เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 20641 เรื่องของไวน์กับงานสังคม
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 27 ส.ค. 16, 20:03

แล้วก็เขย่าแก้วหรือแกว่งแก้ว

ก็เป็นการทำให้น้ำไวน์ทั้งมวลได้สัมผัสกับอากาศ เรียกกันว่า ให้มันหายใจ (breathing)    การสัมผัสอากาศของน้ำไวน์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีบางอย่างที่ทำให้รสของไวน์เปลี่ยนไปในทางที่นุ่มนวลมากขึ้นในทุกสัมผัส และมีกลิ่นหอมมากขึ้ันด้วย    เมื่อบริกรรินไวน์ให้เจ้าภาพชิมนั้น เขาจะรินเพียงนิดเดียว ก็จึงต้องเขย่าแก้ว     เมื่อบริกรรินไวน์ให้ผู้ร่วมโต๊ะแล้ว ฝ่ายแขกก็ไม่ต้องไปเขย่าหรือแกว่งแก้วด้วย มันเป็นเรื่องของเจ้าภาพที่เขาจะจ่ายเงินเลี้ยงเรา   ยังเป็นการแสดงออกในทางลบด้วย   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 17:56

ดูแล้ว ดมแล้ว ก็ได้เวลาชิม

ก็คงไม่ต้องทำถึงขนาดกลั้วให้ทั่วทั้งปาก เอาแค่พอรู้รสก็พอ  การกลั้วนั้นทำกันเมื่อไปเที่ยวชิมไวน์ตามแหล่งผลิตไวน์ (wine cellar) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการเลือกที่จะซื้อยกลังมาบ่มต่อ (aging) ที่บ้านหรือที่ cellar ส่วนตัว

ตามปรกติที่เห็นมา เมื่อชิมแล้วก็พยักหน้าว่า OK ทั้งนั้น     มีอยู่บางครั้งเท่านั้นเองที่มีการขอเมนูไวน์มาดูใหม่และสั่งใหม่ ซึ่งก็เกิดขึ้นเฉพาะในกรณีที่ไปกินอาหารกับคนที่สนิทกันจริงๆ (buddy)     ก็มาถึงข้อที่อาจจะสงสัยกันว่า ชิมแล้วส่ายหัวไม่เอาหรือสั่งใหม่นี้ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าไวน์ _ ร้านหรือเรา?     คำตอบ คือ หากไวน์ขวดนั้นเสียก็เป็นค่าใช้จ่ายของร้าน หากไม่เสียก็เป็นเราจ่าย   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 18:23

กรณีชิมแล้วส่ายหน้าไม่เอาแล้วสั่งใหม่นั้น 

สำหรับในกรณีที่เป็น buddy ไปกินกัน มันเป็นเรื่องของความสุขแบบหนึ่ง  ไวน์ที่ไม่ให้บริกรรินให้กับแขกต่อไปนั้น ก็จะมีการบอกให้เก็บไว้เอาไว้เป็นขวดที่สอง จะกินต่อเมื่อขวดแรกหมด ก็ไม่มีอะไรเหตุผลอะไรมากนัก    หลังจากลิ้นได้สัมผัสกับไวน์ขวดแรกที่เหมาะสมกับอาหารแล้ว รสชาติของขวดที่สองจะเพี้ยนไปบ้างก็ดูจะไม่ค่อยจะสังเกตกัน แถมเมื่อมึนไปบ้างแล้ว ความต้องการเพิ่มเติมก็คือ เน้นไปที่แอลกอฮอลล์มากกว่าที่รสชาติ

ในกรณีที่เป็นงานทางสังคมหรือธุรกิจ มันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง  มันไปเกี่ยวกับเรื่องของหน้าตาในหลายเรื่องด้วยกัน อาทิ รสนิยม ระดับทางสังคม ความรู้ ประสพการณ์ ...ฯลฯ     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 18:49

คงพอจะเห็นได้ว่า การสอบถามพูดคุยกับบริกรให้แนะนำไวน์ในเมนูไวน์นั้นดูจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด  อย่างน้อยก็มีแพะ (ร้าน) สำหรับรองรับการบ่นการวิจารณ์ต่างๆของเราและแขก

เมื่อปฏิเสธไวน์ขวดแรกแล้ว ก็คงจะต้องเป็นการเลือกสั่งไวน์ของโลกเก่า หรือที่มีราคาสูงกว่า หรือเก่าเก็บมากกว่า หรือเป็นไวน์ของปีการผลิตที่ดี  หากไม่เจ๋งจริงก็อาจจะออกไปทางลบเสียมากกว่า เพราะว่าไวน์ของโลกเก่านั้นแต่ละรุ่นแต่ละปีการผลิตมีความต่างกันในหลายๆเรื่อง
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 28 ส.ค. 16, 19:14

ก็มีกรณีที่เอาไวน์มาเองแล้วยอมเสียค่าเปิดขวดให้กับร้าน   นัยว่าฉันมีความสันทัดเรื่องไวน์ต่างๆอย่างดี ฉันเชื่อว่าไวน์ที่เอามาเองนี้ดีกว่าของที่ร้านมี    เรื่องเช่นนี้ ในเมืองไทยของเราดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร (สำหรับร้านอาหารตามปรกติทั่วๆไป)   แต่ในต่างประเทศและโดยเฉพาะในประทศที่มีการผลิตไวน์อีกด้วย  ก็จะเป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำและไม่ดูดีนัก ก็คงพอจะกล่าวได้ว่าไร้ซึ่ง...    เคยประสพเหตุการณ์นี้อยู่ครั้งหนึ่ง อยู่ในคณะของฝ่ายเจ้าภาพเลี้ยงรับคณะบุคคลที่มาเยือน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 29 ส.ค. 16, 10:24

เดาจากคำพูดคุณตั้ง ว่ามันก็เสียมารยาทพอๆกับได้รับเชิญไปกินเลี้ยงที่บ้านเพื่อน  แต่หิ้วปิ่นโตหรือจัดข้าวใส่กล่องไปกินเอง ท่ามกลางอาหารจัดเลี้ยง
จะยกเว้นก็แต่กรณีมีโรคประจำตัว หรือกำลังควบคุมน้ำหนักอย่างเข้มงวด  อย่างนี้เจ้าภาพคงเห็นใจนะคะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 29 ส.ค. 16, 19:12

ก็อย่างที่อาจารย์ว่านั้นแหละครับ  ก็ด้วยแม้กระทั่งการเขย่าแก้วหรือแกว่งแก้วแล้วก็ยกมาดมแล้วดมอีก
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 29 ส.ค. 16, 20:21

เมื่อเจ้าภาพพยักหน้าให้บริกรรินไวน์ให้กับแขกได้   ก็นั่งนิ่งๆไม่จำเป็นต้องเลื่อนหรือยกแก้วให้บริกร ด้วยอาจจะขยับเอาแก้วผิดก็ได้   

ในโต๊ะอาหารมื้อกลางวันมักจะมีแก้วตั้งอยู่ 2 ใบ รูปทรงคล้ายๆกัน ใบหนึ่งเป็นแก้วน้ำ อีกใบหนึ่งเป็นแก้วไวน์ แล้วก็มักจะเป็นแก้วไวน์ขาวอีกด้วย คงจะด้วยว่าไวน์ขาวให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลอ่อนหวานกว่าไวน์แดง เป็นลักษณะของเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น (refreshment) มากกว่าจะเป็นเครื่องดื่มหมัดหนัก นอกจากนั้นแล้ว อาหารกลางวันยังเป็นพวกอาหารเบาๆ เช่น แซนด์วิช (open sandwich)  ปลาชุบแป้งทอดกับมันฝรั่ง (fish and chips)  สตูว์ต่างๆ หรือไก่ทอดกับมันฝรั่ง (chicken in basket) ฯลฯ ซึ่งเข้ากันได้ดีได้ดีกับไวน์ขาว           
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 29 ส.ค. 16, 20:43

ในโต๊ะอาหารมื้อเย็น จะมีแก้วไวน์วางอยู่ 2 หรือ 3 แก้ว     ตามปรกติก็จะมีวางอยู่ 2 แก้ว คือ แก้วน้ำและแก้วไวน์แดง เพราะว่าเมนูอาหารขึ้นเหลาส่วนมากจะเป็นพวกเนื้อสัตว์ใหญ่     แต่บางร้านก็วาง 3 แก้ว ก็จะมีแก้วไวน์ขาวเพิ่มเข้ามา  บริกรจะเป็นผู้เก็บแก้วใวน์ที่ไม่ได้ใช้ออกไป รวมทั้งเก็บซ่อมและมีดที่ไม่ได้ใช้ออกไปด้วย เหลือแต่ที่จะใช้กับคู่กับอาหารจานที่สั่ง (เช่น ชุดซุป ชุดสเต๊ก ชุดปลา ... ฯลฯ)     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 30 ส.ค. 16, 18:33

ได้ไวน์ครบทุกคนแล้ว ก็มีอีก 2 ภาพที่จะเกิดขึ้น   ภาพแรก ก็ชวนกันยกแก้วชนกัน อวยพรกันในเรื่อง...  หากไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษก็จะเป็น..เพื่อสุขภาพ หรือไม่ก็เปล่งคำว่า..Cheers  ซึ่งเป็นคำที่ผู้คนในทุกประเทศเข้าใจได้โดยอัตโนมัติในทันที      อีกภาพหนึ่ง ก็จะยังนั่งอยู่เฉยๆ คุยกันต่อไปจนมีอาหารจานแรกมาเสิร์ฟ จึงจะชวนกันยกแก้วดื่ม แล้วพูดว่า ขอให้เจริญอาหาร (bon appetit) ซึ่งภาพที่สองนี้มันมีนัยบางอย่างที่พอจะขยายความได้บ้าง

ไวน์นั้น และโดยเฉพาะไวน์แดง จำเป็นต้องให้เขาได้มีช่วงเวลาสูดอากาศหายใจหลังจากที่อุดอู้อยู่ในขวดมานาน ให้เขาได้ยืดเส้นยืดสาย ได้ขยับตัวจนสดชื่นแล้ว ความแข็งกระด้างต่างๆในตัวเขาก็จะหายไปจนเกิดความละมุนละม่อมนุ่มนวลขึ้น    โดยหลักปฏิบัติตามปกติแล้ว เราจะต้องเปิดขวดแล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 1 -2 ชม.ก่อนที่จะรินออกมาดื่มกัน  อย่างน้อยที่สุดก็เปิดขวดทิ้งไว้สัก 30 นาทีก็ยังดี

ในโต๊ะอาหารก็จึงพอจะเห็นภาพที่มีการตั้งแก้วไวน์ทิ้งไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง และบริกรก็จะไม่ค่อยมาเร่งบริการเสิร์ฟให้เมื่อไวน์พร่องแก้วลงไปดังเช่นในบ้านเรา ด้วยว่านานเข้ารสชาติของไวน์ก็ยิ่งกลมกล่อมมากขึ้น   การรินไวน์ก็จะอยู่ที่ประมาณหนึ่งในสามของแก้ว ซึ่งก็คือแถวๆบริเวณที่แก้วป่องมากที่สุด ซึ่งจะเป็นพื้นที่กว้างสัมผัสอากาศได้มากที่สุด ก็คือช่วยให้มันได้หายใจอย่างเต็มที่ๆสุดในช่วงระยะเวลาสั้นๆ   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 30 ส.ค. 16, 19:32

ก็มีอีกภาพหนึ่งที่เราอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันนัก คือ การรินไวน์จากขวดลงไปในภาชนะแก้วคอตั้งก้นบานที่เรียกว่า decanter     

กรณีในร้านอาหาร   ภาพนี้เคยประสบอยู่ครั้งเดียวเมื่อมีโอกาสได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารมื้อพิเศษกับไวน์เก่าเก็บปีดีพิเศษ นั่งกินแบบไม่เร่งด่วน กินไปคุยไป  เป็นภาพของความสมดุลย์และความลงตัวในทุกเรื่อง เป็นภาพของ working dinner

ในกรณีของงานพบปะสังสรรตามบ้านพัก(ที่แฝงด้วยงาน)   การ decant ไวน์นี้ก็มีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก

การ decant นั้น โดยพื้นๆแล้วก็คือการถ่ายเทไวน์จากขวดลงไปในอีกภาชนะหนึ่งที่มีก้นกว้าง นัยว่าเพื่อการแยกตะกอน  แต่ด้วยลักษณะของขวด decanter  ก็เลยผนวกการทำให้ไวน์ได้มีโอกาสหายใจได้มากที่สุดในช่วงระยะเวลาสั้นๆเข้าไปด้วย   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 30 ส.ค. 16, 19:48

 wine decanter


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 31 ส.ค. 16, 19:45

ขวด decanter สวยดีนะครับ   เป็นหนึ่งในเครื่องแก้วที่วางอยู่ในหมู่แก้วใวน์และแก้วเหล้า ก็เป็นเครื่องประดับที่ทำให้ตู้เก็บแก้วเพิ่มความน่าดูมากขึ้น   

ขวด decanter นี้ โดยสภาพก็คือขวดไวน์ที่มีพื้นที่ส่วนก้นขวดกว้างมากเป็นพิเศษ  เป็นการใช้ขวดนี้แทนขวดไวน์ที่เปิด ก็เพื่อลดเวลาการเปิดขวดไวน์ทิ้งไว้ก่อนจะที่ดื่มจากที่ว่าประมาณ 1 ชม. เหลือเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ส่วนจะนานมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความเก่าเก็บของไวน์ขวดนั้นๆและชนิดของพันธุ์องุ่น  ซึ่งส่วนมากก็ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที และก็ส่วนมากอีกแหละที่เมื่อรินไวน์ลงในขวด decanter แล้ว ทิ้งไว้สักชั่วอึดใจก็จะรินใส่แก้ว กว่าจะครบแก้วรอบโต๊ะ กว่าจะยกแก้วดื่มกันก็คงบวกเวลาไปได้อีก 5-10 นาที     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 31 ส.ค. 16, 20:42

แล้วในปัจจุบันก็มีไวน์ที่ไม่ใช้ไม้ก๊อกหรือไม้ก๊อกเทียมทำจุกขวด  แต่ใช้ฝาจุกอะลูมิเนียมขันเกลียวเหมือนกับฝาขวดเหล้าหรือขวดเครื่องดื่มต่างๆ

ผมไม่เคยเห็นไวน์ที่ใช้ฝาจุกแบบนี้ในร้านอาหาร และก็เข้าใจว่าร้านอาหารก็คงไม่เลือกที่จะนำไวน์ที่ใช้จุกในลักษณะนี้มาจำหน่ายในร้านของตนด้วย ด้วยว่ามันเป็นภาพที่ดูไม่ดี เป็นภาพที่ดูไร้ราคา พิธีการที่เล่ามาก็คงจะหายไป ความสัมพันธ์ทั้งหลายระหว่างแขกของร้านกับร้านก็คงจะดูห่างเหิน  ภาพก็คงจะไม่ต่างไปจากการเปิดจุกขวดน้ำแล้วทำการเสิร์ฟ   สำหรับผู้ที่นิยมหิ้วไวน์เข้าไปเปิดในร้านอาหาร ก็คงจะไม่เลือกไวน์ที่มีฝาขวดเช่นนี้เช่นกัน    ไวน์ในขวดแบบนี้ดูจะเหมาะกับการดื่มภายในหมู่คนที่มีความสนิทสนมกันมากๆ ทั้งในโต๊ะอาหารและการ picnic   

ไวน์ที่ใช้ฝาเกลียวนี้ เป็นพวกไวน์ของโลกใหม่ มีทั้งจากผู้ผลิตในกลุ่ม estate wine (ยังพบน้อย) และ industrial wine

ก็รวมถึงไวน์ที่บรรจุในขวดใหญ่ๆและในกล่องกระดาษด้วย       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 31 ส.ค. 16, 21:05

 ยิ้ม


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง