เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 23869 รักร่วมเพศในวังบัคกิ้งแฮม : อดีตและปัจจุบัน
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 05 มิ.ย. 16, 00:03

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม บัวมาเข้าชั้นเรียนแล้วเจ้าค่ะบัวอยากได้ขนมเป็นของกำนัล ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 05 มิ.ย. 16, 07:30

ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม บัวมาเข้าชั้นเรียนแล้วเจ้าค่ะบัวอยากได้ขนมเป็นของกำนัล ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

จัดให้ครับ ไม่มีขนมอะไรเข้ากับเรื่องนี้มากไปกว่านี้แล้วครับบัว


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 05 มิ.ย. 16, 09:36

 อายจัง อายจัง อายจัง หอมถั่วดำรถนุ่มละมุนลิ้นจริงๆเจ้าค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 05 มิ.ย. 16, 10:35

แอบเอาขนมเข้ามากินในห้องเรียนยังไม่พอ   ยังแจกจ่ายเพื่อนให้กินด้วย  คิกคักกันใหญ่
ไปยืนคาบไม้บรรทัดที่มุมห้องทั้งคู่เลยไป๊


รายต่อไปที่จะนำเสนอ  ไม่ได้ลับๆล่อๆ ชวนให้เถียงกันไม่รู้จบอย่างพระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์   แต่มีบันทึกของพระองค์ และบันทึกของข้าราชบริพารร่วมสมัยบอกเอาไว้ ถึงความเสน่หาที่พระราชาองค์นี้มีต่อ "คนโปรด"  ซึ่งก็มีหลายคนด้วยกัน
องค์นี้คือพระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสก๊อตแลนด์ผู้ข้ามมารับราชสมบัติของอังกฤษเป็นพระเจ้าเจมส์ที่ 1  แห่งสหราชอาณาจักร

ขอเท้าความนิดหน่อยว่า พระเจ้าเจมส์เป็นพระโอรสของพระราชินีสก๊อตผู้มีพระนามว่า ควีนแมรี่ สจ๊วต  ซึ่งครองบัลลังก์สก๊อตแลนด์ตามสิทธิ์ของพระนางเอง     ในขณะที่อังกฤษในตอนนั้นก็มีพระราชินีผู้ครองราชย์ในฐานะกษัตริย์เช่นกัน คือพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1     
ควีนเอลิซาเบธไม่ได้เสกสมรส จึงไม่มีโอรสธิดา   เมื่อสิ้นพระชนม์  พระญาติที่สืบสายโลหิตใกล้ที่สุดไม่ยักใช่เจ้านายอังกฤษด้วยกัน แต่กลายเป็นเจ้าชายสก๊อตที่ชื่อเจมส์องค์นี้แหละค่ะ      ตอนนั้นครองบัลลังก์สก๊อตอยู่แล้ว ก็เลยข้ามมาครองบัลลังก์อังกฤษ

พระเจ้าเจมส์เกิดมาเป็นเด็กอาภัพ  มีประวัติชีวิตฉูดฉาดดราม่ายิ่งกว่าหนังแอ๊คชั่น    เกิดมาก็ไม่มีโอกาสรู้จักพ่อ  เพราะพ่อถูกแม่กับชู้สมคบกันฆาตกรรมตั้งแต่พระองค์ยังอยู่ในท้องแม่      พอคลอดออกมา แม่ก็แต่งงานใหม่กับชู้ ยกชู้ขึ้นครองบัลลังก์    ปรากฎว่าราษฎรทนไม่ไหว ก่อกบฏขึ้น แม่ลี้ภัยไปอังกฤษแล้วถูกจับขังไว้ที่หอคอยแห่งลอนดอน  บั้นปลายชีวิตถูกประหาร ด้วยข้อหาคบคิดกับขุนนางจะปลงพระชนม์ควีนแห่งอังกฤษ
สรุปว่าเจ้าชายน้อยก็กำพร้าทั้งพ่อและแม่  เติบโตมาในราชสำนักตามลำพัง  มีพระญาติและข้าราชบริพารเลี้ยงดู


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10784



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 05 มิ.ย. 16, 11:21

แอบเอาขนมเข้ามากินในห้องเรียนยังไม่พอ   ยังแจกจ่ายเพื่อนให้กินด้วย  คิกคักกันใหญ่
ไปยืนคาบไม้บรรทัดที่มุมห้องทั้งคู่เลยไป๊


น้องเข้อาสามาคาบเป็นเพื่อน  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 05 มิ.ย. 16, 13:42

อายจัง อายจัง อายจัง หอมถั่วดำรสนุ่มละมุนลิ้นจริงๆเจ้าค่ะ
บันทึกการเข้า
Molly
อสุรผัด
*
ตอบ: 25


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 05 มิ.ย. 16, 20:06

หัวเราะหนักมากกับขนมของเพื่อนประกอบและความอร่อยเหาะของเพื่อนบัว จุ๊จุ๊ อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวอาจารย์ได้ยิน Molly ไม่อยากไปยืนคาบไม้บรรทัดนอกห้อง กลัวน้องเข้ อิอิ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 06 มิ.ย. 16, 09:35

          ขอคั่นรายการย้อนกลับไปที่พระเจ้าใจสิงห์ด้วยคลิปจากหนังเก่าที่ประสบความสำเร็จ
ทั้งรายได้และรางวัล นั่นคือ The Lion in Winter(1968) สองนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่บน
จอเงินมีผลงานหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกทั้งคู่ นั่นคือ
          Anthony Hopkins รับบท Richard The Lionheart และ Timothy Dalton
รับบท Philip II of France


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 06 มิ.ย. 16, 09:37

          ความสัมพันธ์ของเจ้าทั้งสองอาจจะเป็นในรูปแบบ เสน่หานุชา (หรือ เสน่หาภราดา)
- Bromance(Brother + Romance) เหมือนอย่างที่มีการตีความสัมพันธ์ระหว่าง Holmes
กับ Watson ใหม่ใน Sherlock Holmes เวอร์ชั่น Robert Downey,Jr. ยิ้ม
(pinterest)


บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 06 มิ.ย. 16, 11:40

มาลงชื่อเข้าชั้นตามอ่านค่ะ ถั่วดำน้ำกะทิข้าวเหนียวของโปรดด้วย
บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 06 มิ.ย. 16, 13:52

เด็กๆ กินถั่วดำกันจนทั้งเรอทั้งผายลมกันไปทั่ว โดนลงโทษไปก็แล้ว ท่านอาจารย์ใหญ่ยังไม่มา งั้นระหว่างรอนอกจากกินถั่วดำรอ ก็ต้องหาอะไรมาคั่นเวลา

ใครที่เคยดูหนังรางวัลออสกาสุดสนุกเรื่อง Braveheart คงจำได้ว่า อริของพระเอกในเรื่องคือกศัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ ที่มีลูกชายไม่ได้เรื่องอยู่คนนึงแถมเป็นเกย์ด้วย
ลูกชายคนนั้น ต่อมาคือกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 2 (1284 - 1327) แห่งอังกฤษ ที่ได้อภิเษกสมรสกับราชินีอิสซาเบลาแห่งฝรั่งเศส

เอ็ดเวิร์ดเป็นกษัตริย์ที่ชอบความหรูหา ฟู่ฟ่า มีขุนนางคู่พระทัยอยู่คนหนึ่ง คือเพียร์ส เกฟสตัน ซึ่งเอ็ดเวิร์ดรักมาก  ตาคนนี้ได้แต่งตั้งให้เป็นเอิร์ลแห่งคอร์นวอลล์ แถมแต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการช่วงที่เอ็ดเวิร์ดเดินทางไปแต่งงานที่ฝรั่งเศสด้วย แต่สุดท้ายเกฟสตันก็ถูกสังหารโดยเหล่าขุนนางที่ไม่พอใจ

ตอนหลังราชินีสมคบกับชู้รักโรเจอร์ มอร์ติเมอร์ บังคับให้เอ็ดเวิร์ดสละราชสมบัติในปี 1327 ให้พระโอรสที่ยังทรงพระเยาว์เป็นกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 3 เพื่อที่จะได้คงอำนาจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทน แล้วทั้งคู่ก็แอบสั่งให้สำเร็จโทษเอ็ดเวิร์ดอย่างสยดสยอง เค้าลือกันว่าเอาเหล็กเผาไฟเสียบทางทวารหนัก เผาอวัยวะข้างในจนตายอย่างสยดสยองทรมาน พระศพปัจจุบันถูกฝังอยู่ที่วิหารเมืองกลอสเตอร์

ตอนหลังกงกรรมกงเกวียน โรเจอร์ มอร์ติเมอร์ ก็ถุกสังหารเช่นกัน ส่วนราชินีอิสซาเบลล่าถูกขังโดยกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 3 ซึ่งต่อมาเป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงมากองค์หนึ่งของอังกฤษ



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10784



ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 08 มิ.ย. 16, 09:40

เอาดอกไม้สีม่วง "ไลอาทริส" (Liatris) มาประดับชั้นเรียน ดอกไม้นี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า "Gayfeather"  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
แพรวพิม
อสุรผัด
*
ตอบ: 19


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 08 มิ.ย. 16, 18:30

เห็นหัวข้อกระทู้นี้แล้วไม่รอรี รีบเข้ามาอ่านเลยค่ะ เพราะเป็นคนชอบเรื่องราวในรั้วในวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว ทั้งของไทยและของเทศ

นักเรียนคนนี้ขอสมัครเรียนคลาสนี้ด้วยนะคะ มาช้าไปหน่อย อาจารย์โปรดยกโทษให้เถิดนะคะ   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 09 มิ.ย. 16, 12:42

ใครนั่งแถวหน้า เขยิบที่ให้คุณแพรวพิมด้วยค่ะ    มีที่ว่าง 2 ที่   เพราะนักเรียนถูกยืนคาบไม้บรรทัด ยังไม่กลับมานั่งค่ะ

     พระเจ้าเจมส์ น่าจะเป็นพวกรักร่วมเพศโดยกำเนิด   ไม่ใช่ว่ามีใครมาสั่งสอนให้เป็น   เห็นได้จากเมื่อทรงมีอายุได้ 13 ปี ถ้าเป็นสมัยนี้ก็อยู่ราวๆ ม. 1   ก็ทรงพึงพอพระทัยในตัวขุนนางหนุ่มวัย 37 เข้าคนหนึ่งอย่างจัง     เขาผู้นั้นเป็นคนเชื้อสายสก๊อตผสมฝรั่งเศส มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในฝรั่งเศสแต่มาอยู่ในราชสำนักสก๊อตที่เอดินเบอระ
      ยุคนั้นเรื่อยมาจนศตวรรษที่ 19  ฝรั่งเศสได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรือง มีวัฒนธรรมสูงส่ง   ผู้คนดูดีมีเสน่ห์ทั้งการแต่งกาย กิริยาพาทีโก้หรูไปเสียหมดโดยเฉพาะบรรดาผู้ดีมีตระกูล  จึงไม่แปลกที่หนุ่มหล่อวัย 37 ชื่อเดิมว่าเอสเม สต๊วต  ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติห่างๆกับพระเจ้าเจมส์ จะทำให้พระราชาน้อยทรงหลงใหลได้ตั้งแต่แรกรู้จัก   รับเขาเข้ามาประจำในราชสำนักยังไม่พอ ยังประทานยศตำแหน่งขุนนางให้ด้วย   ทีแรกเป็นเอิร์ลแห่งเลนนอกซ์  ปีต่อมาก็ก้าวพรวดขึ้นเป็นดยุคแห่งเลนนอกซ์  ชั้นสูงสุดของขุนนาง   และยังได้อยู่ใน Privy Council หรือสภาที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดิน    สมัยนี้ก็พอจะเทียบได้กับองคมนตรี
     ดยุคแห่งเลนนอกซ์ เป็นชายแท้รึเปล่า ก็ก้ำๆกึ่งๆ    ก่อนหน้าได้ดิบได้ดีเป็นพิเศษ  แกเป็นผู้ชายธรรมดาเหมือนชายอื่นๆ มีเมียและมีลูกชายเข้าไปตั้ง 5 คนแล้ว   แต่จะว่าเป็นชายแท้ก็น่าสงสัย เพราะดูจงรักภักดีกับพระเจ้าเจมส์มาก ขนาดยอมเปลี่ยนศาสนาจากคาทอลิคมาเป็นเพรสไบทีเรียนตามแบบสก๊อต      การเปลี่ยนศาสนาในสมัยโน้นเป็นเรื่องใหญ่  เท่ากับเปลี่ยนชีวิตเลยทีเดียว      


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 09 มิ.ย. 16, 13:11

     ขอเท้าความเรื่องความเป็นมาของรักร่วมเพศในยุโรปสักหน่อยนะคะ 
     เมื่อย้อนหลังไปสมัยกรีกและโรมัน     เรื่องชายรักชายถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ    ยิ่งกว่าธรรมดาสามัญอีก คือยอมรับนับถือกันเป็นเรื่องของเกียรติยศหน้าตาเลยเชียว     บรรดาคนใหญ่คนโตเช่นแม่ทัพนายกองทั้งหลาย มีทหารหนุ่มน้อยมาฝึกหัดรับใช้แบบเป็นท.ส. หรือหน้าห้อง   พร้อมกับบำเรอด้วย   ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเปิดเผยไม่ต้องปิดบัง     ยังถือกันว่า ความรักแบบชายต่อชายนี่สิเป็นการให้เกียรติกันอย่างสูง     เป็นรักแท้ที่ผูกพันกันฉันเพื่อนตาย    ส่วนความรักแบบชายกับหญิงนั้นไม่ได้ลึกซึ้งอะไรนัก ก็แค่เพื่อดำรงเผ่าพันธ์เท่านั้นเอง     
     ค่านิยมเช่นนี้พัฒนาขึ้นในกรีกก่อน จากนั้นโรมันก็รับมาอีกที      ในตำนานเทพเจ้าของกรีกก็ไม่วายมีอะไรแบบนี้ปนๆอยู่บ้างพอให้สังเกตกันได้   ว่าเทพบิดรซุสของกรีกหรือต่อมาคือจูปิเตอร์ของโรมัน ก็มีหนุ่มน้อยชื่อ Ganymede (อ่านว่ากานิมี้ด) เป็นคนสนิทประจำตัว มีหน้าที่ถือคนโทเหล้าองุ่นซึ่งเป็นน้ำอมฤตของเทพเจ้า คอยรินให้เทพบิดร      นอกจากรับใช้เรื่องนี้แล้วก็ยังต้องบำเรออีกด้วย  ตามวัฒนธรรมในสมัยนั้น
     ตามตำนานเล่าว่า กานิมี้ด เป็นเจ้าชายของเมืองทรอย   เป็นหนุ่มน้อยรูปงามจนลือเลื่องขึ้นไปถึงสวรรค์ เป็นที่ต้องตาต้องใจของเทพบิดรซุส   จึงจำแลงเป็นนกอินทรี บินจากฟ้าลงมาโฉบเจ้าชายขึ้นไปสู่ยอดเขาโอลิมปัสอันเป็นที่สถิตย์ของเหล่าเทพ
แต่เมื่อขโมยลูกเขาไปแล้ว ซุสก็ชดเชยให้พระเจ้าทรอสผู้บิดาด้วยฝูงม้างามที่สุดเท่าที่จะหาให้  และบอกว่าไม่ต้องห่วงลูกชายที่หายไป   เพราะบัดนี้เจ้าชายได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์    ทำหน้าที่รับใช้ใกล้ชิดเทพบิดร มีชีวิตอมตะอย่างเทพเจ้า    พระเจ้าทรอสก็ปลาบปลื้มมากที่ลูกชายได้รับเกียรติขนาดนั้น หายเสียดายเป็นปลิดทิ้ง 
    เจ้าชายกานิมี้ดขึ้นไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์ได้พักใหญ่ เป็นที่ยอมรับของเหล่าเทพเจ้าด้วยดี    เว้นแต่องค์เดียวคือเทพมารดาเฮรามเหสีขี้หึงของซุสนั่นเอง    นางก็ตามหึงตามราวี "เจ้าหนู" ของพระสวามี  ไม่ลดละเหมือนตามรังควาน "นังหนู" รายก่อนๆของซุสมาแล้ว   จนในที่สุดซุสก็ต้องเปลี่ยนเจ้าชายให้กลายเป็นกลุ่มดาวชื่อ Aquarius  หรือดาวรูปคนถือคนโท  เป็นดาวประจำราศีกุมภ์


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง