เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 24695 รักร่วมเพศในวังบัคกิ้งแฮม : อดีตและปัจจุบัน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 09 มิ.ย. 16, 13:30

  ความหักเหในค่านิยมชายรักชาย มาถึงจุดจบพร้อมกับการล่มสลายของอาณาจักรโรมัน   ก่อนหน้านี้กรีกล่มสลายไปก่อนแล้ว จึงไม่ต้องเอ่ยถึง     จากนั้นคริสตศาสนาก็เผยแพร่ไปอย่างกว้างขวางในยุโรป    ราชอาณาจักรทั้งหลายหันมานับถือพระคัมภีร์ไบเบิลกันอย่างเคร่งครัด   โดยมีพระสันตปาปาเป็นประมุข มีอำนาจแห่งความศรัทธาเป็นพลัง ให้บรรดาพระราชาทั้งหลายต้องยอมรับนับถือความศักดิ์สิทธิ์ของพระคัมภีร์ อย่างไม่มีข้อแย้งใดๆ
   หนึ่งในข้อห้ามของพระคัมภีร์ที่เรียกกันว่า The New  Testament  นั้นก็คือ  ห้ามการร่วมเพศ ในลํกษณะของรักร่วมเพศ   ถือว่าเป็นบาปมหันต์  เท้าความย้อนไปได้ว่าเป็นสาเหตุของความพังพินาศของเมืองโซดอมและกอมเมอราห์   ซึ่งประชาชนพลเมืองกระทำการอุจาดลามกกันมากมาย   จนพระเจ้าส่งทูตสวรรค์ในรูปของชายแปลกหน้า 2 คน มาทำลายเมืองทั้งสองนี้จนไม่เหลือซาก    เหลือรอดไปได้คือผู้ประพฤติตนในศีลในธรรม ชื่อล็อท กับครอบครัว
    ในพระคัมภีร์ระบุรายละเอียดไว้ว่าบาปที่ชาวเมืองกระทำก็คือกระเหี้ยนกระหือรือจะเอาชายแปลกหน้าสองคนที่มาพักแรมที่บ้านของล็อท ไปย่ำยีให้จงได้   ส่วนล็อทก็พยายามอ้อนวอนถึงขั้นยอมแลกลูกสาวพรหมจารีของตนให้ไปบำเรอแทน   แต่ชาวเมืองก็ไม่ยอม  เลยโดนชายแปลกหน้าทำลายเมืองเปรี้ยงเดียวในคืนนั้น วอดวายไม่มีอะไรเหลือ
      ด้วยความเคร่งครัดต่อพระคัมภีร์   กฎหมายหลายฉบับที่ออกโดยพระเจ้าแผ่นดินในแว่นแคว้นต่างๆ จึงออกมาในรูปของข้อห้ามการมีรักร่วมเพศ    แม้แต่พระเจ้าเจมส์ที่ 1 เองก็ต้องลงพระนามในกฎหมายที่ว่าด้วยข้อห้ามนี้ ในสก๊อตแลนด์ด้วย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 10 มิ.ย. 16, 09:53

กลับมาเรื่องพระเจ้าเจมส์
     บทบาท "คนโปรด" ของดยุคแห่งเลนนอกซ์ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลจากฝรั่งเศสมาปาดหน้าใครต่อใครในสก๊อตแลนด์   ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงในราชสำนัก  เป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องถูกเขม่นจากขุนน้ำขุนนางพระญาติพระวงศ์ทั้งหลายที่เป็น "อำนาจเก่า" อยู่ในสก๊อตแลนด์     ประกอบกับพระเจ้าแผ่นดินเองก็เป็นยุวราชา เด็กน้อยวัยรุ่น ไม่มีอำนาจกล้าแข็งอะไร    การคบคิดลิดรอนเลนนอกซ์จึงเกิดขึ้น 
     พระเจ้าเจมส์ถูกบีบให้เนรเทศคนโปรดของพระองค์กลับไปอยู่ฝรั่งเศส    ทั้งสองต้องจากกันด้วยความโศกเศร้าเหลือพรรณนา    เลนนอกซ์กระเด็นไปอยู่ถิ่นเดิมของตัวเองได้ไม่นานก็ตาย   ค้นในกูเกิ้ลแล้วยังไม่เจอว่าตายเพราะอะไร แต่น่าจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บ    อายุไม่มากนักแค่ 41 ปีเท่านั้นเอง
    เขาสั่งเสียไว้ว่าเมื่อทำพิธีฝังศพ ให้ผ่าร่างเอาหัวใจออก ส่งไปถวายพระเจ้าเจมส์    เพื่อแสดงความจงรักภักดีไม่เสื่อมคลาย
    พระเจ้าเจมส์ทรงโศกาอาดูรกับการสูญเสียครั้งนี้มาก   แต่ไม่มากจนกระทั่งเก็บองค์จากข้าราชบริพารชายคนอื่นๆ   ก็ยังมีมหาดเล็กและขุนนางหนุ่มๆห้อมล้อมอยู่เหมือนเดิม  จากนั้น เมื่อเป็นหนุ่มเต็มตัว  พระองค์ก็เข้าสู่พิธีอภิเษกสมรสตามธรรมเนียมราชประเพณี กับเจ้าหญิงแอนน์ พระธิดากษัตริย์เดนมาร์ค  มีโอรสธิดาด้วยกัน 3 องค์


บันทึกการเข้า
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 12 มิ.ย. 16, 10:28

 รูดซิบปาก รูดซิบปาก รูดซิบปาก บัวออกมาจากโรงหมอแบรดลี่ย์แล้วเจ้าค่ะหลังจากไปรักษากรามค้างเนื่องจากคาบไม้บรรทัดนานเกินไปมารายงานตัวเรียนต่อแล้วเจ้าค่ะ

ปล.สรุปเจ้าฟ้าชายชาร์ลเป็นเกย์ก็ไม่แปลกใช่มั้ยเจ้าคะเพราะว่ามีเชื้อเกย์มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 12 มิ.ย. 16, 18:41

รูดซิบปาก รูดซิบปาก รูดซิบปาก บัวออกมาจากโรงหมอแบรดลี่ย์แล้วเจ้าค่ะหลังจากไปรักษากรามค้างเนื่องจากคาบไม้บรรทัดนานเกินไปมารายงานตัวเรียนต่อแล้วเจ้าค่ะ

ปล.สรุปเจ้าฟ้าชายชาร์ลเป็นเกย์ก็ไม่แปลกใช่มั้ยเจ้าคะเพราะว่ามีเชื้อเกย์มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว

ว้าย ว้าย ว้าย ว้าย ว้ายยยยยย โฮะโฮะ กินถ้่วแล้วไปยืนคาบไม้ซะนานน่าสงสาร 
ต้องบอกว่าใสเจียเสียใจด้วยนะบัวถ้าคิดว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลมีเชื้อเกย์มาตั้งแต่โบราณ
เพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างเจมส์ที่ 1 กับเจ้าฟ้าชายชาร์ลนี่ห่างกันมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พระเจ้าเจมส์ที่ 1 นี่ราชวงศ์สจ๊วต เป็นคนละราชวงศ์กับราชวงศ์ปัจจุบันคือราชวงศ์วินเซอร์เลย
เรียกได้ว่าบรรพบุรุษของเจ้าฟ้าชายชาร์ลนี่ข้ามห้วยมาจากเยอรมันเมื่อราว 300 ปีก่อนโน้นแหนะ
ดังนั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลไม่ได้สืบเชื้อเกย์มาจากเจมส์ที่ 1 แน่ๆ ชัวร์ เรื่องนี้ป๋มรู้ ป๋มเด็กเรียนประจำห้องนี้

บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 13 มิ.ย. 16, 10:00

 โกรธ โกรธ โกรธ ขอตีที่ต้นแขนท่านพี่ประกอบเบาๆ 3 ที เพราะท่านพี่เอาข้าวเหนียวถั่วดำมายั่วน้องจนโดนทำโทษแล้วยังมาเยาะเย้ยกันอีก ชิชะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 13 มิ.ย. 16, 15:55

คุยเป็นนกกระจอกแตกรังในห้องเรียน  เดี๋ยวต้องกลับไปที่มุมห้องอีกหรอก ทั้งคู่น่ะ

พระเจ้าเจมส์ที่ 1  มีคนโปรดหลายคน ล้วนเป็นหนุ่มๆชาวราชสำนัก   ที่เด่นที่สุดก็คือหนุ่มวัย 17 ชื่อโรเบิร์ต คาร์  นายคนนี้เดิมก็เป็นสามัญชน ไม่ได้มีเชื้อสายหรูหรามาจากไหน เข้ามาทำงานเป็นมหาดเล็กสามัญนี่แหละค่ะ
วันหนึ่ง มีการประลองยุทธ    เขาเข้าร่วมด้วย ก็เกิดอุบัติเหตุตกม้าลงไป ได้รับบาดเจ็บ  พระเจ้าเจมส์ทอดพระเนตรเห็นมหาดเล็กหนุ่มน้อยรูปหล่อเข้าก็ถูกชะตาขึ้นมา จึงเสด็จไปเยี่ยม จากนั้นหนุ่มคนนี้ก็เลื่อนฐานะปรู๊ดปร๊าดขึ้นมาเป็นขุนนาง   ได้เป็นถึงเอิร์ลแห่งซอมเมอเซท   ต่อมาก้าวเข้าสู่ตำแหน่งเป็นสมุหราชมณเฑียรทั้งๆอายุแค่ 24 ปีเท่านั้นเอง

เมื่อพระเจ้าเจมส์ทรงรับราชสมบัติอังกฤษ   ก็ทรงอำลาจากราชสำนักสก๊อตแลนด์ที่แสนคร่ำครึหัวโบราณ มาสู่ราชสำนักอังกฤษ ที่หรูหราโอ่อ่ากว่า    แน่ละว่าทรงนำ "คนโปรด" ทั้งหลายแหล่มาทั้งขบวน   เข้ามาเดินกรีดกรายไปมาอยู่ในราชสำนัก   เงินทองในท้องพระคลังถูกจับจ่ายอย่างไม่อั้นเพื่ออุดหนุนคนโปรดเหล่านี้   เพราะทรงมีนิสัยปลื้มมากกับคำเยินยอทั้งหลาย  จะจริงหรือไม่จริงก็ไม่ทรงคำนึง 
หนุ่มๆพวกนี้ก็จับเส้นถูก จึงพากันระดมป้อยอพระเกียรติกันชนิดไหลมาเทมา      โรเบิร์ตเองก็เป็นหัวหอกในการเอาอกเอาใจใช้คำหวาน จนสามารถสร้างอิทธิพลขึ้นในราชสำนักให้พระราชาโอนอ่อนตามเขาได้ทุกเรื่องก็ว่าได้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 14 มิ.ย. 16, 18:48

พระเจ้าเจมส์มิได้ปกปิดพฤติกรรมของพระองค์ในเรื่องดังกล่าว   เพียงแต่ไม่ถึงกับประกาศออกไปโต้งๆเท่านั้นว่าข้าพเจ้าเป็นอะไร  จึงเป็นที่รู้กันทั่ว  ขนาดเซอร์วอลเตอร์ ราเล่ห์คนดังของอังกฤษ  เสียดสีว่า "เมื่อสิ้นรัชสมัยคิงเอลิซาเบธแล้ว  ก็ถึงยุคของควีนเจมส์"

ในราชสำนัก  เอิร์ลแห่งซอมเมอเซทครองตำแหน่งคนโปรดของพระราชาอยู่หลายปี    ในเมื่อก้าวข้ามหน้าข้ามตาใครหลายคน  ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องมีศัตรูอยู่มากไม่ว่าจะเดินไปทางไหน     พวกนี้ทั้งๆเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ แต่เมื่อพระเจ้าเจมส์โปรดปรานอยู่ไม่เสื่อมคลาย  ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้จนแล้วจนรอด

ในที่สุดโอกาสก็มาถึง  เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี    ซอมเมอเซทเริ่มจะกลายเป็นของ "เก่าๆเป็นสนิม"  พระเจ้าเจมส์ก็เกิดไปต้องพระทัยหนุ่มน้อยรายใหม่เข้า

รายนี้มีชื่อเดิมว่าจอร์ช  วิลเลียร์   ถือกำเนิดมาในตระกูลขุนนางชั้นผู้น้อย  แม่ผู้เป็นแม่ม่ายแต่ยังสาวหวังว่าจะเชิดชูลูกชายให้ได้ดีเป็นขุนน้ำขุนนางกะเขาบ้าง  ก็เลยส่งไปชุบตัวที่ฝรั่งเศส     จอร์จก็ไม่ทำให้ผิดหวัง  เขาลีลาศได้งามกว่าใคร  เจรจาพาทีไพเราะ  ท่วงทีกิริยาสง่างาม  บวกกับรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร     เมื่ออายุ 21  หนุ่มน้อยโฉมงามคนนี้ก็กระทบสายพระเนตรของพระเจ้าเจมส์เข้าอย่างจัง



บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 14 มิ.ย. 16, 20:59

ู ^
 ^
 ^
แหม่ เห็นคอเสื้อยุคทิวดอร์ล้ำสุดๆ แล้ว มาเจอแฟชั่นคอเสื้อพ่อจอร์ชนี่มันล้ำใครยุคนั้นจริงๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 15 มิ.ย. 16, 18:53

  "คนโปรด"คนเก่าคือเอิร์ลแห่งซอมเมอเซทตกกระป๋องไป   ประสบชะตากรรมในข้อหาวางยาพิษกำจัดเพื่อนขุนนางด้วยกัน แต่รอดจากประหารไปได้  เพราะพระเจ้าเจมส์อภัยโทษให้ในฐานะข้าราชบริพารคนโปรดมาก่อน     แต่ก็ต้องล่าถอยลงจากเวทีไปตลอดกาล    ส่วนตำแหน่งคนโปรดก็ตกไปอยู่กับคนใหม่  จอร์ช วิลเลียร์  ซึ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงถึงดยุคแห่งบัคกิ้งแฮม

   พระเจ้าเจมส์ทรงปลื้มหนุ่มหน้าหวานคนใหม่นี้มาก      ทรงเรียกเขาด้วยความเสน่หาว่า "สตีนี่"  มาจากชื่อเซนต์สตีเฟนในพระคัมภีร์ ซึ่งว่ากันว่าหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร     ทรงเขียนจดหมายและอะไรต่อมิอะไรที่แสดงความสัมพันธ์อย่างเปิดเผย ว่าไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น  แต่เป็นยอดชู้คู่เชยกันทีเดียวเขาก็
    ดยุคแห่งบัคกิ้งแฮมดำรงตำแหน่งคนโปรดได้ยาวนานตลอดรัชสมัยของพระเจ้าเจมส์      เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ไป   เขาก็ไม่ยักตกกระป๋องอย่างที่ควรเป็น  แต่ยังคงดำรงตำแหน่งขุนนางสำคัญมาได้ในรัชสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 โอรสของพระเจ้าเจมส์   พระราชาองค์นี้ก็คล้ายๆพระบิดา คือโปรดปรานขุนนางคนนี้มาก  เรื่องสำคัญๆก็มอบให้เขามีบทบาทจนเป็นที่เขม่นของรัฐสภา ซึ่งยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพระราชา 
    ชีวิตรุ่งโรจน์ของบัคกิ้งแฮมจบลงด้วยการถูกสังหารด้วยน้ำมือนายทหารธรรมดาๆคนหนึ่งชื่อจอห์น เฟลตัน  เมื่ออายุเพียง 36 ปี


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 16 มิ.ย. 16, 10:50

ขอข้ามรวดเดียวมาอีกสามสี่ศตวรรษ   ถึงเจ้านายอีกองค์หนึ่งในราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งคนละวงศ์กับพระเจ้าเจมส์ อย่างที่ดร.ประกอบเทพบอกแม่บัวไว้     เจ้านายองค์นี้ทรงพระนามว่าเจ้าชายจอร์ช ดยุคแห่งเค้นท์ เป็นพระโอรสของพระเจ้าจอร์ชที่ 5  
ถ้าใครเรียงลำดับไม่ค่อยจะถูก เพราะมีชื่อจอร์ชเยอะจนตาลาย   ให้นึกถึงพระเจ้าจอร์ชที่ 6 องค์ที่ติดอ่างตะกุกตะกักในหนังเรื่อง The King's Speech   เจ้าชายจอร์ชแห่งเค้นท์เป็นน้องชายของพระเจ้าจอร์ชองค์นั้น  และเป็นพระโอรสของพระเจ้าจอร์ชที่ 5องค์ที่ประชวรหนักอยู่ในหนังเรื่องนี้

และเจ้าชายจอร์ช ก็เป็นอาแท้ๆของควีนเอลิซาเบธ   นับญาติกับเจ้าชายชาร์ลส์ ก็เป็นปู่น้อยของเจ้าชาย

เจ้าชายจอร์ชแห่งเค้นท์ รูปหล่อไม่เบา     เอารูปมาลง  เซิฟๆเป็นน้ำจิ้มมาก่อนจานหลักค่ะ


บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 17 มิ.ย. 16, 13:13

การแต่งกายแต่ละพระองค์ ช่างเลิศสะแมนแตนเสียจริงๆ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

พระเจ้าจอร์จที่5 ที่พระพักตร์เหมือนกับซาร์นิโครัสที่2ยังกะฝาแฝดใช่ไหมเจ้าคะ
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 17 มิ.ย. 16, 18:05

เชิญพิจารณาค่ะ เหมือนกันมากไหม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 20 มิ.ย. 16, 13:14

ชีวิตของเจ้าชายจอร์ช ดยุคแห่งเค้นท์ มีสีสันฉูดฉาดบาดอารมณ์พอจะทำหนังชุดขนาดยาวได้เลยทีเดียว  โดยไม่ต้องใส่สีใส่ไข่เพิ่มไปลงแม้แต่นิดเดียว
ตอนที่ถือกำเนิดมานั้น พระบิดาของเจ้าชายยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์   เพราะปู่หรือพระอัยกายังดำรงพระชนม์อยู่  จอร์ชอยู่ในลำดับที่ 5 ในการสืบราชบัลลังก์    แต่เมื่อเวลาผ่านไป  ลำดับนี้ก็กระเถิบห่างออกไปเรื่อยๆ เมื่อมีเจ้านายน้อยๆที่มีสิทธิ์ใกล้ชิดราชบัลลังก์มากกว่าทยอยกันเกิดมา      เจ้าชายจอร์ชจึงไม่ถูกจับตาคาดหวังจากราชสำนักมากเท่ากับพี่ๆ 
เจ้าชายเองก็ทรงรู้ข้อนี้ดี    จึงดำเนินชีวิตส่วนหนึ่งอย่างที่ควรเป็น คือทรงสมัครเข้าเป็นนักเรียนนายเรือ จบมาก็รับราชการเป็นนายทหารเรือ    และฝึกเป็นนักบินของกองทัพเรือด้วย    ดูสง่างามเป็นหลักเป็นฐานดี      แต่อีกส่วนหนึ่งของชีวิต เจ้าชายก็ทรง "สุดเหวี่ยง" ในเรื่องส่วนตัว   เพียงแต่สมัยนั้นข่าวคราวไม่ค่อยจะลอดออกมาสู่สาธารณชนง่ายนัก จึงไม่ค่อยมีใครรู้นอกจากคนวงในด้วยกันเอง

เจ้าชายจอร์ชเป็นบุรุษรักร่วมเพศที่แปลกกว่าคนอื่นๆ ก็คือ ทรงหลงรักชายหญิงได้ทั้งสองเพศ  ด้วยความลุ่มหลงหัวปักหัวปำได้เท่าๆกัน   ข้อนี้ผิดกับพระเจ้าเจมส์ซึ่งเห็นชัดว่าโปรดปรานหนุ่มน้อยรูปหล่อ   ส่วนพระมเหสีที่มีโอรสธิดากัน 3 องค์  ก็อยู่กันแบบงั้นๆ  ตามหน้าที่ที่จะต้องสร้างรัชทายาทเท่านั้นเอง



บันทึกการเข้า
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 20 มิ.ย. 16, 21:06

สายเหลืองเยอะนะเจ้าคะราชวงศ์อังกฤษเนี่ย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 20 มิ.ย. 16, 21:35

แหม ไม่กี่คนเอง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง