam Cooke

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10546



ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 13 มี.ค. 17, 11:17


ถ้าจะให้อ่านได้ง่ายขึ้น ต้องกลับบนลงล่าง เป็นลายเซ็นพระนาม ทางซ้ายคือ  美智子 - มิชิโกะ   ทางขวาคือ 明仁 - อะกิฮิโตะ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 132  เมื่อ 07 เม.ย. 17, 10:22

         The Illumination ความสว่างที่ส่องแสงนำทาง

อีกหนึ่งนิทรรศการศิลปะที่จัดขึ้นเพื่อน้อมแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่แตกต่างด้วยวิธีรังสรรค์สร้างอย่างน่าสนใจ

         ผลงานภาพโดยแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในแง่มุมต่างๆ ที่ยิ่งเห็น ยิ่งศึกษา
         ยิ่งเกิดปัญญา เสมือนได้เข้าไปค้นพบความสว่าง และแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต โดยภาพพระบรม
สาทิสลักษณ์ทุกภาพใช้วัสดุธรรมชาติที่เกี่ยวเนื่องตามแนวพระราชดำริ

http://www.matichon.co.th/news/506315

         จากพระราชจริยวัตรพระราชกรณียกิจ  สู่พระบรมสาทิสลักษณ์สร้างสรรค์
ศึกษาแนวพระราชดำริ,งานที่ทรงนับร้อยพัน   เกิดเป็นปัญญาสว่างแสงแรงดลใจ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 133  เมื่อ 07 เม.ย. 17, 10:29

บางภาพที่จัดแสดง

ร่มเงาแห่งความเพียร


       ผลงานที่ทำมาจากการทับสีของพันธุ์ไม้ที่ทรงปลูกในสถานที่ต่างๆ โดย เธียรจุฑาณ์ รุกขวิบูลย์, กนกพร ศิริเสรี,
ศิริวรรณ อนันต์ณัฐศิริ, ธนพงษ์ องอาจโยธิน, ปรีดี อัศวพานิชพันธ์ , เอกวิทย์ เชพานุเคราะห์, เมศิกานต์ ศรศรีวิวัฒน์,
นิธิธัช หิรัณยปรีชากุล, วิลาวัณย์ สงวนวงษ์, ประธาน อุดมทรัพย์วงศ์

           แนวคิดของภาพ จากต้นไม้ของ“พ่อ” มีอยู่ที่ไหนบ้าง? ตอนเริ่มทำงานชิ้นนี้ นี่คือคำถามแรกที่เรา
อยากรู้คำตอบ แค่เปิดมือถือเข้ากูเกิ้ล ก็รู้คำตอบในเสี้ยววินาที เร็วจนไม่ทันรู้สึกว่าต้องรออะไร แต่ในคำถาม
เดียวกันมันบอกอะไรบางอย่างที่ทำให้เราฉุกคิดมากกว่า
           ต้นไม้ใหญ่ของ “พ่อ” ที่ผ่านเวลาจนแตกกิ่งก้าน ให้ร่มเงากับทุกสิ่ง ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
ในร่มเงานั้น เราเห็นความเพียรของพระองค์ที่ทรงใช้เวลาหลายสิบปีกับการปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะเสด็จไปที่ใด
ร่มเงาที่ถึงจะใช้เวลา แต่มันก็เห็นผล ย้อนกลับมาดูตัวเอง หลายสิ่งง่ายและเร็วจนน่ากลัว เร็วจนบางครั้งก็รอ
ไม่เป็น เร่งรีบจนลืมไปว่า ทุกสิ่งล้วนมีเวลาของตัวเองสำหรับความสำเร็จ
           ไม่ใช่เพียงต้นไม้ แต่ยังหมายถึงชีวิต อย่าได้กลัวล้มเหลว ถ้ามีความเพียรพยายาม อย่าได้กลัวว่าจะช้า
กว่าใคร ถ้าอดทนรออย่างแน่วแน่ในจุดหมาย ผลสำเร็จย่อมเกิดขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง
           งานภาพ “ร่มเงาแห่งความเพียร” ชิ้นนี้ จึงอยากสะท้อนแนวคิดของสิ่งที่พระองค์ทรงทำ ด้วยการบรรจง
วางชิ้นส่วนเล็กๆ จากดอกไม้ ใบไม้ ผลงานที่ทำมาจากต้นไม้พันธุ์เดียวกับที่พระองค์ทรงปลูก ร้อยเรียงทีละชิ้นๆ
ใช้เวลาในการทับให้สีจากธรรมชาติเกิดเป็นภาพของพระองค์ ผู้ทรงมีความเพียรจนถึงความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าไว้


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6125


ความคิดเห็นที่ 134  เมื่อ 07 เม.ย. 17, 10:33

สัมผัส

ภาพวาดจากสีของผลส้ม ทำขึ้นโดย สิริน วรรณวลี, ณธีพัฒน์ จาตุรนต์รัศมี, ปิติ พงศ์เรขนานนท์, สกลวัฒน์ ภู่ประเสริฐ

          แนวคิดของภาพ เกิดจากในค่ำคืนหนึ่ง หลังความโศกเศร้าอย่างที่สุด ผมเปิดทีวีทิ้งไว้อย่างว่างเปล่า
เพียงเพื่อให้เวลาผ่านไป ในทีวีฉายเรื่องพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ท่าน แต่เรื่องที่ทำให้ผมสะดุด
และต้องหันมาครุ่นคิด คือ
          พระเมตตาของพระองค์ท่านที่มีต่อผู้ป่วยโรคเรื้อน ในวันที่ผู้ป่วยโรคเรื้อนอยู่ในหลืบที่ต่ำสุดของสังคม
ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและเป็นที่รังเกียจจากคนอื่น แม้แต่ถูกขับไล่…ถูกส่งไปอยู่ในนิคมโรคเรื้อน สถาน
ที่แม้แต่ชาวบ้านที่มีพื้นที่ติดกัน ยังไม่ยอมให้ถนนตัดผ่านด้วยความรังเกียจ

           พระองค์เสด็จไปยังนิคมโรคเรื้อน ท่ามกลางคำทัดทานของข้าราชบริพาร ส้มจากนิคมโรคเรื้อนแพร่ง
ขาหยั่ง ส้มที่ไม่เคยมีใครกล้ากิน ส้มที่ทุกคนเคยรังเกียจ เมื่อรู้ที่มา ถูกคั้นและระบายออกมา จำลองเหตุการณ์ที่
แสงสว่างสาดส่องลงมายังจุดที่ต่ำสุดในวันนั้นอย่างเท่าเทียม
           สิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำ เปลี่ยนมุมมองในการมองผู้คนของผม เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง พนักงานในห้าง
แม่ค้าในตลาด แม่ค้าข้าวแกง เด็กเสิร์ฟ แท็กซี่ คนขับมอเตอร์ไซค์ คนขายพวงมาลัย ทุกคนล้วนเท่ากัน เราไม่ได้
ดีกว่า หรือเหนือกว่าใครเลย พระองค์ท่านทรงแสดงออกให้เราเห็นถึงความเกื้อกูลกัน ความเมตตาต่อทุกคนอย่าง
เท่าเทียมโดยแท้จริง


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.08 วินาที กับ 20 คำสั่ง