เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9]
  พิมพ์  
อ่าน: 13284 สงครามดอกกุหลาบ The Wars of the Roses
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 10 ก.ย. 16, 17:38

    เรื่องนี้ถ้าเป็นละครทีวี  คนดูคงนั่งรอกันแทบหลับ   กว่าพระเอกจะโผล่มาตอนจบ
    พระนางเอลิซาเบธเป็นผู้หญิงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ    ก็คงใช้ประสบการณ์สร้างสมความเชี่ยวชาญทางการเมืองติดตัวเอาไว้ไม่น้อย   พระนางได้ผูกมิตรกับสตรีบรรดาศักดิ์คนหนึ่งชื่อว่าเลดี้มาร์กาเร็ต โบเฟิร์ด   ที่เป็นมิตรกันไม่ใช่ว่ารักชอบอัธยาศัยกันเป็นพิเศษ  แต่เป็นเพราะเลดี้คนนี้มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อเฮนรี่ ทูเดอร์ ( Henry Tudor) หนุ่มคนนี้สืบสายเลือดมาจากราชสกุลแลงคาสเตอร์  แม้ว่าเป็นสายเลือดห่างๆแต่ก็พอจะอนุโลมได้ว่าใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะหาได้ในอังกฤษ    เนื่องจากสายเลือดแลงคาสเตอร์ที่ใกล้ชิดราชบัลลังก์มากกว่านี้ล้มหายตายจากกันไปหมดสิ้นแล้ว ในสงครามดอกกุหลาบที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ
   สตรีทั้งสองได้ตกลงผูกข้อมือ(ตามสำนวนไทย)เอาไว้ ระหว่างเฮนรี่กับเจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งยอร์ค  ทั้งนี้เพื่อจะหากำลังสนับสนุนทั้งทางฝ่ายยอร์คและฝ่ายแลงคาสเตอร์ที่เหลืออยู่ในราชอาณาจักร    แต่ฝ่ายชายเองก็หาได้อยู่สบายๆในอังกฤษไม่  เขาต้องลี้ภัยไปอยู่ที่บริตตานี่ แต่ก็อาศัยทุนให้ยืมจากพระเจ้าแผ่นดินบริตตานี ยกทัพมาอังกฤษ โดยสมคบกับดยุคแห่งบัคกิ้งแฮมก่อกบฎต่อพระเจ้าริชาร์ด อย่างที่เล่ามาแล้วในค.ห.ก่อน
   แผนกบฏล้มเหลว   บัคกิ้งแฮมพ่ายแพ้ถูกประหารไปก่อน    เฮนรี่ต้องหนีเอาตัวรอดไปฝรั่งเศส


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 11 ก.ย. 16, 10:00

  อย่างไรก็ตาม เฮนรี่ไม่ยอมแพ้   เมื่อหนีไปอยู่ฝรั่งเศสเขาก็เกลี้ยกล่อมพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสให้สนับสนุนเงินทองและกองทัพ  ยกมาชิงบัลลังก์อังกฤษจนได้ อีกครั้งหนึ่ง
   เฮนรี่เป็นคนฉลาดในการใช้สิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์    ในยุคกลาง เชื้อสายชาติกำเนิดสำคัญที่สุดในการเรียกความศรัทธานับถือจากชาวบ้านราษฎรทั้งหลาย      เมื่อต้องการกำลังพลจากที่ไหน เขาก็อ้างเชื้อสายตัวเองว่าสืบมาจากผู้นำหรือวีรบุรุษของถิ่นนั้น เช่นไปที่เวลส์ก็บอกว่าตัวเองสืบเชื้อสายมาจากอดีตพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ของเวลส์       ก็ได้ผลดี คือชาวบ้านไม่คิดจะต่อต้าน  กองทัพของเฮนรี่ก็ผ่านได้ลอยลำ เผลอๆจะได้ชาวบ้านมาสมทบด้วยเสียอีก
   เฮนรี่ฉลาดพอจะอ้างตัวเองเป็นเชื้อสายแลงคาสเตอร์ที่เหลืออยู่คนเดียวในอังกฤษ  เพื่อเรียกความจงรักภักดีจากขุนนางฝ่ายกุหลาบแดงทั้งหลายที่ยังเหลืออยู่พอสมควร  เพียงแต่ขาดผู้นำ     ทั้งๆที่การอ้างของเขา   ดูจากสมัยนี้มันก็ไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่  คืออ้างจากทางแม่  ไม่ใช่ทางพ่อ      เขาอ้างว่าแม่ของเขาเป็นเหลนของเสด็จทวดจอห์นแห่งก๊อนท์ ดยุคแห่งแลงคาสเตอร์   ชื่อนี้ถ้าใครจำไม่ได้โปรดย้อนกลับไปอ่านกระทู้ต้นๆนะคะ
   ดยุคแห่งแลงคาสเตอร์ผู้เป็นต้นตระกูลกุหลาบแดงผู้นี้ สมรส 3 หน   ทั้งๆมีเมียอยู่แล้วก็ไปได้เมียลับๆชื่อแคทเธอรีน (ซึ่งเป็นนิยายนางเอกเรื่อง"แคทเธอรีน" ที่ "สุคนธรส" แปลเป็นไทยแล้ว)  มีลูกออกมาหลายคน    แน่นอนว่าลูกเหล่านี้เป็นลูกนอกสมรส   แต่ว่าในบั้นปลายท่านดยุคสมรสกับแคทเธอรีนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ยังผลให้เธอกลายเป็นภรรยาตามกฎหมาย ไม่ใช่เมียเก็บอย่างเมื่อก่อน   และลูกที่มีกันก่อนหน้านี้ รัฐสภาก็ออกกฎหมายย้อนหลังให้มีผลเป็นลูกตามกฎหมายกันหมด     หนึ่งในจำนวนนี้ละค่ะเป็นบรรพบุรุษของแม่ของเฮนรี่  


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 11 ก.ย. 16, 10:32

    เวลานั้นพระเจ้าริชาร์ดครองราชย์ได้ 2 ปี   เป็น 2 ปีที่พระองค์กำจัดถากถางเสี้ยนหนามไปได้หมด   รวมทั้งหอกข้างแคร่ล่าสุดคือบัคกิ้งแฮม     ราษฎรไม่ชอบพระราชาองค์นี้เลย แต่ยังสงบอยู่เพราะหาใครมาต่อต้านไม่ได้    เฮนรี่จึงมองออกว่า ถ้าจะชิงบัลลังก์ให้ได้ก็ต้องจบชีวิตพระเจ้าริชาร์ดให้ได้โดยเร็วที่สุด    จะเป็นอันหมดปัญหา ไม่ต้องกลัวเสี้ยนหนามอื่น  นอกจากนี้  พระเจ้าริชาร์ดยังกุมอำนาจไว้ได้เบ็ดเสร็จ  พระองค์ไม่ต้องทำอะไร แค่รักษาชีวิตไว้ให้รอดอยู่บนบัลลังก์ก็ชนะแล้ว
    เขาก็เลยตัดสินใจทำศึกแบบแตกหัก เรียกว่าใครดีใครอยู่  ศึกครั้งนี้มีชื่อว่า the   Battle of Bosworth Field  รบกันที่ทุ่งบอสเวิร์ธในมณฑลเลสเตอร์เชอร์   ศึกครั้งนี้เป็นศึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของอังกฤษ เพราะเป็นศึกที่จบสงครามดอกกุหลาบลงโดยสิ้นเชิง
    พูดไปๆ  เรื่องนี้ก็เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตนะคะ    กองกำลังทางฝ่ายเฮนรี่มีน้อยกว่าทัพหลวง  มีคนประมาณ 5000 คน  น่าจะเสียเปรียบตั้งแต่ต้นมือแล้ว   แต่ของพรรค์นี้มันบ่แน่ดอกนาย   ทัพหลวงที่ยกมาเกิดแปรพักตร์    ขุนนางบางส่วนยกไพร่พลมาแล้ว เกิดลังเลว่าเราจะสู้เพื่อพระราชาต่อไปหาอะไร  เราก็ไม่ได้ชอบพระองค์เลยสักนิด พระองค์เองจะปูนบำเหน็จคุ้มไหมก็ไม่รู้    สู้เอากำลังไปช่วยฝ่ายโน้น หรือเฉยๆซะก่อน ดูว่าฝ่ายไหนเพลี่ยงพล้ำค่อยร่วมกับฝ่ายชนะ เอาชิ้นปลามันมากินมิดีกว่าหรือ  
    พอคิดอย่างนี้   ขุนนางพวกนี้ก็เลยถอยทัพกลับ ไม่ร่วมรบด้วยซะดื้อๆ   เหลือแต่ทัพขุนนางมือซ้ายมือขวาของพระเจ้าริชาร์ดเข้ารบกับฝ่ายเฮนรี่   พวกนี้ใจฝ่อที่พรรคพวกแตกแยกออกไปอยู่แล้ว    ก็เริ่มระส่ำระสายเมื่อเจอแม่ทัพฝ่ายเฮนรี่ที่มือเหนือกว่า   ทหารบางส่วนแตกระจัดกระจายหนีเอาตัวรอดไปดื้อๆ    ส่วนขุนนางฝ่ายแปรพักตร์เห็นท่าว่าฝ่ายพระราชาเห็นทีจะไม่ไหว   ก็ระดมพลฝ่ายตัวเองพุ่งเข้าสนามรบเข้าช่วยฝ่ายเฮนรี่    อัศวินทั้งหลายช่วยกันล้อมกรอบพระเจ้าริชาร์ด  กลุ้มรุมสังหารพระองค์ดับสนิทอยู่ในสนามรบนั่นเอง
    สงครามดอกกุหลาบก็จบลงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนับแต่ครั้งนั้น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 11 ก.ย. 16, 10:34

อีกรูปหนึ่งค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 11 ก.ย. 16, 10:38

วาระสุดท้ายของพระเจ้าริชาร์ด  วาดโดยจิตรกรยุคปัจจุบัน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 11 ก.ย. 16, 16:23

       ว่ากันว่า คำพูดสุดท้ายของพระเจ้าริชาร์ดก่อนพบจุดจบด้วยน้ำมือข้าศึก คือทรงตะโกนว่า "ทรยศ"    คำนี้น่าจะหมายถึงขุนนางฝ่ายแปรพักตร์  หนึ่งในจำนวนนั้นคือเซอร์วิลเลียม สแตนลีย์ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น เป็นสามีของมาร์กาเร็ต โบเฟิร์ด แม่ของเฮนรี่ หรืออีกนัยหนึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเฮนรี่  ทูเดอร์นั่นเอง
       สแตนลีย์แสดงตัวเป็นฝ่ายยอร์คมาตลอด  เป็นหนึ่งในข้าราชบริพารที่พระเจ้าริชาร์ดไว้ใจให้เป็นหนึ่งในขุนพลฝ่ายพระองค์ ยกทัพออกไปปราบกบฎในครั้งนี้   ในเมื่อสแตนลีย์เป็นเพียงพ่อเลี้ยง ไม่ใช่พ่อแท้   ก็เป็นไปได้ว่าเขาจะจงรักภักดีต่อเจ้านายมากกว่าลูกเลี้ยง   แต่พอถึงสนามรบเข้าจริง สแตนลีย์ดันรวนเร ถอยพลของตัวเองออกไปไม่เข้ารบเสียเฉยๆ   พระเจ้าริชาร์ดก็ไม่มีทางอื่นนอกจากตะลุยเข้าไปกลางสมรภูมิ เพื่อจะเด็ดชีพเฮนรี่เสียให้เร็วที่สุด   จบศึกคราวนี้ลงได้เสียที
       รูปการณ์กลายเป็นว่า   พระเจ้าริชาร์ดเลยถลำเข้าไปท่ามกลางวงล้อมของศัตรู    เป็นเสือในฝูงสิงห์ที่โจนเข้ามาทุกทิศทุกทาง   แต่ประวัติศาสตร์ก็ยอมรับว่าพระองค์สู้อย่างนักรบผู้กล้า  เด็ดชีพขุนศึกฝ่ายเฮนรี่ไปได้สองหรือสามคนด้วยมือพระองค์เอง ก่อนม้าจะถลำลงไปในหล่ม  ไปไหนไม่ได้ พระองค์ก็เลยถูกจ้วงฟันด้วยฝีมือข้าศึก บาดแผลผ่าลึกเข้าไปถึงกระโหลก จากนั้นก็ถูกกลุ้มรุมฟันอย่างไม่นับ  บาดแผลที่ค้นพบจากโครงกระดูกในระยะหลังมีถึง 11 แผล   เฉพาะกระโหลกศีรษะมีถึง 8    ก็คงจะสิ้นพระชนม์ลงไปทันที  ไม่ทันเจ็บปวดทรมานยาวนาน
      พระศพของริชาร์ดถูกถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่ร่างเปล่าๆ   ผูกติดหลังม้าแห่ไปให้ฝายชนะดู  เป็นการประจาน   แต่ก็ยังดี พระเจ้าเฮนรี่ก็ฝังพระศพให้เรียบร้อยในโบสถ์ของมณฑลนั้นเอง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 11 ก.ย. 16, 18:24

      เมื่อแม่ทัพใหญ่สิ้นชีวิตในการรบ   ก็ถือว่าทัพฝ่ายนั้นพ่ายแพ้ไปอย่างเด็ดขาด    เฮนรี่ผู้ชนะก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ของอังกฤษ   ทรงยุติสงครามดอกกุหลาบที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปีด้วยการเสกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งยอร์ค   พระธิดาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4   เพื่อรวมแลงคาสเตอร์ทางฝ่ายเจ้าบ่าวและยอร์คทางฝ่ายเจ้าสาวเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน     
      ตราของราชวงศ์ใหม่คือราชวงศ์ทูเดอร์   จึงมีรูปกุหลาบขาวซ้อนอยู่บนกุหลาบแดง    หมายถึงการรวมกันระหว่างสองราชสกุล ไม่แตกแยกกันอีกต่อไป  มีเฮนรี่ ทูเดอร์ขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่าพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7  ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ทูเดอร์

      หมายเหตุ คำว่า Tudor นี้   นักแปลออกเสียงว่า ทิวดอร์ บ้าง ทิวเดอร์บ้าง ทูดอร์บ้าง ทูเดอร์บ้าง     เจ้าของกระทู้นี้ไปถามเว็บออกเสียง ก็ออกเสียงกันไปคนละแบบ  อังกฤษอย่าง อเมริกันอย่าง   แม้แต่อังกฤษด้วยกันก็ออกเสียงไม่เหมือนกัน
      แต่เสียงส่วนใหญ่ออกเสียงว่า ทูเดอร์   ก็เลยขอทูเดอร์ตามนั้นค่ะ

       ขอจบกระทู้แต่เพียงนี้

     
 


บันทึกการเข้า
tita
พาลี
****
ตอบ: 234


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 12 ก.ย. 16, 11:21

นั่งฟังเลคเชอร์อย่างเพลิดเพลิน  จนจบคลาสอย่างไม่รู้ตัว

ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่กรุณาสละเวลาเรียบเรียงข้อมูล  บรรยายทั้งครอบคลุมข้อมูลสำคัญ  และสนุกสนานชวนติดตาม

ถ้าอ่านเองคงเข้ารกเข้าพงสับสนชีวิตไปแล้ว  เพราะไม่รู้เลยว่าในสงครามครั้งนี้ยังมีศึกสำคัญซ้อนอยู่มากมาย  ผลัดกันแพ้ชนะหลายชั่วคน

ส่วนใหญ่แล้วประวัติศาสตร์อังกฤษเราจะคุ้นเคยตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ทูเดอร์ลงมา  อาจเป็นเพราะมีเรื่องราวดราม่ามากมายในสมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 พระนางแมรี่ ที่ 1 พระนางอลิซาเบธที่ 1 ลงมาจนราชวงศ์ต่อๆ มา  ในขณะที่ข้อมูลเรื่องราวของราชวงศ์ในยุคกลางอย่าง plantagenet ค่อนข้างกระจัดกระจายปะติดปะต่อข้อมูลลำบาก   ได้กรอบใหญ่จากกระทู้นี้ช่วยทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงนี้มากขึ้น  การค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมก็จะสะดวกและเข้าใจง่ายขึ้น

ขอบพระคุณมากนะคะ



บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 301


ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 12 ก.ย. 16, 11:35

ผมก็ยังอยู่นะครับ
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 458


ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 12 ก.ย. 16, 12:35

ผมก็ยังอยู่ครับ
มึนๆกับ เอ็ดเวิร์ด  ริชาร์ด  เฮนรี่  จนหลุดออกจากเรือนไม่รู้ตัว
บันทึกการเข้า
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 30


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 12 ก.ย. 16, 14:42

มารายงานตัวครับ สงครามกุหลาบผมได้ยินครั้งแรกไม่ได้มาจากประวัติการสู้รบตามกระทู้นี้
แต่ได้ยินจากการแข่งฟุตบอลพรีเมียร์ของอังกฤษ แน่นอนคู่รักคู่แค้นคือ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ทีมลิเวอร์พูล
ที่คนไทยรู้จักในนาม ศึกแดงเดือด 
  แต่ยังมีอีกคู่เรียกว่าสงครามดอกกุหลาบ คือทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด(แคว้นเชสเชียร์ โลโก้เก่าจะมีกุหลาบแดงอยู่ด้วย) กับ ทีมลีดส์ ยูไนเต็ด
แคว้นยอร์คเชียร์ โลโก้จะมีกุหลาบขาว) สองทีมนี้เป็นทีมคู่รักคู่แค้นกันมาเหมือนกัน  แต่ปัจจุบัน ลีดส์ตกไปอยู่ในลีกรองแล้ว เลยไม่ค่อยเจอกันอีก
บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 13 ก.ย. 16, 09:50

มาตามอ่านจนจบค่ะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
หน้า: 1 ... 7 8 [9]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง