เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27 28
  พิมพ์  
อ่าน: 28569 พืชผลชื่อ มะ.... กับเมนูทำกิน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31115

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 360  เมื่อ 25 ก.ค. 16, 16:07

มะละกอ นอกจากทำส้มตำ  ทำแกงป่าก็อร่อยค่ะ
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/09/D11036884/D11036884.html


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 361  เมื่อ 25 ก.ค. 16, 19:01

แกงป่ามะละกอ เมนูรังสรรค์ใหม่ ยังไม่เคยได้ลองทานเลยครับ

ดูแล้วเครื่องปรุงคล้ายส้มตำ (มะละกอซอย มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว) ไม่เห็นชิ้นส่วนของเครื่องน้ำพริกลอยอยู่  แต่เพิ่มเนื้อหมู พริกไทยอ่อน และใบกระเพราขาวลงไป 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31115

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 362  เมื่อ 25 ก.ค. 16, 19:24

วิธีทำอยู่ในลิ้งค์ข้างบนค่ะ คุณตั้ง

ส่วนข้างล่างนี้คือแกงคั่วกะทิกุ้งกับมะละกอ
อ่านวิธีทำได้ในลิ้งค์ข้างล่างนี้ค่ะ
http://www.pim.in.th/side-dish-by-seafood-and-aquatic-food/462-2011-06-02-14-47-22


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 363  เมื่อ 25 ก.ค. 16, 19:36

มะละกอยังเอาไปทำเป็นผลไม้เชื่อม บ้างก็ทำเป็นแบบชิ้นยาว บ้างก็ทำเป็นลักษณะลูกเต๋า บ้างก็ฝานเป็นชิ้นๆ     ผมเข้าใจว่ามีการนำไปทำเค็มที่ออกรสคล้ายบ้วยเค็มอีกด้วย ลักษณะตัดเป็นเส้นสั้นๆ

ที่ผมชอบก็จะเป็นมะละกอดองเปรี้ยวเค็มหวานที่วางแนมมากับจานเป็ดย่าง    มะละกอดองนี้ใช้เป็นของแนมแก้เลี่ยนกับอาหารต่างๆได้หลายอย่างรวมทั้งกินเล่นระหว่างรอจานอาหารจานต่อไป    เป็นของที่ทำง่ายมากๆ

น้ำสำหรับดองก็มีน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย และเกลือ  เอามาปรุงให้ได้รสตามชอบ    เอามะละกอดิบ (ที่หั่นแล้วตามรูปทรงที่ต้องการ) มาลวกน้ำร้อน สะเด็ดน้ำแล้วก็เอาใส่ภาชนะที่จะใช้ดอง เอาน้ำดองมาใส่ลงไป เก็บไว้สัก 2 - 3 วัน ก็เริ่มทานได้แล้ว    

หากซอยมะละกอเป็นเส้นๆ เมื่อดองแล้วก็เอามาใส่ใน Hotdog ราดด้วยซอสมะเขือเทศและมัสตาร์ด  อร่อยสุดๆไปเลย    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31115

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 364  เมื่อ 25 ก.ค. 16, 19:51

มะละกอดอง
วิธีทำ ค่ะ
http://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5/


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 365  เมื่อ 25 ก.ค. 16, 20:01

วิธีทำอยู่ในลิ้งค์ข้างบนค่ะ คุณตั้ง

ส่วนข้างล่างนี้คือแกงคั่วกะทิกุ้งกับมะละกอ
อ่านวิธีทำได้ในลิ้งค์ข้างล่างนี้ค่ะ
http://www.pim.in.th/side-dish-by-seafood-and-aquatic-food/462-2011-06-02-14-47-22

ขอบพระคุณครับ

นี่แหละคืออัจฉริยะของพ่อครัว/แม่ครัวผู้ทำอาหารไทย ที่สามารถรังสรรค์เมนูอาหารไทยได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนอาหารไทยได้เป็นอาหารที่มีการยอมรับและกล่าวถึงกันอย่างมากในสังคมโลก
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 366  เมื่อ 26 ก.ค. 16, 18:13

คุณตั้งเข้าป่ามาหลายป่า  คงเจอมะไฟในป่าบ้างนะคะ

เจอครับ  เจอแต่ต้นเป็นหลัก แถมยังจำต้นมันไม่ได้อีกเพราะว่ามันไม่มีลูกห้อยเป็นระย้าให้เห็น หรือไม่ก็ถูกสัตว์เก็บกินจนเกลี้ยงต้น   

มะไฟเป็นต้นไม้ที่ชอบขึ้นอยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ  ผมเคยเห็นทั้งชนิดที่ผลมีเปลือกสีเหลืองและชนิดที่ผลมีเปลือกสีชมพู แต่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของมัน  มะไฟที่เราเห็นนำมาขายนั้น เป็นพวกที่มีเปลือกสีเหลืองเกือบทั้งนั้น สังเกตดูว่าจะมีเปลือกบางกว่าพวกผลสีชมพู

มะไฟจะออกลูกห้อยเป็นพวงอยู่ตามกิ่งตามต้น แต่ละต้นจะออกในปริมาณมากๆ ปริมาณผลของต้นหนึ่งนั้นมากพอที่จะเก็บไปแจกจ่ายให้เพื่อนฝูง ญาติ พี่น้อง ได้สัก 4-5 ครัวเรือนกระมัง  นอกจากนั้นแล้ว มันยังออกลูกพร้อมๆกันและสุกพร้อมๆกันหลายๆต้น มันเลยกลายเป็นผลไม้ราคาถูกเพราะมีปริมาณมาก

ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านเป็นไม้ประดับก็ได้นะครับ ต้นไม่สูงมาก ให้ร่มเงาดี เวลาออกลูกก็เป็นเป็นระย้าเหลืองอร่ามไปทั้งต้น แถมยังเก็บมากินได้อีก  และถ้าเป็นบ้านสวน ตจว. ก็อาจได้เห็นค้างคาวโฉบลงมาในช่วงโพล้เพล้ สวยดี เพลินดีเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 367  เมื่อ 26 ก.ค. 16, 18:30

ไม่เคยเห็นมีการนำมะไฟมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร  มีแต่ทานผลสด  ช่วงหลังนี้เห็นนำมาเชื่อมแล้วทำให้แห้ง เห็นแถว จ.น่าน

น่าจะลองทำมะไฟลอยแก้วบ้างนะครับ ใส่น้ำแข็งเย็นๆ ชื่นใจดี (มีเมนูนี้หรือยัง ไม่รู้ครับ)  มะไฟก็เป็นยาเกี่ยวกับท้องอยู่แล้ว กินมะไฟลอยแก้วเป็นของหวานหลังอาหารก็น่าจะดีนะครับ

ผมเห็นอีกประโยชน์หนึ่งของมัน คือ ด้วยความที่มันเน่าเสียง่าย ร่วงหล่นจากต้นเยอะมาก ก็น่าที่จะเก็บรวบรวมเอามาหมักทำเป็นปุ๋ยน้ำหรือฮอร์โมนสำหรับดอกผลของต้นไม้ผลอื่นๆ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 368  เมื่อ 26 ก.ค. 16, 18:49

อ.เทาชมพู เอาภาพมะเฟืองมาต้อนรับผมกลับเข้ากระทู้   

ทำให้นึกถึงว่า มะเฟืองเป็นผลไม้ที่ดูเหมือนว่าคนไทยทั่วๆไปจะให้ความสนใจน้อยมาก  อาจจะด้วยสาเหตุหนึ่งที่มาจากข้อพึงระวังสำหรับผู้หญิงที่ได้มีการบอกต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน    ทำให้เมื่อฝ่ายผู้หญิงให้ความสนใจกับมะเฟืองน้อย ก็เลยทำให้ฝ่ายชายและลูกเต้า รวมทั้งสังคมโดยรวมๆพลอยห่างจากผลไม้นี้ไปด้วย

มะเฟืองใช้เป็นผักแนมในอาหารเวียดนาม ใช้ในการทำอาหารประเภทแกงของภาคใต้หลายเมนู (บ้างก็ใช้แทนส้มควาย_ส้มแขก) และคั้นเอาน้ำมาทำเป็นน้ำผลไม้ที่นิยมกันอยู่ในมาเลเซีย
บันทึกการเข้า
visitna
นิลพัท
*******
ตอบ: 1723


ความคิดเห็นที่ 369  เมื่อ 26 ก.ค. 16, 19:52

เมนูนี้เพิ่งเคยเห็น


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31115

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 370  เมื่อ 26 ก.ค. 16, 20:14

เมนูอะไรคะ  รายการนี้
บันทึกการเข้า
unicorn9u
อสุรผัด
*
ตอบ: 39


ความคิดเห็นที่ 371  เมื่อ 27 ก.ค. 16, 09:22

ไม่เคยเห็นมีการนำมะไฟมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร  มีแต่ทานผลสด  ช่วงหลังนี้เห็นนำมาเชื่อมแล้วทำให้แห้ง เห็นแถว จ.น่าน

น่าจะลองทำมะไฟลอยแก้วบ้างนะครับ ใส่น้ำแข็งเย็นๆ ชื่นใจดี (มีเมนูนี้หรือยัง ไม่รู้ครับ)  มะไฟก็เป็นยาเกี่ยวกับท้องอยู่แล้ว กินมะไฟลอยแก้วเป็นของหวานหลังอาหารก็น่าจะดีนะครับ

ผมเห็นอีกประโยชน์หนึ่งของมัน คือ ด้วยความที่มันเน่าเสียง่าย ร่วงหล่นจากต้นเยอะมาก ก็น่าที่จะเก็บรวบรวมเอามาหมักทำเป็นปุ๋ยน้ำหรือฮอร์โมนสำหรับดอกผลของต้นไม้ผลอื่นๆ

น้ำมะไฟอร่อยครับ
ทุบน้ำแข็งใส่ อย่างที่อาจารย์ว่า ที่ไม่นำมาลอยแก้วน่าจะเพราะว่า เม็ดใหญ่ ไม่ค่อยมีเนื้อ เลยเอามายีๆต้มกับน้ำตาลแล้วกรองเอาเม็ดออก
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 372  เมื่อ 27 ก.ค. 16, 18:03

เมนูอะไรคะ  รายการนี้
เมนูนี้เพิ่งเคยเห็น

คงจะเป็นมะนาวน้ำปลาหวานกระมัง คงจะทำได้เฉพาะช่วงที่มะนาวมีราคาถูก 

ดูจากภาพเห็นเป็นมะนาวชนิดไม่มีเมล็ด แถมเปลือกค่อนข้างหนา ดูว่าไม่มีการคลึงลูกเพื่อจะไล่น้ำมันหอมระเหยรสขมๆออกไปก่อนที่จะผ่า  รสชาติจะไปยังไงมายังไงก็ไม่รู้ และกลัวลำบากท้องอีกด้วย ไม่กล้าลองทำทานครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 373  เมื่อ 27 ก.ค. 16, 18:32

แต่มะนาวสดๆปอกเปลือกกินทั้งลูกยังกะส้มก็ได้นะครับ

ครั้งหนึ่ง ช่วงทำงานร่วมกับวิศวกรชาวเยอรมัน สำรวจความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมที่จะตัดเส้นทางรถไฟใหม่ สายเหนือช่วงอุตรดิตถ์-เด่นชัย-เชียงใหม่ ใกล้ๆ 30 ปีมาแล้ว ผมเห็นฝรั่งซื้อมะนาวสดในตลาดบ้านเรา เอามากินก่อนอาหารกลางวัน (ข้าวห่อ) เขานั่งปอกเปลือกจนเกลี้ยงแล้วก็ใส่ปากเคี้ยวเลย กินทุกวัน เห็นแล้วแหยง

ตอนหลังจึงได้เข้าใจว่า เป็นวัฒนธรรมของเขาที่ในอาหารแต่ละมื้อ (ยกเว้นมื้อเช้า) เขาจะต้องกินของที่เป็นกรดร่วมเข้าไปด้วยเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร  อาหารเยอรมันจึงมี sauerkraut เป็นเครื่องเคียงเสมอ ซึ่งเป็นของทำง่ายๆ เพียงซอยกล่ำปลีแล้วใส่เกลือในปริมาณที่เหมาะสม (มากไปหรือน้อยไป จุลินทรีย์ก็ไม่ทำงาน) หมักสองสามวันก็ได้ที่  แต่การจะทำ sauerkraut ให้อร่อยก็ทำได้ยาก วัดฝีมือแม่ครัวกันได้เลยทีเดียว   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4370


ความคิดเห็นที่ 374  เมื่อ 27 ก.ค. 16, 18:43

ขอเฉไฉออกไปนอกเรื่องอีกนิดนึงครับ

วันหนึ่งก็ไปทานมื้อเย็นกันในร้านอาหารใน จ.แพร่  สั่งแป๊ะซะมากิน ก็เปิดทางให้ฝรั่งก่อนตามมารยาท   เล่นเอางง ส่วนแรกที่เขาเอาช้อนจ้วงลงไปตักก็คือส่วนพุงทั้งยวงเลย  พุงปลาช่อนแป๊ะซะนี้เป็นของดีสำหรับพวกคนไทยขี้เหล้าทั้งหลาย  ถูกแย่งไปหมดเลย  สงสัยกันอยู่ว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเป็นส่วนที่อร่อย    มาถึงบางอ้อก็ตอนหลังว่า ในเมนูอาหารตามภัตตาคารอาหารปลาริมน้ำ จานที่มีราคาสูงจะเป็นส่วนท้องของของปลาที่จับได้ในแม่น้ำดานูบ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27 28
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง