เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9
  พิมพ์  
อ่าน: 13821 สงครามดอกกุหลาบ The Wars of the Roses
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 02 ก.ย. 16, 14:48

ทุ่งเอดจ์โค้ต ในปัจจุบัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 04 ก.ย. 16, 08:24

    เมื่อได้พระราชามาอยู่ในกำมือแล้ว   แผนขั้นต่อไปของวอริคก็คือกลับคืนสู่อำนาจ  โดยมีพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเป็นลูกไก่ในกำมือ  หรือไม่ก็จับพระองค์ถอดจากบัลลังก์ซะ แล้วตัวเองขึ้นมาแทน      แต่วอริคคะเนตัวเองผิดไปมาก      อังกฤษมีตำแหน่งพระเจ้าแผ่นดินก็จริง  แต่ก็มีสภาขุนนางซึ่งประกอบด้วยขุนนางใหญ่น้อยอีกมาก คอยคานอำนาจอยู่ด้วย     และเราต้องไม่ลืมว่า ในขณะนั้นพระเจ้าแผ่นดินไม่ได้มีองค์เดียว แต่มี 2 องค์คือพระเจ้าเฮนรี่ที่หก(องค์ที่ป่วยเป็นโรคประสาทนั่นแหละค่ะ) กับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สี่ผู้ชิงบัลลังก์มาเอง   
     แค่มี 2 องค์ องค์หนึ่งกุหลาบแดงแลงคาสเตอร์   กับอีกองค์กุหลาบขาวยอร์ค ชิงอำนาจกันไม่รู้จบ    ประชาชนและขุนนางต่างก็เดือดร้อนสู้รบ  ล้มตายกันไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว   นี่จะมีคนที่สามคือวอริคขึ้นมากุมอำนาจให้ตายกันอีกเป็นสามเท่า    สภาขุนนางทนไม่ไหว ก็เลยแอนตี้วอริคขึ้นมา
     เกิดกบฏขึ้นมาในประเทศ กดดันวอริคอย่างหนัก     ทำให้เขารู้ตัวว่าฝันหวานที่วางไว้ กลายเป็นฝันสลาย    วอริคก็เลยจำใจต้องคายอ้อยออกจากปากช้าง คือปล่อยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเป็นไทแก่ตัว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 04 ก.ย. 16, 08:36

   พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกลับคืนสู่บัลลังก์ได้อีกครั้ง  แต่แทนที่พระองค์จะถือโอกาสนี้กวาดล้างวอริคและพระอนุชาดยุคแห่งกลอสเตอร์เสียให้สิ้นซาก     พระองค์ก็กลับทำอย่างที่สุนทรภู่ห้ามไว้อีกนั่นแหละ คือ  
    ประเพณีตีงูให้หลังหัก             มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง
    คือทรงประนีประนอมไม่เอาผิดทั้งวอริคและเจ้าชายพระอนุชา   นึกว่าสองคนนี้จะสำนึกในพระกรุณา   แล้วก็อยู่กันสงบๆต่อไป ได้ไม่มีไพร่พลต้องล้มตาย  ประเทศเสียหายกันอีก  
    เปล๊า   สัญชาติงูยังไงจะให้กลายเป็นไส้เดือนนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้      วอริคคอยจังหวะอยู่  พอได้ที ก็รวบรวมพลกบฏต่อพระราชาขึ้นมาอีก    คราวนี้พระเจ้าไม่เข้าข้าง วอริคเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต้องเผ่นหนีออกนอกอังกฤษไปพึ่งฝรั่งเศสศัตรูเก่า     พระนางมาร์กาเร็ตนางเอกหญิงเหล็กของเราคอยทีอยู่แล้ว  วอริคกับพระนางก็เลยจับมือกัน พร้อมจะเอาฝรั่งเศสมาช่วยโค่นบัลลังก์พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด     เพื่อจะส่งบัลลังก์คืนให้กษัตริย์เชื้อสายแลงคาสเตอร์ คือพระเจ้าเฮนรี่ที่หก  
    ตัวพระเจ้าเฮนรี่น่ะไม่เท่าไหร่หรอก   พระนางมาร์กาเร็ตทรงทำเพื่อโอรสของพระนาง จะได้สืบทอดบัลลังก์อังกฤษต่อไปต่างหาก

    วอริคคุมทัพเรือจากฝรั่งเศส  มุ่งหน้ากลับไปอังกฤษ     สงครามดอกกุหลาบ ระหว่างแลงคาสเตอร์ นำโดยพระนางมาร์กาเร็ตและวอริค   กับยอร์ค ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สี่แห่งอังกฤษ ก็ระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ก.ย. 16, 09:26 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 04 ก.ย. 16, 10:37

        สงครามดอกกุหลาบครั้งนี้ แลงคาสเตอร์นำโดยวอริค เป็นฝ่ายชนะ    พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดฝ่ายยอร์คแพ้ ต้องหนีตายออกจากอังกฤษไปเมืองฟลานเดอร์ในแคว้นเบอร์กันดี
        เมื่อแลงคาสเตอร์ชนะ  วอริคก็ยาตราทัพเข้าลอนดอน   แต่คราวนี้ไม่ตั้งตัวเป็นใหญ่อีกอย่างคราวก่อน   หากแต่กลับไปยกพระเจ้าเฮนรี่แห่งแลงคาสเตอร์กลับขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทน      การคืนกลับสู่บัลลังก์ครั้งนี้เรียกกันในประวัติศาสตร์ว่า the Readeption of Henry VI
        เรื่องมันควรจะจบ  เพราะพระราชาองค์เดิมก็กลับคืนสู่บัลลังก์ได้แล้ว   องค์ที่มาชิงราชสมบัติก็พ่ายแพ้ไปแล้ว      แต่เอาเข้าจริงก็ไม่จบ   เพราะพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดท่านก็ชาติเสือไว้ลายเหมือนบรรพบุรุษของท่าน     จึงไม่ได้หนีไปอยู่ฟลานเดอร์เฉยๆ นั่งๆนอนๆจนกว่าจะแก่ตายไปเอง     แต่รวบรวมกำลังพลจากเบอร์กันดี กลับมาชิงบัลลังก์คืนจากพระเจ้าเฮนรี่และวอริคให้จงได้  โดยมีผู้ร่วมรบเป็นขุนพลคู่พระทัยคือพระอนุชาอีกองค์หนึ่งชื่อเจ้าชายริชาร์ด     
       ส่วนพระอนุชาอีกองค์คือเจ้าชายจอร์ชนั้น แปรพักตร์ไปเป็นฝ่ายแลงคาสเตอร์เรียบร้อย เพราะเป็นลูกเขยของวอริคไปแล้ว

       ที่จำต้องเอ่ยย้ำชื่อพระอนุชาทั้งสองของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดขึ้นมา ให้เปลืองหน่วยความจำในสมองของคนอ่านกระทู้  ก็เพราะเจ้าชายริชาร์ดองค์นี้ต่อไปจะมีบทบาทสำคัญในสงครามดอกกุหลาบค่ะ   ทนจำเอาหน่อย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 05 ก.ย. 16, 10:52

       กองทัพของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมีจำนวนไม่มากนัก  แต่พระองค์ก็ฉลาดพอจะยกทัพผ่านยอร์คเชอร์ไปได้อย่างสะดวกโยธิน ในฐานะเป็นผู้นำฝ่ายยอร์ค   เพื่อรุดหน้าต่อไปยังลอนดอน     สถานการณ์พลิกกลับมาเป็นผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ   เมื่อพระอนุชา เจ้าชายจอร์ช ดยุคแห่งคลาเรนซ์ซึ่งแสดงตัวออกหน้าออกตาว่าสนับสนุนวอริคผู้เป็นพ่อตา เต็มประตูมาแต่ไหนแต่ไร   เกิดเปลี่ยนใจกลับข้างมาเป็นฝ่ายพระเชษฐา  
      เหตุผลของเจ้าชายจอร์ชพอจะมองเห็นกันได้ไม่ยาก     ก่อนหน้านี้ เจ้าชายหวังว่าพ่อตากำจัดพระเชษฐาออกไปจากบัลลังก์แล้ว  ตัวเองผู้เป็นน้องชายถัดมาก็จะได้ลอยลำขึ้นเป็นกษัตริย์อังกฤษ     ในเมื่อมีบัลลังก์ทั้งอันเป็นเดิมพัน   พี่เพ่ออะไรก็ไม่สำคัญอีกต่อไป  ของพรรค์นี้ใครดีใครได้ ก็รู้ๆกัน
       แต่ที่ไหนได้   เจ้าชายจอร์ชอกหักอย่างแรง  เมื่อวอริคชนะพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดแล้ว แต่ไม่ยักเห็นหัวเจ้าชาย  กลับไปยกพระราชาองค์เก่าที่สติสตังไม่สู้ดี อำนาจราชศักดิ์อะไรก็ไม่มี  มีแต่ยี่ห้อแลงคาสเตอร์แปะเอาไว้หน่อยนึง   ขึ้นมาครองบัลลังก์อังกฤษเฉยเลย          แม้วอริคพยายามเอาใจเจ้าชายจอร์ช  โดยสัญญาว่าเจ้าชายจะได้ขึ้นครองบัลลังก์หากว่าหมดเชื้อสายพระเจ้าเฮนรี่ทางฝ่ายแลงคาสเตอร์แล้ว    เจ้าชายก็รู้ดีว่าเป็นสัญญาลมๆแล้งๆไปงั้นเอง   เพราะพระเจ้าเฮนรี่เองก็มีรัชทายาท ที่สมัยนั้นเรียกว่าปรินซ์ออฟเวลส์   สัญญานี้ก็ไม่ต่างจากสัญญาว่าจะให้ถูกลอตเตอรี่ ทั้งๆไม่มีลอตเตอรี่อยู่ในมือ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 05 ก.ย. 16, 11:27

         ในเมื่ออยู่ต่อไปกับฝ่ายแลงคาสเตอร์ ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นมา  เจ้าชายจอร์ชก็ตัดสินใจอีกเป็นครั้งสุดท้าย ว่ากลับไปอยู่กับพี่ดีกว่า   อย่างน้อย ก็ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว   แพ้ก็เสมอตัว     เผื่อพี่ชายชนะศึก ตัวเองอาจจะได้รับอภัยโทษ ปูนบำเหน็จมีความดีความชอบขึ้นมามั่งก็ได้
     ดังนั้น ในสงครามดอกกุหลาบที่ระเบิดขึ้นอีกครั้งในคราวนี้ จึงเป็นสงครามที่ตัดสินชะตากรรมของแต่ละฝ่าย    มีชื่อว่าThe Battle of Barnet   สมรภูมิอยู่ที่ทุ่งกว้างทางเหนือของเมืองบาร์เน็ต    ทัพของฝ่ายแลงคาสเตอร์นำโดยวอริคปะทะกับฝ่ายยอร์คของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด   ส่วนทัพที่แอบไปสมทบช่วยพระราชาก็คือไพร่พลทางฝ่ายเจ้าชายจอร์ช
     รบกันครั้งนี้  ยอร์คเป็นฝ่ายกล้าแข็งขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ  แลงคาสเตอร์ที่มีกำลังพลจากเมืองหลวงกลับระส่ำระสายควบคุมกันไม่อยู่    ที่สำคัญก็คือผู้นำฝ่ายแลงคาสเตอร์ คือวอริคนั้น พลาดพลั้งถูกทหารฝ่ายยอร์คฆ่าตายในสมรภูมิ
     เมื่อสิ้นแม่ทัพฝ่ายกุหลาบแดง   ยอร์คกุหลาบขาวก็ชนะ   ยาตราทัพเข้าลอนดอน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 05 ก.ย. 16, 11:29

วาระสุดท้ายของวอริค


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 05 ก.ย. 16, 11:31

เสาหินนี้คืออนุสรณ์ สร้างขึ้นตรงที่ที่เชื่อว่าเป็นวาระสุดท้ายของวอริค ค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 05 ก.ย. 16, 12:33

     มีดราม่าย่อยๆแทรกอยู่ในสงครามดอกกุหลาบช่วงนี้     ที่จริงจะไม่อ่าน ข้ามไปก็ได้  แต่ใครชอบนิยายรักระหว่างรบ จะอ่านแก้ง่วงก็ไม่ว่ากันค่ะ
     ใครที่อ่านมาแต่ต้นคงจำได้ว่า พระเจ้าเฮนรี่แห่งแลงคาสเตอร์ผู้สติสตังไม่ค่อยดี มีพระโอรสรัชทายาทเกิดจากพระนางมาร์กาเร็ตหญิงเหล็ก   พระนางกับวอริคเป็นพันธมิตรกัน    ถึงขนาดที่ว่าวอริคยกลูกสาวคนเล็กชื่อแอนน์ ให้เป็นเจ้าสาวของเจ้าชายพระโอรสองค์นั้น เรียกไม่ให้ซ้ำคนอื่นว่าปรินซ์ออฟเวลส์ก็แล้วกัน   เลดี้แอนน์ก็เลยกลายเป็นเจ้าหญิงตามบรรดาศักดิ์สามี
     คู่ของแอนน์กับเจ้าชายปรินซ์ออฟเวลส์เป็นคู่น่าสงสาร  ไม่ได้อยู่กันเป็นปกติสุขอย่างคู่สมรสอื่นๆ    ทั้งที่อายุยังน้อยมาก  อยู่กันยังไม่ทันจะมีลูก    เจ้าชายก็ต้องออกศึกเพื่อรักษาสิทธิ์ในบัลลังก์ของตัวเองและพระบิดา
     หลังจากวอริคถูกฆ่าตายในศึกที่บาร์เน็ต   พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดฝ่ายยอร์คกลับสู่บัลลังก์   พระเจ้าเฮนรี่ฝ่ายแลงคาสเตอร์ยังถูกคุมขังที่หอคอยแห่งลอนดอน ตามที่ถูกขังมาหลายปีแล้ว     เจ้าชายหนุ่มน้อยวัย 17  ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากจะรวบรวมกองทัพขึ้นมา เพื่อต่อต้านพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด    เป็นการปกป้องสิทธิ์ในราชบัลลังก์ของเจ้าชาย   และเพื่อจะช่วยพ่อออกจากที่คุมขังเป็นโอกาสสุดท้าย
     สงครามดอกกุหลาบก็เกิดขึ้นมาอีก  ครั้งที่เท่าไหร่ไม่ได้นับ  ศึกครั้งนี้เรียกชื่อว่า  the Battle of Tewkesbury


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1284


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 05 ก.ย. 16, 19:38

ปรินซ์ออฟเวลส์คนที่ท่านอาจารย์ใหญ่ว่ามาคือเอ็ดเวิร์ดปรินซ์ออฟเวลส์ หรืออาจจะเรียกว่าเอ็ดเวิร์ดแห่งแลงคาสเตอร์ หรือเอ็ดเวิร์ดแห่งเวสมินสเตอร์ก็ได้  เอ็ดเวิร์ดเป็นอีกคนที่น่าสนใจ ถ้าใครที่ดูลิเกฝรั่งเรื่อง Game of throne คงจำเจ้าชายจอฟฟรี่ ที่ต่อมาเป็นกษัตริย์จอฟฟรีได้ดี นี่เป็นตัวละครโปรดที่หลายๆ คนคงหมั่นไส้ คิดในใจอยากให้มันตายเร็วๆ จริงๆ ตัวละครจอฟฟรีน่าจะได้รับอิทธิพลมาไม่น้อยจากชีวิตจริงของเอ็ดเวิร์ด

เอ็ดเวิร์ดเป็นเจ้าชายที่เกิดหลังจากมาร์กาเร็ตกับกษัตริย์เฮนที่ที่ 6 อภิเษกกันแล้วถึง 8 ปี แถมช่วงที่เกิด ตั้งแต่ช่วงที่คาดว่านางจะตั้งครรภ์เป็นช่วงที่เฮนรี่กำลังวิปลาสซะอีก เจ้ากรมข่าวลือทั้งหลายจึงเชื่อว่าเอ็ดเวิร์ดน่าจะเป็นลูกชู้ที่เกิดจากดยุคแห่งซอมเมอร์เซ็ต หรือไม่ก็เอิร์ลแห่งวิลเชียร์มากกว่า แต่ไม่ว่าจะลือกันขนาดไหน พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 ก็ยอมรับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดเป็นบุตรที่ชอบธรรมถูกต้องตามกฏหมาย

บันทึกจากทูตของราชสำนักมิลานที่อยู่ในราชสำนักฝรั่งเศสช่วงที่มาร์กาเร็ตกับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดลี้ภัยไปอาศัยอยู่เขียนไว้ว่า ตอนนั้นแม้เอ็ดเวิร์ดอายุเพิ่ง 13 ปีเท่านั้น เด็กชายก็ไม่พูดเรื่องอะไรเลยนอกจากการตัดหัวคน หรือก่อสงคราม ทำเหมือนตัวมีอำนาจมากมายหรือเป็นเจ้าแห่งสงครามหรือไม่ก็ครองบังลังก์แล้ว ยังมีบันทึกอื่นๆ อีกเขียนไว้ว่า เจ้าชายทุ่มเทให้กับการสงคราม มากกว่าจะเอาใจใส่เล่าเรียน มีความสุขกับการใช้หอก หาบ หรืออาวุธอื่นๆ จู่โจมเหล่าคนรับใช้รอบตัว

เอ็ดเวิร์ดของเราแต่งงานเมื่ออายุ 17 กับแอนน์ ลูกสาวของวอริควัย 14 ไม่มีบันทึกว่าชีวิตสมรสของทั้งคู่เป็นอย่างไร แต่สิ่งที่อาจจะแตกต่างระหว่างเอ็ดเวิร์ดกับจอฟฟรี่คือ เอ็ดเวิร์ดแม้จะกระหายเลือดแต่ไม่ขี้ขลาด เพราะเจ้าตัวนำทัพเข้าสู้รบเมื่ออายุ 17 ปีที่ the Battle of Tewkesbury

ไม่มีใครรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะเป็นหนุ่มน้อยผมทอง แค่คงจะไม่ได้มีหุ่นอรชรอ้อนแอ้นแต่แข็งแกร่งมีมัดกล้ามตามประสานักรบมากกว่า



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 06 ก.ย. 16, 10:27

      สงครามดอกกุหลาบครั้งนี้มีชื่อว่า  the Battle of Tewkesbury  เพราะรบกันที่เมืองทีคเบอรี่ ในกลอสเตอร์เชอร์    
      สถานการณ์ไม่สู้ดีสำหรับฝ่ายแลงคาสเตอร์แต่แรกแล้ว   ทัพของเจ้าชายหนุ่มวัย 17  ยกมาจากฝรั่งเศส พอขึ้นบกได้ก็ได้ข่าวถึงความพ่ายแพ้ของทัพวอริค  แม่ทัพเองก็เสียชีวิตในสนามรบ     พระนางมาร์กาเร็ตผู้มากับพระโอรสจึงให้เดินทัพขึ้นไปสมทบกับกำลังทางฝ่ายแลงคาสเตอร์ทางเหนือ   แทนที่จะบุกเข้ารบเดี่ยวๆ  เพราะโอกาสจะชนะพญาสิงโตอย่างพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สี่นั้นเป็นไปไม่ได้เลย
      แต่ทางฝ่ายพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด เมื่อได้ข่าวว่าข้าศึกยกมาอีกทัพ ก็ไม่ยอมให้ทางฝ่ายแลงคาสเตอร์ตั้งตัวติด   ระดมพลจากลอนดอนไปสะกัดทันที    เจอกันที่ทีคเบอรี่  สมรภูมิละเลงเลือดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
      ปะทะกันครั้งนี้ทัพเจ้าชายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ยับเยิน     ตัวเจ้าชายเองก็ถูกจับได้ในละเมาะไม้ใกล้สมรภูมิ   โดยทหารฝ่ายดยุคแห่งคลาเรนซ์    แม้ว่าเจ้าชายจะขอชีวิตไว้   ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ     เจ้าชายถูกประหารตรงนั้นเองโดยคำสั่งของคลาเรนซ์ พระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด  ผู้เคยให้สัตย์สาบานเป็นพันธมิตรฝ่ายแลงคาสเตอร์มาเมื่อปีก่อนหน้านี้เอง     


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 06 ก.ย. 16, 10:30

     อย่างไรก็ดี  เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงทราบว่าศัตรูถูกสังหารไปแล้ว  พระองค์ก็ยังมีเมตตาโปรดให้ฝังพระศพเจ้าชายไว้ที่วิหารเมืองทีคเบอรี่   ถือเป็นการให้เกียรติกันเป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่าจะเป็นปรปักษ์กันก็ตาม
     ส่วนพระนางมาร์กาเร็ตหญิงเหล็กของเรารอดตาย  กลับฝรั่งเศสไปได้   แต่ก็มีชีวิตอยู่อย่างอับเฉาเหมือนพระญาติจนๆองค์หนึ่งของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส    ไร้ความหมายไร้ความสลักสำคัญ  จนสิ้นพระชนม์เมื่ออายุแค่ 52 ปี
     หลังจากนั้นไม่กี่วัน   พระเจ้าเฮนรี่ที่หก  พระบิดาของเจ้าชายซึ่งถูกคุมขังในหอคอยแห่งลอนดอนมานานหลายปี ก็สิ้นพระชนม์   รายงานข่าวอย่างเป็นทางการแถลงว่าทรงโศกเศร้าตรอมพระทัยตายตามพระโอรส      แต่เจ้ากรมข่าวลือบอกในทางตรงข้ามว่า ถูกปลงพระชนม์โดยพระบัญชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด ให้หมดเรื่องหมดราวหมดเสี้ยนหนามทางแลงคาสเตอร์อีก
     ก็เป็นอันว่าผลจากศึกครั้งนี้  กุหลาบแดงก็ถูกกุหลาบขาวขุดรากถอนโคน   กุหลาบขาวก็ขึ้นนั่งบัลลังก์อย่างมั่นคงไปยาวนานถึง 14 ปี
     มันก็น่าจะจบสงครามดอกกุหลาบ    แต่ก็ไม่ยักจบจนได้
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1284


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 06 ก.ย. 16, 12:17

เอาภาพบริวเณที่ฝังศพของเอ็ดเวิร์ดหนุ่มในวิหารที่ทีคเบอรี่มาให้ชม คำจารึกเขียนเป็นภาษาลาติน แปลคร่าวๆ ได้ประมาณว่า "ที่ทอดร่างของเอ็ดเวิร์ด เจ้าชายแห่งเวลส์ ผู้ถูกสังหารของโหดร้ายในขณะที่ยังเยาว์วัย 4 พฤษภาคม 1471 อนิจจาแสนป่าเถื่อน แสงสว่างสุดท้ายของมารดาท่าน ความหวังสุดท้ายที่สิ้นสุด"

 อีกภาพคือบริเวณที่เชื่อว่าเฮนรี่ที่ 6 ถูกสังหารในหอคอยแห่งลอนดอน



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 07 ก.ย. 16, 09:52

    จากค.ห.ก่อนๆ เราคงจำกันได้ถึงตัวละครสำคัญคนหนึ่ง คือเจ้าชายจอร์ช ดยุคแห่งคลาเรนซ์   พระอนุชาคนรองของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด
    คลาเรนซ์เป็นคนที่ใครได้ไปเป็นพี่เป็นน้องก็คงปวดหัว  เพราะดูจากพฤติกรรมแล้ว เป็นคนที่ทำอะไรได้ทุกอย่างเพื่อสนองความมักใหญ่ใฝ่สูงของตัวเอง   คิดคดทรยศ กลับไปกลับมาไว้ใจไม่ได้เลย เดี๋ยวก็อยู่ฝ่ายแลงคาสเตอร์  เดี๋ยวก็กลับมาเป็นฝ่ายยอร์ค      แต่ในยามที่อังกฤษเผชิญสงครามแย่งชิงบัลลังก์กันอยู่ตลอดเวลา  พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็จำต้องพึ่งน้องชายคนนี้บ้างตามกาลเทศะ เอาไว้ทำศึกกับศัตรู
    จนกระทั่งพระองค์กวาดล้างศัตรูฝ่ายกุหลาบขาวได้เหี้ยนเตียนไปหมด  ขึ้นนั่งบัลลังก์ได้อย่างโล่งอกเสียที   ทีนี้ก็มาถึงปัญหาเรื่องพี่ๆน้องๆที่จะต้องสงบศึกกันเป็นการภายใน
    คลาเรนซ์เป็นไม้เบื่อไม้เมากับน้องชายคนเล็กคือเจ้าชายริชาร์ด ดยุคแห่งกลอสเตอร์      องค์เล็กนี่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่ชายคนโต แต่ไม่ถูกกับพี่ชายคนรอง   เพราะแบ่งทรัพย์สินกันไม่ลงตัว      ทรัพย์สินที่ว่านั้นคือมรดกเจ้าคุณปู่  เพราะวอริคที่ถูกฆ่าตายไปแล้วในสมรภูมิบาร์เน็ตเป็นขุนนางที่มั่งคั่งที่สุดในอังกฤษ     คลาเรนซ์อ้างสิทธิ์ในฐานะลูกเขยของวอริค ขอฮุบมรดกทั้งหมด
      ปัญหาคือเราคงจำได้ว่าวอริคมีลูกสาวคนเล็กชื่อแอนน์ ซึ่งสมรสไปกับเจ้าชายปรินซ์ออฟเวลส์ผู้ถูกสังหารไปแล้วที่การรบครั้งล่าสุดที่ทีคเบอรี่      แอนน์แม่ม่ายสาวน้อยเป็นที่ต้องตาต้องใจของเจ้าชายริชาร์ดดยุคแห่งกลอสเตอร์น้องชายของคลาเรนซ์      เมื่อกลอสเตอร์พยายามจะแต่งงานกับแอนน์ให้ได้   คลาเรนซ์ก็โกรธจนตัวสั่น หาว่าน้องชายจะมาฉกมรดกพ่อตาเอาไปกินซะหน้าด้านๆ      


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 07 ก.ย. 16, 11:18

     ไม่ว่าคลาเรนซ์ขัดขวางอย่างไรก็ตาม    กลอสเตอร์ก็แต่งงานกับแอนน์จนได้   พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดยื่นมือเข้ามาชี้ขาดกรณีพิพาทระหว่างน้องชายทั้งสองด้วยการแบ่งทรัพย์สินของวอริคให้คนละครึ่ง    ข้อนี้ทำความแค้นเคืองให้คลาเรนซ์เอามากๆที่ไม่สามารถจะรวบได้ทั้งหมด
   เหตุผลต่อมาคือเมื่ออิซาเบลภรรยาของคลาเรนซ์เสียชีวิตหลังคลอดบุตร     คลาเรนซ์ก็พยายามจะแต่งงานใหม่กับเจ้าหญิงแห่งเบอร์กันดี เพื่อจะสร้างอำนาจให้ตัวเอง โดยอาศัยฐานกำลังทางแคว้นฝ่ายภรรยา    แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเล็งเห็นเสียก่อนว่าน้องชายคนนี้ชักกำเริบขึ้นทุกที   ปล่อยเอาไว้จะเป็นภัยกับพระองค์  ก็เลยไม่ประทานพระอนุญาตให้แต่ง
     ความไม่พอใจที่คุกรุ่นต่อพี่ชายนำคลาเรนซ์ไปสู่การตัดสินใจโค่นอำนาจ  หรือเรียกง่ายๆว่ากบฏ    แต่แผนแตกเสียก่อน   พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็เลยจับน้องชายที่เป็นหอกข้างแคร่มานาน  เข้าขังเป็นนักโทษที่หอคอยแห่งลอนดอน   
     คลาเรนซ์ประสบวาระสุดท้าย  ถูกประหารอย่างเงียบๆ ด้วยคำสั่งของพี่ชาย      เจ้ากรมข่าวลือแถลงว่า การประหารนั้นไม่ได้ถุกตัดหัวหรือแขวนคออย่างนักโทษอื่นๆ   แต่ถ้าเป็นหัวข้อข่าวไทยรัฐเดลินิวส์ข่าวสดสมัยนี้ก็คงใช้คำว่า "ฆ่ายัดถัง"   
     ค่ะ   เจ้าชายถูกถ่วงน้ำในถังเหล้าไวน์  เรียกกันว่า  malmsey wine        เป็นไวน์ชนิดไหนดิฉันไม่ทราบเหมือนกัน ต้องถามคุณตั้ง   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.059 วินาที กับ 19 คำสั่ง