เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 10450 เรื่องของไวน์กับงานสังคม
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 11 ส.ค. 16, 19:52

เมื่อมีการผลิตไวน์ ก็ย่อมมีกูรูนักทำไวน์ที่จะวิเคราะห์ว่าไวน์ที่ใหนดี ที่ใหนไม่ดี ปีใหนดี (vintage year) ปีใหนไม่ดี ฯลฯ   เกิดการนำองุ่นหรือน้ำองุ่นที่ขยำจนเละ (must) จากแหล่งปลูกองุ่นที่ต่างๆมาผสมกัน เพื่อให้ได้ผลผลิตไวน์ที่ยังคงรักษาคุณลักษณะประจำตนของยี่ห้อนั้นๆไว้แต่มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น   ยังผลให้เกิดพัฒนาการ เกิดไวน์ที่ทำมาจากองุ่นต่างสายพันธุ์ผสมกัน   
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 11 ส.ค. 16, 20:05

ป้ายฉลากที่ปิดติดอยู่กับขวดไวน์ที่วางขายอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้จึงเต็มไปด้วยข้อมูลที่แล้วแต่เจ้าของจะเลือกใส่มาให้ ก็มีทั้งชื่อยี่ห้อ ชื่อสายพันธุ์องุ่นที่นำมาผลิต ชื่อแหล่งที่ปลูกองุ่น ชื่อนักผสมไวน์ ชื่อเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพของกลุ่มผู้ผลิตไวน์ ฯลฯ
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 11 ส.ค. 16, 20:23

ย้อนกลับไปที่ industrial wine

เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ในระบบการทำแบบอุตสาหกรรม ก็จึงมีกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เพื่อปรับคุณภาพให้ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ ซึ่งก็หมายความว่าจะต้องมีการปรับคุณภาพของวัตถุดิบให้มีมาตรฐานเดียวกันก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนต่างๆ มีเรื่องของการใช้ yeast ที่คัดเลือกแล้วใส่ผสมลงไป แทนที่จะใช้ตามที่ธรรมชาติให้ติดผลองุ่นมา มีการปรับความหวาน มีการฟอกสี (ทำให้เป็นไวน์ขาว) มีการควบคุมอุณหภูมิต่างๆ มีการหยุดการหมักด้วยการใช้สารเคมีหรืออื่นๆเมื่อได้ปริมาณแอลกอฮอลล์ รสและกลิ่นตามมาตรฐานที่ต้องการ ฯลฯ     
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 12 ส.ค. 16, 19:54

นอกจากจะมีไวน์แดง ไวน์ขาวแล้ว ก็ยังมีไวน์สีชมพูที่เรียกว่า Rose wine    ไวน์ที่เรียกว่า Port wine ซึ่งมีความแรงมากกว่าปกติด้วยการผสมแอลกอฮอลล์เพิ่มเข้าไป (สีผิวของหนังสวยๆของไก่งวงอบก็มาจากการทาด้วยน้ำผสมของไวน์นี้กับเนย)   ไวน์ที่มีฟองซู่ซ่าที่เรียกว่า Sparkling wine    ไวน์ที่เรียกว่า Table wine    ไวน์ที่เรียกว่า Beaujolais    ที่เรียกว่า Heuriger wine ซึ่งเป็นไวน์ใหม่ของปีการผลิตที่ผ่านมา  และที่เรียกว่า Champaign ที่ใช้ในงานฉลองต่างๆ   
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 12 ส.ค. 16, 20:22

คิดว่าน่าจะพอแล้วนะครับ สำหรับเรื่องของน้ำเมาที่เรียกว่าไวน์     

ก็จะต่อไปถึงเรื่องของภาชนะที่ใช้ดื่มไวน์ ก็แก้วไวน์นั้นแหละครับ

เรารู้จักลักษณะของแก้วที่ใช้ดื่มไวน์โดยทั่วๆไปว่า  มันมีฐานแผ่กว้างเป็นรูปทรงกลม มีก้านเล็กๆตั้งรองรับตัวถ้วย  ตัวถ้วยก็จะมีทรงคล้ายไข่ต้มที่ถูกปาดส่วนที่รีแหลมทิ้งไป    ก็ไม่น่าจะต้องมีอะไรที่จะต้องไปพิถีพิถันกับมัน   แต่มันก็มีศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้แก้วไวน์ต้องมีรูปทรงต่างๆเพื่อความเหมาะสมกับการดื่มกับไวน์แต่ละชนิดที่มีคุณภาพและบุคลิกต่างๆกัน     ครับ นอกจากจะดูคนได้จากตัวไวน์ที่เลือกนำมาใช้ดื่มในงานสังคมนั้นๆแล้ว แก้วไวน์ที่นำมาใช้ก็บ่งบอกลักษณะของคนนั้นๆได้เหมือนกัน     

กล่าวเสียแต่ช่วงนี้ว่า อย่าไป serious กับเรื่องที่เล่าผ่านมานี้ให้มากนักนะครับ    ให้คืดเสียว่า สุนทรีย์ของใครก็สุนทรีย์ของมัน   
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 13 ส.ค. 16, 20:12

แก้วไวน์นั้นมีเรื่องทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัวของมันเอง  ก็ไม่ต่างไปจากเรื่องของอาหาร ที่จะเกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสของตา จมูก ลิ้น และการสัมผัสจับต้อง และอาจจะมีเรื่องของหูผนวกเข้าไปอีกด้วย  ซึ่งหากผลจากการสัมผัสที่กล่าวมาสามารถผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมลงตัว ก็จะเกิดความรู้สึกที่พอใจ อร่อย และเป็นสุข

ในกรณีของแก้วไวน์นั้น ผมได้รู้จากเข้าชมโรงงานของผู้ผลิตรายสำคัญว่า แก้วไวน์ทรงต่างๆนั้นมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดมา มีการทดสอบแบบปิดตา (ไม่บอกชื่อพันธุ์องุ่นและแหล่งผลิต) มีการกระทำเป็นประจำทุกๆระยะเวลาหนึ่งเพื่อรวบรวมความเห็นจากเซียนไวน์ (นักชิมคุมคุณภาพของไวน์ ผู้ผลิต นักผสมไวน์ และเซียนอื่นๆ)

ผลที่ได้รับก็คือ ไวน์ที่ผลิตจากองุ่นพันธุ์ต่างๆนั้น  แต่ละพันธุ์เมื่อดื่มจากแก้วทรงที่ต่างกัน จะให้รสชาติ ความนุ่มนวล ความหอม ฯลฯ และความรู้สึกที่พอใจต่างกัน

มันก็เลยทำให้มีแก้วไวน์ทรงต่างๆ ที่เหมาะสมจะใช้กับไวน์ที่ผลิตจากองุ่นพันธุ์ใด และไวน์จากแหล่งผลิตใด       
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 13 ส.ค. 16, 21:01

ในเรื่องของกลิ่นนั้น

กลิ่นของๆเหลวใดๆ จะมากหรือน้อยก็ได้มาจากปริมาณพื้นที่ๆผิวที่สัมผัสกับอากาศ   ไวน์ก็เช่นกัน    แก้วไวน์จึงป่องตรงกลางแล้วห่อที่ปากแก้ว เพื่อรวบรวมกลิ่นไม่ให้กระจายออกไป 

ทีนี้ กลิ่นนั้นเราสัมผัสได้ด้วยจมูก ดังนั้นปากของแก้วไวน์จึงจะต้องกว้างอย่างพอเพียงเพื่อให้จมูกของเราสามารถได้กลิ่นได้ในขณะยกแก้วเข้าปาก ทั้งนี้ มิใช่จะต้องเป็นแก้วปากกว้างจนถึงปิดตาหรืออมไปทั้งจมูก ซึ่งจะทำให้เมื่อผู้อื่นมองมันก็จะดูไม่ดี 

เนื่องจากไวน์แดงจะมีกลิ่นโชย(ความเข้ม)น้อยกว่าไวน์ขาว ก็คงจะทำให้พอเข้าใจได้ว่าแก้วและปากของแก้วไวน์แดงจึงมีขนาดใหญ่กว่าแก้วไวน์ขาว     
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 14 ส.ค. 16, 19:33

ก็มาถึงรส

รสจะเปรี้ยว เค็ม หวาน ขม ฝาด เฝื่อน ซ่่า น้ำข้นหรือใส ทั้งหมดนี้รู้ได้ด้วยสัมผัสภายในปาก   ปากของแก้วไวน์ก็เลยมีการออกแบบให้สามารถส่งไวน์เข้าไปในปาก ไปสู่จุดรับรู้ รับสัมผัส รับรสที่บริเวณต่างๆของลิ้น บางรูปทรงก็เพื่อส่งไวน์ที่บริเวณปลายลิ้น บางรูปทรงก็ส่งให้ไปไกลถึงโคนลิ้น บางรูปทรงก็ส่งไปแถวๆกลางลิ้น บางทรงก็ด้านข้างลิ้น     ก็เพราะแต่ละบริเวณของลิ้นของเรานั้น รับรู้รสและสัมผัสที่แยกต่างกัน   

ที่ออกแบบปากของแก้วไวน์เพื่อการเช่นนี้ ก็ด้วยต้องการให้เกิดความรู้สึกรับรู้และแยกแยะรสต่างๆ ก่อนที่จะผสมผสานกันไปเป็นรสที่มีความนุ่มนวล   ก็ไม่ต่างไปจากกรณีอาทิเช่น ผักและผลไม้บางชนิดที่เริ่มต้นด้วยความรู้สึกขมแล้วกลายเป็นหวาน หรือรู้สึกฝาดก่อนแล้วหวานตามมา เปรี้ยวแล้วตามมาด้วยความชุ่มคอ หรือ... ฯลฯ
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 14 ส.ค. 16, 20:13

ลืมไปเลยครับ   ลืมกล่าวถึงแก้วไวน์อีกรูปทรงหนึ่ง คือ ทรงกลมชะลูด ทรงคล้ายๆกระบอกน้ำทรงสูง (Flute glass)  แก้วทรงนี้ใช้กับพวกไน์ที่มีฟองแก๊สปุดๆ (ก็คือพวก Sparkling wine ต่างๆ)

และก็อีกรูปทรงที่เป็นทรงก้านแก้วสั้นและแก้วมีก้นป่องมาก (Snifter glass หรือ Balloon glass หรือ Cognac glass) แก้วทรงนี้ใช้กับ Cognac หรือ Brandy  เพราะต้องการให้มีการใช้อุ้งมืออุ้มแก้ว จะได้มีความร้อนจากมือไปอุ่นให้ Cognac หรือ Brandy ระบายกลิ่นอันหอมหวลออกมา

และก็มีพวกรูปทรงเหมือนๆกับที่กล่าวมา แต่มีขนาดย่อมกว่า (และเนื้อแก้วจะหนากว่า)  ก็จะเป็นแก้วสำหรับพวก Port wine   
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 14 ส.ค. 16, 20:34

สำหรับสัมผัสทางตา และทางหูนั้น คงทราบกันดีอยู่แล้ว

มีอยู่นิดเดียวว่า แก้วไวน์ที่พวกเซียนตัวจริงเขาใช้กันนั้น จะเป็นแก้วที่ทำด้วยมือ  มิไช่แก้วที่เป่าแล้วนำเข้าเบ้าประกับให้ออกมาเหมือนๆกันทุกอย่างทั้งหมด  แก้วที่ทำด้วยมือนั้นสังเกตได้จากความเสมอของขอบปากแก้วที่จะไม่เรียบจริงๆ และที่ฐานของแก้วก็จะไม่มีตะเข็บรอยต่อให้เห็นเป็นเส้น
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 15 ส.ค. 16, 20:25

สังคมคนนิยมดื่มไวน์นี้ดูยุ่งเหยิงดีนะครับ 

แต่หากพิจาณาจริงๆแล้ว เรื่องของชาจีน กาแฟ เหล้าที่เรียกว่า liquor หรือ spirit ...ฯลฯ  เหล่านี้ก็ล้วนแต่มีเรื่องในทำนองเดียวกันกับเรื่องของไวน์ที่ได้กล่าวมา   
   พวกคอชาจีน เขาก็มีวงถกวงวิจารณ์ใบชาชนิดต่างๆ สายพันธุ์ ปีที่ผลิต แหล่งที่ปลูก ฯลฯ  เป็นอีกโลกหนึ่งที่ผมฟังเขาคุยกันแล้ว เหวอไปเลย คือ เป็นเรื่องของอีกโลกหนึ่งที่เราเกือบจะไม่รู้จักเอาเลย       
   พวกคอชาแบบฝรั่งและคอชาที่ชงแบบแขกก็เป็นอีกพวกหนึ่ง  ก็จะไปสนใจกับใบชาจากแหล่งชาต่างๆ เช่น ของศรีลังกา ของอัสสัม และดาจิลิง (Darjeeling)  สำหรับฝรั่งก็จะลงไปถึงเรื่องของถ้วยชาแหล่งผลิตคุณภาพสูงในยุโรปอีกด้วย 
   สำหรับพวกคอกาแฟนั้น ก็มีเรื่องที่จะนำมาถกกันมากมายเช่นกัน ก็ดังที่ทราบๆกันอยู่  พวกคอกาแฟไม่ค่อยจะลงไปถกถึงเรื่องของถ้วยกาแฟ ส่วนมากจะเป็นเรื่องของความหอมและความสดชื่น       
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 16 ส.ค. 16, 19:02

พื้นฐานทั่วๆไปเกี่ยวกับไวน์ที่เล่ามาพอสังเขปนั้น  ก็คงพอจะทำให้เห็นภาพได้บ้างว่า ขนาดเรื่องของชาและกาแฟที่เราดื่มกินในโอกาสต่างๆนั้น เราก็ยังเลือกร้าน เลือกยี่ห้อ ตำหนิ ติ ชม และวิพากษ์วิจารณ์กัน   ไวน์ซึ่งมีเรื่องราวมากมายผูกอยู่กับตัวของมัน เมื่อเราใช้ดื่มกินในวาระและโอกาสต่างๆกัน ก็ย่อมจะต้องมีเรื่องพูดเกี่ยวกับมันไม่ต่างกันไปเช่นกัน
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 16 ส.ค. 16, 19:57

นั่งจดๆจ้องๆอยู่ว่าจะเล่าต่อไปอย่างไรดี ด้วยกำลังเข้าใกล้แดนของการชักชวนและโฆษณา   ขอเวลาคิดคืนหนึ่งนะครับ   

ประเด็นที่ตั้งใจจะกล่าวถึงในกระทู้นี้ก็คือ Do & Don't และ Improvisation
บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 440


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 17 ส.ค. 16, 01:04

แบบว่าเล่าสู่กันฟังสบายๆ. เมรัยวัฒนธรรมยุโรป หรือเมรัยพื้นบ้านชนบทของเรา ย่อมรื่นรมย์ในตัวของมันเองอยู่แล้วครับอาจารย์ naitang
บันทึกการเข้า
naitang
นิลพัท
*******
ตอบ: 3178


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 18 ส.ค. 16, 19:59

คุณ Jalito  ขอบคุณมากครับ

ทำให้นึกออกแล้วว่าจะด้นไปเช่นใด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.071 วินาที กับ 19 คำสั่ง