เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 3178 การปะทะกันของวัฒนธรรมความรักระหว่างผู้ชาย ใน เสือป่า กับ คณะ ร.ศ. 130
บัวบาน
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


 เมื่อ 07 ก.ค. 16, 15:51

แอบอ่านมานานแล้วค่ะ หลังจากอ่าน "รักร่วมเพศในวังบัคกิ้งแฮม" แล้วไปเจอบทความ ชื่อเดียวกันกับหัวข้อกระทู้ไม่แน่ใจว่ามีการถกประเด็นนี้กันมาก่อนหรือไม่
เลยเอามาฝากเพื่อคารวะอาจารย์ค่ะ
http://www.seaconsortium.net/autopagev4/show_page.php?topic_id=426&auto_id=5&TopicPk=181
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31242

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 07 ก.ค. 16, 16:43

อ่านนี่ก่อน
http://www.thairath.co.th/content/449898
แล้วรอคุณ V_Mee เข้ามาอธิบายเพิ่มเติมนะคะ     
ขอโทษ  รักร่วมเพศในวังบัคกิ้งแฮม เป็นเรื่องที่เปิดเผย ไม่ใช่ความลับ  จึงเขียนถึงได้
ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องจับแพะชนแกะที่มีคนพยายามจะทำให้เป็นเรื่องขึ้นมาค่ะ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1433


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 ก.ค. 16, 09:45

บทความข้างต้นเขียนโดยชานันท์  ยอดหงษ์ เจ้าของวิทยานิพนธ์และหนังสือชื่อ "นายใน สมัยรัชกาลที่ ๖"
ประเด็นที่วิทยานิพนธ์ หนังสือ และลทความดังกล่าวพยายามนำเสนอ คือ การเบี่ยงเบนทางเพศในราชสำนักรัชกาลที่ ๖
โดยเจ้าของผลงานดังกล่าว  พยายามนำเสนอว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๖ เป็นชายรักชาย  โดยอ้างจากเอกสารต่างๆ มาหมาย
แต่เมื่อตรวจดูข้อมูลอ้างอิงแล้ว  กลับกลายเป็นว่า เป็นการอ้างเพียงบางส่วนตามที่ผู้เขียนอยากจะให้ผู้อ่านโน้มเอียงตาม
ความคิดเห็นของผู้เขียน  แต่หากได้อ่านข้อมูลทีนำมาแ้างองฉบับเต็มจะเพบว่า ข้อมูลที่ใช้อ้างอิงนั้นกล่าวไปอีกอย่าง

ตัวอย่างเช่น กรณี ร.ศ. ๑๓๐  ซึ่งมีเอกสารจดหมายเหตุหลายแฟ้มจำนวนนับพันหน้า  ถ้าอ่านโดยตลอดแล้วจะเห็นได้ว่า
การจัดตั้งกองเสือป่าก็เพื่อดึงบุคคลพลเรือนที่พยายามหลบเลี่ยงการเป็นทหารให้หันมารับการฝึกหัดเป็นกำลังสำรองของชาติ
แนวพระราชดำรินี้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ตั้งแต่เสนาบดีกระทรวงกระลาโหม  เสนาธิการทหารบก (ปัจจุบันคือ ผบ.ทบ.) 
ผู้บัญชาการกองพล  ผู้บังคับการกรม  ผู้บังคับกองพัน  ผู้บังคับกองร้อย  ผู้บังคับหมวดซึ่งเป็นนายทหารชั้นบังคัญชา
ล้วนเข้าใจแนวพระราชดำรินี้เป็นอย่างดี  และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกเสือป่าแต่แรกสถาปนานับสิบนาย

แต่ความเข้าใจของบุคคลในยุคนั้น  ในเอกสารจดหมายเหตุชุด ร.ศ. ๑๓๐  มีความตอนหนึ่งบันทึกไว้ว่า เมื่อรัชกาลที่ ๖
เสด็จกลับมาจากยุโรป  ได้ทรงรับราชการทหารเป็นจเรทัพบกและผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก  และทรงเป็นผู้บังคับการ
พิเศษกรมทหารหลายกรม  ฉะนั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์บรรดาข้าราชการพลเรือนจึงพากันเข้าใจไปว่า ในหลวงพระองค์ใหม่นี้
ทรงเป็นทหารคงจะทรงรักทหารมากกว่าพลเรือน  แต่พวกคณะผู้ก่อการ ร.ศ. ๑๓๐ นั้นกลับเชื่อในคำร่ำลือว่า เพราะรัชกาลที่ ๖
ขอให้โบยหลังทหรที่ไปตีกับมหาดเล็ก  หากรัชกาลที่ ๕ ไม่พระราชทานพระบรมราชานุญาตก็จะทรงลาออกจากตำแหน่งพระยุพราช
ฉะนั้นเมื่อรัชกาลที่ ๖ ขึ้นครองราชย์แล้วทรงตั้งกองเสือป่า  กับโปรดให้ตั้งสโมสรเสือป่าขึ้นที่พระราชวังดุสิต  บรรดานายทหารผู้น้อย
ที่เป็นผู้ก่อการ ร.ศ. ๑๓๐ จึงพากันเข้าใจไปว่า รัชกาลที่ ๖ ทรงทอดทิ้งทหาร  แต่กลับทรงไปใกล้ชิดกับพวกพลเรือนดังเช่นที่มักจะ
เสด็จไปประทับทรงพระสำราญร่วมกับสมาชิกเสือป่าที่สโมสรเสือป่า

แต่ในพระราชหัตถเลขาที่พระราชทานไปยังสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก  ทรงกล่าวถึงเหตุที่โปรด
ให้ตัดตั้งสโมสรเสือป่าขึ้น  ก็เพื่อให้สมาชิกเสือป่าทุกชั้นทั้งที่มีตำแหน่งสูงหนือต่ำในทางราชการได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
และสามารถเพ็ดทูลเรื่องต่างๆ ได้โดยตรง  ไม่ต้องเสนอผ่านผู้บังคับบัญชา  แต่โดยธรรมชาติคนไทยมักจะพยายามหนีห่างจากผู้มัอำนาจ
การจึงมิได้เป็นผลสำเร็จสมดังพระราชประสงค์  สุดท้ายในหลวงจึงทรงถูกโดดเดี่ยวอยู่แจ่กับข้าราชสำนักที่ทรงคุ้นเคยเป็นส่วนพระองค์

ในการเข้าเป็นสมาชิกสโมสรเสือป่านั้น  ก็มีพระบรมราชานุญาตให้ทหารที่แต่งเครื่องแบบสามารถเข้าไปใช้สโมสรได้โดยไม่ต้องเสียค่าบำรุง
เช่นสมาชิกเสือป่าทั่วไป  แจ่เนื่องจากทหารเข้าใจไปว่า ทหารย่อมดีกว่าเหนือกว่าเสือป่า  จึงไม่ยอมสมาคมกับเสือป่า  แล้วพาลไปเข้าใจ
เอาเองว่า ในหลวงไม่รักทหาร  จึงเป็นที่มาของการก่อการใน ร.ศ. ๑๓๐  โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะลอบปลงพระชนม์ 

ในการจัดตั้งศาลทหารพิเศษเพื่อพิจารณาคดีนี้  รัชกาลที่ ๖ ทรงเปลี่ยนตัวตุลาการทหารนายหนึ่งออกไป  แล้วทรงตั้งพระยาวินัยสุนทร
(วิม  พลกุล) ซึ่งเป็นเนติบัณฑิตรเป็นตุลาการพระธรรมนูญร่วมกับตุลาการทหาร (ซึ่งเป็นนายทหารอาชีพ) อีก ๖ นาย  ในที่สุด
ศาลทหารพิเศษมีคำพิพากษาลงโทษผู้ก่อการเกือบร้อยคนนั้น  ตั้งแต่ประหารชีวิต  จำคุกตลอดชีวิต  จำคุก ๒๐ ปี ฯลฯ  เมื่อกระทรวง
กระลาโหมส่งรายงานคำพิพากษานั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย  ก็ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยให้ลดโทษเหลือเพียง
จำคุกตลอดชีวิต  ๒๐ ปี และ ๑๒ ปี  รวมมีผู้ต้องรับโทษเพียงยี่สิบกว่านาย  ที่เหลือโแรดให้ปล่อยตัวไปทั้งหมด  ผู้ที่ต้องรับโทษนั้นได้บันทึกไว้ว่า
ในระหว่างที่รับโทษจำคุกอยู่นั้น  มีพระราชดำริที่จะจัดตั้งเมืองจำลองดุสิตธานี  ก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ก่อการ ร.ศ. ๑๓๐ ที่ต้องรับโทษจำขังนั้น
ร่วมกันสร้างบ้านเล็กเรือนน้อยที่นำไปตั้งในดุสิตธานีด้วย  ร.ต.เหรียญ  ศรีจันทร์ และ ร.ต.เนตร  พูนวิวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต
ได้บันทึกไว้ว่า พวกที่ต้องรับโทษจำขังนั้นต่างก็เข้าใจในแนวพระราชดำริที่จะพระราชทานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาตั้งแต่บัดนั้น

แต่ข้อเขียนของ ร.ต.เหรียญ  ศรีจันทร์ และ ร.ต.เนตร  พูนวิวัฒน์ ที่กล่าวถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเรื่องการวางรากฐานประชาธิปไตย
นั้นไม่เคยมีการกล่าวถึงในแวดวงวิชาการยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเลย
ถู 

บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1433


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 ก.ค. 16, 09:53

เนื่องจากผู้เขียนบทความที่อ้างถึงข้างต้น  มีเพศสภาพที่ตรงกับเพศของตน  ในงานเขียนของผู้เขียนคนดังกล่าว
จึงมีมุมมองที่ผิดไปจากความเป็นจริง  เช่น มองว่าการที่ชายหนุ่มมาอยู่รวมกันในสังคมเดียวกัน  ในโรงเรีนียนเดียวกัน
ก็มักจะเกิดมีเพศสัมพันธ์ในทำนองชายรักชายเสมอ  ทั้งนี้เจ้าของบทความดังกล่าวอาจจะเกิดไม่ทันสภาพสังคมไทยเมื่อ
สามสี่สิบปีที่แล้ว  ที่การเบี่ยงเบนทางเพศยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย  ชายที่มีเพศสภาพเบี่ยงเบนยังต้องบิดบังตนเอง
มิให้สังคมรับรู่  จนมีนักวิชาการชื่อดังท่านหนึ่งที่กล้าประกาศตนว่าเป็นผู้ที่มีาภาพเบี่ยงเบน  นับจากนั้นมาสังคมไทยจึง
เริ่มยอมรับบุคคลที่มีสภาพเบี่ยงเบนขึ้นเป็นลำดับ

ในเมื่อสภาพสังคมไทยในยุตก่อนไม่ยอมรับการเบี่ยงเบนทางเพศเช่นนั้น  หากชายหนุ่มจำนวนมากมาอยู่รวมกัน  และเกิดการ
รักร่วมเพศขึ้นในสังคมนั้นๆ  ย่อมจะต้องมีการบันทึกไว้เป็นเรื่องเป็นราว  มิใช่การซุบซิบโดยหาหลักฐานยืนยันมิได้ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง