เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 21735 เรื่องของไวน์กับงานสังคม
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 07 ก.ย. 16, 19:35

ที่ได้เล่ามาทั้งหมด เป็นเรื่องของไวน์ที่เข้ามามีส่วนร่วมอยู่ในงานทางสังคม  แต่ที่จะว่าต่อไปนี้เป็นเรื่องของกิจกรรมของคนที่นิยมเมรัยไวน์เช่นเดียวกันกับนักเล่น(นักสะสม)ของเก่า

ก็มีคำที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Chateau, Weingut, Estate และ Heurige    คำทั้ง 4 นี้หมายถึงผู้ปลูก ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายไวน์ที่มีไร่องุ่น มีโรงหมัก มีโรงบ่ม และมีสถานที่จำหน่ายเป็นของตนเอง   

และก็มีคำว่า Cellar และ Tavern  ซึ่งคำทั้ง 2 นี้หมายถึงสถานที่บ่มหรือเก็บไวน์ (ที่อยู่ในขวดแล้ว)

แล้วก็คำว่า Enoteca และ Vinothek (Vinotheque) ซึ่งหมายถึงสถานที่ลองชิม ลองดื่ม และเพื่อซื้อยกลังในพื้นที่แหล่งผลิต 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 07 ก.ย. 16, 19:48

กิจกรรมที่ไปเกี่ยวกับชื่อเหล่านี้ มักจะเป็นกิจกรรมในช่วงวันหยุด ในช่วงเวลาช่วงบ่ายๆ และในบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ   หลายแห่งเปิดเป็นร้านอาหารแบบง่ายๆ  หลายแห่งเปิดเป็นร้านอาหารแบบภัตตาคาร  หลายแห่งเปิดในลักษณะร้านกินเหล้า และหลายๆแหล่งก็มีที่พักแบบง่ายๆ (ไม่กี่ห้อง)ให้บริการด้วย   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 07 ก.ย. 16, 20:22

คำว่า Chateau ใช้ในฝรั่งเศส   คำว่า Weingut ใช้ในพื้นที่ๆใช้ภาษาเยอรมัน    คำว่า Estate ใช้ในพื้นที่ๆใช้ภาษาอังกฤษ   ส่วนคำว่า Heurige ใช้ในออสเตรียพื้นที่ด้านตะวันออก

คำว่า Travern และ Cellar นั้น  สองคำนี้ส่วนมากจะพบอยู่ในเมืองและเป็นชื่อของร้านอาหารดังๆ   ส่วนในพื้นที่นอกเมืองนั้น จะพบอยู่ตามเนินในพื้นที่เกษตรกรรมต่างๆ มีถนนเข้าถึง มีประตูปิด   หรือไม่ก็ตามสำนักสงฆ์หรือปราสาทต่างๆ 

Enoteca เป็นคำอิตาลี  Vinothek เป็นภาษาเยอรมัน พบอยู่ในหมู่บ้านที่ผลิตไวน์ต่างๆ และในถนนคนเดินใจกลางเมืองในยุโรป
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 364


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 08 ก.ย. 16, 08:16

ยังติดตามชิม เอ๊ะ ตามอ่านอยู่นะครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 09 ก.ย. 16, 18:55

ขอบคุณครับ

จะขอเว้นไปอีกวันนึงครับ เป็นไข้หวัดครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 10 ก.ย. 16, 19:21

ผมไม่เคยสัมผัสกับ Chateau เลย เคยแต่ผ่านเข้าไปในพื้นที่ตอนเหนือของฝรั่งเศสที่ชื่อ Alsace เท่านั้น แล้วก็ถัดไปเข้าดงไวน์ตามแม่น้ำไรน์ที่ใช้ภาษาเยอรมัน    ส่วนที่เรียกกันว่า Estate นั้น เคยอยู่สองครั้งในประเทศออสเตรเลีย  และสำหรับที่เรียกกันว่า Weingut และ Heurige นั้น ค่อนข้างจะหลายครั้งมาก ทั้งในออสเตรียและเยอรมัน

พอจะเก็บภาพมาเล่าเป็นภาพโดยสังเขปในองค์รวมได้ดังนี้

ผู้ที่นิยมเดินทางออกนอกเมืองในวันหยุดนั้น ทางเลือกที่นิยมกันเรื่องหนึ่งก็คือ ไปสัมผัสและพักผ่อนในพื้นที่ๆเป็นธรรมชาติ ซึ่งพื้นที่ร่องเขากว้างๆที่มีแม่น้ำไหลผ่านและมีชุมชนเมืองเล็กตั้งอยู่เป็นหย่อมๆนั้น จะเป็นพื้นที่ๆสวยงามเอามากๆ  และก็มีไร่องุ่นปลูกอยู่เป็นย่านๆไป 
   [เป็นร่องเขาที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง มีลักษณะเป็นรูปอักษรตัว U   เรียกกันว่า U-shape valley   ซึ่งผืนดินในพื้นที่ตามร่องเขาเหล่านี้ มักจะประกอบไปด้วยตะกอนหยาบเป็นส่วนมาก ได้มาจากการกระแทก ทุบ บดย่อยลงมา มิใช่มาจากการผุพังตามกระบวนการทางเคมี ทำให้ดินโปร่ง เมื่อน้ำไหลผ่านถ่ายเทดี แดดดี มีความชื้นในอากาศพอเพียง ก็ยังผลให้เป็นผืนดินที่เหมาะสมกับการปลูกองุ่น]
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 12 ก.ย. 16, 19:23

ในแผ่นดินยุโรปนั้น มีผู้คนกลุ่มเล็กลุ่มน้อยหลายชาติพันธุ์ หลายภาษา หลายวัฒนธรรม ...ฯลฯ    ทำให้ในอดีตจึงมีลักษณะการปกครองแบบนครรัฐทั้งในแบบเป็นเมืองอิสระ เป็นเมืองทางศักดินา เป็นเมืองขึ้นหรือภายใต้บังคับ...ฯลฯ  ซึ่งทั้งหมดถูกผูกเข้าด้วยกันและอยู่ในอิทธิพลทางศาสนา กลายเป็นพื้นที่ของศาสนจักร      แน่นอนว่า เมื่อมีสภาพเป็นเช่นนี้ ก็จึงทำให้มีวัด มีสำนักสงฆ์ มีปราสาท และมีป้อมค่าย กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมด   ก็แน่นอนอีกด้วยว่า ตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะต้องอยู่ในพื้นที่สูงข่ม จุดที่สามารถควบคุมเส้นทางการคมนาคม จุดที่ผืนดินมีความสมบูรณ์ ทำเกษตรกรรมได้ ...ฯลฯ   

จากภาพที่เล่ามานี้ ก็คงจะทำให้พอจินตนาการต่อไปได้นะครับว่า ด้วยเหตุใด ในพื้นที่ของแหล่งปลูกองุ่นและแหล่งผลิตไวน์ต่างๆในยุโรปจึงมักจะมีปราสาท สำนักสงฆ์ และชุมชนเล็กๆ ซึ่งเกือบทั้งหมดจะเป็นเมืองที่ยังคงมีสิ่งก่อสร้างเก่าๆหลงเหลือให้เห็นอยู่   ก็เมืองและสถานที่เหล่านี้แหละที่ผู้ที่นิยมออกไปพักผ่อนนอกเมืองจะไปกันในวันหยุด
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 12 ก.ย. 16, 19:29

เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ชาวบ้านก็เห็นโอกาสแสวงหารายได้เพิ่มเติม ก็มีทั้งการเปิดที่พักค้างแรม (B&B ซึ่งรัฐสนับสนุน)
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 12 ก.ย. 16, 19:56

ในภาษาอังกฤษเรียกว่า B&B (Bed and Breakfast)  ในภาษาเยอรมันเรียก Zimmer  ซึ่งก็คือห้องในบ้านหรือในโรงนาที่จัดเป็นห้องนอนให้ผู้เดินทางท่องเที่ยวได้พักค้างแรม คิดราคารวมอาหารเช้าแบบง่ายๆ   ภาษาอื่นผมไม่รู้ครับ แต่รู้ว่ามีพวกที่พักแบบนี้ในทุกประเทศในยุโรปตะวันตก   ในบ้านเราดูจะเรียกว่า Home stay (ซึ่งมีทั้งความเหมือนและความต่าง)   

ห้องพักแบบนี้มีราคาถูกและมีกระจายอยู่ทั่วไปตามเส้นทางถนนในชนบท  อาจจะกล่าวได้ว่า ผู้ที่นิยมท่องเที่ยวแบบอิสระสามารถจะเลือกไปเที่ยวพักผ่อนได้ในเกือบจะทุกลักษณะภูมิประเทศและลักษณะสังคม  ตามไร่องุ่นและตามบ้านที่ทำไวน์ก็ย่อมต้องมีแน่นอน 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 13 ก.ย. 16, 19:21

ในพื้นที่ๆเหมาะสมกับการปลูกองุ่นนั้น จะมีชาวไร่รายย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่อยู่ในระดับคหบดีเป็นเจ้าของที่ดินผืนใหญ่นั้นจะมีอยู่น้อยรายมาก (หรือมีผืนเล็กแต่กระจายอยู่หลายที่)  แต่ละรายก็จะเลือกปลูกองุ่นสายพันธุ์ที่คิดว่าเหมาะสมกับสภาพผืนดินของตนเอง ก็มีทั้งปลูกเพื่อขายผลองุ่นให้กับผู้ผลิตไวน์รายใหญ่ (หรือหีบองุ่น)  หรือเพื่อทำไวน์ขายเองในลักษณะของผู้ผลิตรายย่อย (SME)  หรือไม่ก็ทำของดีจากผลผลิตครัวเรือน

ซึ่งพวกผู้ผลิตรายย่อยและแบบครัวเรือนนี้ มักจะเป็นพวกที่ปลูกองุ่นพันธุ์ที่แปลกเหล่าออกไป หรือไม่ก็แบ่งผลผลิตองุ่นที่ผลิตเพื่อขายเอามาทำเองส่วนหนึ่ง  กลุ่มพวกนี้แหละที่มักจะทำที่พักค้างแรมและทำร้านอาหารขายมื้อกลางวัน อาหารง่ายๆและเบาๆ เหมาะที่จะกินร่วมกับไวน์ขาวฝีมือของตนในบรรยากาศแบบสบายๆที่ล้อมรอบด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม  เป็นการโชว์ฝีมือหรือเอกลักษณ์ของไวน์ที่ตนเองผลิต   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 13 ก.ย. 16, 19:58

อาหารตามร้านพวกนี้มีเมนูที่ปรุงด้วยของสดน้อยมากหรือไม่มีเลย จะว่าเป็นจานกับแกล้มก็คงจะไม่ผิดไปนัก  อาหารที่มีอยู่ในเมนูก็มักจะไม่หนีพวกใส้กรอก เบคอน แฮม ชีส ขนมปัง และไขกระดูก  ซึ่งเป็นพวกของที่มีรสเค็ม ซึ่งก็จะเข้ากันดีกับไวน์ขาวที่ออกรสเปรี้ยว หรือกับไวน์แดงที่บ่มมาในช่วงระยะเวลาค่อนข้างสั้น (ซึ่งรสจะแหลมไปทางเปรี้ยว)    คงทราบกันแล้วว่า ไวน์ขาวนั้นไม่ต้องการระยะเวลานานในการบ่ม ต่างกับไวน์แดงที่ต้องการระยะเวลาในการบ่มที่นานกว่า

ร้านหรือบ้านพวกนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ดีๆที่ทำโดยแม่บ้าน (เจ้าของบ้าน) เช่น แยมต่างๆ น้ำดอกไม้ (แบบยาอุทัย) น้ำมันเมล็ดฟักทอง เครื่องเย็บปักถักร้อย งานฝีมือ ..ฯลฯ     ผมไม่เคยมีความรู้สึกว่าไม่ดี ไม่มีความสุข หรือไม่อร่อยเลยสักครั้ง   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 13 ก.ย. 16, 20:18

B&B dinner


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 13 ก.ย. 16, 20:48

Wow..! 

อาหารน่าทาน บรรยากาศดีจังเลยครับ   Simple and Clean 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 13 ก.ย. 16, 21:16

    ในนิยายเรื่อง "รัตนาวดี" ของว.ณ ประมวลมารค    มีฉากนางเอกไปเที่ยวเยอรมันและสวิตเซอร์แลนด์   ไปที่ร้านอาหารแบบชาวบ้าน   กินอาหารคือเนยแข็งกับเหล้าแดง(หมายถึงไวน์แดง)   ตอนอ่านก็ยังเด็ก  หนังสือเล่ายังไงก็อ่านไปตามนั้นค่ะ ไม่ได้คิดอะไรมาก
    ตอนนี้เกิดสงสัยขึ้นมาว่า การกินเนยแข็งกับไวน์แดง   เขากินกันเป็นของคาวหรือยังไงคพ    เท่าที่จำได้คือมื้อนั้นมีขนมปังกับเนย  และเนยแข็งกับเหล้าแดง   ไม่มีเนื้อสัตว์   มีของหวานส่งท้ายคือสตรอเบอรี่กับครีม และน้ำตาล


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4387


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 15 ก.ย. 16, 18:27

ขออภัยครับ  เขียนแต่ส่งไม่ได้มาสองวันแล้วครับ  เขียนยังไม่ทันจบความ หลานก็เข้ามาเล่นด้วย เลยไปไม่รอด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.094 วินาที กับ 19 คำสั่ง