เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 9
  พิมพ์  
อ่าน: 13359 สงครามดอกกุหลาบ The Wars of the Roses
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 302


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 23 ส.ค. 16, 22:52


ท่านลอร์ดติดละครเจ้าบ้านเจ้าเรือนมากไปหน่อยครับ
 เจ๋ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 24 ส.ค. 16, 09:36

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 25 ส.ค. 16, 10:17

   ผลจากสงครามละเลงเลือดที่แลงคาสเตอร์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้   นางเอกของเรา พระนางมาร์กาเร็ตกับพระโอรสก็ต้องหลบหนีเอาชีวิตรอดไป   ส่วนพระเจ้าเฮนรีพระสวามีผู้เป็นราชาที่ถูกต้องของอังกฤษก็ถูกถอด  ส่งไปจำคุกที่หอคอยแห่งลอนดอน  เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ผู้นำฝ่ายยอร์คที่ชนะก็ขึ้นเป็นกษัตริย์
   ที่จริง เขาก็ขึ้นมาพักหนึ่งแล้วละค่ะ  แต่พอเสร็จศึก ทีนี้ก็ขึ้นนั่งบัลลังก์แบบเป็นทางการเต็มตัว   โดยขุนน้ำขุนนางทั้งหลายที่ไม่ค่อยจะสนับสนุนฝ่ายยอร์คมาก่อน    ตอนนี้หัวหดกันหมด     เพราะเอ็ดเวิร์ดมีขุนนางใหญ่  คุมกำลังคนเยอะ  เป็นผู้สนับสนุนออกหน้าออกตา ชื่อริขาร์ด เนวิลล์ มีตำแหน่งเป็นเอิร์ลแห่งวอริค( Richard Neville, Earl of Warwick)
   พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดแห่งราชสกุลยอร์คที่ว่านี้  ทรงพระนามตามประวัติศาสตร์อังกฤษว่า เอ็ดเวิร์ดที่ 4    ในประวัติศาสตร์บอกว่าเป็นหนุ่มสูงใหญ่ถึงหกฟุตสี่กว่าๆ   หล่อเหลา รบเก่ง  มีฝีมือแถมเจ้าชู้อีกต่างหาก  ตอนรบชนะนั้นอายุ 19 เท่านั้นเอง เป็นหนุ่มเต็มตัว
    งั้นเราก็เลื่อนตำแหน่งพระเอกขึ้นมาให้พระราชาองค์ใหม่นี้ละกัน   เพราะชีวิตพระองค์ก็สีสันเหมาะกับบทนี้เสียด้วย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 ส.ค. 16, 11:12 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 25 ส.ค. 16, 10:43

     เมื่อขึ้นครองบัลลังก์  เอ็ดเวิร์ดยังไม่ได้อภิเษกสมรส  แต่ความเป็นหนุ่มโสดไม่ได้หมายความว่าทรงอยู่เปล่าเปลี่ยวตัวคนเดียว    ตรงกันข้าม  ถ้าชอบซะอย่างก็ไม่เลือก ไม่ว่าลูกเมียใคร  สาวโสดหรือมีผัวแล้ว ไม่คำนึงทั้งนั้น     ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ต้องตาต้องใจใครเป็นพิเศษ ทรงสนุกอยู่กับชีวิตแบบขุนแผนมานานหลายปี   จนกระทั่งศรกามเทพปักอกเข้าให้อย่างจัง กับหญิงที่ไม่คู่ควรกันเลย
     หญิงคนนั้นเป็นหญิงงามมากก็จริง แต่ไม่ใช่สาวแส้      นางมีชื่อว่าเอลิซาเบธ วู้ดวิลล์   เป็นภรรยาม่ายของขุนนางเล็กๆฝ่ายแลงคาสเตอร์คนหนึ่งที่เอาชีวิตไปทิ้งเสียในสงครามดอกกุหลาบ     เหลือทิ้งไว้แต่ลูกชายสองคนให้ดูต่างหน้า   เอลิซาเบธมีเหตุจำต้องเข้าเฝ้าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็เพื่อยื่นคำร้องแทนบุตรชาย อ้างสิทธิ์ในมรดกทรัพย์สินและที่ดินของสามีที่จะตกทอดไปถึงลูก    
     เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเห็นแม่ม่ายสาวรูปโฉมสวยสุดหนึ่งไม่มีสอง   ก็ถูกพระทัยทันที   เนื้อเต้น อยากได้มาเป็นพระสนมลับคนใหม่   แต่เอลิซาเบธไม่เหมือนหญิงอื่นๆที่ทรงผ่านมาอย่างง่ายดาย     นางยืนกรานไม่ยอมท่าเดียว  ถ้าจะให้ตกลงปลงใจก็ต้องแต่งงานกันให้ถูกต้องเสียก่อน
     เมื่อมาเจอหญิงใจเพชรเข้า    พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็กลายสภาพจากเสือเป็นแมว    ยอมตกลงทำพิธีแต่งงานด้วยอย่างลับๆแต่ถูกต้องตามกฎหมาย  เป็นผลให้เอลิซาเบธ วู้ดวิลล์กลายเป็นพระราชินีแห่งอังกฤษ     ทั้งๆยุคนั้นไม่มีกษัตริย์หรือเจ้านายองค์ไหนเขาทำกัน  การอภิเษกสมรส ล้วนเป็นเหตุผลเพื่อความมั่นคงทางการเมืองและบัลลังก์ทั้งสิ้น


บันทึกการเข้า
tita
พาลี
****
ตอบ: 234


ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 25 ส.ค. 16, 15:17

ขออภัยที่เข้าห้องเรียนสายค่ะ  ลูกชิ้นปิ้งที่โรงอาหารน่ารับประทานเลยเพลินไปหน่อย


บันทึกการเข้า
tita
พาลี
****
ตอบ: 234


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 25 ส.ค. 16, 15:25

สภาพศพทหารที่มาตายในสงครามน่าสงสารมาก  ถ้าเป็นชั้นอัศวิน ท่านลอร์ด ท่านดยุค ชนะสงครามคงพลอยมีความดีความชอบ  เจริญก้าวหน้ากับเขาด้วย  แต่ชั้นผู้น้อยนี่คงเหมือนเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ  ถึงจะอยู่ฝ่ายชนะรอดชีวิตมาได้ก็คงไม่ได้ลาภยศอะไรมากมายนัก
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 25 ส.ค. 16, 16:18

สาเหตุหนึ่งของความพ่ายแพ้ของฝ่ายแลงคาสเตอร์ที่โทว์ทันก็คือ หลังจากแลงคาสเตอร์เอาชนะยอร์คเด็ดหัวดยุคแห่งยอร์คที่สมรภูมิเวคฟิลด์แล้ว ฝ่ายแลงคาสเตอร์ก็ฮึกเหิมมุ่งลงใต้เดินทัพสู่ลอนดอนกัน แต่การเดินทัพของฝ่ายแลงคาสเตอร์ไม่ได้เดินกันเปล่าๆ แต่ไปกันแบบโจร เพราะตอนที่มากาเร็ตนางเอกของเราเรียกระดมสรรพกำลังเข้าร่วมฝ่ายแลงคาสเตอร์นั้น ได้สัญญาว่าเผาเลยค่าาาาพี่น้อง อ๊ะ ไม่ใช่ ผิดเรื่องแล้ว แลบลิ้น  แต่สัญญาว่าจะอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมปล้นสะดมได้ตามความพอใจ ดังนั้นทัพแลงคาสเตอร์ที่ลงใต้สู่ลอนดอนเลยเดินทัพแบบโจร ผ่านที่ไหนก็ปล้นสะดมมาตลอดทาง จนมาถึงลอนดอน อ้างว่าจะมาปล่อยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 6

ชาวลอนดอนต่างรู้ถึงกิตติศัพท์โจรของแลงคาสเตอร์ กลัวการปล้นสะดมจนตัวสั่น จึงไม่เปิดประตูเมืองให้ทัพแลงคาสเตอร์เข้าเมืองลอนดอน ฝ่ายแลงคาสเตอร์เองเดินทัพมาไกลการส่งกำลังบำรุงไม่เพียงพอที่จะตีลอนดอนได้ แถมมาการเร็ตได้ข่าวว่าริชาร์ดแห่งยอร์ค ลูกชายคนโตของดยุคแห่งยอร์คที่เพิ่งโดนตัดหัวไปกำลังระดมพลโต้กลับ แถมได้แรงสนับสนุนจากขุนนางจำนวนไม่น้อย  กำลังเดินทัพมุ่งหน้าสู่ลอนดอนเช่นกัน ฝ่ายแลงคาสเตอร์จึงรีบยพทัพกลับขึ้นเหนือไปตั้งมั่นที่เมืองยอร์คอีกครั้ง จนสุดท้ายทั้งสองฝ่ายไปรบกันที่โทว์ทันจนกลายเป็นสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดบนผืนแผ่นดินเกาะอังกฤษ


ในการรบอันนองเลือดนั้น อีกสาเหตุของความพ่ายแพ้คือตอนที่รบกันเป็นวันที่อากาศหนาวเหน็บมีพายุหิมะลมรุนแรง  ฝ่ายยอร์คตั้งกองธนูในตำแหน่งที่ดีกว่าคือต้นลม ทำให้ธนูของฝ่ายยอร์คไปถึงฝ่ายแลงคาสเตอร์ แต่ธนูแลงคาสเตอร์สวนลมไปไม่ถึงฝ่ายยอร์ค แลงคาสเตอร์เลยเอวังด้วยประการฉะนี้


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
Naris
พาลี
****
ตอบ: 303


ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 26 ส.ค. 16, 13:53


ที่มา : http://www.towton.org.uk
เจอภาพนี้เข้าครับ ดูจากภาพแล้ว ฝ่ายแลงคาสเตอร์ น่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะอยู่บนที่สูง แม้จะเสียเปรียบเรื่องทิศทางลม แต่การยิงลงจากที่สูงก็น่าจะมีผลมากกว่า แต่ที่ฝ่ายแลงคาสเตอร์ตัดสินใจลงไปเผชิญหน้า คงเพราะเห็นว่าฝ่ายตนมีจำนวนมากกว่านั่นเอง ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น เพราะแม้เสียเปรียบเรื่องระยะลูกธนู แต่ก็ยังคงรับอยู่ได้ตั้งครึ่งค่อนวัน ความพ่ายแพ้ที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายยอร์คได้กำลังหนุนมาช่วย

แก้ไขครับ ความสูงสองฝ่ายพอกัน แต่ฝ่ายยอร์คได้เปรียบเรื่องทางลมครับ
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 303


ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 26 ส.ค. 16, 14:08


ที่มา : http://meanderingthroughtime.weebly.com
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 10:40

       การอภิเษกสมรสครั้งนี้ถ้าดูจากสายตาคนโลกสวยในปัจจุบัน ก็ถือว่าเป็นเทพนิยายรักโรแมนติคแห่งยุคกลาง  ราวกับถอดซินเดอเรลลาออกมายังไงยังงั้น    แต่ในสายตาคนร่วมสมัยโดยเฉพาะขุนพลคู่บัลลังก์อย่างเอิร์ลแห่งวอริค  มันคือความวิบัติฉ.ห. กระเทือนความมั่นคงของราชอาณาจักรไม่มีอะไรเท่า
       ท่านเอิร์ลกำลังขะมักเขม้นแสวงหาพันธมิตรให้อังกฤษ ด้วยการเล็งไปที่พระธิดาองค์ใดองค์หนึ่งของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 กษัตริย์ฝรั่งเศส   ว่าถ้าได้มาเป็นทองแผ่นเดียวกันกับอังกฤษ  ราชบัลลังก์จะมั่นคง ไม่มีสงครามกระทบกระแทกกันให้บอบช้ำอย่างที่เป็นมาในอดีต  
        อยู่ๆทุกอย่างก็พังโครมถล่มทลายลงมา   เมื่อพบว่าพระราชาหนุ่มแอบไปสมรสลับๆแต่ถูกต้องตามกฎหมาย กับแม่ม่ายไร้สกุล ไร้อำนาจ ไร้ทุกอย่างยกเว้นความสวย  
       วอริคก็หนวดกระดิก ตัวสั่นด้วยความโกรธ    หมดความเชื่อถือ หมดน้ำใจไมตรีกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดนับแต่นั้น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 11:07

    เป็นเวลา 3 ปี ที่วอริคนั่งนอนก่ายหน้าผากอยู่      ตรงกันข้ามกับอาการกระดี๊กระด๊าของคนกลุ่มใหม่ที่ออร่าเจิดจ้าขึ้นมาในราชสำนัก   พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดรักพระมเหสีมาก  จึงเอาใจพระนางด้วยการปูนบำเหน็จเครือญาติทางฝ่ายพระนางให้ได้ดิบได้ดีไปตามๆกัน
   น้องสาวหลายคนของพระนางเอลิซาเบธต่างก็ได้แต่งงานไปกับขุนนางสูงศักดิ์ ระดับท่านดยุคท่านเอิร์ลกันเป็นแถว  กลายเป็นดัชเชสเป็นเคานเตส  เรียกว่าเกินฐานะทางฝ่ายนางๆเหล่านี้มาก    ถ้าไม่มีพี่สาวคนโต พวกนี้มีสามีได้อย่างมากก็คหบดีชนบทระดับ"เซอร์" เท่านั้นเอง
   ส้มยังหล่นทับพ่อของเอลิซาเบธ  บารอนริเวอส์  ซึ่งแต่เดิมก็เป็นขุนนางเล็กๆ ชั้นบารอนซึ่งเป็นชั้นต่ำสุดของขุนนางสืบตระกูล  เขาเป็นฝ่ายจงรักภักดีต่อแลงคาสเตอร์อย่างมากมาก่อน   แต่ริเวอส์ก็เต็มอกเต็มใจจะย้ายข้างมาสวามิภักดิ์ต่อลูกเขยฝ่ายยอร์ค
   พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงแต่งตั้งพ่อตาเป็นเสนาบดีคลัง ถ้าเป็นไทยสมัยอยุธยาคือเจ้าพระยาโกษาธิบดี  สมัยรัตนโกสินทร์คือเจ้าพระยาพระคลัง    คิดดูก็แล้วกันว่าใหญ่ขนาดไหน  เป็นได้แป๊บเดียวก็เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็นเอิร์ล    ข้ามหัวใครต่อใครไปอย่างลอยลำ     ลูกชายเขาชื่อจอห์นก็พลอยใหญ่โตมีหน้ามีตาตามพ่อ
   เรียกได้ว่าสามปีหลังพระราชามีพระราชินีเอลิซาเบธ  พวกวู้ดวิลล์มีอำนาจมากที่สุดในราชสำนัก  เบียดขุนนางเก่าๆที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนให้ถอยกรูดตกเวทีไปตามๆกัน
   ในเมื่ออำนาจเป็นของหวาน ใครๆก็อยากกิน   ขุนนางทั้งหลายที่อดอยาก ก็พากันเขม่นจนถึงขั้นจงเกลียดจงชัง  พร้อมจะชิงอำนาจกลับคืน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 11:09

Richard Woodville, 1st Earl Rivers


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 13:15

      รอยแตกระหว่างวอริคกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในรอบ 3 ปีนับแต่พวกวู้ดวิลล์ขึ้นสู่อำนาจ
      วอริคตกกระป๋องนี่ก็ข้อหนึ่ง  ข้อสอง วอริคอยากยกอิซาเบล ลูกสาวคนโตให้สมรสกับพระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด คือเจ้าชายจอร์ช ดยุคแห่งคลาเรนซ์ แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดไม่พระราชทานพระราชานุญาต  ทรงอ้างเอาดื้อๆว่าจะสงวนพระอนุชาไว้สำหรับสมรสกับเจ้าหญิงต่างแดนเพื่อความมั่นคงของอังกฤษ(ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ไม่ยักทำ)  ข้อสาม อำนาจของลอร์ดริเวอส์พ่อตาพระราชาก็นับวันยิ่งแผ่กว้าง   ถึงขนาดที่ว่าหักล้างอำนาจของวอริคได้
      ข้อสามนี้มีหลักฐานชัดๆคือ วอริคพยายามจะดำเนินสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสต่อไป เพื่อความมั่นคงของอังกฤษ  แต่ลอร์ดริเวอส์กลับไปผูกมิตรกับแคว้นเบอร์กันดี  จนเกลี้ยกล่อมให้ลูกเขยเซ็นสัญญาพันธมิตรกับเบอร์กันดีได้สำเร็จ  เป็นผลให้วอริคหน้าแตกยับเยิน
      วันหนึ่ง วอริคก็สุดจะอดทนอีกต่อไป  บัดนี้เขาได้ขุนนางส่วนหนึ่งเป็นพวก   และที่สำคัญได้เจ้าชายจอร์ชดยุคแห่งคลาเรนซ์มาเป็นลูกเขย  เขาเปลี่ยนข้างไปเป็นแลงคาสเตอร์อย่างเงียบๆ ด้วยการลอบติดต่อกับพระนางมาร์กาเร็ตที่บัดนี้ลี้ภัยอยู่ต่างแดน  เพื่อจะหาทางให้พระเจ้าเฮนรี่กษัตริย์องค์เดิมกลับมานั่งบัลลังก์อีกครั้ง   


บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 29 ส.ค. 16, 13:59

ท่านลอร์ดประกอบเทพอาจจะติดนิยายนิมิตมารนะคะ มีผีสองตนเกาะไหล่อยู่

ขอบคุณสำหรับคำตอบเรื่องชุดเกราะค่ะ ว่าแต่ สงครามดอกกุหลาบนี่ซับซ้อนจริงๆ แย่งกันไปแย่งกันมา
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 02 ก.ย. 16, 10:37

   ในเมื่อวอริคแปรพักตร์จากเจ้านายตัวเอง  กลายเป็นฝ่ายแลงคาสเตอร์   ก็ไม่ลืมที่จะแก้แค้นคู่แข่งให้สาแก่ใจ     คฤหาสน์ของเอิร์ลริเวอส์ ถูกผู้คนของเขาบุกเข้าโจมตีปล้นสะดมเป็นอันดับแรก    หลังจากนั้น กบฏในประเทศก็ลุกฮือขึ้นทางเหนือของอังกฤษ    แต่ว่าวอริคไม่ได้นำทัพเอง  เขาตั้งนอมินีขึ้นมาคนหนึ่ง ใช้ชื่อว่ารอบินแห่งรี้ดสเดล   นำทัพพวกกบฏเข้าสู้กับทัพหลวงของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด
   ครั้งแรกกบฏแพ้  แต่ในเมื่อแบ๊คดีซะอย่าง   พวกนี้ก็รวบรวมไพร่พลขึ้นฮึดสู้อีกหน    ปะทะกับทัพหลวงที่ยกมาปราบอีกโดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเอง   สงครามดอกกุหลาบก็รบกันนองเลือดอีกครั้ง ที่ทุ่งเอดจ์โค้ต   เรียกชื่อสงครามครั้งนี้ ว่า Battle of Edgecote Moor
    การรบครั้งนี้  ฝ่ายแลงคาสเตอร์หรือฝ่ายกบฏเป็นผู้ชนะ  ฝ่ายยอร์คแพ้    พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดหนี แต่หนีไม่พ้น  ถูกจับตัวได้แล้วนำไปเป็นเชลยที่ปราสาทวอริค      ส่วนเอิร์ลริเวอส์และจอห์นลูกชายคนที่สองถูกฝ่ายกบฏจับได้เช่นกัน แล้วประหารทันทีโดยไม่มีการไต่สวนความผิด  แม่ทัพทางฝ่ายพระราชาก็เช่นกัน ถูกประหารเรียบร้อยโรงเรียนแลงคาสเตอร์  ทั้งหมดนี้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดได้แต่มองเห็นด้วยความขมขื่นพระทัย   เพราะไม่อาจช่วยอะไรได้เลยสักคน   


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.049 วินาที กับ 19 คำสั่ง